ชวน ปัดรีเทิร์นนายกฯหน3ย้ำการเมืองเปลี่ยนขั้วยาก
December 5, 2008
“ชวน” ปัด รีเทิร์นนายกฯ หน 3 ชี้ ปชป.จับขั้วตั้งรัฐบาลยากเพราะเสียงน้อย แต่หากเป็นไปได้ต้องให้”อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ ตามระบบพรรค
(5ธ. ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ว่า บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในช่วงของความสับสน แต่ก็เริ่มก้าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น โดยเฉพาะฝ่ายตุลาการที่พิจารณาคดียุบพรรค ซึ่งก็รู้สึกเห็นใจที่คนทำผิดเพียงคนเดียวต้องถึงขั้นยุบพรรค แต่กฎหมายเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราต้องยกย่องศาลเพราะไม่มีทางตัดสินเป็นอย่างอื่น ไม่เช่นนั้นท่านก็มีปัญหา ซึ่งเป็นตัวที่ชี้ให้เห็นว่า เราต้องเคารพกฎหมายในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งทุกอย่างจะเข้าสู่ครรลองตามกติกาอย่างตรงไปตรงมา การซื้อเสียงโกงเลือกตั้งก็จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบ ไม่อย่างนั้นก็จะย้อนเข้าสู่วัฎจักรโกงเลือกตั้งหาเงินมาซื้อเสียง เราต้องยอมรับว่านี้คือประสบการหนึ่งของประเทศที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ในอดีตอุปสรรคสำคัญของการเมืองคือ การปฎิวัติยึดอำนาจ แต่ต่อมาทหารมีความหนักแน่นยึดแนวทางประชาธิปไตยเคารพกฎเกณฑ์ ซึ่งสิ่งนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางบวก แต่คนไทยยังไม่มีประสบการณ์เรื่องการใช้เงินเลือกตั้ง เพราะเพิ่งปรากฎในช่วง 6-7 ปีที่ผ่าน ตอนนี้เรารู้แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร”นายชวน กล่าว
ผู้ สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีผู้เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นายกรัฐมนตรีหลายคน ไม่เว้นแม้แต่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน กล่าวว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่ขมขื่น ที่อะไรก็ได้ไม่มีข้อจำกัด เหนือสิ่งอื่นใดตัวบุคคลมาทีหลัง แต่ขอให้วิถีทางประชาธิปไตยเป็นหลักให้ได้ ส่วนกฎหมายจะมีจุดอ่อนบกพร่องอย่างไรเราค่อยแก้ไข ถ้ายังไม่แก้เราก็ต้องบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้คล้ายในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่แล้วนายชวนต้องขึ้นมาเป็นนายกฯแทน นายชวนก ล่าวว่า เวลาทำยากมาก และสถานการณ์ในขณะนั้นต่างกัน แต่ความคล้ายกันคือมีวิกฤตขณะนี้เกิดขึ้นภายนอก และภายใน แต่ในปี 40 เกิดจากวิกฤตภายใน พล.อ.ชวลิต ประกาศชัดเจนว่าประเทศเหมือนคนไข้จะตายแล้วจึงได้ประกาศลาออก ขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ มีเสียงน้อยกว่ารัฐบาลเพียง 2 เสียงเท่านั้น แล้ววันนั้นประชาชนไม่ยอมรับรัฐบาลนั้นแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็เข้ามาร่วมกับประชาธิปัตย์ โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องไปวิ่งเต้นหรือหว่านล้อม ทุกคนหันเข้ามาอยากขอให้พรรปคระชาธิปัตย์มาแก้วิกฤต เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นทำได้ง่ายกว่าปัจจุบัน และปัจจุบันเสียงของพรรคพลังประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ แตกต่างกันมาก แต่ก็ทราบดีว่ามีคนที่คิดอยากจะเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ซึ่งเป็นแค่คนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้าจะทำให้ได้จริงคงเป็นไปได้ยาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพยายามที่จะผลัดดันนายชวนให้เป็นนายกรัฐมนตรี แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปได้หรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยิ่งเป็นไปได้ยาก การเปลี่ยนขั้วว่ายากแล้ว ตัวบุคคลก็ยิ่งยาก เพราะมีระบบพรรคการเมืองอยู่ ว่าโดยหลักแล้วเราต้องยกย่องหัวหน้าพรรค ถือว่าหัวหน้าพรรคคือหลัก ซึ่งนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ติดประเด็นหล่านี้ เพราะนายอภิสิทธิ์ เคยพูดด้วยตัวท่านเองเสมอว่าถ้าจำเป็นอะไร ก็ไม่ต้องติดระบบพรรคเสมอไป ดังนั้นอย่าเพิ่งไปห่วงเรื่องตัวบุคคล เราคิดในโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนขั้วเป็นไปได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามีนักการเมือง มีความเห็นสอดคล้องอย่างนั้น ซึ่งยอมรับว่ามีส.ส.ในพรรคพลังประชาชนเดิมที่ตนสนิทด้วย อยากเปลี่ยนแปลงแต่ก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คงไม่ได้คิดเรื่องนี้
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง