วันนี้ (9 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. แถลงผลการจับกุม นายไฮน์ ดีเทอร์ เบคเกอร์ อายุ 64 ปี ชาวเยอรมันนี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่ ส.417/2552 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2552 ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีคนร้ายวางเพลิงตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัท ทีโอที จำนวน 11 ตู้ และป้ายโฆษณาที่ติดตามป้ายรถเมล์จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ สน. ทองหล่อ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบก. หัวหน้าศูนย์สืบสวนนครบาล ติดตามจับกุมคนร้าย และจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดจากจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม สามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ และจากการตรวจสอบทราบว่า นายเบคเกอร์ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม พบว่าเป็นบุคคลเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เข้าจับกุมตัว และจากการตรวจค้นไฟแช็คจำนวน 2 อัน

จากการสอบสวน นายเบคเกอร์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาเที่ยวเมืองไทยหลายครั้ง และชื่นชอบเมืองไทย หลังจากเกษียณอายุจากการรับราชการทหารและมีเงินบำนาญ จำนวนหนึ่ง จึงได้เดินทางเข้ามาเมืองไทยอีกครั้ง โดยเข้ามาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2551 แต่เมื่อไปเที่ยวพัทยา กลับถูกหลอกจนหมดตัว ซ้ำบัตรเอทีเอ็มที่มีอยู่ ถูกยึดไป ทำให้หมดเนื้อหมดตัว ต้องอาศัยนอนตามป้ายรถเมล์

“ผมต้องแคะเงินเหรียญตามตู้โทรศัพท์ ได้ตู้ละ 5 บาทบ้าง 10 บาทบ้าง เมื่อหาได้หลายตู้ ก็พอประทังชีวิตได้ แต่ช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้เศษเงิน จึงเกิดความเครียด ประกอบกับถูกคนเร่ร่อนด้วยกันขับไล่ ไม่ให้นอน จึงคิดว่าถ้าตัวเองไม่ได้นอน คนอื่นก็ต้องไม่ได้นอน จึงได้เผาทั้งตู้โทรศัพท์และป้ายรถเมล์ เพื่อระบายความเครียด” นายเบคเกอร์ กล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ อู่ยายโสม ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเจซี เดอโก ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า ป้ายโฆษณาตามป้ายรถเมล์ ที่บริษัทตนรับผิดชอบในพื้นที่ กทม. ถูกเผาทำลายจำนวน 23 ป้าย ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ในพื้นที่ สุขุมวิท พระราม 4 และรัชดา เมื่อทราบว่าผู้ต้องหาถูกจับกุม จึงเดินทางมาดู แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาคนเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ที่ห่างกัน แต่ก็ต้องรอดูความชัดเจนจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพราะความเสียหามูลค่าความเสียที่เกิดขึ้นมีกว่า 4 ล้านบาท