จังหวะรัก หัวใจดนตรี (NODAME CANTABILE)

October 26, 2008



ภาพยนตร์ซีรีส์ญี่ปุ่นชุด จังหวะรัก หัวใจดนตรี (NODAME CANTABILE)
นำแสดงโดย : อูเอโนะ จูริ /ทามากิ ฮิโรชิ / เอจิ อุเอ็นสึ / อุเอฮาระ มิสะ
วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2551 09:15 น.

แฟนซีรีส์ต้องไม่พลาดกับภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องเด็ดที่ช่อง 7 สี การันตีคุณภาพ ความสนุกล้นจอกับภาพยนตร์ซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยม จังหวะรัก หัวใจดนตรี (NODAME CANTABILE) ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะไปกับความน่ารักและความพยายามของสาวน้อย โนดาเมะ กับ ท่านจิอากิ นำแสดงโดย อูเอโนะ จูริ ทามากิ ฮิโรชิ ร่วมด้วย เอจิ อุเอ็นสึ อุเอฮาระ มิสะ และ มิซึคาวะ อาซามิ กับเรื่องราวของเจ้าชายแห่งมหาวิทยาลัยดนตรีที่อยาก โกอินเตอร์ไปเป็นวาทยากร (Conductor) ระดับโลก และเด็กสาวจอมเพี้ยน อัจฉริยะการเล่นเปียโนจากการจำเสียง เมื่อคน 2 คนที่ต่างกันสุดขั้วมาเจอกัน แต่เหตุใดมันกลับกลมกลืนเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะได้อย่างลงตัว

จังหวะรัก หัวใจดนตรี (NODAME CANTABILE) ดัดแปลงจากผลงานการ์ตูนเรื่องดังที่สร้างยอดขายทะลุ 4 ล้านเล่มในประเทศญี่ปุ่น จนได้รับรางวัลหนังสือการ์ตูนยอดเยี่ยมประจำปี 2547 (The Best Comics of the Year 2004) สาขาการ์ตูนผู้หญิง และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ พร้อมทั้งกวาดรางวัลจาก Television Drama Academy Awards ครั้งที่ 51 มามากมาย อาทิ ภาพยนตร์ชุดยอดเยี่ยม ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม เป็นต้น

จิอากิ ชินอิจิ สุดยอดหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยดนตรี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถด้านดนตรี ทั้งการเล่นเปียโน ไวโอลิน ในระดับปรมาจารย์ ถึงแม้เขาจะเรียนเปียโนเป็นวิชาเอก แต่กลับมีความใฝ่ฝันจะเป็นวาทยากรที่มีชื่อเสียง เพราะได้รับแรงบันดาลใจจาก เซบาสเตียน วิเอร่า วาทยากรระดับโลกของยุโรปที่ จิอากิ ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ จิอากิ จึงได้ฝึกซุ่มเรียนเอง และมีความฝันที่จะกลับไปเรียนกับ วิเอร่า อีกครั้ง แต่เพราะเขาเคยเผชิญกับอุบัติเหตุทางเครื่องบินมาก่อน ทำให้หวาดกลัวและฝังใจจนไม่กล้าขึ้นเครื่องบินอีก จิอากิ จึงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดัน และเจ็บปวดที่ไม่อาจสานฝันที่จะเป็นวาทยากรระดับโลกได้สำเร็จ

วันหนึ่ง จิอากิ รู้สึกสับสนในชีวิต และอนาคต เพราะเห็นเพื่อนร่วมรุ่นแต่ละคนไปเรียนต่อด้านดนตรียังต่างประเทศ ทำให้เขาดื่มเหล้าจนเมามายไม่ได้สติ รุ่งเช้า จิอากิ ถูกปลุกด้วยเสียงเปียโนอันแสนไพเราะ ท่ามกลางห้องรกๆ และสกปรกของ โนดะ เมกุมิ หรือ โนดาเมะ รุ่นน้องนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน และเจ้าของห้องพักติดกับเขา เด็กสาวท่าทางซื่อๆ เกลียด การอาบน้ำ และทำความสะอาดห้องพัก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ทำให้ จิอากิ ไม่อาจสะบัด โนดาเมะ ให้หลุดพ้นจากชีวิตของเขาได้

โนดาเมะ ปลื้มและหลงรัก จิอากิ ในทันที และเป็นโชคดีของ โนดาเมะ ที่อาจารย์ในสาขาเปียโนขอให้ จิอากิ สอนเปียโน และช่วยเล่นประสานให้ จิอากิ ได้ค้นพบถึงพรสวรรค์ด้านเปียโนของ โนดาเมะ เพียงการฟังเพลงนั้นเพียงครั้งเดียว เธอก็สามารถจำและเล่นเปียโนได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่เธออ่านตัวโน้ตไม่เก่ง จิอากิ จึงปล่อยให้เธอเล่นเปียโนในแบบของเธอเอง โดยที่เขาจะเป็นฝ่ายปรับตัวเล่นดนตรีให้เข้ากับเธอแทน

ชะตาชีวิตของ จิอากิ และ โนดาเมะ กลับผกผัน เมื่อ สเตรซมันด์ วาทยากรชื่อดังระดับโลกย้ายมาประจำที่มหาวิทยาลัยดนตรี สเตรซมันด์ ถูกชะตากับ โนดาเมะ เพราะเห็นแวว นักดนตรีที่เก่งกาจในตัวเธอ แต่เขากลับไม่ชอบหน้า จิอากิ ทันที สเตรซมันด์ รวบรวมบรรดานักเรียนดนตรีฝีมือห่วยมาสร้างวงออเครสตราใหม่ ชื่อ วงเอส โดยมี มิเน่ ริวทาโร่ หนุ่มนักไวโอลินที่หลงใหลเพลงร็อกเป็นหัวหน้าวง และ โนดาเมะ เป็นมาสคอต เกิร์ล ยิ่งทำให้ จิอากิ ไม่เชื่อถือฝีมือของ สเตรซมันด์ มากขึ้น วันหนึ่ง โนดาเมะ ขอร้องให้ จิอากิ เป็นวาทยากรให้วงเอส จิอากิ ค้นพบว่าสมาชิกในวงต่างเล่นดนตรีตามใจตัวเองโดยไม่สนใจเรื่องเทคนิค แถมยังแกล้งเล่นผิดๆ เพื่อป่วน จิอากิ อีกด้วย สเตรซมันด์ จึงให้ จิอากิ ไม่ผ่านการเป็นวาทยากร สเตรซมันด์ จึงได้แสดงฝีมือให้ จิอากิ เห็น ทำให้เขาเริ่มเข้าใจถึงการเป็นวาทยากรที่ดีมากขึ้น

โนดาเมะ ขอร้องให้ สเตรซมันด์ อนุญาตให้ จิอากิ ย้ายไปเรียนด้านวาทยากร แต่ สเตรซมันด์ กลับให้ จิอากิ เรียนแผนกเปียโนต่อไป และมอบหน้าที่วาทยากรประจำวงเอสให้เขาด้วย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ จิอากิ จะทำให้เพื่อนๆ นักดนตรีแห่งวงเอสแต่ละคนที่มีจุดยืน และมีความสามารถที่แตกต่างกัน จะสามารถผสมผสานท่วงทำนองดนตรีไปด้วยกันได้ และจู่ๆ สเตรซมันด์ กลับให้ จิอากิ มาควบคุมวงเอ วงออเครสตราที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นก้าวแรกที่จะทำให้เขาก้าวไปเป็นวาทยากรที่ดี

จิอากิ ต้องต่อสู้กับความหวาดกลัวภายในจิตใจ เพื่อก้าวสู่เส้นทางการเป็นวาทยากรที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับ จิอากิ ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวชวนปวดหัวและวุ่นวายของเหล่าสมาชิกวงเอส พร้อมตัวป่วน โนดาเมะ แม่สาวจอมยุ่งที่พยายามฝึกฝนเปียโนอย่างหนัก เพื่อจะได้อยู่เคียงข้าง จิอากิ ตลอดไป ถึงแม้ว่าเธอจะต้องปวดใจกับการที่ จิอากิ ไม่ยอมรับว่าหลงรักเธอเข้าให้แล้ว

เรื่องย่อ สะใภ้ลูกทุ่ง

September 14, 2008

อาติยะ (อาตี้) (กฤษฎา  พรเวโรจน์ – สมาร์ท) สถาปนิกหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายคนเล็กของท่านอธิบดีอธิป (มนตรี  เจนอักษร) รับปากกับจิตอนงค์ (ดวงตา  ตุงคะมณี) ผู้เป็นแม่ ว่าจะยอมเดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปดูตัวหญิงสาวที่ตอนแรกแม่หมายมั่นอยากให้แต่งงานกับอาสนะ (อ้าด) (นิธิ สมุทรโคจร)  ผู้เป็นพี่ชาย แต่อาสนะเอาตัวรอดไม่ยอมท่าเดียวที่จะแต่งงานกับสาวลูกทุ่งบ้านนอกด้วย เหตุผลต่างๆ นานา แท้ที่จริงแล้วอ้าดเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครทราบนอกจากอาตี้ กรรมจึงตกมาที่อาตี้น้องชาย


สาเหตุที่จิตอนงค์อยากให้ลูกชายของตนแต่งงานกับสาวบ้านนอกที่ชื่อช่อ ประยงค์(เค็ม) (สุนิสา เจทท์) นั้น เพราะว่าเค็มเป็นเด็กสาวที่คุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่) (พิสมัย  วิไลศักดิ์) เศรษฐีแห่งเมืองอุบลฯ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของอธิปและย่าใหญ่ของอ้าดและอาตี้ คุณนายบัวศรีรับอุปการะเค็มมาตั้งแต่เล็ก รักและเอ็นดูเค็มเหมือนลูกหลานของตน จึงอยากให้แต่งงานกับคนดีๆที่มองหาไว้ให้ นั่นก็คือนายอ้าด อีกทั้งคุณนายบัวศรีจะยกสมบัติให้กับหลานเขยด้วย จิตอนงค์เมื่อทราบเช่นนั้นก็ไม่ยอมพลาดโอกาสทองเช่นนี้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ขี้เหนียว ขี้งก จอมประหยัด จนทั้งสามีและลูกๆ เอือมระอาไปตามๆ กัน
นายอ้าดผู้พี่ได้เขียนจดหมายไปถึงเค็มว่าที่เจ้าสาวของเขา หญิงสาวผู้เรียบร้อย ไม่มีปากเสียง ว่านอนสอนง่ายตามคำสั่งสอนของคุณนายบัวศรีเมื่อได้อ่านจดหมายถึงกับเป็นลม ช็อคไปชั่วขณะ เพราะเนื้อหาในจดหมายที่อ้าดเขียนมานั้น ค่อนแคะว่าเค็มอยากจะมีผัวเป็นคนกรุงเทพฯ จนเนื้อเต้น ด่าว่าเค็มเป็นคนบ้านนอกต่างๆ นานา แล้วสุดท้ายกลับลงชื่อว่า อาติยะ  ผู้น้อง ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยกับการกระทำของพี่ชาย จนจิตอนงค์บังคับให้อาตี้เดินทางไปอุบลฯ กับตนเพราะได้ข่าวว่าเค็มเป็นลมจนช็อคไปหลังอ่านจดหมายของลูกชายตน แต่อาตี้ไม่ยอมไปคนเดียว ถ้าอ้าดไม่ไปด้วย อาตี้ก็จะไม่ไป จนอ้าดจำยอมไปอุบลฯ ครั้งนี้ด้วย แต่เมื่อถึงกำหนดการเดินทาง อาตี้ป่วยเป็นไข้ ไปกับจิตอนงค์และอ้าดไม่ได้ จึงขอตามไปทีหลัง
ที่อุบลฯ เมื่อทุกคนได้รู้จักกัน อ้าดแทบจะไม่มองหน้าเค็มเลย ตรงกันข้ามกับหญิงสาวที่แอบชอบอ้าดอยู่ถึงแม้ว่าอ้าดจะดูถูกด้วยสายตาเหยียด หยามก็ตาม


สมวิญญา (มุ่ย) (เจนี่  เทียนโพธิ์สุวรรณ์) นักศึกษาแพทย์ที่เจริญรอยตามพ่อจิระ (สุเมธ  องอาจ) ของเขา ที่เป็นแพทย์ผู้ยึดมั่นในอุดมคติอยู่ชนบท มุ่ยเป็นน้องสาวของเค็มที่นิสัยต่างจากพี่สาวลิบลับ เพราะเป็นคนเข้มแข็ง  ไม่ยอมใคร
หลังออกมาจากบ้านคุณนายบัวศรี มุ่ยขี่มอเตอร์ไซด์ไปเฉี่ยวอาตี้ ที่กำลังเดินมองหาบ้านย่าใหญ่ของเขาจนล้มลงไปนอนอยู่ในแอ่งควาย ได้รับบาดเจ็บเลือดออกที่ขา มุ่ยพาอาตี้มารักษาที่บ้านของตน พอได้รู้ว่าอาตี้เป็นหลานของคุณนายบัวศรีคู่ปรับก็ไล่ให้ออกจากบ้าน จิระผู้เป็นพ่อจึงห้ามปรามลูกสาวของตน และขอให้อาตี้นอนค้างที่บ้านคืนนี้ไปก่อน รุ่งเช้าอ้าดมารับอาตี้ที่บ้านมุ่ย เพราะมุ่ยบอกเด็กที่บ้านคุณนายบัวศรีว่าอาตี้อยู่ที่บ้านตน
วันหนึ่งอาตี้เดินไปบ้านหมอจิระ ไปเจอมุ่ยที่กำลังจะออกไปเที่ยวแก่งสะพือ เพราะเย็นนี้มุ่ยต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวฝึกภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แล้ว ทั้งสองจึงไปเที่ยวด้วยกัน ในขณะที่มุ่ยกำลังตกปลาอยู่ เกิดลื่นตกน้ำ อาตี้จึงเป็นคนลงไปช่วยมุ่ยขึ้นมา ทั้งสองคนไปพักเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชาวบ้านแถวนั้นมีน้ำใจจัดหาให้ และก็ต้องค้างคืนที่นั่นด้วยกันสองต่อสองในห้องนอนเดียวกันที่คุณป้าคนหนึ่ง กับลูกๆ แบ่งให้นอน อาตี้รู้สึกประทับใจในตัวมุ่ยที่ไม่เหมือนกับสาวๆ ของเขาที่กรุงเทพฯ อย่างสุชาวดี (ปณิตา  พัฒนาหิรัญ – หนิง) และภิรมยา (พรรณชนิดา  ศรีสำราญ – แพง) ที่ชอบความหรูหราโอ่อ่า มุ่ยกลับเป็นหญิงสาวที่ง่ายๆ ไม่เรื่องมาก นอนกลางดินกินกลางทรายอย่างนี้ได้
เช้ารุ่งขึ้นจิตอนงค์กับอ้าดไปตามหาอาตี้ที่บ้านหมอจิระ พูดจาไม่ดีว่าหายไปไหนกันสองคนทั้งคืน คิดว่ามุ่ยจะมาจับอาตี้เป็นสามี มุ่ยไม่ได้โกรธคนพวกนั้นเลยแต่กลับเสียใจที่เค็ม ไม่ยอมพูดจาช่วยอะไรตนเลย ยอมให้คนอื่นมาพูดจาดูถูกน้องสาวตัวเอง เค็มพูดอะไรไม่ได้ เพราะเป็นคนหัวอ่อน คุณนายบัวศรีว่าอย่างไรก็ต้องอย่างนั้น ไม่อยากขัดใจท่าน อาตี้และมุ่ยจึงจากกันไปแบบไม่ค่อยดีนัก
หมอสหโชค (โชค) (วรฤทธิ์  ไวยเจียรนัย) คู่ขาของอ้าดและเป็นแฟนของมุ่ย เสียเงินหลายล้านเพราะเล่นหุ้น  จึงปรึกษาอ้าด  อ้าดไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนเพื่อเอาไปเอาใจชายที่รัก ไปขอจิตอนงค์ก็ไม่มีให้ จนในที่สุดเมื่อเข้าตาจนแล้ว อ้าดตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับเค็ม เมื่อคุณนายบัวศรียินดีที่จะให้เงินถึงสามล้านบาทถ้าหากอ้าดยินดีแต่งงานกับ เค็ม และงานจะจัดที่กรุงเทพฯ โดยที่คุณนายบัวศรีจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด อาตี้จึงหลุดพ้นจากการแต่งงานครั้งนี้ไปได้
สหโชคมาพูดขอคืนดีกับมุ่ย หลังจากหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ เนื่องจากสหโชคติดการพนัน มีหนี้สินจนต้องหันไปพึ่งอ้าด โดยที่ไม่บอกให้ใครทราบ แต่คนรอบข้างของมุ่ยก็มาบอกมุ่ยอยู่เสมอว่า สหโชคมีสปอนเซอร์รายใหญ่ช่วยจ่ายหนี้สินให้สหโชค แต่มุ่ยก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว   ต่อมามุ่ยไปเห็นอ้าดไปเที่ยวกับสหโชค รู้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน  จึงแอบถ่ายวีดีโอไว้  เพื่อจะเอาไปให้เค็มดู
งานแต่งงานของอ้าดกับเค็มถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต เพราะจิตอนงค์หวังได้ซองช่วยเยอะๆ ทั้งๆ ที่งานนี้ตัวเองไม่ได้จ่ายเงินเองเลยสักบาทเดียว    มุ่ยบุกเข้าไปในงานโดยไม่ได้รับเชิญ  ตั้งใจจะแฉเรื่องอ้าดเป็นเกย์  แต่อ้าดรู้ตัว  ร่วมมือกับสหโชคทำลายซีดีที่มุ่ยจะเอาไปแฉทิ้ง  มุ่ยอาละวาดจนงานวุ่นวาย  เค็มต่อว่าน้องสาวจนเสียใจกลับไป
คืนส่งตัวเข้าหอ เค็มก็อยู่คนเดียวเสียแล้ว เพราะหลังงานเลิกอ้าดก็ขอตัวไปหาเพื่อน กลับมาตอนเช้าก็แทบไม่มองหน้าภรรยาเลยด้วยซ้ำ เค็มเสียใจ แต่ก็บอกอาตี้ว่าจะอดทน ซักวันอ้าดคงเห็นความดีของตน อาตี้ให้กำลังใจเค็ม และดูเหมือนว่าอาตี้จะเป็นคนในบ้านนี้เพียงคนเดียวที่เค็มสามารถพูดคุยด้วย ได้อย่างไม่ต้องระวังตัว
อาตี้เริ่มสนใจในตัวมุ่ย ชวนยอดชาย(บรมวุฒิ  หิรัณยัษฐิติ)คอยไปหาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ แต่มุ่ยกับเพื่อนกุลสตรี(ชมพูนุช  กลิ่นจำปา)ก็ชอบแกล้งกลับไปอยู่เรื่อย เจอกันทีไรต้องได้ต่อล้อต่อเถียงกันทุกครั้ง อาตี้ตามจีบมุ่ย  โดยไม่สนใจว่าสหโชคก็ชอบมุ่ยเหมือนกัน   ทั้งคู่จึงไม่ชอบหน้ากันเท่าไหร่
หลังจากอยู่บ้านในฐานะสะใภ้แต่ต้องทำงานเหมือนคนใช้ได้ไม่นาน อ้าดเริ่มวางแผนให้สหโชค ที่มีสถานะเป็นเพื่อนรักของตน เข้ามาพัวพันกับเค็มเพื่อที่จะได้กล่าวหาว่าเค็มมีชู้ ทั้งที่สหโชคไม่อยากทำเท่าไหร่เพราะเห็นว่าเค็มเป็นคนดี แต่ถ้าตนไม่ทำแล้วอ้าดหาคนที่เลวๆ มาเล่นงานเค็ม งานนี้เค็มคงไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ อ้าดวางแผนถ่ายคลิปชู้สาวของสหโชคกับเค็ม แล้วเอะอะโวยวายด่าว่าเค็มว่ามีชู้ มุ่ยเข้ามาเยี่ยมเค็มที่บ้านพอดี จึงได้ยินได้เห็นทุกอย่างกับการกระทำของคนที่บ้านนี้ที่ทำกับพี่สาวของตน มุ่ยจึงแฉพฤติกรรมของอ้าดออกมาว่าแท้ที่จริงแล้วอ้าดเป็นเกย์  เรื่องที่สหโชคจะมาชอบพอเค็มนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด มุ่ยโกรธแค้นคนบ้านนี้เป็นทวีคูณ หลังจากที่ไม่เคยลงรอยกันอยู่แล้ว มุ่ยสงสารเค็มที่ต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ จนในที่สุดเค็มได้หย่ากับอ้าด
เค็มอยากกลับบ้านไปอยู่กับหมอจิระที่อุบลฯ มุ่ยจึงจัดแจงจะไปซื้อตั๋วรถให้ เค็มบอกว่าไม่ต้องมีคนเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่างแล้วนั่นก็คือนายอาตี้ คู่ปรับของมุ่ยนั่นเอง ก่อนขึ้นรถเค็มขอให้อาตี้ไปส่งมุ่ยที่หอพัก เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว
สหโชคขอเลิกกับอ้าด เขาจะเซ้งคลินิกของตัวเองแล้วจะใช้เงินที่ยืมไปคืนให้อ้าดทั้งหมด เพราะเขารู้สึกละอายแก่ใจที่คนทำให้เค็มต้องเสียใจอยู่ทุกวันนี้ อ้าดไม่ยอมเลิกง่ายๆ อาตี้ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากเค็มว่าหมอจิระเสียชีวิต แล้วด้วยโรคหัวใจ จิตอนงค์ด่าว่าจะมาบอกทำไมหวังว่าจะได้เงินช่วยเหลือจากบ้านนี้ไม่มีทางเด็ด ขาด อาตี้กับอธิปมองดูจิตอนงค์ด้วยความอนาถใจยิ่งนัก อาตี้นึกถึงมุ่ยทันทีว่าถ้ามุ่ยทราบข่าวเรื่องนี้แล้วจะเป็นอย่างไร
อาตี้ไปช่วยงานศพของหมอจิระที่อุบลฯ เค็มอยู่ในสภาพที่เหมือนคนตายทั้งเป็น ร้องไห้ตลอดเวลา โทษตัวเองว่านำเรื่องเดือดร้อนที่ตนหย่ากับอ้าดมาทำให้พ่อต้องเสียใจ ตรอมใจคิดมากจนเสียชีวิต เค็มเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ผิดกับมุ่ยที่ไม่มีน้ำตาให้เห็นเลยซักหยดเดียว มุ่ยเป็นคนจัดการงานทุกอย่าง โดยมีอาตี้คอยช่อยเหลืออยู่ตลอด อธิปได้ฝากเงินมาช่วยงานด้วย แต่มุ่ยไม่ขอรับไว้ อาตี้จึงไปมอบไว้ให้ที่เค็มแทน
มุ่ยกล่าวโทษอ้าดกับที่พวกที่บ้านอาตี้ว่าเป็นตัวการทำให้พ่อของตัวเองเสีย ชีวิต เพราะเสียใจตรอมใจที่ลูกสาวหย่าขาดกับสามี อาตี้บอกว่าตนเองกับพี่ชายเป็นคนละคนกัน จะมาเหมารวมว่าเป็นคนเลวเหมือนกันหมดทั้งบ้านไม่ได้ มุ่ยอยู่ในอารมณ์เสียใจเลยพาลไปเสียทั้งหมด
ทางด้านจิตอนงค์เมื่อทราบว่าสามีฝากเงินช่วยเหลือไป ก็ต่อว่าสามีไป และหาทางกำจัดมุ่ยออกจากชีวิตของอาตี้ เพราะเห็นว่าช่วงนี้อาตี้ไปตอแยกับมุ่ยถี่ขึ้น แถมยังไปช่วยงานศพอีก จิตอนงค์คิดว่ามุ่ยจะมาจับอาตี้เป็นสามี คิดหาวิธีกำจัดสะใภ้ลูกทุ่งที่ไม่ต้องการ โดยอาศัยสองสาวภิรมยากับสุชาวดีมาเป็นมือที่สามและสี่ ที่คิดว่าเหมาะสมจะมากันอาตี้ให้ออกห่างจากมุ่ยได้ จิตอนงค์ชอบสองสาวนี้มากเนื่องจากมาหาตนที่บ้านทีไร เป็นต้องมีของฝากมาด้วยทุกครั้งคนหนึ่งเอาอะไรมาฝาก อีกคนต้องเอามาให้ดีกว่า เพื่อเป็นการทำคะแนนกับว่าที่แม่สามี ในเมื่อเข้าหาอาตี้ไม่ถนัดนัก ก็เลยเข้าหาจิตอนงค์แทน
มุ่ยได้รับจดหมายจากจิตอนงค์ทวงเงินช่วยเหลือที่อธิปฝากมาให้คืน มุ่ยเอาไปคืนที่บ้านจิตอนงค์ด้วยตัวเอง แล้วก็ปะทะคารมกับจิตอนงค์เช่นเคย ในระหว่างนั้นทั้งภิรมยากับสุชาวดีก็มาหาจิตอนงค์ด้วยกันทั้งคู่ ต่างก็เอาของฝากมาประจบประแจง จนมุ่ยหมั่นไส้ฝากเงินที่จิตอนงค์ทวงคืนให้แม่บ้านไว้คืนให้กับคุณอธิปที่ เป็นเจ้าของเงินโดยตรง หลังจากอธิปทราบว่าจิตอนงค์ทวงเงินที่ตนช่วยเหลือไปคืนมา ก็ต่อว่าจิตอนงค์เป็นการใหญ่ อาตี้เข้ามาจึงทราบเรื่องต่างๆ จิตอนงค์สรุปเรื่องเองว่ายังไงๆ ก็ไม่อยากได้มุ่ยมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด หลังจากจิตอนงค์เดินออกไป อาตี้ได้สารภาพกับอธิปว่ารักมุ่ย ซึงอธิปก็ตอบว่าเขาไม่รังเกียจเลยที่จะมีสะใภ้ลูกทุ่งอย่างมุ่ย อาตี้ขอบคุณพ่อที่เข้าใจเขา
อาตี้เทียวหามุ่ยเป็นประจำ แต่เจอกันทีไรก็ปะทะคารมกันเหมือนเคย จนวันไหนไม่ได้ยินเสียงอาตี้ มุ่ยก็จะรู้สึกแปลกๆ มุ่ยเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างระหว่างเธอและอาตี้
วันหนึ่งอาตี้บอกรักกับมุ่ย แต่มุ่ยไม่รับรักตอบเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเครือญาติของคุณนายบัวศรี เพราะพวกเขาเคยประณามมุ่ยว่าอยากได้อาตี้หนุ่มกรุงเทพฯ เป็นผัวจนตัวสั่น อาตี้เลยแหย่มุ่ยว่าไม่อยากเอาชนะคนพวกนั้นหรือไง ถ้าเขาเป็นมุ่ย เขาจะยอมแต่งงานกับอาตี้ให้มันสะใจที่ทำให้คนอื่นได้พะอืดพะอมเล่นทั้งนาย อ้าด แม่จิตอนงค์ นายสหโชค และคุณนายบัวศรีที่เคยดูถูกไว้ต่างๆ นานา
มุ่ยขอเวลาคิดเรื่องอาตี้ขอแต่งงาน มุ่ยไม่เคยคิดว่าการขอแต่งงานของตนจะเป็นอย่างนี้ ในที่สุดมุ่ยตอบตกลงที่จะแต่งงานกับอาตี้ โดยจะขอแค่ไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเฉยๆ ไม่ต้องมีงานแต่งใหญ่โตอะไร
อาตี้กับมุ่ยมีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ เชิญคนสนิทไม่กี่คนมาสังสรรค์ที่บ้าน จิตอนงค์กลับบ้านมาเห็นก็อาละวาดใหญ่โต ไม่ยอมรับสะใภ้ลูกทุ่งบ้านนอกคนนี้ จนอธิปผู้รู้เห็นเป็นใจกับลูกชายมาพูดจาให้เห็นแก่ลูกและหน้าตาทางสังคม จิตอนงค์จำใจต้องออกไปร่วมงานเลี้ยงโดยปริยาย เหมือนโดนมัดมือชก จิตอนงค์คิดแผนการเล่นงานมุ่ยให้ออกไปจากบ้าน
มุ่ยมีข้อแม้กับอาตี้ว่าห้ามล่วงเกินมุ่ยจนกว่าจิตอนงค์จะยอมรับตนเป็นลูก สะใภ้อย่างเต็มใจเสียก่อน คืนแรกของการนอนร่วมกันมุ่ยแอบเอายานอนหลับใส่ในกาแฟให้อาตี้ดื่มจนหลับใหล ไม่ล่วงเกินมุ่ย
อาตี้พามุ่ยไปฮันนีมูนที่บ้านพักชายทะเล ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองอาตี้และมุ่ยมีความสุขมาก อาตี้ทำอาหารให้มุ่ยทาน เล่นน้ำทะเลกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังเป็นแค่สามีภรรยากันตามนิตินัยกันเท่านั้น มุ่ยรู้สึกดีกับอาตี้มากขึ้นทุกวัน  แต่ก็ยังทำปากแข็งอยู่   แต่แล้วทั้งคู่ก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันเพราะอารมณ์หึงหวงของอาตี้เกี่ยวกับสห โชค  ซึ่งมาติดพันเค็ม  แต่อาตี้คิดว่ายังชอบมุ่ยอยู่  อาตี้ลุแก่โทสะถึงขนาดขืนใจมุ่ย ทำให้มุ่ยเสียใจมาก
เช้ารุ่งขึ้นมุ่ยป่วยหนัก เนื่องจากตากฝนมาแล้วหลายวันและไม่ค่อยได้พักผ่อนเพียงพอนัก อาตี้ฝากให้แม่บ้านช่วยดูแลมุ่ยแทน ก่อนไปทำงานอาตี้ฝากให้จิตอนงค์ดูมุ่ยให้ด้วย ถ้าเกิดป่วยหนักขึ้นมาให้โทรหาเขาด่วน จิตอนงค์รับปากจะดูแลให้ แต่ในใจก็มีแผนการกำจัดมุ่ยออกไปให้พ้นบ้านอยู่แล้ว
สหโชคมาเยี่ยมและรักษาอาการป่วยให้มุ่ยถึงห้องนอน เพราะจิตอนงค์สร้างสถานการณ์ อาตี้โมโหหึง
อีก  แต่มุ่ยไม่สนใจ  บอกว่าจะหย่าขาดจะอาตี้  จิตอนงค์ยุส่ง  แม้อาตี้จะตามง้องอนก็ไม่เป็นผล วันเวลาผ่านไป อ้าดไปมั่วสุมอยู่แต่ในบาร์เกย์ ส่วนอาตี้ก็เมากลับมาทุกวัน    ตัวจิตอนงค์เองที่ทำให้ลูกชายเป็นแบบนี้
มุ่ยเดินทางกลับไปเป็นหมอที่อุบลฯ บ้านเกิด ตามที่เคยสัญญาไว้กับพ่อ ว่าจะกลับมาเป็นหมอดูแลคนป่วยที่ชนบทอย่างนี้ สหโชคก็มาด้วยกัน ความผูกพันของสหโชคกับเค็มเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะมุ่ยชอบให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนในที่สุดสหโชคกับเค็มตกลงที่จะแต่งงานกัน มุ่ยดีใจที่เห็นเค็มมีความสุข
อาตี้รู้ตัวว่าขาดมุ่ยไม่ได้  ชวนพ่อแม่ไปร่วมงานแต่งของเค็มพร้อมตั้งใจขอคืนดีมุ่ย   แต่อ้าดรู้เรื่องถือปืนเข้างานจะยิงคู่แต่งงาน   เรื่องราวจะจบลงอย่างไร  ติดตามชมได้ใน “สะใภ้ลูกทุ่ง”  ทุกวันพุธ-พฤหัส  เวลา  20.30 น.ช่อง  3…
สะใภ้ลูกทุ่ง
บทประพันธ์   กรุง  ญ  ฉัตร
บทโทรทัศน์โดย  ปณธี    ศุภศักดิ์สุทัศน์
กำกับการแสดงโดย  กฤษณ์   ศุกระมงคล
ดำเนินงานผลิตโดย   หทัยรัตน์  อมตวณิชย์  บริษัทละครไท  จำกัด
ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัส  เวลา  20.30 น.ช่อง 3 เริ่ม  18  กันยายนนี้

1.กฤษฎา  พรเวโรจน์   รับบท   อาติยะ หรือ อาตี้
2.เจนี่  เทียนโพธิ์สุวรรณ     สมวิญญา หรือ มุ่ย
3.นิธิ  สมุทรโคจร      อาสนะ หรือ อ้าด
4.สุนิสา  เจทท์       ช่อประยงค์ หรือ เค็ม
5.วรฤทธิ์  ไวยเจียรนัย      สหโชค
6.ปณิตา  พัฒนาหิรัญ      สุชาวดี
7.พรรณชนิดา  ศรีสำราญ     ภิรมยา
8.บรมวุฒิ   หิรัณยัษฐิติ     ยอดชาย
9.ชมพูนุช  กลิ่นจำปา(ชมพู่)     กุลสตรี
10.มนตรี  เจนอักษร      อธิป
11.ดวงตา  ตุงคะมณี      จิตอนงค์
12.พิสมัย   วิไลศักดิ์      คุณนายบัวศรี
13.ยุวดี  ไทยหิรัญ      ป้ายุ้ย
14.สุเมธ  องอาจ      จิระ

ภาพนักแสดง  สะใภ้ลูกทุ่ง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องย่อ หีบหลอนซ่อนวิญญาณ

September 14, 2008

เรื่องย่อ หีบหลอนซ่อนวิญญาณ

ณ. คุ้มสายคำ  จ. เชียงใหม่  พ.ศ. 2532  แม่เลี้ยงสายคำ(อรัญญา นามวงศ์)
เจ้าของธุรกิจทอผ้าไหมผู้มั่งคั่ง  ได้จัดงานเลี้ยงขันโตกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตน  โดยในงานมีการแสดงฟ้อนเล็บ  ซึ่งหนึ่งในช่างฟ้อนคือเอื้องจันทร์(เก็จมณี วรรธนะสิน) สาวงามที่ชายหลายคนหมายปอง  รวมทั้งขวัญเมือง(จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ลูกเขยของแม่เลี้ยงสายคำ  สามีของเดือนวาด(เมย์ เฟื่องอารมย์) ลูกสาวคนโตของแม่เลี้ยง  ส่วนพิมพ์ดาว(สินิทรา บุณยศักดิ์) ลูกสาวคนเล็กของแม่เลี้ยงสายคำก็มีคู่หมายแล้วคือวรุณ(สถาพร นาควิลัย) พ่อเลี้ยงหนุ่มรูปหล่อ ซึ่งแม่เลี้ยงสายคำตั้งใจจะประกาศการแต่งงานของสองคนในงานเลี้ยงนี้  แต่วรุณกลับสารภาพว่าเขาแอบรักอยู่กับเอื้องจันทร์  ทำให้แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวโกรธมาก
ในคืนนั้นวรุณแอบนัดกับเอื้องจันทร์เพื่อจะหนีตามกันไปหลังงานเลี้ยง  โดยให้จุก
(ด.ช.ปดลเดช กมลาศัยกุล) ลูกชายของมาลัย(ชุติมา นัยนา) ช่างทอผ้าเพื่อนของเอื้องจันทร์มาบอกให้เอื้องจันทร์ไปรอที่โรงทอผ้าไหม  เอื้องจันทร์รีบไปตามนัดและตั้งใจจะบอกวรุณว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา  แต่เมื่อเอื้องจันทร์ไปถึงกลับไม่เจอใคร  แล้วจู่ๆ เธอก็โดนทุบศีรษะจนหมดสติ  คนที่ทำร้ายเธอคือแม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาว  ทั้งสองนำร่างของเอื้องจันทร์ไปกลางป่าเพื่อฆ่าทิ้ง  แต่เอื้องจันทร์ได้สติเลยพยายามต่อสู้  ขวัญเมืองที่บังเอิญได้ยินเสียงคนร้องเลยมาขัดจังหวะ  สองแม่ลูกเลยต้องรีบหลบไปก่อน  แต่แทนที่ขวัญเมืองจะช่วยเอื้องจันทร์กลับฉวยโอกาสปลุกปล้ำจนเอื้องจันทร์ ต้องหนีไปหลบในหีบเก็บผ้าโบราณ  ขณะที่ขวัญเมืองกำลังจะเจอเอื้องจันทร์  เดือนวาดที่ตามหาขวัญเมืองอยู่ก็เข้ามาขัดซะก่อน  ขวัญเมืองเลยได้แต่เสียดาย  ก่อนจะออกไปจากห้องเดือนวาดเห็นพิรุธที่หีบเก็บผ้าใบใหญ่  พอรู้ว่าเอื้องจันทร์ซ่อนอยู่ในนั้นก็คิดว่าเอื้องจันทร์ต้องแอบลักลอบมาพบ กับสามีเธอแน่ๆ  เลยแกล้งลั่นกุญแจปิดตาย  เอื้องจันทร์ตกใจมากเธอร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงแต่ไม่มีใครได้ยิน
เดือนวาดสั่งให้บุญตา(ทองขาว ภัทรโชคชัย) คนสนิทขนหีบไปทิ้งบึงน้ำหลังบ้าน
ระหว่างที่กำลังขนจุกมาเห็นเหตุการณ์จึงร้องให้คนช่วย  เดือนวาดเลยสั่งให้บุญตาฆ่าจุกแล้วทิ้งศพลงในบึงน้ำ  ส่วนเดือนวาดก็พยายามกดเอื้องจันทร์ลงไปในหีบ  เอื้องจันทร์ต่อสู้สุดชีวิต  แต่ก็สู้แรงเดือนวาดและบุญตาไม่ไหว  ในที่สุดเอื้องจันทร์ก็โดนจับขังลงไปในหีบ  แต่เฮือกสุดท้ายเอื้องจันทร์
คว้าสร้อยทับทิมของเดือนวาดติดมือลงไปด้วย  แล้วเดือนวาดกับบุญตาก็ช่วยกันขังเอื้องจันทร์เอาไว้ในหีบได้สำเร็จ  ก่อนจะผลักหีบลงน้ำไป  เอื้องจันทร์ขาดใจตายอยู่ในหีบอย่างทรมานที่สุด  ส่วน

วรุณก็โดนลอบทำร้ายจนหมดสติ  เมื่อตื่นขึ้นมาก็รีบไปหาเอื้องจันทร์ตามที่นัดไว้แต่ไม่พบ  แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวเลยใส่ความว่าเอื้องจันทร์หนีตามผู้ชายไป  วรุณเสียใจมาก  และหายหน้าไปด้วยความตรอมใจ
ส่วนมาลัยแม่ของจุก  ก็โศกเศร้าเสียใจที่ลูกชายตายไปจนกลายเป็นคนเสียสติ
เรื่องราวในคืนนั้นจึงกลายเป็นความลับดำมืดที่ไม่มีใครรู้ว่าเอื้องจันทร์ หายไปไหน  มีเพียงอุ๊ยทา(ถั่วแระ เชิญยิ้ม) ชายแก่ขี้เมาคนเฝ้าโรงทอผ้าไหม  ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  แต่ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าปริปากบอกใคร  หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น  แม่เลี้ยงสายคำก็ปิดตายโรงงานทอผ้าไหม  แล้วย้ายครอบครัวลงไปทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ
หลายปีต่อมา…มีเสียงเล่าลือกันว่าที่คุ้มสายคำมีผี  ชาวบ้านหลายคนโดนผีเด็กหัว
จุกดึงลงไปในบึงน้ำเป็นประจำ  และทุกคืนเดือนเพ็ญจะมีคนได้ยินเสียงกลองดังและเสียงกี่ทอผ้าขยับตึงตัง  ชาวบ้านร่ำลือกันว่าเอื้องจันทร์ไม่ได้หนีตามผู้ชายไป  แต่ถูกฆ่าตายกลายเป็นผีอยู่ที่โรงทอผ้าไหม  แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงเรื่องเล่าไม่มีใครกล้าเข้าไปพิสูจน์
ปี 2550 กรุงเทพ…สายไหม(พิชญา ศรีเทพย์) ลูกสาวของขวัญเมืองและเดือน
วาดที่เพิ่งเรียนจบ  เธอเป็นสาวสมัยใหม่ที่มั่นใจในตัวเอง  และต้องการจะทำธุรกิจโฮมสเตย์ที่คุ้มสายคำ  เรือนไทยเก่าแก่ของครอบครัว  ซึ่งทุกคนในบ้านต่างพากันคัดค้าน  แต่สายไหมก็รั้นไม่ยอมฟัง  เธอเลยชวนติ่มซำ(เอกชัย  เอื้อสังคมเศรษฐ์) เพื่อนสนิทขึ้นไปดูสถานที่ที่เชียงใหม่
ระหว่างเดินทางสายไหมได้พบกับพรรษา(อลงกรณ์  ต้นหนองดู่) นายตำรวจ
หนุ่มที่เพิ่งย้ายมารับราชการที่เชียงใหม่  พรรษาประทับใจในตัวสายไหมทันที  เมื่อถึงคุ้มสายคำ  สายไหมและติ่มซำได้พบกับอุ๊ยทา  คนดูแลคุ้มที่ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง  และมาลัยหญิงบ้าที่อุ๊ยทาต้องดูแล  บรรยากาศในคุ้มดูวังเวงน่ากลัวจนติ่มซำอยากจะหนีกลับ  แต่สายไหมยืนยันว่าจะปรับปรุงบ้านและโรงงานผ้าไหมเก่าแก่ให้กลายเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวสุดฮิปให้ได้  กลางดึกคืนนั้น  สายไหมฝันเห็นเด็กผมจุกมากวักมือเรียกให้ตามไปที่บึงน้ำหลังบ้าน  สายไหมเดินตามไป  เด็กจุกชวนเธอพายเรือออกไปกลางน้ำ  แต่ตอนสายไหมกำลังจะลงเรือ  เกิดได้ยินเสียงกรี๊ดลั่นของติ่มซำซะก่อน  สายไหมเลยรีบวิ่งกลับบ้านไปหาติ่มซำ  ติ่มซำละล่ำละลักบอกว่าได้ยินเสียงต่างๆ มากมายในฝัน  ทั้งเสียงกลอง  เสียงกี่ทอผ้าที่ขยับโครมคราม  เสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาคำเมือง  สายไหมเลยปลอบใจว่าติ่มซำคิดฟุ้งซ่านไปเอง
วันรุ่งขึ้นเรวัติ(กริช หิรัญพฤกษ์) พ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของโรงแรมได้ข่าวว่าสายไหมจะมา
ฒนาคุ้มสายคำและโรงทอผ้าไหมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว  เขาจึงมาหาและทำเป็นชื่นชมในความคิดของเธอ  แต่ความจริงเรวัติอยากให้เธอล้มเลิกงานนี้  เพราะอยากให้เธอขายที่ดินผืนงามนี้ให้เขา
ระหว่างที่สายไหมและเรวัติกำลังเดินดูโรงงานทอผ้าด้วยกัน  จู่ๆ เธอก็หลงเข้าไปในห้องเก็บผ้าโบราณที่มีหีบไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก  สายไหมลองเปิดดูแล้วเกิดเหตุการณ์ประหลาดคล้ายถูกผลักลงไปในหีบ  แล้วสายไหมก็ติดอยู่ในนั้นไม่สามารถออกมาได้
พรรษามาที่คุ้มสายคำ  เพราะนัดกับติ่มซำเพื่อแลกกระเป๋าเดินทางที่สลับกันที่สนามบิน
ทำให้รู้เรื่องที่สายไหมหายตัวไป  เลยช่วยกันออกตามหา  แล้วพรรษาก็ช่วยสายไหมออกมาได้ทันก่อนที่เธอจะเป็นอันตราย  คืนต่อมาสายไหมได้พบกับเด็กชายหัวจุกอีกครั้ง  เด็กจุกพายเรือพาสายไหมออกไปกลางน้ำแล้วเรือก็คว่ำ  ร่างของเด็กจุกจมหายไป  สายไหมตกใจรีบกระโดดลงน้ำไปช่วยทั้งๆ ที่เธอว่ายน้ำไม่แข็ง  แต่เด็กจุกกลับดึงสายไหมลงไปใต้น้ำ  เธอพยายามดิ้นรน  แต่ก็โดนดึงลงไปจนถึงก้นบึงน้ำ  สายไหมกำลังจะหมดสติ  แต่เด็กจุกกลับปล่อยร่างของเธอลอยขึ้นมา  สายไหมคาดคั้นจนอุ๊ยทาเล่าความจริงให้ฟังว่า  เด็กหัวจุกคือลูกชายของมาลัยที่หายไปตั้งแต่ยังเด็ก  มีคนเห็นวิญญานเด็กจุกแถวบึงน้ำบ่อยๆ เชื่อกันว่าเด็กจุกคงไปเล่นซนแล้วตกน้ำตายโดยไม่มีใครรู้  ติ่มซำกลัวจนสติแตกรีบเก็บของจะกลับกรุงเทพให้ได้  แต่สายไหมมั่นใจว่าเด็กจุกไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอ  แต่ต้องการให้เธอลงไปใต้น้ำเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง  สายไหมจึงขอให้พรรษามาช่วยเธอค้นหาความจริง
พรรษาชวนดาบสนิท(ตี๋ ดอกสะเดา) คู่หู  มาช่วยกันค้นหาบางอย่างจากบึงน้ำ  แล้ว
พรรษาก็เจอหีบไม้ขนาดใหญ่จมอยู่ใต้โคลนก้นบึง  ซึ่งลักษณะของหีบเหมือนกับหีบใส่ผ้าโบราณในโรงทอผ้าไหม  แต่ฝาหีบถูกปิดล็อคไว้อย่างแน่นหนา  พอเปิดหีบออกทุกคนก็ตกใจแทบสิ้นสติ  เมื่อพบว่าในหีบคือร่างของหญิงสาวในชุดฟ้อนเล็บ  ศพนั้นเน่าเปื่อยจนหมดสภาพ  เหลือสิ่งที่เป็นหลักฐานคือชุดผ้าไหม  เล็บที่ทำจากทองเหลือง  และทับทิมสยามเม็ดงามหนึ่งเม็ดที่ตกอยู่ก้นหีบ  ในเมื่อสภาพการณ์บ่งชัดว่าเป็นการฆาตกรรม  พรรษาจึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง  เขาขอให้เก็บหีบเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน  รวมทั้งทับทิมเม็ดนั้น  เพราะเป็นไปได้ว่าอาจเป็นของฆาตกร  ข่าวลือแพร่สะพัดออกไป  ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าศพในหีบนั้นคือผีแม่หญิงเอื้องจันทร์  ประกอบกับมีคนเห็นผีสาวในชุดช่างฟ้อนเล็บ  มวยผมสูง  หน้าขาวซีด  สวมเล็บสีทองออกอาละวาดหลอกผู้คนจนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์  ทำเอาชาวบ้านหวาดกลัวเข้าไปใหญ่  เรวัติเห็นเป็นโอกาสดี  เลยเสนอซื้อคุ้มสายคำต่อจากสายไหมทันที  ติ่มซำเลยช่วยเรวัติกล่อมให้สายไหมขายบ้านและที่ดินเพื่อจะได้กลับกรุงเทพ เร็วๆ แต่สายไหมและพรรษารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล  จึงคอยสังเกตการณ์จนในที่สุดก็จับสาวชาวบ้านที่ปลอมเป็นผีเอื้องจันทร์ได้  หญิงคนนั้นสารภาพว่าเรวัติเป็นคนจ้างเธอ  พอพรรษาเอาตัวเรวัติมาสอบสวน  เรวัติกลับไม่ยอมรับพรรษาเลยต้องปล่อยตัวไป  แล้วเรวัติก็รีบไปบ้านร้างเพื่อทำลาย

หีบผีเอื้องจันทร์  ขณะกำลังทำลายเรวัติโดนอิทธิฤทธิ์ผีเอื้องจันทร์ทำร้าย  พรรษาที่แอบสะกดรอยตามมาพบเรวัติที่กำลังจะขาดใจ  เรวัติเลยสารภาพความจริงทุกอย่างก่อนจะสิ้นใจไป  แต่ที่น่าประหลาดใจคือ  ไม่มีใครพบหีบที่ใส่ร่างของเอื้องจันทร์ในที่เกิดเหตุ  หีบนั้นหายไปอย่างน่าอัศจรรย์  ขณะที่ทุกคนคิดว่าผีเอื้องจันทร์เป็นเรื่องหลอกลวง  สายไหมกลับโดนผีเอื้องจันทร์ทำร้าย  เธอถูกผลักลงไปขังในหีบไม้แบบเดียวกับที่เอื้องจันทร์โดน  แล้วน้ำก็เริ่มไหลเข้ามาในหีบ  ค่อยๆ ท่วมร่างของสายไหมทีละน้อยๆ สายไหมร้องขอให้คนช่วย  แต่ไม่มีใครได้ยิน  ผีเอื้องจันทร์กำลังจะฆ่าสายไหมให้ตายอย่างทรมานแบบเดียวกับเธอ  แต่โชคดีที่พรรษาช่วยสายไหมได้ทันก่อนที่เธอจะขาดใจตาย
พอเดือนวาดรู้ข่าวเรื่องผีเอื้องจันทร์  เธอก็สั่งให้บุญตาหาวิธีปราบจนสำเร็จด้วยการ
สะกดวิญญาณเอื้องจันทร์แล้วเผาทำลาย  เดือนวาดโล่งใจที่กำจัดผีเอื้องจันทร์ได้แล้ว  แต่หารู้ไม่ว่าวิญญานของเอื้องจันทร์ได้เข้าสิงสายไหม  ที่กำลังถูกส่งกลับกรุงเทพเพื่อรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว
พรรษากลับกรุงเทพเพื่อไปกราบหลวงพ่อวรุณที่รับอุปการะเขาตั้งแต่เด็ก  และเล่าเรื่องที่
เขาเจอให้หลวงพ่อฟัง  จึงได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับเอื้องจันทร์  พรรษาเชื่อว่าครอบครัวของสายไหมน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเอื้อง จันทร์  เขาจึงต้องสืบหาความจริงให้ได้ก่อนที่สายไหมจะเป็นอันตรายมากกว่านี้
อาทิตย์ต่อมาในงานเดินแฟชั่นผ้าไหมประจำปีของบริษัท  “ผ้าไหมสายคำ”  ที่โรงแรมหรู  ซึ่งสายไหมกับติ่มซำเป็นคนจัดงาน  ในงานพรรษาเห็นสร้อยทับทิมเม็ดโตที่คอของเดือนวาด  พรรษาเห็นว่าขนาดของเพชรนั้นน่าจะเท่ากับทับทิมที่ตกอยู่ในหีบ  พรรษาเลยมั่นใจว่าเดือนวาดคือฆาตกรที่ฆ่าเอื้องจันทร์  เขาเลยบอกความจริงนี้กับสายไหม  แต่สายไหมขอร้องให้พรรษาปล่อยแม่ของเธอไป  แต่พรรษาไม่รับปาก
เมื่อแฟชั่นโชว์ผ้าไหมจบลง  ก็มาถึงการแสดงชุดพิเศษที่ติ่มซำเตรียมไว้  แต่ทุกคนก็ต้อง
ประหลาดใจที่จู่ๆ ไฟในห้องจัดงานก็ดับลง  แล้วเสียงกลองก็ดังก้องกังวาน  ปรากฎแสงสว่างที่กลางเวที  มีหีบผ้าไหมขนาดใหญ่วางอยู่กลางเวที  ท่ามกลางความงงงันของทุกคน  แล้วฝาหีบก็เปิดออก ร่างของช่างฟ้อนคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากหีบ  ทุกคนตกใจมากที่ช่างฟ้อนคนนั้นคือสายไหม  เอื้องจันทร์ยึดร่างของสายไหมเพื่อจะทำร้ายทุกคน  และเธอตั้งใจจะฆ่าทุกคนที่ทำร้ายเธออย่างสาสม  และจะมีใครบ้างที่ต้องสังเวยแค้นนี้ด้วยชีวิต  ติดตามได้ในละคร  “หีบหลอนซ่อนวิญญาณ”  ทุกวันจันทร์-พฤหัส  หลังข่าวช่อง 5  เร็วๆ นี้

เก็จมณี  วรรธนะสิน              รับบทเป็น  เอื้องจันทร์
พิชญา  ศรีเทพย์                  รับบทเป็น   สายไหม
อลงกรณ์  ต้นหนองดู่           รับบทเป็น   พรรษา
สถาพร  นาควิลัย                 รับบทเป็น   วรุณ(หลวงพ่อ)
อรัญญา  นามวงศ์               รับบทเป็น    แม่เลี้ยงสายคำ
จักรกฤษณ์  อำมรัตน์          รับบทเป็น    ขวัญเมือง
เมย์  เฟื่องอารมย์                รับบทเป็น     เดือนวาด
สินิทรา  บุณยศักดิ์              รับบทเป็น     พิมพ์ดาว
ชุติมา  นัยนา                      รับบทเป็น    มาลัย
กริช  หิรัญพฤกษ์                รับบทเป็น    เรวัติ
เอกชัย  เอื้อสังคมเศรษฐ์   รับบทเป็น    ติ่มซำ
ถั่วแระ  เชิญยิ้ม                  รับบทเป็น   อุ้ยทา
ตี๋  ดอกสะเดา                      รับบทเป็น  ดาบสนิท
ทองขาว  ภัทรโชคชัย         รับบทเป็น  บุญตา
ด.ช.ปดลเดช  กมลาศัยกุล   รับบทเป็น  จุก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องย่อ สู่แสงตะวัน

August 29, 2008

นภา (ชฎาพร  รัตนากร) เกิดในตระกูลนักการเมือง ซึ่งเธอก็เป็นนักการเมืองผู้หญิงคนเดียวในตระกูลเธอมีพี่ชายต่างมารดาชื่อ ศักดินา (ทนงศักดิ์  ศุภการ) เป็นศัตรูคู่แข่งทางการเมือง  เมื่อตอนอายุ 20 ปี นภาได้ตั้งท้องกับนายสุข (ตระการ พันธ์ธุมเลิศรุจี) สร้างความอับอายและความไม่พอใจกับคุณหญิงสร้อย (จารุวรรณ ปัญโญภาส)จึงให้หนีไปคลอดลูกที่ต่างจังหวัด ครั้งนั้นคุณหญิงติดตามไปเอาตัวของนภากลับมา และให้ลูกน้องซ้อมนายสุขจนตาย แล้วนำลูกของนภาไปทิ้งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า…


             จากนั้นจึงกลับมาจับนภาแต่งงานกับ ม.ร.ว.สูงศักดิ์(ตฤณ เศรษฐโชค)จึงมีลูกชายติดตัวมาด้วย ชื่อชลกร หรือลูกเมฆ (ชนะพล สัตยา)พร้อมกับสร้างเรื่องราวว่าชลกรคือลูกของนภาที่ไปคลอดในต่างประเทศ  วันหนึ่งคฤหาสน์สุริยัน ได้รับคนใช้เข้ามา 2 คน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง คนใช้หญิงชื่อรวิ(อคัมย์ศิริ สุวรรณสุข) ส่วนคนใช้ชายชื่อ กานต์ หรือ จันทรกานต์ (ธนพล นิ่มทัยสุข) นภารู้สึกแปลกๆกับกานต์ ไม่ใช่เพราะว่าหน้าตาที่มีแผลเป็นทางยาวแต่เพราะดวงตาของกานต์ที่มองนภา บางครั้งก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังแต่บางครั้งก็เต็มไปด้วยความน้อยใจ
          เมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว กานต์โตขึ้นมากับพ่อแม่บุญธรรมที่ค้ายาบ้าและบังคับให้เขาขาย แต่กานต์ไม่ยอมเลยโดนซ้อมจนทนไม่ไหวก็เลยเอามีดแทงพ่อเลี้ยงแล้วหนีออกมา แล้วมาพบกับตารงค์(วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์)ที่รู้ความจริงเกี่ยวกับแม่ของกานต์ ทำให้เขาแค้นนภาพยายามผลักดันตัวเองจนเรียนจบด๊อกเตอร์ด้านรัฐศาสตร์ จากเมืองนอก และกลับมาในชื่อใหม่ว่า จันทรกานต์ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มแผนการล้างแค้น…

 
            โดยไปสมัครเป็นนักการเมืองเลือดใหม่ในกลุ่มของศักดินาที่เป็นศัตรูของนภา แต่ในคราบของกานต์เขารู้ว่าชลกรเป็นโรคหอบหืด ก็เลยเอายาพ่นไปทิ้ง แต่รวิก็มาช่วยไว้ จนกานต์รู้สึกหมั่นไส้รวิ ที่เดาความคิดของเขาได้ แล้ววันหนึ่งกานต์วางแผนให้รถนภาหลุดออกไปจากรถบอดี้การ์ด แต่รวินั่งไปด้วยก็เลยเอาตัวปกป้องนภาจนโดนยิงที่หัวไหล่และกานต์ก็รู้สึกเจ็บที่หัวไหล่เหมือนกัน กานต์จึงไปถามคุณหญิงว่าเด็กทิวา ราตรีคือใคร ทิวาคือเด็กหญิงที่มีปานแดงรูปพระอาทิตย์ ส่วนเด็กชายราตรี มีปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยว ได้ฟังเท่านั้นกานต์ก็รู้ว่ารวิคือพี่สาวของตนเอง…


 
            หลังจากนั้นกานต์ก็ทำดีกับรวิมาตลอด จนทำให้ชลกรไม่พอใจกานต์  กระทั่งนภาแนะนำให้รู้จักกับลินิน(เขมนิจ จามิกรณ์)ลูกสาวของเสมอ(ดิลก ทองวัฒนา)มหาเศรษฐีที่ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินกับนภา และก็เกิดการหลงรักทันที ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด กานต์ได้ลักพาตัวลินินไปจากงานแต่งงาน ทั้งสองต่อสู้กันไม่มีการลดละ จนทั้งคู่เริ่มรู้สึกผูกผันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว…
          อีกด้านหนึ่งชลกรป่วยหนักเพราะตรอมใจและก็ได้รวิเข้ามาเป็นพยาบาลคอยดูแลจนหาย  รวิขอร้องให้ชลกรกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ ซึ่งชลกรก็ทำตาม ทำให้นภาดีใจมาก ทั้งนภาและรวิก็ช่วยกันติวงานการเมืองให้ชลกร จนทำให้เขากลายเป็นขวัญใจประชาชน มีแนวโน้มที่จะชนะการเลือกตั้งได้ เมื่อกานต์รู้ข่าว เขาก็พาลินินกลับมาคืนชลกรแล้วหายตัวไป เหลือแต่กานต์คนขับรถหน้าบากที่ลินินไม่รู้จัก ในวันหาเสียงใหญ่ กานต์วางแผนไม่ให้นภาขึ้นเวทีหาเสียงได้ แต่รวิก็ให้ชลกรขึ้นเวทีแทน  กานต์เจ็บใจมากที่รวิช่วยเหลือนภา เขาเลยตัดสินใจบอกรวิเรื่องที่ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน แต่รวิไม่สนใจ ระหว่างนั้นลินินตามหาจันทรกานต์จนพบ
          แต่เขาไม่ยอมรับ ทำให้ลินินเจ็บปวดจึงตัดสินใจไปคบกับชลกรเพื่อประชดจันทรกานต์ ทำให้รวิเจ็บปวด เพราะหลงรักชลกรจึงยอมลาออกจากการทำงานให้นภา และเป็นการเปิดโอกาสให้กานต์เข้ามาจัดการนภาและชลกรง่ายขึ้น โดยจันทรกานต์กลับไปคบกับลินินเพื่อทำให้ชลกรเจ็บปวด ได้เสียกับลินินจนตั้งท้อง  อีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง ศักดินาจัดปาร์ตี้ยาอี กานต์สบโอกาสเลยแจ้งตำรวจจับศักดินา….. 


 
             ซึ่งศักดินาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝีมือของนภา ทำให้จันทรกานต์ขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคแทน และวันปราศรัยครั้งสุดท้าย กานต์ได้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงต่อหน้า นภา ชลกร รวิ และคนทั้งประเทศ จนนภาต้องหล่นจากตำแหน่งผู้บริหารพรรค หมดสิ้นอนาคต รวิตัดความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องกับกานต์ ส่วนลินินเสียใจมากที่โดนหลอกใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอบอกกานต์ว่าได้กินยาขับเลือดเข้าไป เพราะไม่ต้องการให้ทายาทของคนใจร้ายมีชีวิตขึ้นมา กานต์อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีลูกและก็กำลังจะเสียลูกไป…
 
 
            หลังจากนั้นเขาได้ไปหานภาที่โรงพยาบาล แต่นภาไม่ได้เป็นอะไรเลย เขาโกรธมากและก็งงที่นภาไม่เคยรู้เลยว่ามีลูก คุณหญิงสร้อยที่หายป่วยเข้ามายืนยันว่านภาไม่เคยรู้  กานต์สับสนมากจนหนีเตลิดไป  หลังจากนั้นศักดินาก็กลับมาแก้แค้นเพราะเข้าใจผิดคิดว่านภาเป็นคนส่งตำรวจมาทลายปาร์ตี้ยาอีคืนนั้น เขาเลยจับรวิมาวางบนทุ่นระเบิด นภามาช่วย ศักดินาบังคับให้นภาดื่มยาพิษในแก้ว แล้วจะปล่อยตัวรวิ ทันใดนั้นเองกานต์ก็โผล่เข้ามาบอกว่าเขาเป็นต้นเหตุทุกอย่างแล้วแย่งยาพิษจากมือนภาไปกินเอง ทั้งนภาและรวิตกใจมาก จึงรีบพากานต์ไปส่งโรงพยาบาล…
             ต้องคอยลุ้นต่อไปว่ากานต์จะรอดพ้นเงื้อมมือของมัชจุราชได้หรือไม่และลูกของลินินกับกานต์จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าและความรักระหว่างชลกรกับรวิจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้ติดตามได้ทางช่อง 7 สี
         
          โปรดติดตามความเข้มข้น ของละครชีวิตสะท้อนสังคม เรื่อง “สู่แสงตะวัน” ออกอากาศทุกวันจันทร์ และอังคาร หลังข่าวภาคค่ำ  ทางช่อง 7 เสนอเป็นตอนแรกวันอังคารที่ 2กันยายน…..

 แกลอรี่ ภาพนักแสดงสู่แสงตะวัน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง