บช.น. สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรัฐสภาหวั่นม็อบเสื้อแดง ปิดล้อมขัดขวางการเลือกนายกฯ ตรึงกำลังตำรวจ 1,500 นายดูแล”ชั้นนอกชั้นใน”แน่นหนา พร้อมส่งกำลังดูแลความสงบ”สนามศุภฯ” ทักษิณ โฟนอิน รายการความจริงวันนี้ หวั่นมือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์
(12ธ. ค.) เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาวันที่ 15 ธันวาคม กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)นัดชุมนุมเคลื่อนไหวคัดค้านการเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาเลือก นายกรัฐมนตรีว่า มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้พร้อมดูแลสถานการณ์จำนวน 8 กองร้อย 1,200 นายโดยปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไปดูแลความเรียบร้อยบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน และถนนราชดำเนินนอก และใช้กำลังตำรวจจำนวน 2 กองร้อย 300 นายดูแลอาคารรัฐสภาและพื้นที่ชั้นใน
ผบช.น.กล่าวว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อและมีเหตุการณ์รุนแรงจะประสานขอกำลังสนับสนุนจากกอง บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2 , 7 และกองทัพเข้ามาเสริมการปฏิบัติในทันที พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติว่าต้องใช้ความละมุนละม่อมกับผู้ชุมนุมมาก ที่สุดและเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตำรวจจะใช้วิธีการปฏิบัติกับผู้ชุมนุม มลำดับขั้นตอนเบาไปหาหนักเพื่อมิให้เกิดเหตุความรุนแรงเหมือนเช่นเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา
“หาก ผู้ชุมนุมอยู่ข้างนอกปราศจากอาวุธ ไม่ทำลายสิ่งกีดขวางสถานที่ราชการตำรวจก็พอยอมรับได้ แต่หากทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการกันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กะบความถูกต้องเหมาะสม ตรงนี้ไม่ต้องห่วง เพราะตำรวจได้รับบทเรียนจากทฤษฎีที่เป็นจริง คงไม่ใช่เรื่องในตำราอย่างเดียว คงดูแลทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อยได้ไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ แต่ความอดทนก็ขึ้นอยู่ 2 ส่วน คือ เร็วและเรียบร้อย ซึ่งเราต้องเอาความเร็วและเรียบร้อยมาใส่ตาชั่ง ว่ายังไงจะเหมาะจะควร โดยครั้งวันที่ 7 ตุลาคม เราเร็วแต่ไม่เรียบร้อย แต่ครั้งที่ 2 ไม่ถึงกับช้าแต่ก็เรียบร้อย ซึ่งเป็นไปได้จะเลือกวิธีที่ 2 มากกว่า“ผบช.น.
พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 13 ธันวาคม ภายในสนามศุภชลาศัย ซึ่งมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านรายการความจริงวันนี้ว่า จัดกำลังตำรวจจำนวน 23 กองร้อย 3,450 นาย แบ่งเป็นการปฏิบัติ 2 ส่วนดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านในและด้านนอกรวมถึง ประตูทางเข้า-ออกทุกจุด รวมถึงบริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 4 มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย ตรวจค้นการพกพาอาวุธปืนอาวุธสงคราม บุคคลต้องสงสัยป้องกันเหตุความรุนแรงและมือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์ อีกทั้งพื้นที่สนามศุภชลาศัยเป็นพื้นที่กว้างสามารถจุคนได้กว่า 40,000 คนจึงต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ
ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ตำรวจนครบาลเตรียมมาตรการรองรับการปฏิบัติไว้แล้วหากมีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดขึ้นสามารถรองรับการปฏิบัติได้ทันที พร้อมประสานกำลังเสริมจากหน่วยสนับสนุนเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกรอบกติกากฎหมายบ้าน เมืองอย่างเคร่งครัดด้วย หากพบผู้กระทำความผิดตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
” ที่ผมเป็นห่วงคือที่ สนามศุภฯ มากกว่า เพราะหากมีการชุมนุมกันมากๆ และหากมีบุคคลไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ขึ้นมา เช่น เหตุระเบิด จะป้องกันกันอย่างไรแต่ส่วนอื่นๆ ที่คนพวกเดียวกัน ใส่เสื้อสีเดียวกันมารวมกันคงไม่มีปัญหา ห่วงก็เรื่องมือที่ 3 และเกรงการปิดกั้นขัดขวางการชุมนุมของรัฐสภา ซึ่งมาตรการก็คงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเบาขึ้นไป หากพูดไม่รู้เรื่องก็คงต้องใช้น้ำ เรื่องที่จะประชุมเปิดสภาก็มีบทเรียนให้เห็นหลายๆ อย่าง แม้แต่ศาลเองก็เปลี่ยนสถานที่อ่านคำพิพากษา หากการเมืองจะเอาแบบนั้นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสำเร็จก็สามารถทำได้ แต่ผมคงบอกให้ทำคงไม่ได้ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่มีความรู้ ความสามารถมากกว่าผมเยอะแยะ ” พล.ต.ท.สุชาติ กล่าว
ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ผบช.น. ระบุว่า สามารถทำได้ทุกคนมีสิทธิในการสื่อสาร แต่ทำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ในการบันทึกทั้งถ่ายภาพนิ่ง บันทึกเสียง ความเคลื่อนไหวทั้งหมดไม่เกี่ยวกับโฟนอินอย่างเดียว ในเว็บไซต์ไหน เราก็ต้องติดตามและมีคณะกรรมการดูว่ามีอะไรผิด หรือหมิ่นอย่างไร หากผิดตาม ป.วิอาญา มาตรา 112 ก็ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน แต่หากเป็นคนธรรมดามาแจ้งความก็ต้องเอามาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีเช่นกัน
ที่มา คมชัดลึก