Archive for January, 2009


เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณท้องสนามหลวง ว่า ทางผู้ชุมนุมตั้งเวทีปราศรัยบริเวณท้องสนามหลวงฝั่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หันหน้าเวทีไปทางวัดพระแก้ว โดยมีประชาชนเริ่มเดินทางทยอยมาชุมนุมและฟังการปราศรัยตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้การจราจรบริเวณรอบท้องสนามหลวง ถ.ราชดำเนินกลาง ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า มีสภาพติดขัดอย่างมาก ขณะที่ กทม.ได้นำรถสุขาเคลื่อนที่ประมาณ 10 คันมาอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุม

เมื่อเวลา 15.39 น. ทางแกนนำกลุ่ม นปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมด จัดพิธีบวงสรวงองค์ท้าวจตุคามรามเทพและเทพยดา เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเคลื่อนการชุมนุมไปกดดันรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งยังมีการจัดเตรียมเสบียงอาหาร กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังโลโก้ความจริงวันนี้ ให้ทีมงานจำนวนมาก

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมโดยทั่วไป มีการจัดเวทีปราศรัยย่อยโดยมีแกนนำเครือข่าย นปช.จากต่างจังหวัด ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล นอกจากนี้บริเวณรอบการชุมนุมมีการจัดตั้งร้านค้าจำหน่ายเสื้อแดง ตีนตบ หัวใจตบ รวมทั้งหนังสือซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาล และการทำรัฐประหารของ คมช.
นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งซุ้มปาไข่เน่า นำภาพของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ มาเป็นเป้า โดยมีผู้ชุมนุมสนใจเข้ามาต่อคิวใช้บริการจำนวนมาก โดยมีการจำหน่ายไข่เน่าราคา 3 ใบ 20 บาท

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวเวลาประมาณ 21.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจะเริ่มเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อประกาศข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 3 ข้อคือ 1.ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศพ้นจากตำแหน่ง 2.ให้เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ กรณีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และ 3.ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯประกาศยุบสภา จากนั้นจะแยกย้ายกันกลับบ้านทันทีโดยไม่บุกเข้าไปในทำเนียบฯ ทั้งนี้ จะให้เวลารัฐบาลดำเนินการภายใน 15 วัน ถ้ายังไม่มีท่าทีตอบรับก็จะกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า ไม่ได้วิตกอะไร เพราะเชื่อว่าตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่เบื่อการชุมนุมต่อต้านแล้ว และอยากให้ รัฐบาลเดินหน้าทำงาน และทำงานหนักต่อไป ส่วนรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ จะคอยดุแลไม่ให้เกิดเหตุชุมนุมซ้ำรอยเมื่อปีก่อนอีก
ที่มา ข่าวสด

  • Comments Off
  • เด็ก มัธยมไม่ยอมแพ้เด็กอาชีวะยกพวกแทงกันปางตายกลางโบราณสถานเมืองกรุงเก่า มาจาก 2 โรงเรียนในกรุงเทพฯ ไปทัศนศึกษาที่อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา เกิดเขม่นกันยกพวกตีกันอุตลุด ก่อนจะมีน.ร.ชั้นม.5 ถูกแทงไส้ไหล ครูอาจารย์ต้องเข้าห้ามกันชุลมุน ท่ามกลางความตกใจของนักท่องเที่ยว ตร.นำตัวน.ร.อีกคนที่มีแผลถูกมีดบาด มาสอบปากคำ ทำประวัติก่อนปล่อยตัวไป

    เมื่อ เวลา 14.30 น. วันที่ 30 ม.ค. พ.ต.ท.สมนึก เงี่ยมงาม สวป.สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทจำนวนมากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต.ประตูชัย จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.นำกำลังตำรวจไปตรวจสอบระงับเหตุ

    เมื่อ ไปถึงพบครูอาจารย์และนักเรียนชายหญิงจำนวนมาก กำลังมุงดูเหตุการณ์ โดยกลุ่มครูกำลังปฐมพยาบาล นายธนัท สระชมพู อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. ถูกมีดปลายแหลมยาวประมาณ 5 นิ้วแทงเข้าที่หน้าท้องใกล้สะดือจนไส้ทะลักออกมา นอนร้องครวญคราง จึงนำส่งร.พ.พระนครศรีอยุธยา แพทย์ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดโดยด่วนเพราะอาการสาหัส

    จากการสอบสวนทราบ ว่า ก่อนเกิดเหตุนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย จำนวนประมาณ 200 คน เดินทางมาทัศนศึกษาที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ศรีอยุธยา โดยในอุทยานประวัติศาสตร์มีกลุ่มนักเรียนโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธ วิทยา ตั้งอยู่ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จำนวนประมาณ 200 คน เดินเที่ยวชมทัศนศึกษาอยู่เช่นกัน

    จนกระทั่งมาที่หน้าวิหารพระมงคล บพิตร ปรากฏว่าเกิดการชุลมุนทะเลาะวิวาทกันขึ้น เป็นเวลาประมาณ 5 นาที โดยครูอาจารย์ของทั้งสองฝ่ายได้พยายามเข้าห้าม บรรยากาศชุลมุนวุ่นวาย ท่ามกลางความตกอกตกใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มาชมโบราณสถาน หลังจากครูอาจารย์เข้าแยกคู่กรณีต่างพากันแยกย้ายกันหลบขึ้นรถบัสของ โรงเรียนของตนที่จอดไว้ด้านหลังวิหาร แต่ยังมีบางส่วนติดตามไปขว้างปาขวดน้ำและก้อนหินใส่กัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง จึงแยกย้ายกันไป และพบว่านายธนัท บาดเจ็บดังกล่าว

    นอกจากนี้ยังมีนายภัชระชัย เกิดสันเที๊ยะ อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุธวิทยา ได้รับบาดเจ็บถูกของมีคมนิ้วชี้ขวา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมา สอบปากคำ นายภัชระชัยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่แยกกลุ่มย่อยเดินชมโบราณสถาน มาเจอกับนักเรียนอีกฝ่ายกลุ่มหนึ่ง และเกิดมองหน้าเขม่นกัน พูดจาแขวะใส่กัน 2 ครั้ง พอรอบที่ 3 ก็ปรี่เข้าชกต่อยทะเลาะวิวาทจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ประมาณ 5 นาที ช่วงนั้นมีคนเอามีดแทงใส่ตน จึงเอามือรับเป็นแผล ก่อนจะมีคนถูกแทงซึ่งไม่ทราบว่าใครแทง แต่ไม่ใช่ตน

    พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบเพียงว่า 2 โรงเรียนก่อเหตุยกพวกตีกันและมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าใครแทง ต้องสอบปากคำนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดกว่า 20 ปากเสียก่อน และสอบพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์อีกหลายคน จึงจะสามารถสรุปเหตุการณ์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ส่วนนายภัชระชัยหลังสอบปากคำได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ เขต 12 ตัดเล็บเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจดีเอ็นเอ พร้อมทั้งทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านไป สำหรับนายธนัทที่ถูกแทงอาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว

    ที่มา ข่าวสด

  • Comments Off
  • นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำนปช.กลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยการเคลื่อนไหวล่าสุดของทางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงว่า เวลาประมาณ 21.00 น.จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อประกาศข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 3 ข้อ 1. ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ พ้นจากตำแหน่ง 2. ให้เร่งดำเนินคดีกับพันธมิตรฯ กรณีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และ3.ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมมนตรี ประกาศยุบสภา จากนั้นจะแยกย้ายกลับบ้านทันที ไม่มีการบุกเข้าไปในทำเนียบฯ

    ทั้งนี้จะให้เวลารัฐบาลดำเนินการภายใน 15 วัน ถ้ายังไม่มีท่าทีตอบรับก็จะกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป

    พล. ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการหารือด้านการข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเดง ได้ข้อสรุปตรงกันว่า การชุมนุมวันนี้จะไม่มีความรุนแรง และยืดเยื้อ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ชี้แจงแล้วว่า จะชุมนุมอย่างสงบ และจะเคลื่อนขบวนการชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาลในเวลา 21.00 น. และจะเลิกการชุมนุมในเวลา 24.00 น. ซึ่งจะไม่มีการบุกรุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล จะชุมนุมอยู่ด้านนอก และอ่านแถลงการณ์จุดยืนของการชุมนุมเท่านั้น

    นปช.ตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดกม.หมิ่นสถาบัน

    บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังคงมีประชาชนสวมใส่เสื้อสีแดงร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เวทีปราศรัยแถลงจุดยืน 7 องค์กรวิชาการ ปราศรัยไม่ยอมรับการทำงานของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ เนื่องจากการได้มาซึ่งอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นไปตามระบอบ ประชาธิปไตย โดยได้รับการสนุบสนุนจากกองทัพและข้าราชการประจำ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอำนาจการตัดสินใจของประชาชน

    นอกจากนี้ในการชุมนุมมีการตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ เพื่อเสนอยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และจนถึงขณะนี้การชุมนุมยังคงเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 21.00 น. ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยบริเวณสนามหลวงทั้งในและนอก เครื่องแบบ มั่นใจว่า สามารถรักษาความสงบการชุมนุมได้

    พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังการประชุมหารือ เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ หรือ นปช.ว่า ในที่ประชุมได้รายงานข่าวว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ขณะนี้มีประมาณ 4,000 คน และกำลังทยอยเดินทางมาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีถึง 10,000 คน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีเจรจา ตามจุดต่างๆ เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้มีการเจรจากับทางแกนนำ ทั้งนี้จากสถานการณ์เชื่อว่า จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น และยืนยันจะไม่ใช้แก๊สน้ำตาต่อกลุ่มผู้ชุมนุม แต่จะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน

    ผู้ บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. แต่ยังคงเป็นห่วงเรื่องของมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาก่อความวุ่นวายได้

    ที่มา โพสท์ทูเดย์

  • Comments Off
  • นครบาลจัดตำรวจคุมเข้มอุเทนถวายฯ หวั่นเกิดเหตุรุนแรงวันสถาปนาสถาบันพรุ่งนี้(1ก.พ.)ตั้งจุดตรวจ 4 เส้นทางรอบที่ตั้ง ส่งสายสืบนอกเครื่องแบบปะปนกลุ่มนักศึกษาตรวจสอบพฤติกรรม ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือคนกรุง แจ้งเบาะแสเห็นนักเรียนรวมตัวหน้าห้าง-ป้ายรถเมล์ โทรแจ้ง 191

    (31ม. ค.) พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. และโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยเทคโนยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ในวันสถาปนาสถาบันพรุ่งนี้ (1ก.พ.) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุนักเรียนยกพวกตีกันว่า พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งให้พล.ต.ต. วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ( ผบก.น.6 ) และ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สืบสวนนครบาล 6 จัดกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้า ปิดล้อมตรวจค้นภายในสถาบันช่วงเช้าก่อนที่จะเริ่มพิธีการพร้อมตั้งจุดตรวจ ค้นอาวุธในตัวนักศึกษาและผู้ร่วมงานและตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกเส้นทางเข้าออก และเส้นทางโดยรอบบริเวณที่ตั้งสถาบันทั้ง 4 ด้าน

    ฝั่งถนนพญาไท ถนนพระราม 4 พระราม 1 และถนนอังรีดุนังส์ พร้อมจัดตำรวจสายสืบนอกเครื่องแบบปะปนหาข่าวตรวจตราความเคลื่อนไหวในกลุ่ม นักศึกษา จัดกำลังสายตรวจตรวจตราจุดล่อแหลมป้ายรถประจำทาง หน้าห้างสรรพสินค้าย่านใกล้เคียงอย่างถี่ถ้วน พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่แจ้งเบาะแสความ เคลื่อนไหวต่างๆ หากพบกลุ่มนักเรียนรวมตัวกันหรือบุคคลที่มีท่าทีพิรุธต้องสงสัยให้แจ้ง 191 ได้ทันที

    พล.ต.ต.สุพร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น.ทุกนาย ผบก.น.1 – 9 ผบก. ตปพ. ผบก.จร. ผบก.อก. และ รอง ผบก. ทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนนครบาลและกองกำกับการสวัส ดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี บช.น. หาแนวทางปฏิบัติการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและวางมาตรการแก้ปัญหานักเรียนตี กันในพื้นที่กทม. อย่างต่อเนื่องภายหลังเกิดเหตุนักเรียนสถาบันคู่อริใช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน อย่างต่อเนื่องรวมถึงเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ผ่านมาเป็นเหตุให้มีผู้บาด เจ็บและเสียชีวิต

    ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า จากการประชุมแนวทางแก้ไขปัญหานักเรียนตีกันที่ผ่านมาได้ข้อสรุป 8 มาตรการดำเนินการที่ตรงกันโดย ผบช.น. มอบหมายให้ แต่ละกองบังคับการประการดำเนินการอย่างเร่งด่วนดังนี้ ให้เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น ตามสถาบันที่สุ่มเสี่ยงให้ประสานกับอาจารย์ สำรวจประตูด้านหน้าเข้าออกมีตำรวจเข้าไปดูแลตรวจค้นอาวุธ ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดทางเข้าและออกรวมทั้งฝั่งตรงข้ามสถาบันการศึกษา ให้ทำประวัติศิษย์เก่าหรือนักเรียนปัจจุบัน ที่เป็นหัวโจกเพื่อติดตามพฤติกรรมหากมีข้อมูลว่าจะไปก่อเหตุกระทำผิดก็เข้า ไปตรวจค้นบ้าน ทำประวัตินักศึกษาปี 1 ที่พึ่งเข้าเรียนใหม่ นำข้อมูลส่งตำรวจ ติดตามพฤติกรรม ตั้งจุดตรวจ ตามสถานที่ที่เสี่ยงกับการก่อเหตุขอทุกพื้นที่ จัดตำรวจเข้าไปเป็นวิทยากร อบรมให้ความรู้ข้อกฎหมายของการทำผิด

    เพื่อเข้าไปละลายพฤติกรรมด้วย ซึ่งเป็นการปฏิบัติขั้นต้นจากนั้นจะดำเนินการในระยะ 2 คือประสานกับอาจารย์ในการละลายพฤติกรรม ซึ่งอาจจัดหาวิทยากร ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่นการออกค่าย การแข่งขันกีฬา ส่วนระยะยาวเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสถาบันการศึกษา ที่จะกลั่นกรองในขั้นตอนการรับเด็กเข้ามาเรียนโดยวางมาตรฐานการศึกษาให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน

    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • รองนายกฯด้านความมั่งคง ดูความพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยทำเนียบ เชื่อไม่มีรุนแรงทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ใครบุกทำเนียบต้องถูกดำเนินคดี ยัน รัฐบาลไม่ยุบสภาและแก้รธน.ตามข้อเรียกร้องแน่ ลั่นสายตรงนายกฯสบายใจได้

    (31ม.ค.) เวลา19.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อตามสถานการณ์ที่กลุ่มนปช.จะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในช่วงดึกวันเดียว กัน โดยกล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ เพราะเพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่จ.ลพบุรี หลังจากนี้จะโทรศัพท์สอบถามเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานอะไร แต่ตนจะอยู่แถวๆทำเนียบรัฐบาล

    ” เบื้องต้นทราบว่า นปช.จะมายื่นหนังสือ ก็ต้องมีคนไปรับ หากไม่มีใครไปรับ ผมก็พร้อมไปรับหนังสือเอง ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่สามารถทำตามได้ หากผู้ชุมนุมจะเดินทางมาชุมนุมในอีก15 วันข้างหน้า ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ จะมาอีกกี่วันก็เรื่องของเขา” นายสุเทพ ระบุ

    รอง นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เขาคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคงจะเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ แต่เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ขอให้อดทนกันอีกหน่อย รัฐบาลจะได้ดูแลบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตามจะรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้นายกฯทราบในคืนนี้ ขอให้ท่านทำงานให้สบายใจ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้ามาในทำเนียบฯจะทำอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เข้าไม่ได้ แต่จะไม่ใช้แก๊สน้ำตา และไม่ใช้ความรุนแรง หากบุกเข้ามาก็จับดำเนินคดี เตรียมรถและสถานที่ไว้มากเพียงพอสำหรับทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย ยืนยันไม่มีมาตรการขั้นสูงสุดในการดำเนินการกับผู้ชุมนุม หากใครบุกสถานที่ราชการก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องถูกจับกุมดำเนินการ

    ” เราไม่ใช้ความรุนแรงแน่นอนจึงเชื่อว่าสถานกรณ์คงไม่รุนแรงไปด้วย แต่ก็ไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย หากเขาฝ่าด่านตำรวจมา 4ด่าน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าขัดขืนการจับกุมก็ยิ่งผิดเข้าไปอีก” นายสุเทพ

    ผู้ สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาล เวลา 20.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรถ.ราชดำเนินนอกเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่บริเวณแยกสวนมิกสกวัน ต่อเนื่องถึงเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์และเส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาลโดยเน้น กำลังหลักอยู่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานมีการนำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นบริเวณด้าน หน้าและตั้งกำแพงรั้วเหล็กอีก 3 ชั้น ผูกร้อยด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ยึดหัวท้ายสะพานใส่กุยแจอย่างแน่นหนาจากนั้น เป็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจล ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจำนวน 5แถวซึ่งการปิดกั้นรั้วเหล็กป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ในวันนี้ มีการทำอย่างแน่นหนา ต่างไปจากกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรซึ่งมีการตั้งแผงเหล็กเรียงรายซ้อนกันอย่าง เดียวไม่ได้นำโซ่ตรวนมาผูกร้อยเหมือนเช่นวันนี้

    ขณะเดียวกันระหว่างตรวจความพร้อมกำลังตำรวจเชิงสะพานมัฆวาน มีโทรศัพท์เรียกตัวพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.เข้าหารือในทำเนียบรัฐบาลโดยด่วน ซึ่งขณะนี้การจราจรบนถนนราชดำเนินนอกคล่องตัวปริมาณรถน้อยเนื่องจากผู้ใช้รถ ใช้ถนนส่วนใหญ่ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ว่าจะเคลื่อนขบวนในเวลา 21.00 น. จึงหลีกเลี่ยงเส้นทางมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล

    ขณะเดียวกันมีหน่วยสอดแนมนปช.เป็นชาววัยกลางคนขี่จักรยานยนต์มา เป็นกลุ่มประมาณ 5 คันสวมเสื้อแดง มีผู้ซ้อนท้ายมาวนดูการตั้งจุดสะกัดของตำรวจ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานและวนรถกลับไป นอกจากนี้ ผบช.น.ยังสั่งการให้นำรถไฟส่องสว่าง มาจอดบริเวณเชิงสะพานมัฆวานจำนวน 2 คัน เพื่อให้กล้องวงจรปิดที่อยู่รอบบริเวณสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจนมีแสงสว่าง เพียงพอ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลโดยเด็ด ขาด
    ที่มา คมชัดลึก

  • Comments Off
  • Tags


    Recent Posts