ศาลให้ใบแดง ยุทธ ตู้เย็น
July 9, 2008
ศาลฎีกายืนใบแดง “ยงยุทธ” ตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่เขต 3 เชียงราย แทน “ละออง” ที่โดนใบเหลือง กองเชียร์ “ยงยุทธ” ไม่พอใจคำตัดสิน ขว้างขวดน้ำ-ถุงฉี่ปาเข้ารั้วศาล ด้าน กกต.เตรียมลงดาบสองเชือดยุบพรรคต่อ ขณะที่ พปช.เผยเตรียมพรรคสำรองไว้แล้ว “แม้ว” เล็งยกเครื่องปรับครม.ใหญ่กู้ภาพลักษณ์ หรืออีกทางจับมือ ปชป.ตั้งรัฐบาล ขณะที่พรรคร่วมระงมคัดค้านยุบสภา พันธมิตรเตรียมล่า 2 หมื่นชื่อ ถอดถอน 2 ผู้พิพากษาที่ตัดสินให้รื้อเวที-เปิดถนน
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 14.40 น. นายสาคร ศิริชัย ทนายความนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสนั่น วาริทสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายยงยุทธ และ น.ส.ละออง ติยะไพรัช เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีใบแดง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง (ใบแดง) นายยงยุทธ และใบเหลืองแก่ น.ส.ละออง มาก่อนหน้านี้
นายสาคร กล่าวว่า การที่นายยงยุทธ และน.ส.ละออง ไม่มาฟังคำสั่งเอง เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวที่ใช้เวลารวบรวมจิตใจ อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ทั้งสองไม่จำเป็นต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตัวเองก็ได้ อย่างไรก็ดีไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในทางบกหรือลบ ทั้งสองก็พร้อมจะยอมรับ อย่างไรก็ตามนายยงยุทธจะไปเปิดแถลงข่าวที่พรรคพลังประชาชน ทันทีที่ทราบผลคำพิพากษา โดยเตรียมแถลงข่าวเวลา 17.00 น.
ส่วนหากศาลสั่งตัดสิทธิ์การเมือง นายยงยุทธจะทำอย่างไร นายสาคร กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับนายยงยุทธ คิดว่าคงทำให้หมดอนาคตทางการเมืองและต้องเลิกเล่นการเมืองโดยปริยาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันมีกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพยานคดีฝ่ายนายยงยุทธ นำโดยนายพัฒน์ ก้างออนตา กำนัน ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน รองประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน เดินทางมาที่ศาลฎีกาด้วย
ทั้งนี้จากการพูดคุยกลุ่มกำนัน ระบุว่า เดินทางมาเองเพื่อจะให้กำลังใจนายยงยุทธ อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาหลังจากที่นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า มาเบิกความเป็นพยานฝ่าย กกต. กลุ่มกำนันในพื้นที่ก็ยังทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกัน ซึ่งการทำงานของกำนัน ก็แบ่งพื้นที่กันเป็นตำบลอยู่แล้ว
กระทั่งเวลา 16.30 น. องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ ลต. 38/2551 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และน.ส.ละออง ติยะไพรัช น้องสาวนายยงยุทธ ส.ส.แบ่งเขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ผู้คัดค้านที่ 1-2 กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พ.ศ.2550 ด้วยการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการแจกเงินให้กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธ แจกเงินซื้อเสียงเพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน
ศาลใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษานานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนจะมีคำวินิจฉัยยืนตามใบแดงและให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายยงยุทธเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่ง อีกทั้งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 จ.เชียงราย 1 คนแทน น.ส.ละออง ที่ได้ใบเหลือง
โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 (นายยงยุทธ) กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 53 และการกระทำดังกล่าวมีผลทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดเชียงราย มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขณะเดียวกันศาลได้พิเคราะห์ว่า กกต.มีอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน และการวินิจฉัยชี้ขาด รวมทั้ง กรณีที่นายยงยุทธให้เงินกับกำนัน ใน อ.แม่จัน ทั้ง 10 คน ที่มาพบที่กรุงเทพฯ เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนายยงยุทธและน.ส.ละออง จะยังไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชนก็ตาม แต่ขณะนั้นได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว
หลังจากนี้ศาลจะแจ้งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรีให้รับทราบ และติดประกาศคำสั่งที่หน้าศาลต่อไป
ด้านนายสาคร ศิริชัย ทนายความนายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์หลังฟังคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งว่า หลังฟังคำสั่งศาลแล้วค่อนข้างมั่นใจว่า พรรคพลังประชาชนถูกยุบไปตามกรรมการบริหารพรรคอย่างแน่นอน คงเป็นไปตามข้อกฎหมาย นอกจากจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือที่เรียกว่าปาฏิหาริย์แต่ดูแล้วคงไม่มี เป็นไปได้ยาก
ม็อบปาขวดน้ำ-ถุงฉี่ไม่พอใจผลตัดสิน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาให้ใบแดงและตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีนายยงยุทธแล้ว กลุ่มต่อต้านพันธมิตรที่อยู่ด้านนอกศาล โห่ร้องด้วยความไม่พอใจ โดยเหตุการณ์ภายนอกศาลเริ่มตึงเครียด พร้อมทั้งมีกลุ่มต่อต้านพันธมิตรที่อยู่นอกรั้วศาลได้ใช้โทรโข่ง ตะโกนต่อว่าศาล ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และช่วยกันเขย่าประตูของศาล นอกจากนี้ยังมีการโยนก้อนหินและถุงพลาสติกซึ่งภายในบรรจุน้ำสีเหลืองเข้ามาด้านใน ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวต้องวิ่งหลบกันไปคนละทิศละทาง โดยถุงดังกล่าวได้ตกลงพื้นแตกกระจายและส่งกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นปัสสาวะไปทั่วบริเวณ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปสอบถามกลุ่มบุคคลที่หน้ารั้วศาลว่า จะมีการเคลื่อนไหวไปที่ไหนต่ออีกหรือไม่ ขณะที่นายวรัญชัย ชัยชนะ แกนนำต่อต้านพันธมิตร กำลังจะเดินมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวสยามรัฐ ระหว่างนั้นได้มีผู้ชุมนุมชายนายหนึ่งเดินมาทางด้านขวาของผู้สื่อข่าวแล้วถอดรองเท้าตบบริเวณหน้าผู้สื่อข่าวสยามรัฐ แต่ไม่โดนเนื่องจากติดประตูรั้วเหล็ก
ขณะเดียวกันได้มีช่างภาพที่พยายามถ่ายภาพกลุ่มต่อต้านพันธมิตร ถูกหญิงสูงวัยพยายามเอาร่มทิ่มแทงช่างภาพผ่านช่องประตูรั้วเหล็กเข้ามา ทำให้ช่างภาพถอยหลังออกมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาห้ามปราม พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ศาลได้พยายามถ่ายรูปกลุ่มที่มาสร้างความวุ่นวาย และทำการหมิ่นศาลเพื่อเป็นหลักฐาน
กกต.ลงดาบสองเชือดยุบ พปช.
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า หากศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ นายทะเบียนพรรคการเมืองก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องยุบพรรคการเมืองต่อไป โดยมีอัยการสูงสุดพิจารณาชั้นหนึ่งก่อน หากอัยการสูงสุดเห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ต้องกลับมาตั้งคณะกรรมการร่วม ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับกรณียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามหากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ถือว่าจบ
เมื่อถามถึงความพร้อมของ กกต. เนื่องจากมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอาจจะเลือกยุบสภา หากมีวิกฤติด้านต่างๆ รุมเร้า นายสมชัยกล่าวว่า ไม่ห่วงรัฐบาลว่าจะยุบสภาหรือไม่ แต่หากยุบสภาจริง กกต.เราก็มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะ กกต.เป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ขอให้มีงบประมาณ และอุปกรณ์ครบ ไม่มีปัญหาอะไรแน่ๆ
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า หากศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือให้ใบแดงนายยงยุทธ ก็ต้องพ้นสภาพ ส.ส. และให้เลื่อนผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนในลำดับถัดไปของพรรคขึ้นมาแทน และ กกต.จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนการยุบพรรค เหมือนกับที่เคยตั้งในกรณียุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย
ส่วนกรณีของ น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.พลังประชาชน เขต 3 จ.เชียงราย นั้น ก็จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่ง น.ส.ละอองก็ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับการเลือกตั้งเหมือนเดิม ขอยืนยันว่า กกต.จะไม่มีการเลือกปฏิบัติกับพรรคการเมืองอย่างแน่นอน
เผยวันพุธนี้ถึงคิว “วัฒนา-ไชยา”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น.วันพุธที่ 9 กรกฎาคมนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดตัดสินคดีทุจริตก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสีย (คลองด่าน) ที่มีนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นจำเลย
ขณะที่เวลา 15.00 น.วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดคุณสมบัติของนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข กรณีภรรยาถือครองหุ้นเกินร้อยละ 5
พปช.ไม่เสียขวัญ-พร้อมรับสภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคพลังประชาชน ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.30 น.เป็นต้นมา ได้มีการประชุมพรรคโดยมีนายสุวัจน์ วรรณศิริกุล ส.ส.กทม.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมโดยมีแกนนำ อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค เข้าร่วมประชุมพร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคในภาคต่างๆ เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในประเด็นต่างๆ อาทิ รวมทั้งกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ด้วย
ส่วนนายยงยุทธ ที่เดิมมีกำหนดจะเปิดแถลงข่าวที่พรรค หลังทราบผลการตัดสินของศาลฎีกาฯ แต่ปรากฏว่าได้สั่งยกเลิกกะทันหัน
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า สมาชิกได้หารือกันอย่างกว้างขวางและยอมรับการตัดสินดังกล่าวโดยดุษณี ซึ่งทุกคนก็รับฟัง แต่รู้สึกเสียใจกับนายยงยุทธ ที่ถูกคำพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ต้องต่อสู้กันต่อไปด้วยเหตุผลและหลักฐานที่เรามีอยู่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่รู้สึกเสียขวัญแต่อย่างใดและพรรคขอให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้ทำงานอย่างอดทน เพื่อให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากปัญหา
ทั้งนี้มีรายงานว่านายสมัคร เก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้านพัก ที่หมู่บ้านโอฬาร ถนนนวมินทร์ 81
พปช.เตรียมเสนอสมัครปรับครม.
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า ทราบว่าแกนนำพรรคจะเสนอนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและหัวหน้าพรรคปรับครม.เร็วๆ นี้ โดยจะรอดูผลคดีของนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ ในคดีไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน รวมทั้งยังรอดูว่าอัยการสูงสุดจะรับคำฟ้อง คตส.เรื่องคดีหวบบนดินที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว.การคลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม ซึ่งเคยร่วมครม.ชุดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโดนฟ้องร้องและต้องยุติการทำหน้าที่หรือไม่
รายงานข่าวกล่าวว่า การปรับครม.ครั้งนี้จะเป็นการปรับใหญ่ ไม่ใช่ปรับเล็ก เพราะต้องกู้ภาพลักษณ์รัฐบาลให้เร็วที่สุด จะโละครม.ภาพลักษณ์ไม่ดี รวมทั้ง ครม.โควตาออกไป โดยจะเน้นทีมเศรษฐกิจ เช่นนายทนง พิทยะ นายโอฬาร ไชยประวัติ เข้ามาในทีมเศรษฐกิจ ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และนพ.สุรพงษ์ อาจโดนโยกจากตำแหน่งเดิมไปเสียบในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกว่า แต่ นพ.สุรพงษ์และนายมิ่งขวัญ อาจไม่ยอมทำตามก็ได้ เพราะอ้างว่างานที่ทำไปนั้นก็ทำตามแนวทางพรรคพลังประชาชน ตรงนี้ก็อาจเกิดแรงต่อรองภายในจนอาจทำให้การปรับครม.ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
รายงานข่าวกล่าวว่า และเป็นไปได้ว่าหลังการปรับครม.ใหญ่ไปสักระยะ อาจจะเปลี่ยนตัวนายกฯ เพราะต้องรอดูว่าคดีความต่างๆ ที่นายสมัครต้องสู้คดีนั้นจะแพ้หรือชนะคดี หากแพ้คดีก็ต้องเปลี่ยนตัว แต่ตอนนี้นายสมัคร ยังเป็นนายกฯ ไปจนกว่าผลคดีเหล่านั้นจะออกมา หากนายสมัครชนะคดีก็เป็นนายกฯ จนกว่าจะเสร็จสิ้นเรื่องยุบพรรค
รายงานข่าวอีกด้านของพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า ยอมรับว่าช่วงก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เจรจากับพรรคประชาธิปัตย์ในการร่วมตั้งรัฐบาล แต่เงื่อนไขนี้ตกไป เพราะพรรคพลังประชาชนต้องเป็นแกนนำจัดตั้งและนายกรัฐมนตรีต้องเป็นโควตาของพรรคพลังประชาชน ดังนั้นเงื่อนไขนี้จึงล่มไปทันที แต่ในเมื่อขณะนี้คดีความต่างๆ ที่พรรคพลังประชาชนต้องประสบอยู่แบบเบื้องล่าง เงื่อนไขนี้ก็อาจถูกนำมาใช้อีกครั้ง โดยจะยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ทุกอย่าง โดยขอแลกเปลี่ยนคดีต่างๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ
“เสนาะ”ชี้เร็วไปที่จะพูดเรื่องเปลี่ยนขั้ว
นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาพิพากษายืนตามมติ กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่า คิดว่าจะเร็วเกินไปสำหรับการตัดสินใจถามกันเรื่องการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ตอนนี้เขาก็ยังต่อสู้เรื่องการถูกยุบพรรคต่อไป ตนไม่อยากพูดในนามพรรค แต่ตนจะพูดในนามนายเสนาะ เทียนทอง ที่อยู่ทำหน้าที่นี่มา 30 กว่าปี อยู่กันมาตั้งนาน ไม่เคยมีระบบยุบพรรค ก็ให้ตนได้ตั้งสตินิดหนึ่ง แต่คงจะมีการปรึกษาหารือกับพรรคร่วมอื่นๆ แน่นอน การยุบสภาก็เป็นอำนาจเด็ดขาดของนายกรัฐมนตรี เราอยู่ในเรือลำเดียวกัน เรือกำลังอยู่ในคลื่นลูกใหญ่ และพายุหมุน เราจะประคองเรือลำนี้อย่างไร
ชท.ค้านยุบสภาอุ้มคนๆ เดียว
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์กรณีหากนายยงยุทธโดนใบแดง อาจจะส่งผลให้มีการยุบสภา ว่ามั่นใจว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะไม่ตัดสินใจยุบสภา เพราะนายสมัครพูดหลายครั้งแล้วว่าจะไม่ยุบ ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาการเมืองจะต้องได้รับการแก้ไขในสภา ขณะเดียวกันส่วนตัวเชื่อว่าการเมืองยังไม่ถึงทางตัน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากนายยงยุทธโดนใบแดงแล้วต้องมายุบสภา ขอถามกลับว่าสภามีความผิดอะไร ที่ต้องมารับผิดชอบกับเรื่องของคนไม่กี่คน ยุบไปแล้วใครเสียประโยชน์ คำตอบก็คือประชาชน ถามประชาชนทั้งประเทศก็ยังไม่อยากให้ยุบสภา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องปัจเจกบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับระบบรัฐสภา
“แค่เรื่องนายยงยุทธ โดนใบแดง แล้วทำให้จะต้องยุบสภา การเมืองประเทศไทยคงไม่เป็นการเมือง เป็นแค่ของเล่น ต่างประเทศจะหัวเราะเยาะเอาว่าการเมืองประเทศไทยเล่นกันง่ายๆ อย่างนี้ แค่คนไม่กี่คนมีความผิดจะต้องให้ ส.ส.ทั้งสภามารับผิดชอบ” นายสมศักดิ์กล่าว
“เติ้ง” ปัดตอบหมักยุบสภาหนีปัญหา
นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงคดีใบแดงของนายยงยุทธ ว่าคดีนี้หากศาลพิพากษาใบแดงให้นายยงยุทธ ขั้นตอนกระบวนการจะต้องส่งเรื่องไปที่ กกต.ซึ่งเป็นต้นเรื่องตามระบบ ส่วนขั้นตอนก่อนจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคพลังประชาชน จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าตอนนี้บ้านเมืองก็วุ่นวายอยู่แล้ว มีแต่ความแตกแยก ตนอยากให้เมืองไทยเป็นแบบอเมริกาที่หลังการเลือกตั้งอาจจะกลับมาสามัคคีกัน เพื่อผลักดันให้ประเทศเจริญก้าวหน้า แต่คนไทยเราไม่ยอมกันเลย
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคชาติไทย จะมีการเสนอทางออกในทิศทางใดหากนายยงยุทธโดนใบแดง นายบรรหาร กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การที่พรรคชาติไทยจะจับมือกันบริหารประเทศ ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร
ต่อข้อถามว่าเป็นได้หรือไม่ที่นายสมัครจะยุติปัญหาที่รุมเร้าด้วยการยุบสภา นายบรรหาร บอกว่า ไม่ขอตอบเรื่องนี้ดีกว่า
“สมชาย” ปัดข่าวตั้งพรรคเพื่อไทย
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รวม.ศึกษาธิการ ตอบข้อซักถามที่ว่า ได้ปรึกษาปัญหาต่างๆ รวมทั้งปัญหาทางการเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ว่า การเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เลิกพูดกันเลย ไม่มีใครไปหารือ ซึ่งคนอาจจะคิดว่า ตนมีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ยืนยันด้วยความเป็นสุภาพบุรุษว่าไม่เคยหารือเรื่องการเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และถือว่าเป็นมารยาท เพราะการพูดเรื่องการเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อาจทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเดือดร้อน ถ้ารักกันก็อย่าไปยุ่ง และตนไม่ได้คิดว่าจะเล่นการเมืองเป็นอาชีพ หรือยึดติดกับตรงนี้ ตนเป็นคนถือกติกา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ามีการจดทะเบียน “พรรคเพื่อไทย” ไว้รองรับพรรคพลังประชาชนที่อาจถูกยุบพรรค นายสมชาย กล่าวว่า จริงหรือไม่ ไม่ทราบ ตนไม่เคยรู้เรื่องว่ามีการจดทะเบียน แต่การจดทะเบียนพรรคเป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง
“ชูศักดิ์” ปูดมีคนตั้งพรรคสำรองไว้แล้ว
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตัดสินเรื่องคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาที่จะถูกตัดสิน โดยมีผู้เสนอให้ยุบสภาเพื่อเลี่ยงการยุบพรรค ว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนพูด หากยุบสภาพรรคก็ยังอยู่ คดียังอยู่ก็ต้องเดินต่อไป ตนไม่เข้าใจ ไม่เห็นเหตุผล คิดว่าไม่ใช่ทางออก ถ้าออกมาเป็นอย่างนั้นจริงก็ต้องต่อสู้ทางครรลองกระบวนการกฎหมายต่อไป เช่น ไม่ใช่การกระทำของพรรค พรรคไม่ทราบก็สุดแท้แต่ เหมือนกับไทยรักไทยในอดีต
เมื่อถามว่าภายใน ครม.มีการพูดกันถึงเรื่องการยุบพรรคและยุบสภา หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ครม.เขาคงไม่พูดเรื่องนี้หรอก พรรคใครพรรคมัน แต่ยอมรับว่าขณะนี้มีสมาชิกคนอื่นภายในพรรคได้ไปตั้งพรรคสำรองไว้แล้ว ส่วนจะมีสมาชิกแถว 3 ได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ หลังจาก 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ 37 กรรมการบริหารถูกตัดสิทธิ์นั้น ตนไม่ทราบ
“ชวน” จี้รัฐรับผิดชอบด้วย
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลนี้กำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์หลายอย่าง กรณีนายยงยุทธ เป็นอีกคดีหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล แต่เวลานี้ยังไม่ทราบว่าจะส่งผลบวกหรือลบ อย่างไรก็ตาม ต้องการเสนอรัฐบาลว่าการเสนอบุคคลใดเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในบ้านเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องโปรดเกล้าฯ ขอให้คำนึงถึงความรับผิดชอบภายหลัง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา รัฐบาลจะเสียหาย ต้องมีความรอบคอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายยงยุทธถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ นายชวน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า การยุบสภาเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
โยนหินถามทางพรรคร่วมเปลี่ยนขั้ว
นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาให้ใบแดงนายยงยุทธว่า การที่แกนนำของพรรครัฐบาลทุจริตการเลือกตั้ง ถือว่ารัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีก็จ่อที่จะถูก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิงและอาจถูกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ยืนให้จำคุกในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งหากเป็นรัฐบาลในต่างประเทศที่ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม เขาไม่สามารถที่จะบริหารประเทศได้ต่อไป ควรลาออกและเปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาลไปจับขั้วใหม่ ไม่ใช่การกระสันหรืออยากเป็นรัฐบาล
เมื่อกลับไปดูคะแนนเสียงสัดส่วนของการเลือกตั้งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนในระบบสัดส่วนน้อยกว่าพรรคพลังประชาชนเพียงแสนกว่าคะแนนเท่านั้น เราก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หลายคนกังวลว่าการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จะบริหารประเทศยาก ซึ่งไม่จริงเพราะรัฐบาลจะมีอันเป็นไปด้วยการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเกินครึ่งตามหลักรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเสียงของพรรคพลังประชาชนมี 233 เสียง วันนี้ถูกพักการทำหน้าที่ไป 10 เสียง เหลือประมาณ 223 เป็นอย่างมาก
“ถ้าทุกพรรคที่ไม่ใช่พรรคพลังประชาชน ลองมาทบทวนจับขั้วรัฐบาล ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร” นายถาวรระบุและว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นเพียงการโยนหินถามทางไปยังพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น ว่าคิดเห็นเป็นอย่างไร ยังไม่ได้มีการติดต่ออย่างเป็นทางการ
พันธมิตรล่าชื่อถอด 2 ผู้พิพากษา
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากย้ายมาปักหลักที่เดิม บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งให้เปิดการจราจรทุกช่องทางว่า วันนี้ (8 ก.ค.) พันธมิตรจะมีมาตรการ 3 เรื่อง คือ 1.กลุ่มพันธมิตรจะทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในกระบวนการยุติธรรมทุกคน อาทิ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง และอธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ 2.กลุ่มพันธมิตรจะขอรายชื่อของประชาชนให้ครบ 2 หมื่นคน เพื่อยื่นต่อรัฐสภา ให้ถอดถอนผู้พิพากษา 2 คน ที่ตัดสินคดีของพันธมิตร โดยเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 และ 3.วันนี้จะมีทหารยศ พล.อ.ที่รับราชการอยู่ขึ้นเวทีปราศรัย เนื่องจากมีความอัดอั้นตันใจ กรณีเขาพระวิหาร
พล.ต.จำลองยังกล่าวยอมรับคำตัดสินของศาลแพ่งที่ตัดสินให้รื้อย้ายเวทีเปิดเส้นทางจราจร แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเห็นว่า มีสิทธิ์ที่จะยื่นขอความเป็นธรรมต่อผู้หลักผู้ใหญ่
“ปฐมพงษ์”แต่งเครื่องแบบร่วมวงม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มพันธมิตรทราบผลวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งคดีนายยงยุทธแล้ว กลุ่มพันธมิตรได้ส่งเสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีและระบุว่าเป็นชัยชนะภาคประชาชน และเป็นความสำเร็จอีกขั้นที่กลุ่มพันธมิตรเรียกร้อง
ในขณะที่ช่วงบ่าย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรด้วย ถือเป็นนายทหารคนแรกที่สวมใส่เครื่องแบบทหารเต็มยศขึ้นเวที โดยปราศรัยแสดงความอึดอัด และไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พร้อมเรียกร้องให้ทหารออกมาแสดงความกล้า และเข้าร่วมการชุมนุม เพราะการแสดงความรักชาติของทหาร ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่สนามรบอย่างเดียว
พล.อ.ปฐมพงษ์ ยืนยันว่า การขึ้นเวทีพันธมิตรไม่ผิดวินัยทหาร เพราะว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งการใส่เครื่องแบบขึ้นเวที น่าจะทำให้ประชาชนอุ่นใจ นอกจากนี้อยากฝากไปยังผู้บังคับบัญชาทุกคนก่อนที่จะลงโทษทหารที่ออกมาร่วมชุมนุม ขอให้ระลึกถึงประเทศชาติเป็นหลัก หากผู้บังคับบัญชาจะลงโทษ ตนจะถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาที่ขี้ขลาด
กำนันพยานใบแดงโผล่ขึ้นเวทีพันธมิตร
เมื่อเวลา 20.30 น.นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พยานปากสำคัญคดีใบแดงนายยงยุทธ ได้เดินทางมาขึ้นเวทีพันธมิตรด้วย โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เกรงกลัวที่มาเป็นพยานในคดีนี้ เพราะตนพูดไปตามข้อเท็จจริง
เมื่อพิธีกรบนเวทีถามว่า จะกลับไปเชียงรายได้หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนจะกลับไปบ้านของตน เพราะไม่มีความผิด เพราะตนเป็นพยาน และทำเพื่อแผ่นดินไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีนายตำรวจในเครื่องแบบ ชื่อ พ.ต.ท.ประกิต กิจเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจออกมาร่วมชุมนุม และเข้าข้างสิ่งที่ถูกต้อง
รมว.ศธ.ไฟเขียว ขรก.ร้องศาลไล่ม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกลุ่มพันธมิตรย้ายการชุมนุมมาที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ใกล้กับกระทรวงศึกษาธิการนั้น ข้าราชการของกระทรวงมีการล่ารายชื่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมของพันธมิตร เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหวต่อไป เพราะมีตัวอย่างกรณีโรงเรียนราชวินิตมัธยม ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองให้ม็อบเปิดทาง และงดใช้เสียงรบกวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การย้ายสถานที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรมายังสะพานมัฆวานฯ ใกล้กระทรวงศึกษาธิการนั้น หากใครได้รับเดือดร้อน ก็สามารถนำไปฟ้องร้องต่อศาลได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการจะฟ้องศาลหรือไม่ นายสมชายกล่าวสั้นๆ ว่า หากใครเดือดร้อนก็มีสิทธิ์ไปฟ้อง
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง 