เอ เอฟพีรายงานวันที่ 22 ต.ค. ว่า หญิงตั้งครรภ์ชาวญี่ปุ่นวัย 36 ปี ประสบชะตากรรมสลดและเสียชีวิตในที่สุด หลังจากโรงพยาบาลแห่งต่างๆ ในกรุงโตเกียวบอกปัดเข้าเป็นคนไข้คลอดบุตร จนต้องย้ายโรงพยาบาลถึง 8 แห่ง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวญี่ปุ่นพากันโกรธแค้นในระบบการแพทย์ของประเทศ
เหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน รถพยาบาลรีบตระเวนพาหญิงสาวไปส่งโรงพยาบาล แต่ต้องย้ายจากโรงพยาบาลหนึ่งไปอีกแห่งติดต่อเป็นทอดๆ ถึง 8 แห่ง เมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งบอกว่าไม่มีสูตินรีแพทย์ หรือนรีแพทย์อยู่เวรตอนดึก กระทั่งโรงพยาบาลโบกุโตะ ฝั่งตะวันออกของกรุงโตเกียวยอมรับหญิงสาวเป็นคนไข้และทำคลอดให้ จากนั้นจึงผ่าตัดสมองให้ แต่หญิงสาวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้วยอาการเลือดตกในสมอง
โฆษกโรงพยาบาลโบกุโตะแจ้งว่า ตรวจสอบอยู่ว่า สาเหตุการตายมาจากการที่หญิงสาวได้รับความช่วยเหลือล่าช้าหรือไม่ และโรงพยาบาลที่บอกปัดรู้หรือไม่ว่า หญิงสาวมีอาการเลือดตกในสมองขณะที่เดินทางมา
นายทาเคโอะ คาวามูระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และตนคิดว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ เราจะสืบสวนหาสาเหตุของเรื่องนี้และดำเนินการด้วยมาตรการที่จำเป็น
รายงาน ระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสวัสดิการสุขภาพดีเลิศ แต่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์ เพราะคนรุ่นใหม่เป็นหมอน้อยลง เมื่อปีที่แล้ว เกิดกรณีที่รถพยาบาลในเมืองโอซากา ต้องโทร.ติดต่อหาโรงพยาบาลหลายแห่งให้รับคนไข้สูงถึง 3,800 กรณี โดยหญิงวัย 89 ปีเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย โดยต้องรอหาหมอมาช่วยถึง 2 ชั่วโมง
ที่มา ข่าวสด