กู่กู่ แพนด้ายักษ์เมืองปักกิ่งกัดขานักท่องเที่ยวเส้นเอ็นฉีก

January 8, 2009



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 9 ม.ค.  โดยอ้างคำเปิดเผยของโฆษกสวนสัตว์ในกรุงปักกิ่ง ของจีน  ว่า กู่กู่  แพนด้ายักษ์เพศผู้ ของสวนสัตว์ ได้กัดนักท่องเที่ยวชายคนหนึ่ง จากมณฑลอันหุย ที่ข้ามเครื่องกีดขวางสูง 1.4 เมตร ที่กั้นอยู่รอบที่อยู่ของแพนด้า เข้าไปเก็บของเล่นเด็ก ที่บุตรชายวัย 5 ขวบของเขาทำตกลงไป และนับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่กู่ กู่ ทำร้ายคนที่เข้าไปเที่ยวสวนสัตว์ปักกิ่ง

กู่ กู่ ซึ่งมีน้ำหนักตัว 110 กิโลกรัม ได้งับผู้บุกรุกเข้าที่ขาทั้งสองข้าง และไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งผู้ดูแลสวนสัตว์ ต้องเอาเครื่องมือมาง้างเขี้ยวของมันออก ด้านสำนักข่าวปักกิ่ง นิวส์ระบุว่า ชายเคราะห์ร้าย ชื่อ จาง เจียว และนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เปิดเผยว่า เขาได้สำรวจรอบ ๆดูก่อนแล้วว่า มีแพนด้าอยู่ในบริเวณนั้นหรือไม่ ก่อนจะที่กระโดดลงไป

อย่างไรก็ตาม กู่ กู่ เคยตกเป็นข่าวครั้งแรก เมื่อปี 2550 ตอนที่กัดนักท่องเที่ยวที่เมาสุรา ที่กระโดดลงไปหาและพยายามจะกอดกู่ กู่ หลังถูกกัด ชายผู้นี้ได้กัดตอบกู่ กู่ เข้าที่หลัง ต่อมาในเดือนตุลาคมกู่ กู่ กัดวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ปีนลงไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น ส่วนชายเคราะห์ร้ายรายล่าสุดถูกระบุว่า เส้นเอ็นฉีกเสียหายรุนแรง และกำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัด

รายงานระบุว่า โดยทั่วไป แพนด้าถูกมองว่าน่ารัก แต่มันสามารถทำอันตรายถ้าถูกยั่วยุ หรือทำให้ตกใจ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์กำลังพิจารณามาตรการใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์ทำนองนี้อีก ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า นายจางจะถูกตั้งข้อหาใด ๆ หรือไม่



เจอแบงก์ปลอมในตู้บริจาคก่อนนำไปแจกวันเด็ก

January 8, 2009

พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มกราคม ว่า ได้เตรียมนำสิ่งของไปมอบให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านถ้ำพริก ต.บ้านแยง อ. นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากใกล้วันเด็กแห่งชาติ และได้เตรียมธนบัตรใบละ 50 บาท จำนวน 200 ใบ เป็นเงิน 10,000  บาท เพื่อแจกให้เด็กทุกคน โดยรวบรวมจากตู้บริจาคและเงินที่ใส่ซองมาถวายทางวัด ระหว่างที่ตรวจนับพบว่า ธนบัตรราคา 50 บาท ใบหนึ่งเป็นของปลอม ซึ่งผิดเพี้ยนจากธนบัตรจริง จึงได้เก็บเอาไว้ดูเป็นตัวอย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ส่วนที่มาของแบงก์ปลอมอาจเป็นฝีมือวัยรุ่นที่ต้องการสร้างความปั่นป่วน หรือเป็นของผู้ทำบุญนำมาใส่ไว้โดยไม่ทราบว่าเป็นแบงก์ปลอม

ที่มา มติชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เหลือเชื่อ นร.หญิง16 คลอดลูกเฉย ไม่รู้ตัวเองว่าท้อง

January 8, 2009

เหลือเชื่อ นักเรียนหญิงวัย 16 ปี คลอดลูกวันปีใหม่ ชนิดเจ้าตัวไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน เผยมีเซ็กส์กับหนุ่มทางเน็ทแต่ไม่รู้ตัวว่าท้อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ว่า น.ส.พาเมล่า ซี จากเมืองบาเด็น วึนเต็มเบิร์ก ประเทศเยอรมัน ได้ให้กำเนิดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งท้อง รวมทั้งคนอื่นก็ไม่รู้ด้วยว่าเธอท้องเช่นกัน ขณะที่น.ส.พาเมล่า บอกว่า เธอรู้สึกเจ็บท้องช่วงกลางวัน จากนั้นจึงไปคลีนิก และพบว่าตัวเองตั้งท้องและต้องทำคลอด

12313171491231317195l

รายงานระบุว่า สำหรับพ่อเด็กนั้นคาดว่า น่าจะเป็นเด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่พาเมล่าพบทางอินเตอร์เน็ทและมีเพศสัมพันธ์ด้วยแต่เขาก็ไม่รู้ว่าพาเมล่า ตั้งท้อง

ที่มา มติชน

เด็กด้อยโอกาสวอนพ่อแม่มาเยี่ยมเป็นของขวัญวันเด็ก

January 8, 2009

เด็กนักเรียนด้อยโอกาสเมืองขอนแก่นโอด ขอของขวัญวันเด็กสุดซึ้ง ต้องการพ่อแม่กลับมาเยี่ยมสักครั้ง ตั้งแต่เกิดไม่เคยได้ของขวัญอะไร ครูเผยโรงเรียนขาดแคลนครู-อุปกรณ์การเรียนการสอน นักเรียน 39 คนมีครู 2 คน ต้องใช้วิธีเปิดทีวีวังไกลกังวลให้เรียนรู้ ขอบริจาคหนังสือและอุปกรณ์การเรียน

วันเด็กที่ใกล้เข้ามาซึ่งเป็นวันที่เด็กๆ เฝ้ารอคอยและตั้งความหวังอยากจะได้รับโอกาส และรับของขวัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และ คนอื่นๆจะมอบให้ แต่สำหรับเด็กบางคนแล้ว ของขวัญที่เขาอยากจะได้มากที่สุด คงไม่ใช้ขนม นมเนย หรือ ข้าวของเงินทอง แต่สิ่งที่เขาอยากจะได้นั่นคือความรักความอบอุ่นจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อและ แม่

ที่โรงเรียนบ้านสะอาดหนองเรือ ม. 1 ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่นี่มีนักเรียนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกพ่อและแม่ทอดทิ้ง ไปทำงานต่างถิ่น บางรายเกิดมาก็ไม่เคยเห็นหน้าตาพ่อแม่ของตัวเอง วิถีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก หน้าหนาวก็ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ถุงเท้า รองเท้า บางรายต้องเดินเท้าเปล่ามาเรียนหนังสือ รวมทั้งเด็กที่มีปัญหาทางด้านสายตาที่วันนี้ยังไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ

ด. ญ.นฤมล โกสินทร์ หรือ น้องเบียร์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บอกว่า สำหรับวันเด็กที่จะมาถึงสิ่งที่ตนต้องการอาจจะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆใน ห้องเรียน เพราะตนอยากจะได้มีโอกาสพบพ่อกับแม่ เนื่องจากตนถูกพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ต้องอยู่กับย่าวัย 70 ปี จนมีความรู้สึกว่าย่าเปรียบเสมือนแม่ และย่าก็ส่งเสียให้เรียนมาตลอด โดยเวลามาเรียนก็จะเดินเท้ามาเพราะบ้านอยู่ไม่ห่างโรงเรียนมากนัก ซึ่งทุกวันที่มาเรียนหนังสือย่าก็จะให้เงินติดตัวมาวันละ 5 บาท

“เมื่อหนูถามย่าว่าพ่อและแม่ของหนูไปไหน ก็ได้คำตอบจากย่าว่า พ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพ เลยให้หนูอยู่กับย่า แต่เมื่อหนูโตมาจนถึงอายุ 10 ขวบ ก็ไม่เคยเห็นพ่อกับแม่กลับมาหาหนูเลยสักครั้ง”น้องเบียร์ เล่าด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

และยังบอกอีกว่า สำหรับของขวัญในวันเด็กที่ผ่านมาทุกปีก็ไม่เคยได้ของขวัญเลย อีกทั้งทางโรงเรียนก็ไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด ดังนั้นของขวัญในวันเด็กที่จะมาถึงนี้ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดมากมาย ขอเพียงให้พ่อกับแม่กลับมาหาบ้างแค่นี้หนูก็ดีใจแล้ว

ด้านด.ช.อภิชาติ นาปาน หรือ น้องเต้ย อายุ 8 ปี ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อีกรายหนึ่งที่พ่อและแม่ทิ้งไปทำงานในกรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้ตนมีปัญหาด้านสายตามากเพราะสายตาสั้น และเหล่เอียง ทำให้อ่านหนังสือไม่ออก และเขียนไม่ได้ เวลามองดูหนังสือ และภาพวาดจะต้องหยิบมามองใกล้ๆจนหน้าเกือบติด กับสิ่งที่หยิบขึ้นมาดู

“ครูประจำชั้นเคยพาไปพบแพทย์ พร้อมทั้งมีหน่วยงานบอกว่าจะดูแลให้ แต่จนป่านนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมา วันนี้ก็มองไกลไม่เห็น อ่านหนังสือไม่ออกเพราะตาทำให้เป็นอุปสรรคในการเรียนอย่างมาก สิ่งที่ผมอยากได้ของขวัญในวันเด็กมากคือ แว่นสายตา และขอให้ได้รักษาตาให้มองเห็นได้เหมือนกับเด็กทั่วไป อยากอ่านหนังสือนิทาน อยากเขียนหนังสือได้”น้องเต้ย บอก

ทางด้านนายอนันต์พร บุญพงษ์ ผอ.ร.ร.บ้านสะอาดหนองเรือ กล่าวว่า ร.ร.บ้านสะอาดหนองเรือถือว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบท สภาพของโรงเรียนมีอาคารเรียนซึ่งก่อสร้างด้วยปูนชั้นเดียว โดยการแบ่งเป็นห้องจำนวน 5 ห้อง แบ่งเป็นห้องเรียน 3 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง และห้องครัว 1 ห้อง สภาพของโรงเรียนถือว่าขาดแคลนทั้งครูและอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยทั้งโรงเรียนมีครูสอนหนังสืออยู่เพียง 2 คน

สำหรับโรงเรียนบ้านสะอาดหนองเรือรับนักเรียนเข้ามาศึกษาตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา และมีเด็กนักเรียนจำนวน 39 คน เข้ามาศึกษาเล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ โดยเด็กนักเรียนที่มาเรียนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์จะมีปัญหาในเรื่องครอบครัว พ่อแม่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ปล่อยให้อยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน บางรายทิ้งลูกไว้ให้พ่อแม่เลี้ยง แล้วไม่เคยกลับมาดูแลเด็กเลย จึงเป็นปัญหาอย่างมากเพราะเด็กนักเรียนจะด้อยโอกาสกว่านักเรียนโรงเรียนอื่น เนื่องจากผู้ปกครองนักเรียนที่มีฐานะก็จะย้ายลูกตัวเองไปศึกษาในโรงเรียน อื่นที่มีชื่อเสียงกว่า เพระมองว่านักเรียนโรงเรียนแห่งนี้เป็นเด็กที่มีปัญหา ทำให้มีเด็กนักเรียนอยู่น้อย

ทั้งนี้ชาวบ้านในชุมชนเองเล็งเห็นว่าโรงเรียนบ้านสะอาดหนองเรือ เป็นโรงเรียนที่เก่าแก่จึงไม่ยากให้ยุบโรงเรียน เพราะถือว่าเป็นโรงเรียนแห่งแรกของชุมชน ดังนั้นผู้ปกครองก็จะสลับผลัดเปลี่ยนกันมาประกอบอาหารให้กับเด็กทั้ง 39 คน ในรับประทานกันในมื้อเที่ยง ส่วนปัญหาด้านการเรียนการสอน ขณะนี้ถือว่าขาดแคลนบุคลากรเป็นอย่างมาก เนื่องจากบุคลากรมีอยู่เพียง 3 คน ไม่เพียงพอที่จะสอนนักเรียน ทำให้ทางโรงเรียนต้องเร่งหาโอกาสที่จะให้เด็กได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ จึงได้ใช้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมวังไกลกังวลจำนวน 5 เครื่อง ตั้งให้นักเรียนได้ศึกษาตามที่มีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์เสริมเข้ามาเพื่อให้ ครูที่มีอยู่ได้ดูแลนักเรียนอย่างทั่วถึง

“หากไม่ได้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมวังไกลกังวล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้าให้เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ หลายคนเองที่อยู่ในเมืองใหญ่คงไม่รู้ว่าเด็กที่อยู่ห่างไกลในพื้นที่ชนบทจะ มีโอกาสที่ได้ศึกษาเล่าเรียนหรือไม่” นายอนันต์พร กล่าว

ในส่วนของวันเด็กปีนี้ทางโรงเรียนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือทางด้านสื่อการเรียนการสอน และอาคาร โรงอาหาร เพราะเด็กต้องนั่งทานอาหารกับพื้น หน้าห้องเรียน อีกทั้งหนังสือในห้องสมุดก็มีสภาพที่เก่าและไม่ทันกับยุคสมัย จึงอยากให้บุคคลที่สนใจที่จะช่วยเหลือเด็กและโรงเรียนบ้านสะอาดหนองเรือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 086-6367387
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

จีน เจอธนบัตรปลอมมูลค่า 100 หยวน

January 8, 2009

เว็บไซต์เฟิ่งหวงรายงานเมื่อวันพุธ( 7 ม.ค.)ว่า ขณะนี้เกิดกระแสพบธนบัตรปลอมอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงโปรแกรมแชทอย่างคิวคิว ก็มีข้อความแจ้งเตือนให้คนทั่วไประมัดระวังในการรับธนบัตรมูลค่า 100 หยวน (ราว 500 บาท)แล้ว โดยเฉพาะที่ขึ้นต้นด้วยเลขหมวด HD90

ชาวจีนจำนวนมาก ต่างกังวลกับข่าวธนบัตรปลอมที่กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ตามสื่อต่างๆได้มีการพูดถึงประสบการณ์ที่แต่ละคนได้รับธนบัตรปลอมมา แต่เรื่องที่ไม่บังเอิญก็คือ ธนบัตรปลอมจำนวนมาก ต่างมีหมวดนำ HD90 ขณะที่ชายชาวเมืองตงกว่าน มณฑลกว่างตง บอกว่าตนได้รับธนบัตรที่ขึ้นต้นด้วยรหัสดังกล่าวจากการถอนเงินจากเครื่องกด เงินอัตโนมัติ(ATM) และที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง มีชายคนหนึ่งได้รับธนบัตรปลอมมูลค่า 100 หยวน จำนวน 9 ใบ ซึ่งมีเลขหมวดนำ HD90 ทั้งหมด

สถานีโทรทัศน์ตงหนานเว่ยซื่อ ให้ข้อมูลว่า ธนบัตรปลอมหมวดนำ HD90 นี้ถูกผลิตขึ้นในไต้หวัน ปลอมได้แนบเนียนทั้งเนื้อกระดาษ ลายน้ำ ลายพิมพ์นูน แถมยังมีแถบกันปลอมสีเงินอีกด้วย โดยเมื่อครึ่งปีก่อนหน้านี้ ตำรวจไต้หวันได้จับกุมธนบัตร “เหรินหมินปี้” ปลอมจำนวนกว่าร้อยล้านหยวนได้ และคาดว่าธนบัตรปลอมนี้ส่วนหนึ่งอาจถูกลักลอบขนส่งมายังจีนแผ่นดินใหญ่ โดยแพร่ระบาดในพื้นที่มณฑลกว่างตง เหอหนาน กว่างซี ซึ่งในแต่ละพื้นที่เมื่อตรวจพบธนบัตรปลอมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของตัวเอง ไม่มีการแจ้งระวังซึ่งกันและกัน ทำให้การแพร่ระบาดควบคุมได้ยาก
552000000130002
จนกระทั่งเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการธนาคารจีนประจำมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) และฉงชิ่ง ได้แจ้งเตือนไปยังธนาคารต่างๆให้ระวัง ธนบัตรปลอม หมวดนำ HD90 ที่เครื่องตรวจธนบัตรบางรุ่นไม่สามารถแยกแยะได้ และแนะนำให้ธนาคารอัพเกรดเครื่องตรวจธนบัตรให้ทันสมัย เพื่อต่อต้านธนบัตรปลอมเหล่านี้ด้วย

ด้านผู้อำนวยการฝ่ายแลกเปลี่ยนเงินตรา ประจำธนาคารประชาชนจีนสาขาเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง ยอมรับว่าว่า ธนบัตรปลอมที่ขึ้นต้นด้วยเลขหมวดดังกล่าวถูกตรวจสอบพบที่มณฑลเจ้อเจียง เมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่าเป็นธนบัตรปลอมที่ผลิตโดยเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญในการตรวจสอบอย่างมาก

สำหรับหลายๆธนาคารในมณฑลกว่างตง กล่าวว่าก่อนหน้านี้ก็รับทราบข้อมูลธนบัตรปลอมระบาดจากสื่ออินเทอร์เน็ตเช่น กัน แต่บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือแจ้งเตือนของธนาคารกลางแห่งประเทศ หรือคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการธนาคารจีน (CBRC)แต่อย่างใด เพราะลำพังธนาคารพาณิชย์ไม่อาจยึดเอาเพียงเลขหมวดมาพิจารณาว่าเป็นธนบัตร ปลอม แต่ต้องดูถึงภาพรวมของลายน้ำ คุณภาพของกระดาษ และสัญลักษณ์ต่างๆ บนธนบัตรด้วย

สำหรับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในแต่ละปีมีธนบัตรปลอมแพร่สะพัดคิดเป็นมูลค่านับพันล้านหยวน ยกตัวอย่างเช่น สถิติในปี 2547 ทั่วประเทศจีนมีการพบธนบัตรปลอมทั้งสิ้นมูลค่าประมาณ 1,160 ล้านหยวน หรือ ถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็ราว 6,000 ล้านบาท

ด้วยความแพร่หลายของอุตสาหกรรมการปลอมแปลงธนบัตรในประเทศจีน ทำให้ตั้งแต่ปี 2537 รัฐบาลจีนโดยสำนักนายกรัฐมนตรีต้องตั้งคณะทำงานเฉพาะเพื่อดำเนินการต่อต้าน แก๊งทำธนบัตรปลอม โดยมีบุคคลในระดับรัฐมนตรีหรือผู้ว่าการธนาคารกลางดำรงตำแหน่งประธาน และมีการประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของธนบัตรบ่อยครั้งขึ้น ทั้งยังกำหนดให้ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ของทุกปีเป็นเดือนของการต่อต้านธนบัตรปลอมอีกด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »