ฟลุค มั่นใจของลับตัวเอง ขอบคุณ หมอกฤษฎ์ ที่คอนเฟิร์มว่าใหญ่

December 11, 2008



หลังจากที่ “ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช” ออกอาการไม่พอใจ ที่โดนข่าวเมาท์ซุบซิบถึงขนาดอวัยวะเพศ ว่า มีไซส์เล็ก จนเจ้าตัวออกมาโวยวายประกาศความใหญ่ไปเมื่อหลายวันก่อน ล่าสุด พอได้ข่าวว่า “หมอกฤษฎ์ ศุกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์” ออก มาคอนเฟิร์ม ว่า ของลับของหนุ่มฟลุคมีขนาดใหญ่จริง ทำเอาคาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ถึงกับอึ้ง และงง หมอกฤษฎ์ รู้ได้ไง เผย เป็นคนชอบดูดวง แต่ไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟุ้ง ผู้ชายเหมือนกันน่าจะเข้าใจ ใหญ่ไม่ใหญ่มันอยู่ที่มาตรฐานของแต่ละคน พร้อมขอบคุณหมอกฤษฎ์บอกทายแม่น “เขาออกมาพูดเหรอ จริงเหรอ ปกติผมก็เป็นคนดูดวงเรื่อยๆ อยู่แล้วครับ ไม่เคยลบหลู่ แต่ก็ไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เวลาที่ดูดวงไป เวลาที่เราไปดูดวงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเวลาที่เราไม่สบายใจนะใช่เปล่า หรือการที่เราต้องการกำลังใจ ก็ดูครับปกติเรื่อยๆ” “คือ ผมไม่ได้อะไรหรอกนะ ไม่ได้จะมามายด์เรื่องใหญ่ไม่ใหญ่หรอก คือ ผมแค่ไม่ชอบให้คนมาเขียนว่าคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่รู้ คือ หนึ่งคุณมาเห็นได้ไงถูกมั้ย แล้วพูดออกมาได้ยังไง คุณพูดเรื่องอื่นไม่ได้เหรอ คือ ถ้าพูดเรื่องอื่นก็ไม่ว่าก็แค่นั้นเองคือก็เลยโกรธ แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ส่วนว่าใครจะคิดว่าทำไมผมออกมาพูดอย่างนี้ คือ ถ้าคุณไม่โดนก็ไม่รู้ไง ผม คิดว่าผู้ชายทุกคนเข้าข้างและเข้าใจผม ลองไปถามพ่อคุณหรือว่าพี่ชายคุณสิรับรอง ถ้าใครมาพูดถึงนะรับรองต้องเดือด พูดเรื่องอะไรพูดได้และยิ่งไม่เป็นความจริงยิ่งโกรธ” “แต่ว่าผมว่าแต่ละอย่างมันอยู่ที่มาตราฐานของคนด้วย คือ แบบว่าถ้าเราไปพูดอะไรมากเราก็อาจรู้สึกเขินๆ แต่ว่าถ้าเราบอกว่าตัวเองใหญ่ เราลองไปอยู่ที่แอฟริกามั้ย รับรองเล็กเลย อ๊ะถูกมั้ยแต่ถ้าเราไปอยู่เมืองจีนรับรองเราใหญ่แน่ หรือ อะไรอย่างเนี้ยมันพูดแบบ คือ ไอ้เรื่องแบบนี้เราไม่อยากพูดเยอะนะ แต่แค่อยากจะพูดให้ฟังว่าทุกอย่างมันอยู่ที่มาตราฐานของคนพูดถูกมั้ย” “คือ เรามั่นใจอยู่แล้วไง มั่นใจในของของเราอยู่แล้วไง เราไม่ต้องให้คนมาบอกว่าของเราอะไรยังไงเพียงแต่ว่าอย่ามาพูดอะไรที่มันไม่ เป็นความจริงโดยที่เราไม่มีทางรู้ได้ เอ่อแค่เรื่องน้องมดก็มั่วพอแล้ว ไม่ต้องมั่วถึงขนาดต้องมายุ่งเรื่องบนเตียงของผมก็ได้” “อย่างนั้นก็ต้องขอบคุณหมอนะครับ เราก็โอเคก็ขอบคุณครับ ก็เดี๋ยวสงสัยต้องไปดูกับหมอแล้ว แปลว่าแม่นโว้ย (หัวเราะ) ไม่คือดูดวงแล้วรู้ได้ไงวะ ดูดวงแล้วมันบอกด้วยเหรอ ผมว่าผมไปเรียนดูดวงดีกว่า แต่ก็ไม่ได้ขนาดแม่นงมงายขนาดนั้นนะ คือ ผมว่านะมันก็มีอยู่แค่ถูกกับผิดนะ มันก็มีแค่สองอย่างไงก็แค่นั้นเอง” บอก ตั้งแต่พูดออกไปมีคนขอท้าพิสูจน์ พร้อม ลั่น ข่าวไม่มีผลตอกย้ำกับคำคาสโนว่า “และตั้งแต่ออกไปพูดไปมีคนมาขอดูด้วยนะ ไม่ใช่ไรหรอกคือยืนฉี่อยู่ เขาก็บอกพี่ๆ ผมได้ข่าว ผมขอดูหน่อย เราก็บอกครับๆ แล้วเป็นผู้ชายด้วยนะเพราะว่าเราเข้าไปในห้องน้ำชายใช่มั๊ย ห้องน้ำที่ห้างแต่เราว่ามันก็คงแกล้งๆ อะไรเงี้ย เราก็ไม่ได้ทำไงบอกเดี๋ยวเราไปปั้นกัน (หัวเราะ) ล้อเล่นพูดเล่น พูดเล่นไม่ไม่ไม่ พอเขาขอดูเราก็บอกเฮ้ยน้องจะบ้าเหรอ เออๆๆไม่มีอะไรก็แค่แซวๆ คือ มันไม่ต้องขอดูหรอกแค่เหลือบมามันก็เห็นแล้ว ทำไมคือผู้ชายยืนฉี่มันไม่มีที่กั้นนะครับ” “คือ เราออกมาพูดมันไม่เกี่ยวข้องกันเลยกับภาพคาสโนว่าอะไร ผมแค่แก้ข่าวที่มันไม่ควรจะพูดออกมาแค่นั้นเอง คือ ไอ้คนพูดคนแรก คนเขียนคนแรกมันไม่ควรจะพูดตั้งแต่ต้นก็แค่นั้นแหละเพราะว่าการประชา สัมพันธ์มันไม่ถูก คนที่เห็นเขาไม่พูดคนที่พูดเขาไม่เห็นก็แค่นั้นแหละ คนที่เห็นแล้วจะไปกล้าพูดมั้ย แล้วคนที่พูดมันจะไปเห็นได้ไงละ เขาไม่เห็น เขาจะเห็นได้ยังไงละ ว่าเล็กใหญ่” ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


เรื่องย่อ ความสุขของกะทิ /The Happiness Of Kati

October 23, 2008

กำหนดฉาย 25 ธันวาคม 2551
แนว Drama
นักแสดงนำ ภัสสร คงมีสุข …กะทิ
นิธิศ โค้วสกุล …พี่ทอง
รัชนก แสงชูโต …แม่ (ณภัทร)
ผู้กำกับ
ความยาว 0 นาที
เด็กหญิงกะทิอายุ ๙ ปีอาศัยอยู่บ้านทรงไทยริมคลองที่อยุธยากับตาและยาย ทุกวันเธอตื่นแต่เช้า คดข้าวใส่ขันและไปใส่บาตรกับตาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หลวงลุงนั่งเรือมารับบาตรและมีเด็กวัดที่เป็นหลานชื่อ ทอง พายเรือมาให้ กะทิซ้อนท้ายจักรยานตาไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน เธอมีปิ่นโตใส่อาหารกลางวันที่ยายเตรียมให้ไปโรงเรียนด้วย
กะทิมีความสุขดีในบ้านหลังน้อยที่ล้อมรอบด้วยไม้ไทย ในวันว่างตาชวนกะทิพายเรือไปเที่ยวเล่นในทุ่งและไปจนถึงศาลาริมน้ำใต้ต้นก้ามปู ตาเคยเป็นทนายมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เมื่อเกษียณแล้วจึงย้ายกลับมาบ้านเกิด บูรณะบ้านไทยและใช้ชีวิตบั้นปลายช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น ยายเคยทำงานเป็นเลขานุการนายใหญ่โรงแรมห้าดาวและเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นกัน กะทิมีพี่ทองเป็นเพื่อนเล่น ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแม้ว่าไม่สมบูรณ์ครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็น

กะทิจำแม่ได้เพียงลาง ๆ ตายายไม่พูดถึงแม่ ในบ้านไม่มีรูปถ่ายแม่ กะทิคิดถึงแม่ทุกวัน อยากพบหน้า อยากให้แม่มารับที่โรงเรียน กะทิอธิษฐานทุกวันให้ฝันเป็นจริง แล้ววันหนึ่งยายก็ถามกะทิว่า

“กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก”

เพียงเท่านี้การเดินทางของกะทิก็เริ่มขึ้น ตายายบอกกะทิว่าแม่ป่วยและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านชายทะเล ชฏาหรือน้าฏา เลขาฯ ของแม่ ขับรถมารับ อาการของแม่หนักแล้วและตั้งใจให้กะทิมาใช้เวลาช่วงสุดท้ายด้วยกัน โรคของแม่คือเอแอลเอส กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนช่วยตัวเองไม่ได้และถึงขั้นหายใจเองไม่ได้ แม่ไม่ยอมใช้เครื่องช่วยหายใจเพราะจะทำให้พูดไม่ได้ แม่เลือกที่จะทอนเวลาชีวิตลงแต่อยู่อย่างมีคุณภาพ

กะทิได้รู้ว่าแม่ตัดสินใจฝากกะทิไว้กับตายายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถดูแลกะทิได้เอง เหตุการณ์ที่ทำให้แม่ตัดสินใจคือเมื่อกะทิอายุ ๒ ขวบ แม่พากะทิไปพายเรือเล่นจนถึงศาลาริมน้ำ แต่เกิดพายุและกลับบ้านไม่ทัน กะทินั่งอยู่ในเรือและเรือหลุดจากเสาที่ผูกไว้โดยที่แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนั้นโชคดีที่ทองเด็กวัดตามมาหาเพื่อนเล่นจึงช่วยกะทิกับแม่ไว้ได้ กะทิอยู่กับตายายนับจากวันนั้นและเมื่อรู้เหตุผลจากปากของแม่ก็เข้าใจ

แม่จากไปอย่างสงบและฝากให้เพื่อนของแม่ชื่อ กันต์ และลูกพี่ลูกน้องชื่อ ตอง เป็นคนพากะทิกลับไปที่คอนโดกลางกรุงเพื่อพบกับส่วนหนึ่งของชีวิตแม่

กะทิจึงเดินทางอีกครั้งและมาถึงคอนโดที่กะทิเคยอยู่กับแม่ก่อนจะพลัดพรากกัน ที่นี่มีห้องหนึ่งที่แม่จัดเก็บเอกสารเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้ ลุงตองเป็นคนพากะทิไปเปิดตู้เอกสารและทำให้กะทิพบว่าพ่อของกะทิชื่อ แอนโทนี ซัมเมอร์ ชาวพม่าที่ไปเติบโตที่อังกฤษ

แม่พบพ่อเมื่อไปเรียนต่อและทำงานที่นั่น ทั้งสองรักและแต่งงานกัน แต่แม่ได้งานใหญ่ที่ฮ่องกงทำให้ต้องแยกกันอยู่ ไม่นานแม่ก็รู้ว่าคนรักเก่าของพ่อตามมาพบกันและแม่ตัดสินใจให้คนทั้งสองสมหวัง แม่เลือกเดินทางกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และพบว่าตัวเองตั้งท้อง

แม่เตรียมจดหมายไว้ให้กะทิส่งถึงพ่อและสั่งไว้ว่าให้กะทิตัดสินใจเองว่าจะส่งหรือไม่ บทสุดท้ายของหนังสือทำให้รู้ว่ากะทิเลือกและพอใจที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับตายายที่บ้านริมคลองสืบไป

เรื่องย่อ Australia

October 23, 2008

Australia

กำหนดฉาย 25 ธันวาคม 2551
แนว
นักแสดงนำ นิโคล คิดแมน และ ฮิวจ์ แจ็คแมน

ผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์

เรื่องราวของสาวผู้ดีอังกฤษ “เลดี้ ซาร่าห์ แอชลีย์” (นิโคล คิดแมน) ผู้ตามสามีของเธอมาที่ออสเตรเลีย เพื่อที่จะขายฟาร์มขนาดเท่าเบลเยี่ยมของเขา อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าเขาจะต้องกำลังนอกใจเธออยู่แน่ๆ เธอจึงไปเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับเขา เธอเริ่มออกเดินทางอย่างราชินีแอฟริกัน ร่วมเดินทางพร้อมกับ “นักต้อนสัตว์” (ฮิวจ์ แจ็คแมน) แต่ท้ายที่สุด เธอก็กลายมาเป็นผู้สืบทอดฟาร์มนั้น และเพื่อที่จะรักษามัน เธอกับนักต้อนสัตว์จึงต้องพาสัตว์ไปที่ดาร์วิน และการเดินทางนี้เอง ทำให้เธอตกหลุมรักกับคนต้อนสัตว์ และกับออสเตรเลีย ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับการทิ้งระเบิดที่ดาร์วิน โดยกองทัพญี่ปุ่นที่ได้เคยโจมตีก่อนหน้านี้ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์

เรื่องย่อ 20th Century Boys มหาวิบัติดวงตาถล่มล้างโลก

October 23, 2008

20th Century Boys / มหาวิบัติดวงตาถล่มล้างโลก

กำหนดฉาย 20 พฤศจิกายน 2551
แนว ไซไฟ
นักแสดงนำ
ผู้กำกับ ยูกิฮิโกะ ซึซึมิ

ความยาว 0 นาที
ในวัยเด็ก หลายๆคนอาจเคยเล่นสนุกกับการจินตนาการ”เหล่าร้าย”ตามแบบการ์ตูนฮีโร่ แล้วสนุกกับการจินตนาการว่าตนจะเป็นฮีโร่ไปปราบเหล่าร้ายนั้น ในวัยเด็ก “เคนจิ” กับพวก ที่กำลังเล่นเป็นหน่วยกู้โลก ได้จินตนาการองค์กรวายร้ายขึ้นมา และช่วยกันคิดแผนการร้ายที่วายร้ายจะใช้ บันทึกลงในสมุด เรื่องราวแปลกประหลาดเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนคนนึงที่เรียกตัวเองว่า ”เพื่อน” องค์กรของเพื่อนค่อยโผล่ในทุกซอกมุมของประเทศ จากลัทธิเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่ระดับประเทศ จนกลายเป็นระดับโลก

ตัวเอกของเรื่องคือ ”เคนจิ” ที่เป็นพนักงานซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ที่มีความฝันอยากเป็นนักดนตรีร็อก ได้เห็นสัญลักษณ์ขององค์กรนี้เข้าโดยบังเอิญ และสัญลักษณ์นั้นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่พวกเค้ากับกลุ่มเพื่อนในวัยประถมเป็นคนคิดกันเอง และแผนการครองโลกที่เพื่อนกำลังใช้อยู่นั้น มันก็คือแผนการที่พวกเค้าคิดขึ้นมาเองในวัยเด็ก และที่สำคัญหัวหน้าลัทธิ “เพื่อน” นั้นเป็นหนึ่งในเพื่อนสมัยเด็กของเคนจิ เขาจึงเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ทันว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่ และเค้าเป็นคนเดียวที่สามารถหยุดแผนร้ายนี้ได้

เคนจิต้องหาให้ได้ว่า “เพื่อน” เป็นใคร แล้วหาทางหยุดยั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปกว่านี้ การสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ ”เพื่อน” จึงเริ่มต้น

เรื่องย่อ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต

October 23, 2008

วิญญาณอาฆาต

กำหนดฉาย 13 พฤศจิกายน 2551
แนว Thriller - Horror
นักแสดงนำ วรกาญจน์ โรจนวัชร ฉันทวิชช์ ธนะเสวี สฤญรัตน์ โทมัส ธนาธร อุตสาหกุล

ผู้กำกับ โสภณ ศักดาพิศิษฐ์ ก้องเกียรติ โขมศิริ

ความยาว 0 นาที
เชน พนักงานฉายหนังรุ่นน้องตัดสินใจร่วมมือกับ ยอด หัวหน้าห้องฉายแอบซูมหนังผีเรื่อง “วิญญาณอาฆาต” ซึ่งทางผู้กำกับฯ กับทีมงานเอามาฉายดูกันเอง ก่อนที่หนังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จริง

ระหว่าง ที่ฉายหนัง เชนเผลอหลับไป เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า ก็พบว่ายอดหายไป แล้ว มีเพียงกล้องวิดีโอตกอยู่ ในกล้องไม่มีภาพอะไรเลย นอกจากสัญญาณซ่า ๆ ว่างเปล่า เชนเครียดมาก เพราะนักเลงที่จ้างยอดขู่จะมาเอง “ของ” จากเชนให้ได้ เพราะตามหายอดไม่เจอ เชนจึงจำต้องแอบซูมหนังอีกครั้ง

คืน นั้น ขณะที่กำลังซูมหนัง เชนกระหน่ำโทรหายอดอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ไม่มีคน รับ แล้วอยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของยอดก็ดังขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในโรงมีเชนอยู่เพียงคนเดียว เชนพยายามมองหาที่มาของเสียง จนในที่สุด เชนก็พบว่า เสียงโทรศัพท์ของยอดดังออกมาจากลำโพงในโรงนั่นเอง

ส่วนยอดก็กลายเป็นศพอยู่ในจอหนังไปแล้ว

เชน กลัวจนแทบจะเป็นบ้า แต่ก็ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร หลังจากคืนนั้น เหตุการณ์สยองขวัญต่าง ๆ เหมือนกับที่ตัวละครในหนังเรื่อง “วิญญาณอาฆาต” เผชิญรุมเร้าเข้าใส่เชน จนกระทั่ง “ส้ม” พนักงานเดินตั๋วที่เป็นแฟนเก่าของเชน เค้นจนได้รู้ความจริง ส้มบอกกับเชนว่าหนังผีเรื่องนี้สร้างมาจากเหตุการณ์ จริงในอดีต

และ “ผีชบา” เคยมีตัวตนอยู่จริง ๆ

ทั้ง คู่ตัดสินใจช่วยกันค้นหาคำตอบแข่งกับเวลาว่า ทำไมเหตุการณ์ในหนังผีเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับเชน ที่สำคัญพวกเขาจะหยุดมัน อย่างไร ก่อนที่เชนจะต้องตายตอนจบเหมือนกับพระเอกในหนัง

Next Page »