ศาลแพ่งไต่สวนฉุกเฉิน ขับไล่ พันธมิตรฯพ้นสุวรรณภูมิ
November 26, 2008
ทอท.เปิดฉากฟ้องขับไล่ พันธมิตรฯออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ้างชุมนุมปิดล้อมทำให้ ทอท.เสียหายยับ ศาลแพ่งเปิดบัลลังก์ไต่สวนฉุกเฉินฝ่ายโจทก์แล้ว พร้อมให้รอฟังคำสั่งวันนี้
วันนี้( 26 พ.ย.) มื่อเวลา 17.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานฯ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวม 13 คน เป็นจำเลยฐานละเมิดและขับไล่ พร้อมยื่นคำร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเปิดไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครอง ชั่วคราวให้พวกจำเลยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิทันที

ทั้งนี้ศาลแพ่งรับคำร้องและเปิดห้องพิจารณาคดี 310 ทำการไต่สวนฉุกเฉิน เมื่อเวลา 18.00 น.โดย ฝ่ายโจทก์มีนายเสรีรัตน์ ขึ้นเป็นพยานเบิกความเพียงปากเดียว สรุปเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรฯบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 14.00 น.ได้มีกลุ่มบุคคลใช้รถบัส และรถยนต์บุกเข้ามาปิดการจราจรบริเวณทางยกระดับเข้าอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นเมื่อมีประชาชนมาสมทบกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ฝ่าแนวสกัดของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ และใช้กำลังผลักดันบุกเข้าไปทางประตู 2 ของอาคารผู้โดยสารขาออก พร้อมกับส่งเสียงอื้ออึงและใช้เครื่องมือส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารและเดิน กระจายไปทั่วอาคารทำให้ผู้โดยสารหวาดกลัวบางรายถึงขั้นวิ่งหลบหนีออกจากตัว อาคาร เมื่อพยานประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และฝ่ายการเมืองแล้วเห็นว่าหากปล่อยให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวอยู่ในตัวอาคารจะ ทำให้การบริการมีปัญหาอาจเกิดอันตรายกับผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการ จึงประกาศหยุดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเฉพาะในส่วนของผู้โดยสารขาออก ในเวลา 21.00 น.ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างอยู่ในตัวอาคารผู้โดยสารขาออกกว่า 3,000 คน
หลังจากนั้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 พ.ย.พยานได้มอบให้ผู้แทนเข้าเจรจาแต่ปรากฏว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ยื่นข้อ เสนอให้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิแบบเต็มรูปแบบมิฉะนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พยานจึงต้องประกาศปิดการบริการสนามบินสุวรรณภูมิอย่างเต็มรูปแบบจนถึง ปัจจุบัน ซึ่งการปิดท่าอากาศยานในครั้งนี้ส่งผลกระทบให้ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทาง เข้าเข้าออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ 1.1 แสนคนต่อวัน เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกไม่สามารถขึ้นลงได้ 700 เที่ยวต่อวัน ผู้โดยสารตกค้างกว่า 3,000 คน และโจทก์ต้องสุญเสียรายได้จากการให้บริการท่าอากาศยานกว่า 50 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งในการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าอยู่ใน ความกำกับดูแลของพวกจำเลย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยและกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากอาคารท่าอากาศยานสนาม บินสุวรรณภูมิโดยทันทีเพื่อให้โจทก์ได้ประกอบกิจการต่อไป ทั้งนี้ศาลให้รอฟังคำสั่งในวันนี้
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง