สมชาย โยนผิดพันธมิตรฯ ทำเกินกรอบกฎหมาย
October 12, 2008
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 12 ต.ค. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปราศรัยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 มีรายละเอียดดังนี้

“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เคารพ บ้านเมืองของเราทุกวันนี้มีความขัดแย้งทางความคิดกันมากมาย การขัดแย้งทางความคิดนั้นจริงๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในบ้านเมืองของเรา นะครับ แต่ทุกวันนี้ก็มีการประท้วง มีการชุมนุมกันมาก นะครับ บางครั้งก็เกินกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ผมคิดว่าในการทำการแต่ละอย่าง ไม่ว่าการประท้วง หรือการชุมนุมต่างๆ ก็ตาม อยากจะขอความกรุณาว่า ให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อจะได้ไม่ละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนคนอื่นๆ นะครับ
รัฐบาลอยากจะกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลนั้นมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจำเป็นจะต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน รับผิดชอบต่อรัฐสภา นะครับ รัฐบาลยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดหลักกฎหมายในการที่เราจะอยู่ร่วมกัน
เหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ผมเองมีความเสียใจ อย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องนี้เพื่อจะให้เกิดความชัดเจนในบรรดาพี่น้องประชาชนร่วมชาติของเรา ผมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด ชุดแรกก็คือคณะกรรมการที่จะสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้มีความกระจ่างชัด สามารถที่จะนำเรื่องราวต่างๆ มารายงานต่อพี่น้องประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ได้ทราบชัดเจนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งคิดว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนัก สามารถรายงานต่อพี่น้องประชาชนได้
ส่วนชุดที่ 2 นั้น เป็นกรรมการที่จะดำเนินการเพื่อเยียวยาความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเกิดขึ้นต่อบุคคลใด หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม หรือมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากทรัพย์สินใดๆ ก็ตาม ทั้งนี้กรรมการชุดนี้จะดูในภาพรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา แม้จะก่อนหน้าเหตุที่เกิดในวันที่ 7 ตุลาคม ด้วยก็ตาม เมื่อได้ผลอย่างไรแล้วก็ดำเนินการไป เพื่อเยียวยาไม่ให้เกิดความลักลั่นซึ่งกันและกัน
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ขณะนี้เรามีปัญหามากมายนะครับ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาที่ขัดแย้งทางความคิด ไม่ใช่เฉพาะปัญหาเรื่องการเมืองที่เรามักจะให้ความสนใจมากมายอยู่ขณะนี้ เรามีภัยที่น่ากลัวกว่านั้นนะครับ ภัยทางเศรษฐกิจ กำลังจะเกิดขึ้น ปี พ.ศ.2540 เราเคยเผชิญกับภัยทางเศรษฐกิจมาครั้งหนึ่งแล้ว เรามีปัญหาเกิดขึ้นมากมายนะครับ คราวนี้มีทีท่าว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจของโลก แม้เหตุจะเกิดจากประเทศอเมริกา หรืออังกฤษ หรือยุโรปก็ตาม นะครับ แต่เหตุเหล่านั้นที่เรียกว่าวิกฤตทางการเงินของโลก เกิดวิกฤตศรัทธาและขาดความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินอย่างยิ่งใหญ่ นะครับ และผมคิดว่าในเอเชียของเรานั้นก็ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะว่าภูมิภาคนี้เป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่สำคัญของโลก และเป็นตลาดสำคัญของสินค้าของไทย มีผู้ลงทุนที่อยู่ในประเทศในเอเชีย ใกล้บ้านเรา ที่มาลงทุนบ้านเราก็มีมากมายนะครับ จะมีผลกระทบต่อตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดสินค้า และการท่องเที่ยว การบริการ ตลอดจนการส่งออก แม้แต่ตลาดหลักทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก หรือการจ้างงานก็ตาม หรือแม้กระทั่งราคาสินค้าเกษตร จะถูกกระทบไปหมด เรามีความจำเป็นนะครับ ขณะนี้ต้องมาเตรียมการรองรับสถานการณ์ในช่วงนี้ให้ดี เพราะถ้าหากไม่เตรียมการเสียแต่เนิ่นๆ แล้ว จะกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ จะเกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและฐานะของประเทศไทยเรา
นอกจากนี้ ผมคิดว่าเรายังมีงานสำคัญ คืองานพระราชพิธีถวายเพลิงพระศพ แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งงานนี้รัฐบาลได้เตรียมการมาเป็นเวลาค่อนข้างนานแล้ว นะครับ ดำเนินการในการสร้างพระเมรุ ดำเนินการในการซ่อมราชรถต่างๆ ราชยานต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้สำเร็จสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นะครับ
สำหรับการซ่อมราชยาน ราชรถนั้น สำเร็จเสร็จสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ครับ การสร้างพระเมรุนั้นก็ 99 เปอร์เซ็นต์ นะครับ เกิน 90 เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นคิดว่าเรามีความจำเป็นนะครับ ที่จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันในการถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้ให้พร้อม เพรียงกัน นะครับ เพื่อให้เป็นการสมพระเกียรติอย่างที่สุด
ต่อจากนั้นก็คงจะเป็นงานเฉลิมพระชนมพรรษา ที่เราได้รอคอยกันทุกปี นะครับ เพื่อจะได้ถวายพระพร และถวายความจงรักภักดี
การประชุมระดับผู้นำอาเซียนซึ่งก็จะเกิดขึ้นในประมาณกลางเดือน ธันวาคมเช่นเดียวกัน ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เป็นประธานของอาเซียน เพราะฉะนั้นการจัดงานครั้งนี้เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและเกียรติยศของไทย ที่จะต้องอวดแก่ชาวโลก ผมไม่อยากให้เรามีความขัดแย้งกันจนกระทั่งทำให้เสื่อมเสียเกียรติของชาติ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คนไทยจะต้องแสดงออกต่อชาวโลก ว่าเรามีความพร้อม มีความรักสมัครสมานสามัคคี มีศักยภาพในการที่จะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้อย่างดีที่สุด
เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่เราจะจัดงานทั้งหมดที่ผมได้ กล่าวมานี้ นะครับ งานต่างๆ เหล่านั้นนะครับ มีความจำเป็นจะต้องให้บ้านเมืองของเรานั้นดูสง่าสวยงาม เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านผู้ชุมนุมได้กรุณาคืนพื้นที่ในการใช้การจราจรก็ดี หรือทำเนียบรัฐบาลที่เราจะใช้จัดงานสโมสรสันนิบาตก็ดี ผมคิดว่าจะเป็นสิ่งที่สวยงาม นะครับ
อยากจะกราบเรียนต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า งานต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมาก นะครับ เป็นผลสำคัญที่จะเชิดชูเกียรติยศชื่อเสียงของเรา ผมอยากจะกราบเรียนว่าปัจจุบันนี้มีข่าวลือกันมากมายนะครับ มีข่าวต่างๆ บางครั้งก็ไม่ได้เป็นความจริง ผมคิดว่าอยากจะกราบเรียน ขอร้องพี่น้องประชาชนว่า การรับฟังนั้นก็คงจะต้องใช้วิจารณญาณ ใช้สามัญสำนึกที่ดี มีเหตุผลในการรับฟัง ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้พวกเราต้องตกไปเป็นเหยื่อของผู้ซึ่งกระพือข่าวต่างๆ นะครับ
ผมอยากจะกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า ในปัจจุบันนี้มีหลายฝ่ายนะครับพยายามเรียกร้องว่า รัฐบาลควรจะยุบสภา หรือนายกรัฐมนตรีควรจะลาออกจากตำแหน่ง กราบเรียนพี่น้องประชาชนนะครับว่า ผมไม่ได้คิดติดยึดในตำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใดทั้งสิ้น ถ้าหากการทำเช่นนั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริง แต่การทำเช่นนั้นยังไม่มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งอาจจะกระทบต่อภารกิจสำคัญที่เราต้องร่วมกันทำหลายอย่าง ผมคิดว่าควรจะให้เห็นทางออกที่ชัดเจนเสียก่อนนะครับ แล้วก็ ผมสามารถจะตัดสินใจได้ โดยไม่ตะขิดตะขวงใจเลย เช่น การที่เรา ทางรัฐบาลสนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ หรือให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เราเรียกกันว่า ส.ส.ร.3 นั้น อย่างนี้ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่สามารถปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอม รับของทุกฝ่าย ผมคิดว่าถ้าประชาชนทุกท่าน ทุกฝ่าย ทุกคน พร้อมใจที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ผมพร้อมที่จะอำลาไป ไม่มีปัญหา แต่อยากจะเรียนว่า เราต้องหาทางออกให้เจอ นะครับ และพาไปสู่ความสงบสุขที่เราจะอยู่ร่วมกันได้
ในยามนี้ผมคิดว่าเราต้องหันหน้าเข้าหากัน มาแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมที่จะปรองดองกัน ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้เกิดความสงบสุข นะครับ จะให้เกิดความสงบสุข เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ภายใต้พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ขอให้พี่น้องทุกคนจงประสบแต่ความสุขความเจริญ ขอบคุณครับ”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง