บุกกะซวกครูสอนลีลาศชื่อดังตายอืดคาห้องพักรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ต.ค. พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ สารวัตรเวร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งมีคนถูกฆ่าตายในห้องพักเลขที่ 401 บูรพาอพาร์ตเมนต์ถนนปากนคร ใกล้ตลาดสดคูขวาง ต.ท่าวัง จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก. สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท. ธวัชชัย ดุกสุขแก้ว รอง ผกก.ป. แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่วิทยาการ กก.วท.เขต 43 นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจ รุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นศพโชยออกมาจากห้องพักดังกล่าวอย่างรุนแรง ตรวจสอบภายในห้องพบศพนายอุทัย เกตุพิชัย อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 ซอยสุนทรธรรมทาน แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. อาชีพเป็นครูสอนลีลาศและเต้นรำ สภาพศพขึ้นอืดอยู่บนเตียงเหล็กและมีผ้านวมสีแดงคลุมร่างไว้ มีแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ ผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวเนื้อผ้าบางๆ นุ่งกางเกงขาสั้นลายสกอตสีเทา คาดเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 วัน ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ โดยมีโพยแทงพนันฟุตบอลต่างประเทศประจำวันที่ 12 ต.ค. 2551 วางอยู่บนโต๊ะ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่านายอุทัย ผู้ตาย เป็นอาจารย์สอนลีลาศชื่อดัง มีชื่อเสียงติดระดับประเทศ เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ จ.นครศรีธรรมราช และย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯหลายปี กระทั่งประมาณ 10 ปีก่อนได้ย้ายกลับมาอยู่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพฯกับ จ.นครศรีธรรมราช โดยพักอยู่ห้องดังกล่าวมานับ 10 ปีแล้ว และยังคงยึดอาชีพสอนลีลาศอยู่ที่ดังอาภัตตาคาร หน้าสนามกีฬากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช และยังรับสอนลีลาศตามสถานบันการศึกษาหลายแห่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชด้วย รวมทั้งเดินทางไปสอนเต้นรำและลีลาศในกรุงเทพฯอยู่เป็นประจำ

ก่อนเกิดเหตุเพื่อนของผู้ตายพบสิ่งผิดปกติ เนื่องจากนายอุทัยหายหน้าหายตาไปหลายวันพยายามโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้งแต่ ติดต่อไม่ได้ เลยขึ้นไปดูที่ห้องพักพบว่าประตูล็อกกุญแจ ตอนแรกเข้าใจว่านายอุทัยคงเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากห้องอย่างรุนแรง สงสัยว่าอาจเกิดเหตุร้าย เลยขอให้ทางเจ้าของอพาร์ตเมนต์ มาช่วยงัดประตูห้องเข้าไปกระทั่งพบร่างนายอุทัยถูกฆ่าหมกศพขึ้นอืดอยู่ใน ห้องดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก.สภ.เมืองนครศรี� ธรรมราช กล่าวว่า เบื้องต้นตั้งประเด็นการสังหารไว้ 2 เรื่อง คือเรื่องชู้สาว เนื่องจากแนวทางสอบสวนพบว่าแม้ผู้ตายอายุมาก แต่ยังคบหากับหญิงสาว 2-3 คน อาจมีปัญหาทะเลาะกันและถูกฝ่ายหญิงทำร้ายและประเด็นที่สองคือฆ่าชิงทรัพย์ ปกติผู้ตายเป็นคนที่เก็บเงินสด ไว้ใช้จ่ายครั้งละมากๆและยังชอบสะสมเครื่องประดับ แต่ทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งเงินสดของผู้ตายไม่หลงเหลือเลย ทั้งนี้ได้ขอให้เจ้าของอพาร์ตเมนต์ช่วยตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อดูร่องรอยของคนร้ายต่อไป

ที่มา ไทยรัฐ