สื่อต่างประเทศเกาะติดศาลฎีกาชี้ชะตา ทักษิณ
October 21, 2008
เอเอฟพี/เอเจนซี/ซีเอ็นเอ็น - สื่อต่างประเทศหลายสำนักเกาะติดศาลฎีกาไทยมีกำหนดตัดสินคดีที่ดินรัชดา คดีแรกคอร์รัปชันที่มีต่อตัว “ทักษิณ” ระบุตำรวจวางกำลังหลายร้อยนายป้องกันเหตุปะทะระหว่างฝ่ายสนับสนุนและต่อต้าน พร้อมอ้างนักวิเคราะห์ชี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรความยุ่งเหยิงทางการเมืองก็ จะยังคงมีอยู่ต่อไป
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่านายกรัฐมนตรี 2 สมัยและพจมาน ภรรยา อาจต้องโทษสูงสุดจำคุกคนละ 13 ปี หากพบว่ามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน ที่สืบเนื่องจาก ทักษิณ ถูกกล่าวหาใช้อิทธิพลทางการเมืองช่วยเหลือภรรยาซื้อที่ดินจากหน่วยงานรัฐบาล ในปี 2003 ในราคาแค่ 1 ใน 3 ของราคาประเมิน
เอเอฟพีระบุต่อว่าทั้งสองคนจะไม่มาปรากฎตัวต่อศาลฎีกาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อฟังคำพิพากษาในเวลา 14.00 น. หลังจากสองสามี-ภรรยา ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปอาศัยอยู่ในอังกฤษ พร้อมกับอ้างว่าพวกเขาไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่ยุติธรรม
สำหรับ พจมาน ถูกพิพากษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ว่ามีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีและลงโทษจำคุก 3 ปี โดยเธอใช้สิทธิ์อุทธรณ์ ทั้งนี้เอเอฟพีได้อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ว่าคำตัดสินดังกล่าวของศาลที่ มีต่อ พจมาน ได้จุดชนวนให้ทั้งคู่หนีออกไปใช้ชีวิตในต่างแดน
อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศระบุว่าแม้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ไม่ ได้อยู่ในเมืองไทยแล้วและมีแผนขอลี้ภัยทางการเมืองในสหราชอาณาจักร แต่เงาของเขายังมีอิทธิพลเหนือการเมืองของไทย
พรรคพลังประชาชน พันธมิตรของเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม แต่ในเดือนพฤษภาคม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เริ่มต้นประท้วงบนท้องถนนอีกครั้ง โดยอ้างว่าพรรคพลังประชาชนจัดการประเทศในนามของอดีตนายกรัฐมนตรีและพยายาม แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เขารอดพ้นจากข้อหาคอร์รัปชัน
เอเอฟพีรายงานว่าการประท้วงขยายตัวอย่างไม่ลดละ โดยพันธมิตรฯหลายพันคนบุกยึดทำเนียบนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บเกือบ 500 คน จากเหตุตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามกีดขวางรัฐสภา
นับตั้งแต่เหตุปะทะนองเลือดเป็นท้องถนน มีความกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อตัวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน — น้องเขยของทักษิณ — ให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อความรุนแรง
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับเอเอฟพีว่าไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไรในวันนี้(21) ความยุ่งเหยิงทางการเมืองดูเหมือนจะยังคงมีต่อไป
“สังคมไทยแตกแยกเป็นสองกลุ่ม — กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณและกลุ่มที่ต่อต้านเขา ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเผชิญหน้ากัน” เขาบอกกับเอเอฟพี “คำตัดสินอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่เร่งการเผชิญหน้า”
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาอาจทำให้ ทักษิณ เป็นนักการเมืองไทยคนแรกที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดในข้อหาคอร์รัปชันระหว่าง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนั้นซีเอ็นเอ็นยังระบุต่อว่าทางตำรวจวางแผนคุ้มกันอย่างหนา แน่นบริเวณรอบศาลฎีกาเพื่อป้องกันความเป็นไปได้ในเหตุปะทะกันระหว่างฝ่าย สนับสนุนและต่อต้านทักษิณ
ขณะที่รอยเตอร์บอกว่ามีตำรวจราว 300 นายถูกส่งเข้าประจำการรอบศาลฎีกา แต่อ้างคำสัมภาษณ์ของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกของพันธมิตรฯ ที่ระบุว่าจะไม่เดินขบวนไปยังศาลเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้สนับสนุน ทักษิณ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง