ปชป.อัดกระบวนการ“เสื้อแดง-พท.-แม้ว”ต้นเหตุ สร้างเงื่อนไขสู่ความขัดแย้งในสังคมที่รุนแรง ชี้ จงใจเลือกใช้จังหวะ“ประชุมอาเซียนซัมมิท” สื่อภาพความขัดแย้งทางการเมืองให้ชาวโลกเห็น ปชป.ประเมินชุมนุมจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ ดำเนินการทางกฎหมายผู้ชุมนุม

(23ก. พ.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ความเคลื่อนไหวตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินแล้วว่า มีข้อบงชี้ในการสร้างเงื่อนไข นำสู่ความขัดแย้งอายจนำสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงอีกครั้งในสังคมไทยได้ พรรคขอแสดงความห่วงใยและความวิตก ในการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา 3 แนวทาง คือ 1. ความเคลื่อนไหวของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ที่แสดงเจตนา จะชุมนุมยืดเยื้อ และปฏิเสธความรับผิดชอบ และเริ่มปฏิเสธความรับผิดชอบล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ในอนาคต โดยอ้างถึงเสื้อแดงเทียม การจัดซื้อเสื้อโปโลแดง และพูดถึงความรุนแรงจากมือที่ 3 แล้วยังยึดแนวทางการปฏิเสธเจรจา และมีการสร้างกระแสปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อมวนชน และสื่อแท็กซี่บางส่วน ซึ่งเงื่อนไขหลายอย่างคล้ายกับการชุมนุมก่อนวันที่ 1 ก.ย. 50 ที่มีการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมสร้างเงื่อนในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาที่ชัดเจน มีการขัดข้างการทำงานของสภาทุกวิถีทาง และสร้างเงือนไขความขัดแย้งนอกสภา เช่น การจุดประเด็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรม การปล่อยข่าวเรื่องการจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาล เป็นการสร้างความหวั่นไหวให้ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวร่วมกับกลุ่ม นปช.ทุกสัปดาห์ รวมทั้ง ยังมีการเล่นการเมืองแบบเก่า ด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบมุ่งทำลาย ทำให้ประชาชนหวั่นไหว ที่จะให้ระบบรัฐสภาเป็นทางออกของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนอกสภา

นพ. บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.การที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เกาะฮ่องกง แม้ประชาชนจะให้ความสนใจน้อยลง แต่ส.ส.กลับออกมาให้ข่าวเป็นรายวัน ซึ่งส่งสัญญาณชัดว่าหลังจากความวุ่นวายในการชุมนุมทางการเมืองดำเนินการมา ถึงที่สิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้ให้ข่าวว่าจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เพื่อตอกย้ำปัญหาภายในประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการใช้สถานการณ์ภายในประเทศเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตน เอง

“ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้พรรคประชาธิปัตย์ขอแสดงความห่วงใยต่อการดำเนินการ และขณะเดียวกันยอมรับว่า แม้สังคมจะมีความแตกต่างที่ต่อเนื่องจากวิกฤตบ้านเมือง ซึ่งการเลือกจังหวะที่มีแขกบ้านแขกเมือง มาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท ถือเป็นการจงใจใช้จังหวะที่จะมีสื่อมวลชนมาจากทั่วโลก ให้เห็นภาพความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่ออกมาสู่ท้องถนน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศที่เพิ่งเริ่มจะดีขึ้น พรรคจึงอยากฝากไปยังทุกฝ่ายให้ช่วยกันประคับประคองประเทศ เพราะทิศทางของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ถดถอยลงใน 2 ไตรมาส ก็มีผลมาจาก 2 แนวทางคือ แนวทางการฟื้นความเชื่อมั่นให้คืนมา และแนวทางการทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศผ่านสงครามจิตวิทยามวลชน เงื่อนไขในการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ บ้านเมืองต้องไม่แตกแยก และประชาชนทุกภาคส่วนต้องมีส่วนในการร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่าเหตุการณ์ยังไม่ถึงทางตันตามที่บางฝ่ายทำนายไว้ และคิดว่าสังคมจะทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และเริ่มกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองร่วมกัน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า พรรคได้ประเมินสถานการณ์การเมืองว่า จะมีระดมคนกลุ่มเสื้อแดงทั่วประเทศ ประมาณ 4 หมื่น คนขึ้นไป เพื่อรวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุด หลังจากจัดที่สนามรัชมังคลาสถาน ที่มีกลุ่มเสื้อแดงกว่า 5 หมื่นคนเข้าร่วม ซึ่งการชุมนุมในวันที่ 24 ก.พ. จะมีการรวมตัวที่สนามหลวง ก่อนที่เคลื่อนตัวมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการสำแดงพลัง ว่าจะมีอำนาจต่อรองทางการเมืองเพื่อให้กดดันรัฐบาล ตามเงื่อนไข 4 ข้อ ที่เคยยื่นไว้กับรัฐบาล โดยมีการเตรียมการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของกลุ่มผู้ชุมนุมออกเป็นสายๆ เช่น ส่วนประสานงานกับแกนนำต่างๆ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง (อาหาร) และการจัดยานพาหนะ ในการเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ต่างๆ การชุมนุมครั้งจะยืดยื้อ 3 วัน และหากยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า บรรดากลุ่มแกนนำเสื้อแดง จะมีการสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้นเหตุการณ์ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จะรวมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางกลับ โดยกลุ่มแกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบว่า ไม่ใช่คนในกลุ่ม และเหตุการณ์ดังกล่าว และจะกลายเป็นการชุมนุมยืดเยื้อต่อไป

ที่มา คมชัดลึก