ญาติร่ำไห้รับศพเหยื่อบึ้มพันธมิตรยันร่วมชุมนุมหลายครั้ง

November 20, 2008



แม่ลูกสาว-ลูกชาย ร่ำไห้แทบขาดใจรอรับศพพ่อ”เหยื่อบึ้มพันธมิตรฯ” เผย อาชีพค้าขายจ.ชลบุรี มาร่วมชุมนุมหลายครั้ง แต่ไม่คิดถูกระเบิด ต้องขาดเสาหลักของครอบครัว ระบุ ชุมนุมอย่างสงบแต่อีกฝ่ายกระทำรุนแรง

(20พ.ย.) ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในทำเนียบรัฐบาลเข้า รักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จนทำให้นายเจนกิจ กลัดสาคร อายุ 48 ปี เสียชีวิต ล่าสุดนางปิญชาน์ สุขภูตานันท์ อายุ 36 ปี พร้อมญาติพี่น้องเดินทางมารอรับศพ นายเจนกิจ กลัดสาคร ซึ่งเป็นสามี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้าเสียใจ
“ช่วงเกิดเหตุฉันกับสามีนั่งฟังปราศัยอยู่หน้าเวที ซึ่งตอนนั้นมีคนอยู่ฟังบ้าง และช่วงกำลังนั่งอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น แต่ไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใด และหันไปมองสามี ก็เห็นมีเลือดไหลลงมาจากคอ ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากคนแตกตื่นด้วยเสียงระเบิด ฉันเข้าไปประคองสามีก็มีคนเข้าช่วย และฉันพยุงสามีไปที่เต้นท์พยาบาล ตอนนั้นสามีเสียเลือดมาก ซึ่งไม่ได้คุยกันพยาบาลก็ทำการรักษา ก่อนนำตัวส่งที่รพ.รามา แต่สามีก็มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล” นางปิญชาน์ กล่าว

เธอกล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นกับครอบครัว ซึ่งสามีเป็นเสาหลักครอบครัว และเรามาชุมนุมด้วยใจ ไม่ใช้อาวุธหรือความรุนแรง แต่เขากลับใช้ความรุนแรงกับเราจนต้องมาเสียชีวิต จริงแล้วตนกับสามีเดินทางมาร่วมชุมนุมกว่า 10 ครั้งแล้ว ส่วนใหญ่มากับเพื่อนพ่อค้าด้วยกัน ทั้งรถส่วนตัวบ้างรถตู้บ้าง แต่ครั้งนี้มาโดนเหตุการณ์แบบนี้ก็คิดอะไรไม่ออก คงต้องนำศพสามีไว้ที่วัดโสมมนัส และต้องปรึกษากับแกนนำพันธมิตรฯว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งตนกับสามีแต่งงานมา 10 กว่าปี มีลูก 2 คน อาชีพขายของชำ และอาหารตามสั่ง สามีเป็นคนจ.ชุมพร ก็ได้มาค้าขายที่สัตหีบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 10.30 น. ด.ญ.ลิปิการ์ กลัดสาคร หรือน้องปุ๊กกี้ อายุ 11ปี นักเรียนป.6 และ ด.ช.ศิรชัช กลัดสาคร หรือ ปังปอนด์ อายุ 7 ขวบ ลูกสาวและลูกชายของนายเจนกิจ เดินทางมาที่โรงยาบาล เมื่อเจอมารดาต่างโผเข้ากอดร่ำไห้ โดยลูกทั้ง 2 คนได้ถามถึงพ่อตลอดเวลาว่า”พ่ออยู่ไหน”

ด.ญ.ลิปิการ์ กล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเวลา 07 .00 น.มารดาได้โทรศัพท์มาที่บ้าน พร้อมบอกให้ตนเก็บเสื้อผ้าของพ่อที่ชอบ ซึ่งมีเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ หมวกสีดำ เสื้อกล้ามคอกลม ถุงเท้า และอัลบั้มรูปที่ชอบที่สุด และระหว่างที่คุยกันตนได้ยินเสียงแม่ไม่ค่อยดี จึงถามแม่ว่าป๋าตายหรือ แม่ว่าใช่ตนก็รู้สึกเสียใจที่พ่อต้องจากไป และสงสารพ่อ ซึ่งที่จริงแล้วก่อนที่พ่อจะออกจากบ้านก็เห็นพ่อแต่งตัวมาชุมนุมกับแม่

“ตอนนั้นหนูยังชมว่าพ่อเท่จังเลย เหมือนศรันญู พ่อได้ยินแล้วก็ยิ้ม ซึ่งตอนนั้นหนูบอกพ่อว่าอยากไปบ้าง แต่พ่อบอกไม่ให้ไป เพราะพ่อกล้วว่าจะโดนระเบิด แต่พ่อก็บอกว่าไปกู้ชาติ พ่อไม่ได้ไปทำอะไร ตอนนี้ก็รู้สึกสงสารแม่ เพราะขาดพ่อไปก็เหมือนกับขาดเสาหลัก และที่ผ่านมาก็รู้ว่าพ่อกับแม่มาบ่อย เพราะพ่อบอกว่ามาคุ้มกันให้แม่ เพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ด.ญ.ลิปิการ์ กล่าวทั้งน้ำตา

ด้าน นายสุทัศ จันทร์สม อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ตนกับครอบครัวผู้ตายได้เดินทางมาชุมนุมหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้เดินทางมา 5 คน มารถส่วนตัว ซึ่งไม่กลัวคำขู่ของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธแดง เพราะถ้าหากเป็นอะไรก็ยอม เรามายึดทำเนียบรัฐบาล เป็นความผิดแค่เล็กน้อย แต่กับการโกงกินชาติมันเป็นความผิดมากจึงอยากได้ความถูกต้องและเป็นธรรม ผู้ตายเป็นคนจริงใจตรงไปตรงมา และรักความถูกต้อง เรามาร่วมชุมนุมไปกลับ และมาเพื่อเป็นกำลังเพราะว่าเกรงว่าคนอาจจะน้อย

“ช่วงก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผมกำลังเดินทางลับแล้ว ตอนนั้นผมเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว จังหวะที่เดินมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียระเบิดได้วิ่งออกมาด้านหน้าเวที บางคนก็วิ่งตกใจ บางคนก็นอนหลับ และนั่งฟังอยู่หน้าเวที ตอนนั้นก็ได้วิ่งไปหาคนตาย พบว่ามีสะเก็ดระเบิดเข้าที่คอด้านซ้าย ก่อนที่จะนำตัวส่งเต้นท์พยาบาล ก่อนส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิต ต่อไปก็จะมาชุมนุมกันอีกไม่หวั่นว่าจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นและไม่กลัวคำพูดของ เสธแดง”นายสุทิศ กล่าว
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง