หนุ่มใหญ่ ซิ่งรถชนรั้วพันธมิตรฯ
July 30, 2008
หนุ่มใหญ่เจ้าของร้านอาหาร เมาปลิ้น ขับรถชนรั้วทางเข้า - ออก ด้านหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ล้มระเนระนาด แถมพกอาวุธปืนใส่เสื้อเกราะกันกระสุนพร้อมรบ สารภาพ อ้างดื่มหนักอยากขับรถมาสักการะพระบรมรูปทรงม้า ปัดไม่เห็นสัญญาณไฟ หรือป้ายบอกทาง จึงได้ขับรถพุ่งชน ด้าน ตร.แจ้งพกพาอาวุธ - ขับรถโดยประมาทขณะมึนเมา

วันนี้(30 ก.ค.)เมื่อเวลา 03.10 น. พ.ต.ท.เฉลิมชัย วงศ์เจียม พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า มีชายขับรถพุ่งชนแผงเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ด้านหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน แขวงและเขตดุสิต กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ทางเข้าด้านหลังเวทีพันธมิตรฯ พบรถยนต์ยี่ห้อ แลนด์โรเวอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน พว 2243 กทม. จอดอยู่สภาพด้านหน้ามีรอยถลอกเล็กน้อย สปอร์ตไลท์ด้านหน้าถ่างออกเล็กน้อย ขณะเดียวกันมีแผงเหล็กกั้นทางเข้าล้มระเนระนาด ขณะเดียวกันพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯปี กำลังควบคุมตัวคนขับรถคันดังกล่าวไว้ทราบชื่อคือ นายสโรชคริษฐ์ พรหมอักษร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 8 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. อยู่ในสภาพมึนเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง
นอกจากนี้จากการค้นในตัวนายสโรชคริษฐ์สวมใส่เสื้อเกราะ พกอาวุธปืนขนาด .357 และขนาด 11 มม.อยู่ 2 กระบอก ขณะเดียวกันจากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ด้วยกัน 4 กระบอก ประกอบด้วย ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด.32 11มม. .380 และปืนลูกซองยาว อย่างละ 1 กระบอก และยังพบเครื่องกระสุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันในรถยังพบเสื้อแจ็กเก็ตของพรรคชาติไทย นามบัตรระบุชื่อนายสโรชคริษฐ์ อาชีพทนายความ และเป็นเจ้าของร้านอาหารเรือนคำหยาด บัตรสมาชิกพรรคชาติไทย บัตรประจำตัวชุดปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหน้ารถพบสติ๊กเกอร์ผ่านเข้าออกกองทัพเรือ ติดอยู่ด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสโรชคริษฐ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตรฯ ไปทำการสอบปากคำที่ สน.นางเลิ้ง โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผบก.น.1 พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ สันทัดเวช ผกก.สน.นางเลิ้ง ร่วมสอบปากคำ
จากการสอบสวน นายธนา แสงรังสรรค์ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตน และเพื่อนปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมอยู่บริเวณ ด้านหลังเวทีปราศรัย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้เห็นรถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูงบนถนนราชดำเนิน ผ่านแยกจ.ป.ร. มุ่งหน้ามายัง แยกมัฆวาน โดยรถขับมาด้วยความเร็วสูงไม่มีการเหยีบเบรก หรือชะลอความเร็วแต่อย่างใด ก่อนพุ่งชนแผงเหล็กซึ่งกั้นเป็นสองชั้น มีรปภ.ได้รับบาดเจ็บ 3 คน พวกตนจึงได้ทำการปิดล้อมรถ และเชิญคนขับลงมาจากรถ ปรากฏว่า คนขับอยู่ในอาหารเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง ขณะเดียวกันพบว่านายสโรชคริษฐ์ พกอาวุธปืนในตัวจำนวนมาก จึงได้แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ด้าน นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหารเรือนคำหยาด ย่านบางแค และเคยเป็นครูสอนยิงปืนตำรวจ ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราที่ร้าน ซึ่งตนก็ดื่มเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว หลังจากเมาได้ที่ได้นึกครึ้มใจ อยากมาสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 จึงได้ขับรถมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบว่าเป็นที่มืดมองไม่เห็น ประกอบกับไม่มีสัญญาณไฟ หรือ ป้ายบอกทางใดๆ จึงได้พุ่งชนแผงเหล็กดังกล่าว ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนไม่ได้ตั้งใจ เพราะหากตั้งใจจะชนมากกว่านี้อีก
ส่วนที่พกปืนจำนวนมากนั้น นายสโรชคริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคนชอบเล่นปืน ซึ่งที่บ้านยังมีอาวุธปืนเก็บอยู่อีกกว่า 50 กระบอก ส่วนที่มีอาวุธปืนอยู่ในรถจำนวนหลายกระบอกนั้น เพราะชอบสะสม ไม่ได้ตั้งใจจะไปยิงใคร แต่มีติดรถไว้เท่านั้น ซึ่งปืนทุกกระบอกมีทะเบียนถูกต้อง ตนเป็นประชาชนจะพกปืนไม่ได้หรืออย่างไร ขนาดโจรยังพกปืนได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เกลียดกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่ชอบที่มาชุมนุมกีดขวางทางจราจร ซึ่งโดยส่วนตัวตนเป็นคนที่เบื่อและไม่สนใจเรื่องการเมืองอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะมาทำร้ายใคร
พ.ต.อ.วิบูลย์ยุทธ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา ซึ่งจากการตรวจวัดปริมาณแฮลกอฮอล์ในเลือดพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 120 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ยุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร และขับรถโดยประมาท
ต่อมาเมื่อเวลา 05.00 น.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯได้เดินทางมาที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อติดตามผลการสอบสวน โดย พล.ต.จำลอง ได้ตรวจดูสภาพรถของผู้ต้องหา ก่อนกล่าวว่า ไม่ได้มาร่วมสอบปากคำ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งกรณีนี้ผู้ต้องหาจงใจมาสร้างวุ่นวายกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องรอการสอบสวนของตำรวจ แต่เรามาดูว่าทุกอย่างมันเป็นไปตามที่เราคาด ว่าฝ่ายตรงข้าม ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล หรือพรรคร่วมรัฐบาล กำลังทำร้ายพวกเราโดยใช้ควมารุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยืนยันว่าตนไม่กลัว กลุ่มผู้ชุมนุมเองหลังเกิดเหตุตนได้ขึ้นชี้แจงบนเวทีทุกคนก็ไม่กลัว และมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของกลุ่ม พันธมิตรฯ
พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ในฐานะประธาน คณะกรรมการพลังแผ่นดิน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ติดต่อกับผู้ใหญ่กับกองทัพไว้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ กลุ่มพันธมิตรฯ อาจจะได้รับความรุนแรงมากขึ้น มีการใช้อันธพาลมารุมทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งผู้ใหญ่ในกองทัพได้ตกลงด้วยวาจาเรียบร้อยแล้ว ว่าจะส่งทหารมาช่วยดูแล ซึ่งวันนี้จะได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยขอให้มีสารวัตรทหารในเครื่องแบบมายืนดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ซึ่งอาจจะมีจำนวนไม่มากนักก็ได้ อย่างไรก็ตามกำลังหลักในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหมือนเดิม ซึ่งได้มีความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆได้
ที่มา ผู้จัดการ
