กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่สนามหลวงวันนี้ ก่อนเคลื่อนพลไปหน้าสภากดดันรัฐบาล”มาร์ค”ลาออก ลั่นไม่มีการปิดล้อมรัฐสภา อ้างมีแกนนำดูแลเอง
(28ธ.ค.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำม็อบเสื้อแดง กล่าวว่า คนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่วันนี้ (28ธ.ค.) ที่สนามหลวง โดยการชุมนุมครั้งนี้จะชี้ให้เห็นการสมคบระหว่างพันธมิตรฯกับพรรคประชาธิปัต ย์ ที่ช่วยสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีสิทธิ์เป็นนายกฯ เหตุการณ์นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปจ.อุบลราชธานีแต่ถูกคนเสื้อแดงขับไล่นั้นจะลุกลามไปทั่วประเทศ ความพยายามสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มาร่วมชุมนุมอยากบอกว่าเป็นการสกัดกั้นไร้ น้ำยาอยากให้จับตาการชุมนุมวันนี้ และอาจต่อเนื่องถึงวันที่ 29-30 ธ.ค. จะมีปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น
“ในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค.เราจะไม่ปิดล้อมรัฐสภาเหมือนที่พันธมิตรฯทำ ไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ โดยส.ส.ยังเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯได้ปกติ ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์เดียวสมัย รสช. 2535 ที่ภาคประชาชนจะชุมนุมอยู่นอกรั้ว อย่างไรก็ดีเหตุวันโหวตเลือกนายกฯที่มีมวลชนเสื้อแดงทุบรถส.ส.นั้น เป็นเพราะไม่มีแกนนำ พวกเราไม่ได้นำไป แต่การชุมนุมครั้งนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกแน่นอน” นายจตุพร กล่าวอย่างมั่นใจ
ส่วน ที่มีความพยายามจะย้ายการแถลงนโยบายฯไปที่กองทัพใดกองทัพหนึ่ง หรือเลื่อนแถลงไปวันอื่นนั้น แกนนำคนเสื้อแดง มองว่า จะยิ่งแสดงถึงความสมเพชของรัฐบาลนี้ เรื่องนี้มีธรรมเนียมปฏิบัติของนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาฯ ก่อนย้ายขั้วย้ายข้างตามครอบครัวไป เชื่อว่าคงจะไม่ย้ายสถานที่ประชุมสภาหรือเลื่อนออกไป
ส่วนนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. กล่าวว่า ตนจะอธิบายถึงผลกระทบการปิดสนามบิน 2 แห่งของพันธมิตรฯว่าสร้างความเสียหายต่อประเทศและเศรษฐกิจ โดยช่วงการชุมนุมปิดสนามบินทำให้หลายคนตกงานสิ้นเนื้อประดาตัว รวมทั้งมีลูกคนหนึ่งจะเดินทางมาดูใจแม่แต่ทำไม่ได้สุดท้ายมารดาต้องเสีย ชีวิตไป และที่สำคัญการยึดทั้ง 2 สนามบินของพันธมิตรฯนอกจากมีปัญหาเศรษฐกิจและเป็นปัญหาทางประชาธิปไตยแต่มัน มีมากกว่าการที่นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกฯ ซึ่งตนจะพูดให้พี่น้องประชาชนฟังว่ามันมีเงื่อนไขอื่นใด มีพลังลึกลับอะไรจนพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้ โดยประชาชนมีสิทธิรับรู้
“วันนี้(28 ธ.ค.)ถ้าเวลาเอื้ออำนวยคงจะได้สัมนากับพี่น้องประชาชนถึงการพัฒนาขบวนการ พิทักษ์ประชาธิปไตยในรูปแบบใหม่ จากเดิมมีการเกาะกลุ่มแบบหลวมๆ การประสานงานให้มาร่วมชุมนุม ต่อไปจะมีมวลชนกลุ่มใหม่โดยไม่ต้องพึ่งหัวหน้าสายหรือนายหน้าให้มาร่วม ชุมนุม ต่อไปจะให้ข้อมูลไปตามต่างจังหวัดรวมทั้งต่างประเทศด้วย ที่จะต้องตั้งมวลชนเพื่อประชาธิปไตยเอาไว้ต่อสู้โดยเฉพาะอีกด้วย ตอนนี้สีแดงมีหัวใจเป็นธรรมชาติ หากใครคิดจะสะกัดจุดไหนที่ท่านคิดว่าน่าจะทำได้ ท่านจะประหลาดใจว่าบ้านเมืองมันเปลี่ยนไปจากที่ผ่านมา”นายจักรภพ กล่าว
สำหรับกระแสข่าวชาวเสื้อแดงบางส่วนแยกตัว ไม่มาร่วมชุมนุมในวันนี้นั้น แกนนำนปช.กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ให้ความสนใจนายหน้า แต่ให้ความสนใจกับประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมกับเรามากกว่า
ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า การที่นายสุเทพ เดินทางไปจ.อุบลราชธานี และถูกชาวเสื้อแดงขับไล่ นายสุเทพยังมีวัตถุประสงค์อื่นซึ่งได้ยินมาว่าเพื่อต้องการหยั่งเชิงดูท่าที ก่อนที่จะให้นายอภิสิทธิ์ ไปพบยายเนียม ต้องบอกว่าการแสดงออกของชาวเสื้อแดงที่จ.อุบลราชธานีต่อรัฐบาลชุดนี้ คงไม่ใช่จังหวัดแรกคงจะมีจังหวัดอื่นที่จะแสดงออกต่อบุคคลสำคัญในรัฐบาลชุด นี้ เชื่อว่าหากนายอภิสิทธิ์เดินทางไปไหนคงจะได้รับการต่อต้านอย่างตรงไปตรงมา จากชาวเสื้อแดงแน่นอน
“เราไม่ต้องการให้นายกฯพบความเสียหายยับเยินทางการเมือง แต่ต้องการอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนคืนมาซึ่งนายอภิสิทธิ์สามารถทำได้โดย การยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน นอกจากนี้การที่นายอภิสิทธิ์แสดงความรักต่อยายเนียมและหวังว่าจะใช้เป็น เครื่องมือผูกมัดใจคนอีสานนั้นคงจะทำไม่ได้เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้ปล้น ประชาธิปไตยคนอีสานจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้หลังจากช่วงปีใหม่ตนจะเดินทางไปพบพูดคุยชาวเสื้อแดงทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายต้องการรณรงค์ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการและรัฐบาลชุดนี้” นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้าย
ที่มา คมชัดลึก
มหาดไทยสั่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จับตาม็อบเสื้อแดงเคลื่อนพบล้อมรัฐสภา เชื่อมีลูกผสมสินค้าเกษตรตกต่ำ
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในต่างจังหวัดที่จะเข้ามาปิดล้อมรัฐสภาฯ ในวันแถลงนโยบาย ว่า ได้มีการประชุมหารือทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่บางจังหวัดแล้ว แต่ทั้งนี้การเคลื่อนไหวมีหลายปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เช่นสินค้าราคาเกษตรที่มีปัญหาในหลายจังหวัด อาทิ ปัญหามันสำปะหลัง ที่ จ.นครราชสีมา ดังนั้น ตนได้สั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะส่วนงานของกระทรวงมหาดไทย เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นระยะๆ พร้อมทั้งรายงานให้ทางจังหวัดทราบ เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาก่อนที่ประชาชนจะเคลื่อนไหวประท้วง หรือ ปิดถนน
เมื่อ ถามว่าได้จับตาพื้นที่ของ ส.ส.เพื่อไทย หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ไม่มีการจับตาเป็นพิเศษ แต่จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะตอนนี้มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เช่น การว่างงาน สินค้าเกษตร อาจจะทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพชุมนุมในช่วงวันแถลงนโยบายได้ และขณะนี้ก็ทราบมาว่ามีความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมมากพอสมควร ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปสกัดกั้นการแสดงความคิดเห็น แต่จะไปอธิบายทำความเข้าใจ
ส่วน การนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้นั้น นายบุญจง กล่าวว่า จากที่ติดตามดู มีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นรู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร มั่นใจว่าประชาชนที่ร่วมชุมนุมจะเคารพในข้อกฎหมาย เหตุการณ์คงไม่มีปัญหาอะไร และไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปเจารากับแกนนำ
เมื่อ ถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีประชาชนเสื้อแดงออกมาชุมนุมมาก เนื่องจากกลุ่มเพื่อนเนวินไม่สามารถควบคุมได้แล้ว นายบุญจง กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครควบคุมคนสวมเสื้อแดงได้ เพราะเป็นเสรีภาพ ถ้าจะมาก็ไม่ได้ว่า เพียงแต่เราต้องติดตามดูเพื่ออำนวยความสะดวกเพราะหากมีผู้ชุมนุมเยอะจะ บริการห้องน้ำกันอย่างไร
เมื่อถามว่าหากมีการชุมนุมล้อมสภาฯ จะเลื่อนการแถลงนโยบายหรือไม่ วันนี้รัฐบาลยังไม่ได้บอกว่าจะเลื่อน แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่ดูแล้วควรจะเลื่อน คิดว่ารัฐบาลคงจะตัดสินใจได้ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่งตั้งมา เมื่อประชาชนมาแสดงออกรัฐบาลก็จะรับฟัง เหตุรุนแรงมั่นใจว่าจะไม่มี เพราะเจตนาของรัฐบาลไม่มีความคิดในเรื่องนั้น และกระทรวงมหาดไทยก็เข้าไปดูแลปัญหาอย่างใกล้ชิด
เมื่อถามว่าจะขอกำลังทหารเข้ามาดูแลด้วยหรือไม่นั้น นายบุญจง กล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของประธานสภาฯ ว่าจะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างไร
นาย บุญจง ยังกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่จะแถลงต่อสภาฯ นั้นหลักใหญ่นโยบายของรัฐบาลจะครอบคลุมทุกด้านอยู่แล้ว เพราะมีโครงการที่เข้าถึงประชาชนชาวรากหญ้า และนโยบายด้านยาเสพติดก็เป็นหลักสำคัญ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกระทรวงมหาดไทยด้วย และทุกกระทรวงต้องนำแนวทางไปบูรณาการกัน
ที่มา คมชัดลึก
(18ธ.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. โดยมีนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผู้บังคับการในพื้นที่รับผิดชอบ ทุกพื้นที่ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รักษาการแทน ผบช.น. กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า การซักซ้อมการเตรียมตัวรับมือกลุ่ม นปช. เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าใด คาดว่ายังต้องมีการฝึกซักซ้อมการสาธิตเพิ่มอีก และจะเพิ่มข้อปฏิบัติที่ระบุลึกลงไปโดยบอกถึงหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ ละคนต้องปฏิบัติ อาทิ เขตพื้นที่ใดให้บกน. ใดรับผิดชอบเพื่อให้อยู่ในพื้นที่ตามกำ หนดได้
พล. ต.ต.เอกรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดชุดตำรวจปราบจลาจลและมอบหมายพื้นที่ในการดูแล และเชื่อว่าในวันจันทร์ (22 ธ.ค.) จะมีผู้เดินทางมาชุมนุมเพิ่มขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมายอมรับว่าเจ้าหน้าที่บางนายยังไม่เข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมด้วย
“ส่วนเหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุม เสื้อแดงก่อความวุ่นวาย ใช้ก้อนอิฐปาใส่รถ ส.ส. ที่ออกจากอาคารรัฐสภาภายจนได้รับเสียหายนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้วจำนวน 6 รายและกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกราย” พล.ต.ต.เอกรัตน์ กล่าว
ที่มา คมชัดลึก
บช.น. สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรัฐสภาหวั่นม็อบเสื้อแดง ปิดล้อมขัดขวางการเลือกนายกฯ ตรึงกำลังตำรวจ 1,500 นายดูแล”ชั้นนอกชั้นใน”แน่นหนา พร้อมส่งกำลังดูแลความสงบ”สนามศุภฯ” ทักษิณ โฟนอิน รายการความจริงวันนี้ หวั่นมือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์
(12ธ. ค.) เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาวันที่ 15 ธันวาคม กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)นัดชุมนุมเคลื่อนไหวคัดค้านการเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาเลือก นายกรัฐมนตรีว่า มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้พร้อมดูแลสถานการณ์จำนวน 8 กองร้อย 1,200 นายโดยปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไปดูแลความเรียบร้อยบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน และถนนราชดำเนินนอก และใช้กำลังตำรวจจำนวน 2 กองร้อย 300 นายดูแลอาคารรัฐสภาและพื้นที่ชั้นใน
ผบช.น.กล่าวว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อและมีเหตุการณ์รุนแรงจะประสานขอกำลังสนับสนุนจากกอง บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2 , 7 และกองทัพเข้ามาเสริมการปฏิบัติในทันที พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติว่าต้องใช้ความละมุนละม่อมกับผู้ชุมนุมมาก ที่สุดและเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตำรวจจะใช้วิธีการปฏิบัติกับผู้ชุมนุม มลำดับขั้นตอนเบาไปหาหนักเพื่อมิให้เกิดเหตุความรุนแรงเหมือนเช่นเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา
“หาก ผู้ชุมนุมอยู่ข้างนอกปราศจากอาวุธ ไม่ทำลายสิ่งกีดขวางสถานที่ราชการตำรวจก็พอยอมรับได้ แต่หากทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการกันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กะบความถูกต้องเหมาะสม ตรงนี้ไม่ต้องห่วง เพราะตำรวจได้รับบทเรียนจากทฤษฎีที่เป็นจริง คงไม่ใช่เรื่องในตำราอย่างเดียว คงดูแลทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อยได้ไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ แต่ความอดทนก็ขึ้นอยู่ 2 ส่วน คือ เร็วและเรียบร้อย ซึ่งเราต้องเอาความเร็วและเรียบร้อยมาใส่ตาชั่ง ว่ายังไงจะเหมาะจะควร โดยครั้งวันที่ 7 ตุลาคม เราเร็วแต่ไม่เรียบร้อย แต่ครั้งที่ 2 ไม่ถึงกับช้าแต่ก็เรียบร้อย ซึ่งเป็นไปได้จะเลือกวิธีที่ 2 มากกว่า“ผบช.น.
พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 13 ธันวาคม ภายในสนามศุภชลาศัย ซึ่งมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านรายการความจริงวันนี้ว่า จัดกำลังตำรวจจำนวน 23 กองร้อย 3,450 นาย แบ่งเป็นการปฏิบัติ 2 ส่วนดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านในและด้านนอกรวมถึง ประตูทางเข้า-ออกทุกจุด รวมถึงบริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 4 มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย ตรวจค้นการพกพาอาวุธปืนอาวุธสงคราม บุคคลต้องสงสัยป้องกันเหตุความรุนแรงและมือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์ อีกทั้งพื้นที่สนามศุภชลาศัยเป็นพื้นที่กว้างสามารถจุคนได้กว่า 40,000 คนจึงต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ
ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ตำรวจนครบาลเตรียมมาตรการรองรับการปฏิบัติไว้แล้วหากมีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดขึ้นสามารถรองรับการปฏิบัติได้ทันที พร้อมประสานกำลังเสริมจากหน่วยสนับสนุนเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกรอบกติกากฎหมายบ้าน เมืองอย่างเคร่งครัดด้วย หากพบผู้กระทำความผิดตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
” ที่ผมเป็นห่วงคือที่ สนามศุภฯ มากกว่า เพราะหากมีการชุมนุมกันมากๆ และหากมีบุคคลไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ขึ้นมา เช่น เหตุระเบิด จะป้องกันกันอย่างไรแต่ส่วนอื่นๆ ที่คนพวกเดียวกัน ใส่เสื้อสีเดียวกันมารวมกันคงไม่มีปัญหา ห่วงก็เรื่องมือที่ 3 และเกรงการปิดกั้นขัดขวางการชุมนุมของรัฐสภา ซึ่งมาตรการก็คงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเบาขึ้นไป หากพูดไม่รู้เรื่องก็คงต้องใช้น้ำ เรื่องที่จะประชุมเปิดสภาก็มีบทเรียนให้เห็นหลายๆ อย่าง แม้แต่ศาลเองก็เปลี่ยนสถานที่อ่านคำพิพากษา หากการเมืองจะเอาแบบนั้นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสำเร็จก็สามารถทำได้ แต่ผมคงบอกให้ทำคงไม่ได้ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่มีความรู้ ความสามารถมากกว่าผมเยอะแยะ ” พล.ต.ท.สุชาติ กล่าว
ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ผบช.น. ระบุว่า สามารถทำได้ทุกคนมีสิทธิในการสื่อสาร แต่ทำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ในการบันทึกทั้งถ่ายภาพนิ่ง บันทึกเสียง ความเคลื่อนไหวทั้งหมดไม่เกี่ยวกับโฟนอินอย่างเดียว ในเว็บไซต์ไหน เราก็ต้องติดตามและมีคณะกรรมการดูว่ามีอะไรผิด หรือหมิ่นอย่างไร หากผิดตาม ป.วิอาญา มาตรา 112 ก็ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน แต่หากเป็นคนธรรมดามาแจ้งความก็ต้องเอามาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีเช่นกัน
ที่มา คมชัดลึก
เปิดโต๊ะเจรจา รองผู้ว่าฯเชียงใหม่-ผู้บริหารไทยพีบีเอส- ม็อบเสื้อแดง หลังกดดันผู้บริหารไทยพีบีเอส ออกอากาศขอโทษ กรณีนำเสนอข่าวรับเงินร่วมรายการความจริงวันนี้สัญจร หัวละ 2 – 3 พันบาท อ้างทำชาวเชียงใหม่เสียหาย ล่าสุดผู้บริหารไทยพีบีเอสยอมขอโทษแล้วประเดิม5ทุ่มคืนนี้
ความคืบหน้ากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ที่ปรึกษากลุ่มฯ นำม็อบเสื้อแดงกว่า 200 คน มาปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ ที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นมา เนื่องจากไม่พอใจที่ไทยพีบีเอส นำเสนอข่าวว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ที่เดินทางไปร่วมเวทีความจริงวันนี้สัญจร ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับเงินค่าจ้างจากนักการเมืองหัวละ 2 – 3 พันบาท โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าปิดล้อมสถานี ไล่ผู้สื่อข่าว และพนักงานออกจากศูนย์ข่าวนำกุญแจมาปิดล็อค และตั้งเวทีขนาดเล็กปราศัยโจมตีผู้บริหารไทยพีบีเอส
ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 ที่ว่าการอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ นายไพโรจน์ แสงภูวงษ์ รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ นายอุทัย ลือชัย นายอำเภอสันทราย พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ประชุมร่วมกับตัวแทนของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดย นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ที่ปรึกษากลุ่มฯ และนายอนุพงศ์ ชัยฤทธิ์ บรรณาธิการบริหาร ฝ่ายเนื้อหาข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
ทั้งนี้แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ ยืนยันจะให้ นายเทพชัย หย่อง ผู้บริหารไทยพีบีเอส แสดงความรับผิดชอบ โดยการออกมากล่าวขอโทษผ่านสถานีโทย ทัศน์ไทยพีบีเอส และให้ผู้ประกาศข่าวซึ่งอ่านข่าวดังกล่าวออกอากาศออกมาขอโทษด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเจรจายืดเยื้อกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ขอสรุปเมื่อนายอนุพงศ์ ยอมรับข้อเสนอของผู้ชุมนุมว่า จะนำเสนอข่าวและกล่าวขอโทษกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ออกอากาศทางสถานีไทยพีบีเอส ในเวลา 23.00 น.คืนนี้ ( 3 พ.ย.) และข่าวเช้าในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ย.) ด้วย โดยที่ประชุมมีการร่างคำกล่าวขอโทษ จากนั้นแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และผู้บริหารไทยพีบีเอส ได้จับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาทำข่าว โดยมีรองผู้ว่าฯ และ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน
เบื้องต้น นายเพชรวรรต ยืนยันว่า หากสถานีไทยพีบีเอส ออกอากาศขอโทษผูชุมนุมในคืนนี้แล้ว จะยอมสลายการชุมนุมทันที โดยขอให้ทางสถานีนำโทรทัศน์มาตั้งให้ผู้ชุมนุมชมด้วย
ด้านนางสาวกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม นักจัดรายการวิทยุชุมชน 92.5 เมกกะเฮิรตซ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้เรียกร้องให้ผู้บริหารไทยพีบีเอส ยืนยันว่า จะไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดล้อมศูนย์ข่าวไทยพีบีเอส เชียงใหม่ด้วย
![]()
หลังจากนั้นเวลา 23.00 น.สถานีไทยพีบีเอสได้รายงานข่าวการเจรจาดังกล่าวพร้อมมีบทสัมภาษณ์ขอนายเทพ ชัย หย่อง ผอ..สถานีไทยพีบีเอส โดยได้กล่าวว่า สถานีไทยพีบีเอสขอโทษที่ทำให้ชาวเชียงใหม่เสียใจ และต่อไปจะเพิ่มความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวมากยิ่งขึ้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์