สล้างทำพิธีเปลี่ยนเหรียญ ยก พระบิดาฝนหลวง แทน กาญจนาภิเษก
October 26, 2008
” สล้าง”นำทีมทำพิธีเปลี่ยนเหรียญ สวนราชพฤกษ์”เชียงใหม่” ยก”พระบิดาฝนหลวง” แทน”กาญจนาภิเษก” ลั่นขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ยันทำด้วยความจงรักภักดี ผอ.สวนเฉลิมพระเกียรติฯบอกให้รอพระบรมราชานุญาตแล้วไม่ยอมฟัง แจ้ง ตร.ลงบันทึกประจำวัน อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตรแจงสาเหตุยกลง “เปรม-สุรยุทธ์”ไม่เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) นายเจริญผล สุวรรณโชติ เลขานุการมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ พร้อมพระภิกษุสงฆ์ 3 รูป จากกรุงเทพฯ เดินทางเข้าไปยังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อขอพบนายไมตรี เยาวรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ขอความอนุเคราะห์นำเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงขึ้นประดิษฐานแทนเหรียญกาญจนา ภิเษกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 80 พรรษา โดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรระบุข้อความว่า ในฐานะผู้มีส่วนเป็นเจ้าของเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงขอรับผิดชอบการดำเนิน การทั้งหมดที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว

เวลา 10.55 น. นายเรวัฒน์ กิตติวุฒิกร พฤฒาจารย์ จาก อ.เชียงดาว เริ่มประกอบพิธีพราหมณ์ จนกระทั่งเวลา 12.00 น. นำรถเครนขนาดใหญ่ยกเหรียญกาญจนาภิเษกฯ ออกจากแท่น และนำเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงขึ้นประดิษฐานแทน ท่ามกลางเสียง “ทรงพระเจริญ” ของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และกลุ่มสมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตยที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีแดงมาร่วม งานกว่า 200 คน และได้รับแจกเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงเนื้อโลหะขนาดต้นแบบทุกคน
ทั้ง นี้ ภายหลังเสร็จพิธีมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้กลุ่มเสื้อแดงที่มาร่วมงานต่างพา กันวิ่งหลบฝน แต่ยังคงปักหลักรอการประกอบพิธีสงฆ์อีกครั้งในช่วงเวลา 14.00 น.
พล.ต.อ.สล้างกล่าวว่า ด้วยความจงรักภักดี ไม่อาจทนเห็นเหรียญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถูกนำไปซ่อนไว้ในพงหญ้าได้ แต่ก่อนหน้านี้ปัญหาบ้านเมืองยุ่งเหยิง ประกอบกับไม่อยากเห็นคนไทยแตกแยกและให้ใครเสียหน้าจึงอดทนรอมาถึงวันนี้ซึ่ง เป็นวันเกิด เพื่อมานำเหรียญที่ถูกซ่อนไว้ออกมาประดิษฐานคืนที่เดิมอย่างสมพระเกียรติ เพราะในฐานะเป็นเจ้าของ เงินที่ทำเหรียญขึ้นมาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่อยากเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง
“ต้นแบบเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงได้ รับพระบรมราชานุญาตถูกต้อง และเหรียญลักษณะนี้ไม่มีไหล่เรียกว่าเหรียญเปลือยเคยสร้างมาก่อนหน้านี้คือ เหรียญ ร.5 โด่งดังมาก ส่วนที่ระบุว่าเหรียญใหญ่ที่นำขึ้นประดิษฐานไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตนั้น เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ ผมไม่เกี่ยวข้อง” พล.ต.อ.สล้างกล่าว
นาย ไมตรี เยาวรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการสวนเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า ไม่ได้อนุญาตให้เปลี่ยนเหรียญทั้งสอง และคืนวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ถึง เหตุการณ์ที่ พล.ต.อ.สล้างบุกเข้ามาค้นหาเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงออกมาจากสวนเก็บพืช กักกันจากต่างประเทศ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง เป็นที่เก็บเหรียญไว้ด้วยการวางบนแท่นมีผ้าสีเหลืองคลุมไว้
“ผม รายงานเรื่องนี้ให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรทราบแล้ว ท่านแนะนำว่าให้ขอร้อง พล.ต.อ.สล้างเลื่อนการนำเหรียญขึ้นประดิษฐานไปในวันที่ 1-10 พฤศจิกายนนี้ เพื่อรอขอพระบรมราชานุญาตจากสำนักเลขานุการพระราชวัง หากได้รับอนุญาตเรื่องก็จบ แต่เมื่อยืนยันว่าจะทำก็ต้องปล่อย เพราะมีมวลชนมาด้วยมากไม่อยากให้เกิดปัญหากับบ้านเมืองอีก ที่สำคัญเหรียญลงได้ก็ขึ้นได้ วันนี้คงทำรายงานไปอีก ส่วนใครจะผิดจะถูกก็ว่ากันไป แต่ในฐานะข้าราชการลำบากใจมากเพราะต้องอยู่ในกรอบและวินัย” นายไมตรีกล่าว
นาย ไมตรีกล่าวยอมรับว่า เหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวงเคยนำขึ้นประดิษฐานที่แท่นดังกล่าวมาแล้วในช่วง งานพืชสวนโลกจำนวน 26 วัน แต่ต่อมาได้มีการนำลงจากแท่นและนำไปเก็บไว้ในที่เหมาะสม เพราะตอนนั้นคณะกรรมการบริหารพืชสวนโลกเข้าใจผิดว่ามีพระบรมราชานุญาตแล้ว เมื่อทำเรื่องขอไปใหม่แต่ไม่มีคำตอบกลับออกมาจากสำนักพระราชวัง นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรในสมัยนั้นจึงต้องนำเหรียญลงจากแท่นประดิษฐาน
” ครั้งนั้นเป็นการนำลงแบบฉุกละหุก และเหรียญมีขนาดใหญ่มากหนักกว่า 800 กิโลกรัม นำเข้าประตูไหนในอาคารพืชสวนโลกไม่ได้เลย จึงนำไปเก็บไว้ที่ด่านกักเก็บพืชจากต่างประเทศ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ไม่ใช่ป่าหรือพงหญ้าแต่อย่างใด” นายไมตรีกล่าว
นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบข่าวนี้แล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือยังไม่สมควรที่จะนำหรืออัญเชิญเหรียญสมเด็จพระบิดาฝนหลวง ขึ้นประดิษฐาน ด้วยเหตุผลว่าในช่วงจัดงานพืชสวนโลก ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตัดสินใจแบบเร่งด่วนในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษว่า สมควรจะทำเหรียญเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง จึงเห็นด้วยกับที่ พล.ต.อ.สล้างเสนอความเห็น และทำเรื่องขอขยายเหรียญจากต้นแบบที่ได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว
” แต่การขอขยายเหรียญต้องขอพระบรมราชานุญาต รวมทั้งขอนำไปประดิษฐานตามแผนผังที่ได้เสนอ ผมจึงตัดสินใจเร่งทำเรื่องขอกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตประมาณต้นเดือน ตุลาคม งานพืชสวนโลกเปิดเดือนพฤศจิกายน จากนั้นสั่งทำเหรียญเพราะคิดว่าได้แน่และนำขึ้นประดิษฐานแสดงอยู่นานเกือบ เดือน แต่ในระหว่างนั้นได้รับการท้วงติงเป็นการภายในจากสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ว่ายังไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตถือเป็นธรรมเนียมว่าไม่สมควรนำขึ้นประดิษฐาน ก่อน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี แต่อย่างใด แต่มีความพยายามโยงเรื่องนี้กับการเมือง ผมยอมรับว่าการทำเรื่องนี้ไม่ถูกต้องและยินดีรับไว้คนเดียว” นายอดิศักดิ์กล่าว
นายอดิศักดิ์กล่าวว่า พล.ต.อ.สล้างรู้ดีว่ามีการท้วงติงจากผู้ใหญ่ จากสำนักพระราชวัง ซึ่งตอนหลัง พล.ต.อ.สล้างติดตามทราบเรื่องดีแล้วทั้งหมด แต่ที่ไม่ยอมก็เพราะต้องการติดตั้งเหรียญลักษณะนี้อีกในสวนต่างๆ ทั่วประเทศ หากครั้งนี้ไม่ได้รับอนุญาตที่อื่นๆ ก็น่าจะเช่นกัน ดังนั้น พล.ต.อ.สล้างต้องรับผิดชอบการกระทำครั้งนี้ เพราะเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ย่อมรู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร รู้ที่มาที่ไปของการขอพระบรมราชานุญาต ครั้งแรกโทษน่าจะยังเบาอยู่ แต่หากคิดในแง่สามัญชนก็ถือว่าน่ากลัว
ที่มา มติชน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง