ส.ส.มัชฌิมาฯย้ายเข้าซบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว

December 4, 2008



เกียรติกร พากเพียรศิลป์” จาก“มฌ.”ย้ายเข้าซบปชป. หวังเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ยาหอมอยากยกมือให้ “มาร์ค”นายกฯ ด้าน”สุเทพ” รอ ส.ส.พรรคถูกยุบเข้าปชป. เชื่อมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลแต่ไม่ใช่จากปชป. เหน็บ “เหลิม”ชื่อเป็นนายกฯ ไม่วิจารณ์ดีกว่า เดี๋ยวเสียใจมากไปกว่านี้

(4ธ.ค.) นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคให้การต้อนรับ พร้อมทั้งสวมเสื้อแจ็คเก็ตพรรคประชาธิปัตย์สีชมพูให้ด้วย จากนั้นนายเกียรติกร เปิดเผยถึงการที่ตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า เพราะประเทศมีความขัดแย้งกันมาก และภาคธุรกิจทั้งประเทศย่ำแย่ จึงอยากให้เปลี่ยนการบริหารบ้าง เพราะภาคธุรกิจและนักธุรกิจทั้งประเทศ ต้องการเห็นประเทศอยู่ในความสงบ และประเทศเดินต่อไปได้ ทั้งนี้การที่ตนมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร แต่มาตามนโยบายพรรค และชอบการทำงาน

จึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะทำงานในช่วงวิกฤต เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ เพราะทุกคน รวมทั้งนักธุรกิจอยากเห็น และเห็นควรว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็น่าจะผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี

ส่วน ที่ส.ส.พลังประชาชนระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอเงิน40ล้านเพื่อแลกการเปลี่ยนขั้วการเมืองนั้น นายเกียติกร กล่าวว่า ไม่ใช่ เราไม่มีจุดยืนตรงนั้นเลย จุดยืนของตนคือต้องการความถูกต้อง จะเห็นได้จากตอนที่ตนอยู่พรรคมัชฌิมาฯ ก็บอกตลอดเวลาว่าอย่าแก้รัฐธรรมนูญ เพราะจะเกิดความขัดแย้ง

ส่วนสมาชิกพรรคมัชฌิมาฯคนอื่นจะมาด้วยหรือไม่ นายเกียรติกร กล่าวว่า การย้ายมา ถือเป็นเหตุผลส่วนตัว เพราะมัชฌิมาฯ บอกว่าเมื่อพรรคถูกยุบ สมาชิกก็จะมีความเป็นอิสระ ซึ่งตนก็ได้ถามหัวหน้าพรรคมัชฌิมาว่า เมื่อถูกยุบจะตั้งพรรคใหม่หรือไม่ ช่วงแรกบอกว่าจะตั้งพรรคภูมิใจไทย แต่ถึงวันนี้ ก็บอกว่าจะไปรวมพรรคอื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนขอเป็นอิสระ ซึ่งจุดมุ่งหมายตนใครมาชวนต้องคิด แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มาชวน พรรคเพื่อไทยมาชวน ตนมาพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ไม่เป็นไร เพราะตนไม่ได้มาเพราะต้องการตำแหน่ง แต่อยากมาเพื่อยกมือให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่ามีส.ส.จาก 3 พรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ติดต่อมาที่ตนก่อนหน้านี้ แต่เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกเหล่านั้นต้องการเวลาในการตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ แต่บางคนก็ได้นัดหมายพุดคุยกับตนแล้ว แต่ในทางการเมืองเขาจะไปอยู่พรรคการเมืองไหน ก็ต้องคิดว่าแนวความคิดของพรรคและอุดมการณ์ของพรรคสอดคล้องกันหรือไม่ และธรรมเนียมที่มีอยู่ในแต่ละพรรค เขาก็คงต้องการคุย บังเอิญตนเป็นเลขาธิการพรรค เขาก็คุยกับตน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครมายื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ตนก็รออยู่ ส่วนที่ติดต่อมานั้นมาลักษณะรายบุคคลไม่กี่คนเท่านั้น ทั้งนี้จะเป็นการไปเล่าต่อกันว่าท่าทีของของตนและพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่าง ไรต่อคนที่จะขอเข้ามาสังกัด

ผู้ที่ติดต่อขอเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์มีทั้งมาจากพรรคชาติไทย พลังประชาชนและมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งตนก็คุ้นเคยกับทุกพรรคและมีการพูดคุยมาโดยตลอด และได้บอกไปว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของประชาชนที่เปิดกว้าง ไม่ใช่พรรคที่ยึดมั่นในประเพณีจนรู้สึกว่า คนที่จะเข้ามาใหม่ไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งก็ได้อธิบายให้ฟังว่าเราต้อนรับคนใหม่ๆ แต่อะไรที่เป็นจุดยืนและความคิดของเราก็บอกเขาไป

เมื่อถามว่าในโอกาสอย่างนี้ มีความเป็นไปได้หรือที่พรรคประชาธิปัตย์จะพลิกมาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคต่าง ๆ ที่ต้องหารือกันให้ตกผลึกภายในสองวันนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มี 165 คน ไม่ใช่คนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ แต่อยู่ที่ส.ส.พรรคอื่น ถ้าในเวลานี้ทุกคนเห็นว่าสมควรที่จะมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ตนก็ยินดีและพร้อมที่จะพูดคุย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่พรรคร่วมมองว่าน่าจะประสานได้หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพล.ต.สนั่น แต่พล.ต.สนั่นก็มีน้อง ๆ อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนเพราะท่านเป็นเลขาธิการพรรคเก่า ท่านก็คงรู้เรื่องตื้นลึกหนาบางในพรรคประชาธิปัตย์ดี แต่ที่ยังไม่ได้คุยกับพล.ต.สนั่น เพราะด้วยบรรยากาศของพรรคชาติไทยขณะนี้คงไม่ผลีผลามไปคุย ต้องให้เวลา ให้เขามีความพร้อมที่จะคุยก่อน รวมทั้งยังไม่ได้คุยกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช และพรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนาด้วย โดยคิดว่าควรให้รอแต่ละพรรคปรึกษาหารือกันภายในตกผลึกกันพอสมควร แล้วเขามีความสนใจที่จะพูดคุยกันพรรคประชาธิปัตย์ ตนก็ยินดีไปหาทุกคน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป เพราะจะไปคาดคั้นไม่ได้ แม้แต่พรรคพลังประชาชนเอง ถึงเขาจะตั้งพรรคเพื่อไทยสำรองแล้ว แต่ตนติดตามดูก็เห็นว่ามีเพียงร้อยกว่าคนที่ไปสมัคร เพราะฉะนั้นนักการเมืองเองก็ต้องการเวลาครุ่นคิดตัดสินใจต้องให้เวลา จะไปคาดคั้นอะไรมากไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าท้ายที่สุดแล้วจะมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายก็ออกมาเรียกร้อง เนื่องจากเห็นว่าหากยังเป็นขั้วเดิมอยู่ความวุ่นวายก็ไม่จบสิ้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าทุกพรรคการเมืองวันนี้ฟังเสียงประชาชนทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องเอาไปคิดกัน และคิดว่ามีโอกาสที่เราจะได้ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นความคาดหวังของ ประชาชนได้ ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรีจะทำได้ตามที่กำหนดในวันที่ 8-9 ธ.ค.นี้จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะได้ยินเฉพาะข่าวเรื่องการเรียกประชุมสภาวันที่ 8 ธ.ค.นี้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูรายชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข หรือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ ยอมรับได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ร.ต.อ.เฉลิมเจ้าเก่า ผมขอไม่วิจารณ์ดีกว่าวันนี้ เดี๋ยวจะเสียใจกันมากไปกว่านี้”
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง