หนึ่งใน music idol และ king of pop ไมเคิล แจ๊คสัน เสียชีวิตกระทันหันแล้ว
(more…)
นานาชาติร้องเปลี่ยนชื่อ”ไข้หวัดหมู“หวั่นราคาตก พบยอดเหยื่อสูงถึง 159 คนแล้ว ชาวอเมริกันพุ่งเป็นอันดับ 2 ผู้บริหารสายการบิน”ไรอันแอร์”เมินคำเตือน โวชาวยุโรปไม่มีทางตายจากโรคนี้ ชี้เสี่ยงแค่เฉพาะใน”สลัม”และย่านเอเชีย ธุรกิจ”จังโก้”สูญ2พันล้านบ./วัน สั่งห้ามปชช.ออกมานั่งตามร้านอาหาร เกาหลีใต้พบอีก 9 ต้องสงสัย
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายริชาร์ด เบสเซอร์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐหรือ ซีดีซี เรียกร้องให้มีการพิจารณาเปลี่ยนชื่อ ไข้หวัดหมู (swine flu) ที่เชื่อว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเม็กซิโก159 คน โดยบอกว่า ดีเอ็นเอของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโกชนิดนี้ประกอบด้วย ดีเอ็นเอจากไวรัสไข้หวัดในหมู ไข้หวัดในนก และไข้หวัดในคน แต่การเรียกว่า ไข้หวัดหมู จึงทำให้เข้าใจไปว่า เชื้อโรคติดต่อได้จากการรับประทานผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งต่อผู้ผลิตหมูและผู้รับประทานหมู
ขณะที่ นายทอม วิลแซก รัฐมนตรีเกษตรกรรมของสหรัฐ เรียกร้องเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ให้มีการเปลี่ยนชื่อโรคที่กำลังระบาดอยู่นี้ โดยบอกว่า อุตสาหกรรมหมูของสหรัฐยังคงปลอดภัยดี และไม่มีหมูป่วยเลย จึงไม่มีเหตุผลที่จะห้ามนำเข้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมู
รายงานระบุว่า บางประเทศ เช่น จีน รัสเซีย และยูเครน ได้ห้ามนำเข้าเนื้อหมูจากเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐ และอีกหลายประเทศกำลังตรวจสอบการนำเข้าเนื้อหมูอย่างเข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ราคาหมูตกลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อโรคนี้จากไข้หวัดหมูเป็น “novel flu” ซึ่งคำว่า novel หมายถึง สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก (Mexico Influenza) และไข้หวัดอเมริกาเหนือ (North America flu)
ส่วนอิสราเอล ก็เรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อเป็น ไข้หวัดเม็กซิกัน (Mexican Flu) เพื่อเลี่ยงใช้คำว่า หมู ซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวมุสลิมและชาวยิวห้ามรับประทานเพราะถือว่าหมูไม่สะอาด
ขณะที่นายเคอิจิ ฟูคุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุข ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมขององค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ WHO บอกว่า จะยังคงใช้ชื่อไข้หวัดใหญ่ในหมู (swine influenza) และยังไม่มีแผนที่จะเสนอชื่อใหม่แทน โดยหวังว่าจะไม่เกิดความสับสนจนเกินไป
ยอดเหยื่อจังโก้เสียชีวิตหวัดใหญ่เม็กซิโกพุ่ง 159 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 เม.ย.รายงานความคืบหน้ากรณีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกแพร่ระบาดว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ฯได้เพิ่มขึ้นเป็น 159 ราย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อจำนวน 2,500 ราย โดยจำนวนนี้ 1,300 ราย โดยบางรายมีอาการป่วยหนัก จากเมื่อวันอังคารซึ่งมีรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อ 152 ราย
ทางด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้เรียกร้องให้รัฐสภาคองเกรสอนุมัติเงินจำนวน 1,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อต่อสู้กับภาวะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกระบาด ประกอบด้วยมาตรการจัดเตรียมการจัดเก็บยาต่อต้านไวรัส,เพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเตรียมพร้อมสำหรับวัคซีนต่อสู้โรค
การเรียกร้องของผู้นำสหรัฐมีขึ้นหลังจากที่นายอาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ต่อรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะส่งผลให้รัฐสามารถระดมเงินทุนและบุคลากรเพื่อต่อสู้กับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลกลางสหรัฐได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กรมป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐยืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อไข้หว้ดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก 24 ราย ประกอบด้วย 10 รายในรัฐแคลิฟอร์เนีย,2 รายในรัฐแคนซัส 45 รายในรัฐนิวยอร์ก 1 รายในรัฐโอไอโฮ และ 6 รายในรัฐเท็กซัส
ขณะเดียวกัน แคนาดาได้เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกเพิ่มเป็น 13 ราย แต่อยู่ในระดับป่วยปานกลาง ขณะที่ทางการแคนาดาได้แนะนำให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเม็กซิโกด้วย
ซีอีโอ”ไรอัน แอร์”ชี้หวัดเม็กซิโกเกิดเสี่ยงเฉพาะใน”สลัม”
หนังสือพิมพ์”เดอะ ไทม์ ออฟ ลอนดอน” ฉบับวันที่ 28 เม.ย. รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของนายไมเคิล โอ′เลียรี่ หัวหน้าผู้บริหาร “ไรอัน แอร์” สายการบินต้นทุนต่ำชั้นนำของยุโรป ถึงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกที่กำลังระบาดไปทั่วโลกอยู่ขณะนี้ว่าชาวยุโรปจะไม่เสียชีวิตเพราะโรคนี้ เช่นเดียวกับที่ไม่เคยเสียชีวิตจากโรคซาร์ส และโรคปากเท้าเปื่อย การระบาดของโรคนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่จะเดินทางระยะสั้นทั่วยุโรปในฤดูร้อนนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมเพียงสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดในเอเชียและเม็กซิโก
นอกจากนี้ เขายังอ้างอิงถึงคู่ฮันนีมูนจากเมืองเอดินเบอร์กของอังกฤษ ที่กลายเป็นชาวอังกฤษสองคนแรกที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออย่างอ่อนๆหลังกลับจากฮันนีมูนที่เม็กซิโก โดยบอกว่า ทั้งคู่ไม่ได้เสียชีวิตและว่า อมยาอมฆ่าเชื้อในลำคอยี่ห้อ”สเตรปซิลส์” เพียง 2 เม็ดก็ใช้ได้แล้ว
รายงานยังระบุว่า นายโอเลียรี่ เคยเป็นข่าวพาดหัวหลายครั้งจากคำพูดที่ไม่ระมัดระวัง รวมทั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่เขาเสนอแนวคิดจะเก็บเงินค่าใช้ห้องน้ำเป็นเงิน 1 ปอนด์ (ราว 51 บาท) จากผู้โดยสาร และเมื่อปี 2548 หน่วยงานควบคุมการโฆษณาของอังกฤษได้สอบสวนกรณีที่ทางสายการบินใช้โฆษณาที่อ้างอิงถึงเหตุระเบิดบนระบบขนส่งมวลชนในกรุงลอนดอนของอังกฤษที่เกิดขึ้นในปีเดียวกัน เพื่อเพิ่มยอดขายตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดของตน แม้หน่วยงานดังกล่าวจะสรุปว่าเป็นโฆษณาที่ไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองอย่างกว้างขวาง แต่ก็เป็นโฆษณาที่” ไร้รสนิยมอย่างที่สุด”
เม็กซิโกสั่งห้ามนั่งในร้านอาหาร-ธุรกิจสูญ2พันล./วัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า กรุงเม็กซิโก ซิตี้ของประเทศเม็กซิโก ได้วางมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยห้ามร้านอาหารและคาเฟ่ให้บริการลูกค้าที่มานั่งกินในร้าน แต่จะให้บริการเฉพาะลูกค้าที่ซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้าน เพื่อไม่ให้เชื้อหวัดแพร่ระบาด
ด้านหอการค้าประจำกรุงเม็กซิโก ซิตี้ คาดการณ์ว่า มาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น จะส่งผลกระทบในการทำธุรกิจที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 777 ล้าน เปโซ หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท/วัน
นอกจากนี้ เม็กซิโกยังสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศและจำกัดการชุมนุมในที่สาธารณะ หลังพบผู้เสียชีวิตสูงเกิน 150 คน โดยคาดว่า อาจเสียชีวิตเพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้น โดยพบทั้งที่สหรัฐฯ แคนาดา นิวซีแลนด์ สเปน อิสราเอล และอังกฤษ แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตในประเทศใดยกเว้นที่เม็กซิโก ขณะที่ มีรายงานว่า ที่ประเทศสหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 64 คน แล้วซึ่งเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากเป็นอันดับ 2 รองจากเม็กซิโก
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ จำต้องร้องขอสภาคองเกรสให้อนุมัติงบเพิ่มอีก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 53,000 ล้านบาท เพื่อรับมือสถานการณ์
ด้าน ดร.เคอิจิ ฟุกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันมีความเป็นไปได้อย่างมากที่เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกจะแพร่ ระบาดไปทั่วโลก แต่ย้ำว่า มาตรการคุมเข้มตามแนวพรมแดน หรือห้ามเดินทางไปในประเทศที่ติดเชื้อ เป็นมาตรการที่ป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ผล เพราะเชื้อไวรัสยังคงล่องลอยในอากาศอย่างอิสระ
เกาหลีใต้พบอีก 9 ผู้ต้องสงสัยติด”ไข้หวัดเม็กซิโก”
โฆษกกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงว่า กำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก อีก 9 คน เพิ่มจากก่อนหน้านี้ที่ประกาศจำนวนผู้ต้องสงสัยรวม 3 คน ซึ่ง ในจำนวนนี้มี 2 คนที่ผลตรวจเป็นลบ ส่วนอีกคนหนึ่งถูกจัดไว้ในประเภท “ผู้ที่อาจติดเชื้อ” ( probable case) ทำให้ปัจจุบันมีผู้ที่ถูกตรวจสอบเพราะสงสัยว่า จะติดเชื้อโรคนี้ในเกาหลีใต้รวม 12 คนแล้ว
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยล่าสุด 9 คนนี้ เพิ่งเดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวในเม็กซิโก หรือในสหรัฐฯเมื่อไม่นานมานี้ และมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น ไอ และมีไข้ ส่วนสตรีที่ถูกจัดไว้ในประเภท “ผู้ที่อาจติดเชื้อ” เพิ่งเดินทางกลับจากเม็กซิโกเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา
หลังจากที่มีฝนตกกระจายทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมลฑล ทั้งยังมีลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และลมพัดแรง ทำบ้านเรือน และป้ายโฆษณาเสียหายหลายจุด โดยจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกันมากที่สุด คือ ถ.พระราม 4 ขาออก ช่วงกลางสะพานไทย-เบลเยียม มีรถชนท้ายกัน 14 คัน และที่บริเวณอุโมงค์ห้วยขวางมุ่งหน้า ถ.รัชโยธิน มีรถชนกันรวม 5 คัน ขณะที่บริเวณหน้าศาลอาญามีรถกระบะวีโก้เสียหลักพุ่งชนราวสะพานขวางช่องทางจราจร โดยจุดที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่งผลให้รถติดขัดอย่างหนัก ขณะที่วงเวียน ถ.ราชพฤกษ์ เกิดเหตุรถบรรทุกขนาดใหญ่เสียหลักพลิกตะแคง 1 คัน ห่างกันไม่มากนักพบว่ามีรถกระบะพลิกคว่ำอีก 1 คัน และจากการตรวจสอบไปยังอีกหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร พบว่า ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกหลายจุด ส่วนใหญ่จะเป็นการชนท้ายกัน 2-3 คัน มีความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในทุกจุดก็ส่งผลให้รถติดขัดทั่วกรุงเทพมหานคร ขณะที่ฝนก็ยังตกลงมาอย่างหนักทั่วกรุงเทพมหานคร โดยที่พื้นที่ลาดพร้าวช่วงซอย 101 เกิดลูกเห็บขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซ.ม. ตกลงมา ทั้งยังมีประชาชนอีกหลายพื้นที่แจ้งว่ามีลูกเห็บตกลงมาในพื้นที่เช่นกัน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่บริเวณสนามหลวง 2 หรือตลาดนัดธนบุรี มีฝนตกหนัก และลมแรงพัดเต็นท์ของพ่อค้าแม่ค้า และสิ่งของปลิวเกลื่อนตลาด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเก็บทรัพย์สินหนีฝนอย่างชุลมุนวุ่นวาย