พันธมิตรฯถูกหญิงขับรถป่วนพร้อมตะโกนด่า“เกลียดพันธมิตรฯ”ระหว่างเคลื่อน ขบวนมาถึงแยกราชดำริ ด้านนปช.นัดรวมพลมอบ ดอกไม้ให้กำลังใจตำรวจ ปลุกให้ต้านทหารปฏิวัติ พร้อมจี้เอาผิดแกนนำพันธมิตรฯ

(20ต. ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯเดินมาถึงแยกราชดำริ ปรากฏว่ามีเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีหญิงคนหนึ่งขับรถยนต์ผ่านมายังกลุ่มพันธมิตรฯเดินขบวน พร้อมทั้งเปิดกระจกรถลงมาและตะโกนด่าด้วยเสียงอันดังว่า“เกลียดพันธมิตร“ทำ ให้ประชา ชนผู้ชุมนุมร่วมกลุ่มพันธมิตรฯไม่พอใจและพยายามฮือเข้าไปล้อมรถ แต่การ์ดพันธมิตรฯได้สกัดไม่ให้เข้าล้อมรถทำให้รถคนคันนั้นขับผ่านไปได้ อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้รถเครื่องเสียงของพันธมิตรฯคันหนึ่งเกิดเสียกลางคัน ทำให้การเดินขบวนของพันธมิตรฯต้องหยุดลง โดยต้องนำรถมาลากรถคันที่เสียและขบวนก็เดินต่อไปได้ ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ได้มุ่งหน้าไปที่พระบรมรูปร. 6 ที่สวนลุมพินี และจะสลายตัวกันที่นั่น

นายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงข่าวกรณีมีข่าวช่วงนี้อาจมีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ว่า กลุ่มพันธมิตรฯประเมินว่าช่วง 2 วันนี้อาจมีการสร้างสถานการณ์ที่รุนแรงได้ เพราะฝ่ายสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และโยงใยรัฐบาลไม่ต้องการให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองอ่านคำพิพากษาได้ในสถานการณ์ปกติ

ดังนั้นจึงน่าจะมีการใช้การข่มขู่ว่าจะก่อเหตุโดยใช้ความรุนแรงให้ เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายพันธมิตรฯไม่ต้องการเผชิญหน้า จึงจะอยู่ในที่ตั้งในทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก และการดาวกระจายในวันนี้ก็ไม่ได้เป็นการกดดัน แค่ไปแจกซีดีเอกสารเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะกลุ่มพันธมิตรฯไม่ต้องการเผชิญหน้ากับกลุ่ม นปช. ตำรวจต้องกันนปช.ไม่ให้เข้ามาใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตรฯ

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีข่าวว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมขอเวลา ผบ.ทบ.อีก 2 เดือน เพื่อจัดพิธีสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจทางการเมือง นายพิภพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าข่าวนี้จริงหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีและผบ.เหล่าทัพ ก็ไม่มีใครออกมาให้สัมภาษณ์ แต่ในความเห็นของกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ความผิดของนายกรัฐมนตรีมีอยู่ 2 แบบ คือ ความผิดตามกฎหมาย และความผิดทางการเมือง ซึ่งในทางการเมืองนั้นความรับผิดชอบต้องมาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับนักการเมือง เมื่อเกิดเหตุวันที่ 7 ต.ค. โดยที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ยับยั้ง นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะพยายามหลีกเลี่ยงว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการก็ตาม แต่ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและนักการเมือง เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น นายกรัฐมนตรีก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกทันที และการที่ ผบ.เหล่าทัพออกมาพูด ก็ไม่ได้มีเงื่อนไขว่าจะต้องให้เวลานายกรัฐมนตรี 2 เดือน แต่ได้พูดให้นายกรัฐมนตรีลาออกทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ส่วนความผิดทางกฎหมายนั้นก็ใช้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ท่าทีของนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะอยู่ใน ตำแหน่งต่อ แล้วกลุ่มพันธมิตรฯจะมีวิธีกดดันอย่างไร นายพิภพ กล่าวว่า การกดดันจะมาจากทุกภาคส่วนของสังคม แม้แต่กองทัพก็ออกมากดดันด้วย เชื่อว่าแรงกดดันจะไปถึงจุดที่นายกรัฐมนตรีต้องลาออก แต่การกดดันทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวทางสันติวิธี ส่วน ผบ.เหล่าทัพจะมีแผนในการกดดันนายกรัฐมนตรีให้ลาออกอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ แต่เมื่อ ผบ.เหล่าทัพได้ก้าวออกมาในที่สาธารณะ แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ก็เชื่อว่าทาง ผบ.เหล่าทัพจะต้องมีแผนอื่น ๆ ตามมาแน่นอน แต่การแสดงออกของ ผบ.เหล่าทัพนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯก็จะใช้เหตุผลตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมกดดันรัฐบาลต่อไป

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าตำรวจจะสลายการชุมนุม นายพิภพ กล่าวว่า ตำรวจไม่มีสิทธิ์สลายการชุมนุม ตราบใดที่การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติวิธี และอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ อยู่ในกรอบอารยะขัดขืน การยึดทำเนียบรัฐบาลโดยไม่เข้าไปในอาคารต่าง ๆ นั้น ถือว่ายังอยู่ในกรอบของสันติวิธีและอารยะขัดขืน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เราไม่กลัวตำรวจจะสลายการชุมนุม เพราะคิดว่าตำรวจจะไม่ทำ แต่เรากลัวว่าตำรวจจะใช้ นปช. ซึ่งถือว่าเป็นความผิดของรัฐบาลที่ไปสร้างกลุ่มที่เป็นหัวคะแนนของตัวเองมา ทำร้ายประชาชน ซึ่งตนถือว่ารัฐบาลกำลังถลำลึกไปเรื่อย ๆ ในการใช้ความรุนแรง เมื่อใช้ความรุนแรงโดยตำรวจไม่ได้ก็ไปจ้างประชาชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นหัวคะแนน ของตัวเองมาใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งจะก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มที่รัฐบาลจ้างมานั้นเป็นกลุ่มเดียวกับของ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค หรือไม่ นายพิภพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า พล.ต.อ.สล้างได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตราใด ที่ออกมาข่มขู่ประชาชน เพราะตอนนี้ พล.ต.อ.สล้างเป็นแค่ประชาชนปกติเท่านั้น เพียงแต่รัฐบาลและสตช.ไม่ระมัดระวังที่ปล่อยให้ พล.ต.อ.สล้างไปแถลงข่าวยั่วยุข้าราชการตำรวจคนอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นความบกพร่องของ สตช.ที่เปิดโอกาสให้อดีตนายตำรวจแสดงการข่มขู่ และทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นนโยบายของ สตช.หรือไม่

สตช.ต้องแถลงให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนนปช.หรือส่งตำรวจนอกเครื่องแบบ ไปอยู่ในกลุ่ม นปช. หรือให้ตำรวจที่เกษียณแล้วใช้สถาบันของตำรวจเป็นเครื่องมือในการข่อขู่ ประชาชนหรือไม่ เพราะถ้าตำรวจยังทำอย่างนี้ ตำรวจจะไม่ได้รับความรักและความไว้วางใจจากประชาชนและศักดิ์ศรีของตำรวจก็จะ ลดลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายสำหรับสังคมไทย เพราะขณะนี้ตำรวจเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากเกินไป ถ้า สตช.ไม่แถลงเรื่องนี้ให้ชัดเจนจะถือว่าให้การสนับสนุนอดีตตำรวจมาข่อขู่ ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่ากลุ่มนปช.เคลื่อนไหวมากขึ้นอย่างนี้ พันธมิตรฯจะต้องยุติการดำเนินการต่าง ๆ ไว้ก่อนหรือไม่ นายพิภพ กล่าวว่า เราจะระมัดระวังเรื่องการเผชิญหน้า แต่เป้าหมายของเราจะไม่เปลี่ยนแปลงในการกดดันรัฐบาล ดังนั้นตำรวจและทหารจะต้องดูแลไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า และกั้นกลางไม่ให้ นปช.เข้ามาทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ และตำรวจต้องไม่เป็นผู้กระทำการเสียเอง เพราะวันนี้กลุ่มพันธมิตรฯไม่วางใจตำรวจ ดังนั้นทหารต้องมีหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 11.00 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายชินวัตร หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิไตยแห่งชาติ (นปช.รุ่น 2) พร้อมแนวร่วมกว่า 100 คน นำดอกกุหลาบมอบให้ตำรวจเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งยืนหนังสือเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เร่งรัดดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.สุทธินาท สุดยอด รองเลขานุการตำรวจแห่งชาติ (รอง ลก.ตร.) เป็นผู้แทนรับมอบ

นายสมยศ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเร่งรัดดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงโดยนำหลักฐาน ออกตีแผ่ให้สังคมรับรู้ถึงพฤติกรรมป่าเถื่อนของพันธมิตรฯ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ และผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดกฎหมายอาญา และต่อรัฐธรรมนูญปี 2550

นายสมยศ กล่าวต่อว่า หากผู้นำเหล่าทัพหรือทหารกลุ่มใดก่อการรัฐประหาร ตำรวจต้องออกมาต่อต้าน ต้องทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย โดยการเข้าจับกุมดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับกลุ่มผู้ก่อการรัฐประหารในฐานะกบ ฎ ซึ่งประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะยืนหยัดอยู่ข้างตำรวจเพื่อทำหน้าที่รักษาระบอบ ประชาธิปไตย พร้อมกันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเพิ่มขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ในการจับกุมกลุ่มพันธมิตรฯ ผู้กระทำผิดกฎหมาย ด้วยการเพิ่มเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และเลื่อนขั้นให้เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นปช.รุ่น 2 ได้มอบดอกกุหลาบและยื่นหนังสือเรียกร้องดังกล่าวเสร็จแล้ว แกนนำได้นำแผ่นผ้าขอความให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ และโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ ไปติดไว้ที่ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มา คมชัดลึก