จับสึกพระครูดังอุดรธานีข่มขืนสาว หลอกทำพิธีสะเดาะเคราะห์

November 15, 2008



เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พ.ย. นางสุ (นาม สมมติ) อายุ 47 ปี และบุตรสาวคือ น.ส.มล (นาม สมมติ) อายุ 22 ปี อยู่บ้าน ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าแจ้งกับพ.ต.ท.ณัฐนนท์ ประชุม รองผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ว่า ถูกพระครูวิไล วิริโย อายุ 57 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าอุ่มเม่า ต.โนน สูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ หลังไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ภายในวัดป่าอุ่มเม่า โดยพระครูวิไลยังนัดหมายให้ไปพบอีกในช่วงเย็นเพื่อแก้เคล็ดอีกรอบ

จาก นั้น พ.ต.ท.ณัฐนนท์ จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ สว. ร.ต.อ.ประเสริฐ ธรรมชัย รองสว. นำกำลังไปที่วัด โดยให้น.ส.มล เข้าไปหาพระครูวิไลตามที่นัดหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจซุ่มอยู่ใกล้บริเวณศาลาที่ใช้อาบน้ำมนต์ เมื่อพระครูวิไลเห็นน.ส.มลจึงเรียกให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นุ่งผ้าขาวแทนกางเกง แล้วพาเข้าไปในบริเวณห้องอาบน้ำมนต์ซึ่งมีประตูสังกะสีปิดเอาไว้ล้อมรอบด้วย ต้นไม้ประดับบังตา

จากนั้น พระครูวิไลก็เริ่มลวนลามน.ส.มล ด้วยการลูบคลำต้นขาใช้ปลัดขิกและมือจับอวัยวะเพศและสวดมนต์เสียงดัง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่จึงเข้าจับกุม ทันทีที่พระครูวิไลเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมถึงกับหน้าซีดเผือด ก่อนจะพาไปตรวจค้นในศาลาและกุฏิ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ทำพิธีสะเดาะเคราะห์มี 1. ปลัดขิกจำนวน 1 อัน 2. ผ้าถุงสีขาว 1 ผืน 3. เหล้ายาดอง 1 ขวด 4. สุราขาว 1 ขวด 5. กางเกงชั้นในและเสื้อชั้นในของน.ส.มลผู้เสียหาย 1 ชุด 6. จีวรของพระครูวิไล 1 ผืน โดยเหล้ายาดองที่ตรวจยึดไว้ได้ พระครูวิไลอ้างว่าเอาไว้กินแก้ปวดเมื่อย เนื่องจากเป็นโรคปวดหัวเข่าเรื้อรังมานาน จากนั้นจึงคุมตัวไปลาสิกขากับเจ้าคณะอำเภอเมืองอุดรธานีฝ่ายธรรมยุต ที่วัดบ้านเหล่า ก่อนคุมตัวไปสอบสวน

น.ส.มล เหยื่อสาวให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้แต่งงานอยู่กินกับสามีเป็นชาวอุดรธานี แต่ก็ต้องเลิกรากันไปเมื่อบุตรชายอายุเพียง 2 เดือน ตอนนี้ลูกชายอายุ 1 ขวบครึ่ง และฝากลูกชายให้แม่เป็นคนเลี้ยง ส่วนตนก็ไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่โรงแรมมโนรมย์ ภูเก็ต ลาพักกลับมาเยี่ยมบ้านร่วมเดือนแล้ว แม่บ่นว่าหน้าตาซีดเซียวหมองคล้ำ ทำงานที่ไหนก็ไม่มีเงินเก็บ แม่จึงพาไปพบพระครูวิไล เจ้าอาวาสวัดป่าอุ่มเม่า ต.โนนสูง จากนั้นพระครูวิไลก็เรียกไปนั่งข้างๆ แล้วถามวันเดือนปีเกิด ตนก็บอกไปว่า เกิดวันที่ 19 ก.ค. 2529 พระครูวิไลรีบตอบว่า มันเป็นดวงแม่ฮ่าง (แม่ม่าย) ต้องแก้ทรวง (สะเดาะเคราะห์) จากนั้นก็เอากระ ดาษมาเขียนเป็นรูปผู้หญิง แล้วชี้ไปที่อวัยวะเพศ และบอกว่า ต้องแก้ตรงจุดนี้เท่านั้น ถึงจะหายเคราะห์หายโศก อาตมามีปลัดขิกที่ปลุกเสกไว้แล้ว เดี๋ยวจะอาบน้ำมนต์ให้ ไปเปลี่ยนกางเกงออกอย่างเดียวแล้วนุ่งผ้าขาวเข้าไปในห้องอาบน้ำมนต์ ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ล้อมรอบด้วยต้นไม้บังตาคน จากนั้นพระครูวิไลก็บอกให้แม่ของตนไปนั่งรอไกลๆ

น.ส.มล ให้การต่ออีกว่า พอเข้าไปในห้องอาบน้ำมนต์ซึ่งมีโอ่งน้ำ 3 ใบวางเรียงกัน จากนั้นพระครูวิไลก็บอกให้นอนลงหลับตาพนมมือไว้ แล้วจัดการถลกผ้าขาว จับที่ต้นขาและอวัยวะเพศ ตนก็ถามว่าจะทำอะไร แต่พระครูวิไลไม่ยอมหยุด พร้อมขู่ว่าอย่าพูดเดี๋ยวของจะเข้ามันจะแก้ยาก บอกให้ตนกางขาออก พระครูวิไลก็ลงมือสอดใส่อวัยวะเพศข่มขืนอย่างรุนแรง ตนก็ร้องว่าเจ็บไปหมดแล้ว ก่อนจะบอกตนให้นอนตะแคง และพระครูวิไลก็นอนลงข้างๆ และสอดใส่อวัยวะเพศอีก และเป็นจังหวะที่มีรถจักรยาน ยนต์วิ่งเข้ามาในวัด พระครูวิไลจึงรีบลุกขึ้นและเอาน้ำมนต์มาราดตัวให้แล้วก็บอกว่าเย็นๆ ค่อยมาใหม่ เมื่อตนกลับออกมาหาแม่ก็สงสัยว่าทำไมพิธีกรรมจึงแปลก เพราะว่าถูกข่มขืนชัดๆ จึงชวนแม่ไปแจ้งความกับตำรวจ

ด้านพระครู วิไล หรือ นายวินัย กองม่วง บ้านเดิมอยู่ที่เลขที่ 7 ม.2 บ้านหนองนาไฮ ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ให้การว่า ไม่ได้มีวิชาอาคมแก่กล้าอะไรหรอก บวชเมื่อปี 2517 ที่วัดเทพจินดา หนองนาไฮ อ.เพ็ญ แล้วย้ายไปจำพรรษาวัดวารีศรีสะอาด ต.กุดสระ, วัดสุวรรณุทการาม ก่อนจะมาจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดป่าอุ่มเม่า ตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านศรัทธาเรื่องใบ้หวยเก่ง และทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้หญิงสาวมาตั้งแต่ปี 2545 ด้วยวิธีเดียวกันประมาณกว่า 50 คนแล้ว แต่ปีนี้มีหญิงสาวมาสะเดาะเคราะห์ 8 คน บางรายเป็นข้าราชการอายุยังน้อยแค่ 25 ปี แต่สามีไปมีเมียน้อย ก็ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ถึง 3 ครั้ง แล้วก็บอกว่าชีวิตดีขึ้น

พ.ต. ท.ณัฐนนท์ กล่าวว่า พระครูวิไล ถือว่าเป็นพระเกจิด้านพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ เจิมรถยนต์ และที่ชาวบ้านชอบคือใบ้หวยแม่น มีลูกศิษย์ทั่วเมืองอุดรและจังหวัดใกล้เคียง ไม่กี่ปีที่ผ่านมาสามารถหาเงินเข้าวัดได้กว่า 30 ล้านบาท ไม่น่าเชื่อว่าพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ ที่ชาวบ้านหลงเชื่อมานานนั้น แท้ที่จริงเป็นเพียงกลลวงเพื่อขืนใจหญิงสาวเท่านั้น เท่าที่ให้การรับสารภาพที่ผ่านมามีหญิงสาวถูกหลอกขืนใจไปแล้วกว่า 50 ราย ล่าสุดมี 8 ราย ที่กำลังติดต่อเข้าแจ้งความเนื่องจากที่ผ่านมาอับอายไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จากนั้นจึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยใช้อุบายหลอกลวงและกระทำ อนาจาร”

ที่มา ข่าวสด

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง