Archive for November, 2008


(30พ.ย.) เวลา 15.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯประมาณเกือบ 1,000 คน โดยการนำของนายอมร รัตนานนท์และนายสุชาติ ศรีสังข์ บุกฝ่าแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ายื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ลาออก
โดยจุดแรกทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ใช้รถ 6 ล้อ ซึ่งมีแกนนำดังกล่าวบุกฝ่าแนวรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำกำลังจำนวน 150 นาย พร้อมแผงกั้นเหล็กมาปิดทางเข้าออกของหมู่บ้านจุติพร ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ซึ่งทางแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯได้เข้ามาเจรจาว่าจะขอเข้าไปยื่นหนังสือที่บ้าน พักของมท.1 และยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องเปิดทางให้ทางกลุ่มพันธมิตรฯ บุกเข้าไปประชิดที่บ้านพักของ รมว.มหาดไทย
หลังจากที่บุกเข้าไปได้แล้วทางแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯได้กล่าวโจมตีการทำงาน ของ รมว.มหาดไทย และเรียกร้องให้ลาออก และเรียกร้องให้คนที่อยู่ในบ้านออกมารับหนังสือ แต่ปรากฏว่าภายในบ้านไม่มีใครอยู่ ทาง พล.ต.อ.สุพจน์ เกษมชัยนันท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จึงได้เจรจาต่อรองและขอรับหนังสือที่ทางกลุ่มพันธมิตรฯนำมายื่น พร้อมรับปากจะนำไปเสนอต่อ รมว.มหาดไทย
หลังจากที่ยื่นหนังสือเรียบร้อยแล้วทางกลุ่มพันธมิตรฯจึงแยกย้ายกันกลับ ปรากฎว่าหลังจากที่ทางกลุ่มพันธมิตรฯได้แยกย้ายไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่า ที่ล้อยางรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทางกลุ่มพันธมิตรฯใช่เหล็กแหลมแทงที่ ล้อยางรถยนต์จนไม่สามารถใช้งานได้ จำนวน 4 คัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องนำรถยกมายกรถยนต์กลับไปซ่อมที่ สภ.ปากเกร็ด
หลังจากที่ออกจากบ้านของรวม.มหาดไทย ทางกลุ่มพันธมิตรฯได้เคลื่อนไปที่บ้านของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ภายในหมู่บ้านเบเวอรี่ฮิลล์ แต่ก็ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวสกัดไว้ แต่เนื่องจากกำลังของเจ้าหน้าที่ไม่พอ จึงไม่สามารถต้านทานไหวจึงต้องยอมเปิดทางให้กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนไปที่หน้าบ้านของนายกรัฐมนตรี
เมื่อถึงหน้าบ้านทางแกนนำก็ได้กล่าวโจมตีการทำงานของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกอย่างเดียว โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ พร้อมทั้งขู่ว่าถ้าทางนายกรัฐมนตรีไม่ลาออกทางกลุ่มพันธมิตรฯ จะรวมตัวกันมาปิดล้อมที่บ้านอีก ซึ่งทางพ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 ได้เข้ามาเจรจากับทางกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมรับหนังสือที่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ นำมายื่นและรับปากว่าจะนำหนังสือดังกล่าวไปยื่นให้กับทางนายกรัฐมนตรี ทางกลุ่มพันธมิตรฯจึงพอใจและได้แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีการปะทะหรือการทำลายทรัพย์สินของตำรวจแต่อย่างใด

ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • (30พ.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงภายหลังการประชุมร่วมของแกนนำพันธมิตรฯ กับ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า แกนนำพันธมิตรฯ ได้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับทราบถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ถูกโจมตีในระหว่างการชุมนุม และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาดูแลพื้นที่โดยทันที หลังจากเกิดเหตุ โดยได้ขอความร่วมมือให้มีการลาดตระเวนโดยการ์ดพันธมิตรฯ จะร่วมลาดตระเวนด้วย ในบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ในระยะ 400-500 เมตร
    นอกจากนี้ จะได้มีการทำหน้งสือแจ้งไปยังหน่วยราชการและเอกชน เพื่อขอเข้าไปตรวจสอบนอาคารสูง โดยจะต้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ เข้าไปตรวจสอบคู่กันด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความร่วมมือ
    นายสุริยะใส กล่าวว่า ในที่ประชุมยังหารือกรณีการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ขอนำเครื่องบินจำนวน 80 ลำ ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดย 5 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขอให้การท่าอากาศยาน ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการ เชื่อว่า ภายในคืนนี้ หรืออย่างช้าพรุ่งนี้ จะสามารถนำเครื่องบินจำนวน 80 ลำออกได้
    “พันธมิตรฯ เองได้เป็นห่วงเรืองความปลอดภัยของเครื่องบิน เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อวินาศกรรมจนทำให้เกิดความเสียหายแก่การ ท่าได้ เราขอยืนยันว่าพันธมิตรฯ ชุมนุมอยู่เฉพาะตัวอาคารเท่านั้น ไม่ได้ลงไปในรันเวย์ โดยมอบหมายให้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังผู้อำนวยการการท่าอากาศยานฯ อีกครั้ง” นายสุริยะใส กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งขณะนี้เห็นว่าเป็นการคุมเชิงกันระหว่าง พันธมิตรฯ รัฐบาล และผู้นำเหล่าทัพ โดยแกนนำต่างเห็นตรงกันว่า ภายใน 2-3 วัน จะได้รับชัยชนะ ขณะเดียวกันการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรค พลังประชาชน มัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย จะเป็นการปลดชนวนวิกฤตกาเรมืองได้ เพราะหากพิจารณาตามเหตุผลและข้อมูลมีเหตุผลเพียงพอที่จะสามารถยุบสามพรรคการ เมืองได้ในที่สุด เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เกี่ยวกับ พรบ.พรรคการเมือง ถือว่าเป็นยาแรงกว่ารัฐธรรมนูญปี 40 จึงทำให้ทั้งสามพรรคถูกยุบ
    อย่างไรก็ตาม หากมีการยุบทั้งสามพรรคการเมืองจริง พันธมิตรฯ ก็พร้อมจะมีการทบทวนท่าที แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยุติการชุมนุม โดยยืนยันว่า เราไม่ได้กดดันศาลแต่อย่างใด
    นายสุริยะใส กล่าวถึงการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า การชุมนุมของ นปช.ไมได้เป็นการต่อต้านรัฐประหารแต่อย่างใด เพราะทหารออกมายืนยันชัดเจนว่า จะไม่มีการปฎิวัติ แต่ข้อเท็จจริงคือต้องการกดดัน หรือข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรค จึงขอให้ตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน หนักแน่นไม่หวั่นเกรงและอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง มิเช่นนั้นบ้านเมืองจะไม่มีทางออก เพราะขณะนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้กลายเป็นโมฆะบุรุษไปแล้ว เพราะไม่มีที่ทำงาน ไม่สามารถเข้าเมืองหลวงได้เพราะกลัวถูกจับ
    “การยุบสภา ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่ใช่ทางออก เพราะการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เท่ากับเป็นการไปเริ่มต้นของปัญหาความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประเทศ หากที่สุดแล้วมีการลาออก หนทางที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้ คือการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้างมาตรา ซึ่งเชื่อว่าสังคมจะยอมรับได้ แต่ที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการฟอกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้สังคมออกมาคัดค้าน” นายสุริยะใส กล่าว
    นายสุริยะใส กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในระบบปกติ ไม่สามารถบริหารวิกฤตประเทศให้รอดได้ และรัฐบาลกำลังจะเข้าสู่อนาธิปไตย ไร้กฎ ไร้ระเบียบ หากนายสมชาย เห็นแก่ความถูกต้องและกติกาของบ้านเมืองก็สมควรที่จะลาออก และพันธมิตรฯ ขอขอบคุณสภาหอการค้า ที่เข้าใจในสถานการณ์ และเห็นว่า รัฐบาลควรจะลาออกเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นพันธมิตรฯ ก็พร้อมที่จะทบทวนการเคลื่อนไหวทั้งสามจุด
    นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงการที่พรรคพลังประชาชน เฟ้นหาตัวนายกฯ คนใหม่แทนนายสมชายว่า เท่าที่ทราบชื่อ มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข จะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก เพราะนายเฉลิมมีต้นทุนต่ำกว่านายสมชาย ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ บารมียังไม่ถึง
    ผู้สื่อแข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุม ของพันธมิตรฯที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เวลา 19.40 น. บรรดาสายการบินต่าง ๆ อาทิ สายการบินสยามซีเอส ซี่งเป็นสายการบินที่ให้บริการเครื่องบินเล็กเช่าเหมาลำ จากสุวรรณภูมิไปหัวหิน ได้นำเครื่องบินขึ้นจากสุวรรณภูมิ จากนั้น เมื่อเวลา 20.00น. สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา บินออกตามไป
    ทั้งนี้ จากเครื่องบินที่ยังค้างอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ทางสายการบินต่างๆซึ่งเป็นเจ้าของ ได้ทยอยนำเครื่องออกจาสนามบิน ด้วยการปิดไฟขณะขึ้นบิน เพื่อไม่ให้ทางกลุ่มพันธมิตรฯรู้ว่า นำเครื่องบินขึ้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เครื่องบินที่ค้างอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด 88 ลำ โดยเป็นเครื่องของสายการบินต่างประเทศ 12 ลำ และเครื่องของการบินไทย 26 ลำ สายการบินแอร์เอเซีย 16 ลำ ซึ่งขณะนี้ทุกสายการบินได้เริ่มนำเครื่องออกแล้ว
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การนำเครื่องบินขึ้นดังกล่าว ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ใช้กล้องส่องทางไกล ติดตามดูบนอาคารสนามบิน รวมถึงสะพานที่วิ่งเข้าสนามบินด้วย

    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • (30พ.ย.) เวลา 22.00 น.บรรยากาศการชุมนุมของนปช.ที่ลานคนเมือง ยังมีการสลับเปลี่ยนขึ้นปราศรัยของแกนนำโดยเนื้อหาหลักจะเน้นไปที่คดียุบ พรรค และการชุมนุมของพันธมิตรฯทั้งนี้บรรยากาศทั่วไปยังมีประชาชนทยอยเข้ามาร่วม ชุมนุม แม้จะมีการปิดเส้นทางที่จะเข้ามาบริเวณการชุมนุม โดยให้มีการจอดรถอยู่บริเวณด้านนอกแทน อย่างไรก็ตามได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อเวลา 21.40 น.โดยร้านค้าบริเวณใกล้เคียงได้โยนขวดเบียร์ลงมา ขณะที่ผู้ชุมนุมด้านล่างไล่ฮือเข้าบริเวณดังกล่าว พร้อมตะโกนต่อว่าพันธมิตรฯ ทำให้นายจตุพร พรหมพันธ์ ต้องปราศรัยเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอยู่ในอาการปกติ เพราะเป้าหมายคือการคัดค้านการรัฐประหารเงียบและการชุมนุมของพันธมิตรเท่า นั้น


    นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า การชมนุมของนปช.จะยืดเยื้อถึงวันที่ 4 ธันวาคมและหยุดวันที่ 5 ธันวาคม จากนั้นก็จะดูว่าพันธมิตรฯจะหยุดหรือไม่ ถ้าไม่หยุดนปช.ก็จะกลับมาใหม่ โดยจะปราศรัย 24 ชม. ส่วนเรื่องการเคลื่อนขบวนนั้น เราจะยังไม่เคลื่อนไปไหน แต่จะรอดูว่าจำนวนแนวร่วมต่างจังหวัดมาสมทบเยอะหรือไม่ ถ้ามาเยอะก็จะขยายไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพันธมิตรฯชุมนุมยืดเยื้อนาน นปช.จะทำอย่างไร นายจตุพรบอกว่าเป็นหน้าที่ฝ่ายกม.จะจัดการ หากถึงที่สุดแล้วกฎหมายทำอะไรไม่ได้ แกนนำนปก.จะหารืออีกครั้ง
    ถามว่าวันที่ 2 ธันวาคม จะไปชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายจตุพรบอกว่ามีคนจองกฐินเยอะอยู่แล้ว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ชุมนุมมาร่วมเต็มลานคนเมือง ขณะที่แกนนำได้ตั้งเวที มีเต็นท์อำนวยความสะดวกและมีอดีตส.ส.ทรท. ส.ส.พปช. และพรรคเพื่อไทย มาชุมนุมกันหลังเวทีอย่างเนืองแน่น แต่มีข้อน่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัยไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเทศกิจ

    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • ผอ.สุวรรณภูมิ ตีหน้ามึน! สั่งปิดสนามบินต่ออีก 48 ชั่วโมง จนถึง 18.00 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.นี้ แม้แกนนำพันธมิตรฯ จะยื่นหนังสือร้องขอให้เปิดสนามบินตามปกติ เพราะการชุมนุมไม่เกี่ยวข้องกับการขึ้นลงของระบบการบิน หวั่นถูกโยนบาป พร้อมแฉ “เสรีรัตน์” ที่แท้เป็นน้องเมีย “วีระ มุสิกพงศ์” แกนนำกลุ่มนรกป่วนกรุง ขณะที่ ขอ.เร่งประสานสายการบินอิหร่านแอร์ไลน์ รับชาวไทยมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจญ์แล้ว

    วานนี้ (29 พ.ย.) นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เปิดเผยว่า ทสภ.ได้สั่งปิดสนามบินต่อ โดยประกาศงดการให้บริการขึ้น-ลง ของเครื่องบินต่อไปอีก 48 ชั่วโมง จนถึงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 1 ธันวาคม 2551

    นายเสรีรัตน์ ยังอ้างสาเหตุในการสั่งปิดสนามบินอีก 48 ชั่วโมง เนื่องจากขณะนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมกันอยู่ที่หน้าอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีทีท่าไม่ยอมสลายการชุมนุม

    ขณะนี้ ทสภ.ได้ออกประกาศแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทางอากาศ (Notice to Airmen) จึงขอให้ผู้โดยสารงดเดินทางไปใช้บริการที่ ทสภ.จนกว่าจะมีการเปิดให้บริการได้ ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

    ก่อนหน้านี้ พลตรีจำลอง ศรีเมือง จะได้ส่งหนังสือถึง นายเสรีรัตน์ โดยยืนยันว่า ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มาชุมนุมอยู่ที่บริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ และด้านหน้าของสนามบินดอนเมืองนั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอชี้แจงว่า เรามิได้ชุมนุมในพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับการขึ้นลงของเครื่องบิน ทั้งในส่วนของลานบิน หลุมจอด หอบังคับการบิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขึ้นหรือลงเครื่องบินของสนามบินทั้ง 2 แห่ง

    พลตรีจำลอง ระบุว่า ในฐานะที่ นายเสรีรัตน์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสนามบินทั้ง 2 แห่ง และจากการประสานงานด้วยวาจากับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ของท่านในการดูแลการขึ้นลงเครื่องบิน และดูแลรักษาความปลอดภัยของเครื่องบิน ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของท่านโดยตรง

    ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายต่อเครื่องบินและสนามบิน ขอให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการป้องกันรักษาความปลอดภัยต่อเครื่องบินและสนาม บินที่สนามบินดอนเมืองติดต่อประสานงานกับ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และขอให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการป้องกันรักษาความปลอดภัยต่อเครื่องบิน และสนามบินสุวรรณภูมิ ติดต่อประสานงานกับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เพื่อประสานความร่วมมือในการรักษาความปลอดภัยกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย

    นอกจากนี้ บนเวทีปราศรัยของพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ยังมีการเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร ทสภ.-ทอท.และกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยระบุว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญของ นปช.มีฐานะเป็นน้องเมียของ นายเสรีรัตน์ นั่นเอง และการสั่งปิดสนามบิน ก็เป็นแผนในการเข้าไปสลายการชุมนุม พร้อมกับป้ายสีความผิด โดยพยายามประโคมข่าวเรื่องความเสียหายที่รุนแรง พร้อมยัดข้อหาก่อการร้าย เพื่อเป็นข้ออ้างชอบธรรมในการเข่นฆ่าประชาชนอีกรอบ

    สำหรับความช่วยเหลือชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปยังนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เปิดเผยว่า สายการบินอิหร่านแอร์ไลน์ จะนำเครื่องบินมารับชาวไทยมุสลิม ที่สนามบินอู่ตะเภา ในเวลา 01.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) และออกจากประเทศไทยเวลา 03.00 น.

    ทั้งนี้ การท่าอากาศยานไทย จะอำนวยความสะดวกโดยจัดรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 15 คันโดยในเวลา 15.00 น.วันนี้ (30 พ.ย.) จะนำรถมาเคลื่อนย้ายผู้โดยสารไปพักที่มัสยิด ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากสนามบินอู่ตะเภา ไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้ ขณะเดียวกัน จะขนย้ายเครื่องเอกซเรย์และเครื่องสแกนกระเป๋าเดินทาง มาที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเพิ่มความรวดเร็วแก่ผู้โดยสาร
    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

  • Comments Off
  • ดูละครย้อนหลัง ดูทีวีย้อนหลัง รายการทีวีโชว์ ที่นี่ อับเดท ทุกวัน
    อย่าลืมตั้ง เว็บนี้เป็นหน้าแรกนะค่ะ จะได้ไม่พลาดทุกตอน

    24/11/2008



    Tags


    Recent Posts


    Recent Comments