รมว.แรงงานฯ”ไพทูรน์ แก้วทอง” ระบุ รัฐบาลจ่ายเงินช่วย 2,000 บาท 26 ก.พ.นี้ โดยจ่ายเป็นเช็ค แต่โอนหรือเปลี่ยนมือไม่ได้
(18ก. พ.) นายไพทูรย์ แก้วทอง รมว.กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีผู้แจ้งรับเงินประกันการว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมมาก ขึ้น โดยกระทรวงแรงงาน พยายามติดตามและประสานผู้ประกอบการให้ชะลอการเลิกจ้างให้มากที่สุด สำหรับผู้ที่ยังมีงานทำแต่มีรายได้ลดลง รัฐจึงมีมาตรการเสริมออกมาช่วยเหลือ เช่น ให้เงิน 2,000 บาทกับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท เป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยนำเงินไปใช้จ่าย ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยให้คงสภาพความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างต่อไปได้ เพื่อรอให้นายจ้างมีสภาพคล่อง
นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า เงินจำนวน 2,000 บาท จะมอบเป็นเช็คให้ผู้ประกันตนสามารถนำไปขึ้นเงินกับธนาคาร หรือนำไปใช้จ่ายได้ทันที แต่ไม่สามารถโอนหรือเปลี่ยนมือได้ ซึ่งจะสามารถจ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ 26 กุมภาพันธ์ถึง 8 เมษายน 2552 สำหรับปัญหาว่างงาน กระทรวงแรงงานกำลังหามาตรการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การขายสินค้าราคาถูก รวมทั้งการนัดพบแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานได้จัดให้มีการนัดพบแรงงานทุกวันเสาร์ที่กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร และจ
รมว.แรงงานฯ สั่ง สำนักงานประกันสังคมปล่อยเงินกู้หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
(7ม. ค.) นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงานฯ กล่าวว่า ทางกระทรวงแรงงานฯจะทำการฝึกทักษะแรงงาน 5 แสนคน โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงส่วนหนึ่งให้ ซึ่งกลุ่มที่มาฝึกจะมีทั้งกลุ่มที่เปลี่ยนงาน หรือกลุ่มที่เป็นบัณฑิตจบใหม่ และตำแหน่งงานว่างตอนนี้มีอยู่บ้าง ทางกระ ทรวงแรงงานฯ ก็จะทำการฝึกคนกลุ่มนี้เพื่อให้เข้าทำงานในตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ได้ โดยฝึกให้ได้ 5 แสนคน ภายใน 1 ปี ตอนนี้เริ่มลงทะเบียนแล้ว
ทางกระทรวงฯจะไม่รอเงินงบประมาณ แต่จะให้สำนักงานประกันสังคมฯ ปล่อยเงินกู้ออกมาก่อน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อใช้แก้ปัญหาเร่งด่วน ส่วนงบฯแสนล้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาววุ ระบุ ว่า ทำให้เสร็จในวันที่ 9 มกราคมนี้ และนำเข้า ครม.เลย และต่อไปจะจัดงานวันนัดพบแรงงานให้บ่อยขึ้น
ที่มา คมชัดลึก
นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์การเลิกจ้างล่าสุด ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 จนถึงขณะนี้ มีสถานประกอบการปิดกิจการกว่า 698 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 55,549 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 70 แห่ง และมีแนวโน้มเลิกจ้าง 357 แห่ง ลูกจ้าง 204,264 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 87 แห่ง โดยมีทั้งประเภทอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ สิ่งทอ ท่องเที่ยว
ด้านจังหวัดที่มีการเลิกจ้างมากที่สุด คือ ปทุมธานี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และตาก ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีแนวโน้มเลิกจ้างมากที่สุด คือ ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ตามลำดับ
ทั้งนี้ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปให้คำปรึกษาและแก้ไขสถานการณ์การเลิกจ้างในสถานประกอบการที่มีแนวโน้ม จะเลิกจ้างอย่างใกล้ชิด
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ในวาระจร ตนจะเสนอเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการว่างงานแห่งชาติ ให้ที่ประชุมพิจารณา โดยมีคณะกรรมการกว่า 40 คนทั้งรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกระทรวงแรงงานเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่แก้ไขปัญหาด้านปัญหาการเลิกจ้างทั้งระบบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า เดิมที นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประมาณการณ์ว่าอาจต้องใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาการว่างงานครั้งนี้ 17,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดได้ประมาณการเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ต้องรอการพิจารณางบกลางปี 100,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการต่างๆ มีทั้งปัญหาเร่งด่วนและปัญหาระยะยาว บางเรื่องอาจต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษา
ที่มา คมชัดลึก
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี ว่า ในช่วงเช้า นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทักทายสื่อมวลชน โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเสนาะ จะเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ยอมรับว่า ในช่วงเย็น นายเสนาะได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหารือ เพื่อพูดคุยเรื่องการเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมภายในบ้านพักของนายเสนาะ เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขก ส่วนนายเสนาะนั้น ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ออกจากบ้าน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณสถานที่จัดเลี้ยงในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม และทักทายกับสื่อมวลชน
จากนั้น นายเสนาะได้โทรศัพท์หา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน และขอให้พานายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามีมาด้วย
นายเสนาะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์แล้ว และไม่ขอบอกว่า การเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ จะมีแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคนใดมาร่วมในงานบ้าง
นาย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่า ส.ส.ของพรรคฯทั้ง 9 คน รวมทั้งตัวนายประดิษฐ์ จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อทำให้พรรค พท.ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิด ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งพรรค รช.เป็นเพียงพรรคเล็ก การจะไปจับขั้วกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว โดยมั่นใจว่า จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก่อนปีใหม่ รวมทั้งเสถียรภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน จะพลิกฟื้นคืนมาอย่างแน่นอน
ที่พรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็น ที่บ้าน ย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเสนาะ แต่ถ้านายเสนาะติดต่อมาจริง ก็ คงไม่ไปแน่นอนและจะไม่ส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างแล้ว เราได้หารือและประกาศจุดยืนไปแล้ว พรรคไม่น่าจะคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนมากกว่านี้
ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย กล่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไปพบนายเสนาะที่บ้านไม่ได้ ถ้าเราไปมัน ก็จะผิดหลักการ คิดว่าแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ ก็คงไม่ไปเช่นกัน ส่วนแนวคิดของนายเสนาะที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นทางออกนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเชิญ ส่วนกระแสข่าวนายเสนาะอาจเดินทางมาพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์นั้น คงไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้นายบรรหารอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารเย็น ที่บ้านพัก ย่านเมืองทองธานีว่า ในเวลา 17.00 น. ตามที่นัดไว้ ปรากฏว่า ยังไม่มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เดินทางมาแต่อย่างใด นายเสนาะ ถึงกับโทรศัพท์ ไปหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ด้วยตัวเอง แต่นางอนงค์วรรณ อ้างต้องไปพบแพทย์ แม้นายเสนาะต่อรองเป็นเวลา 19.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. มีแกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคประชาราชทยอยเดินทางมาที่บ้านพักนายเสนาะ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง แต่ทั้งสองคนก็เดินทางกลับในเวลา 16.30 น. โดยอ้างว่าติดธุระ
ที่มา มติชน
“ป้าอุ” ชี้ เลิกจ้างคนงานแล้ว 4.4 หมื่น จ่อตกงานอีก 8.3 หมื่นคน รับปี 52 ตัวเลขพุ่งนับล้านแน่ ระบุ ปิดล้อมสุวรรณภูมิเร่งโรงงานปิดกิจการเพิ่ม ลั่น เปลี่ยนรัฐบาลไม่กระทบนโยบายแก้วิกฤตตกงาน
(4ธ.ค.) ที่กระทรวงแรงงาน นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ยอมรับว่าสถานการณ์การเลิกจ้างขณะนี้น่าเป็นห่วงมากและอาจมีตัวเลขคนตกงาน นับล้านคนตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจาก วิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามเหมือนโดมิโนล้มเพียงอย่างเดียว แต่มีสถานการณ์ทางการเมืองช่วง 1- 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น การยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ส่งผลกรทบต่อสถานประกอบการจำนวนมาก อาจเร่งทำให้คนตกงานเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในธุรกิจท่องเที่ยวและภาคการ ส่องออก ทั้งนี้รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งถ้าสายป่านไม่ยาวพอได้รับผลกระทบจนต้องหิดกิจการในที่สุด
อย่าง ไรก็ตามรัฐบาลขณะนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในภาพรวมก็ทำอยู่ ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะนำนโยบายการแก้ปัญหาวิกฤตการเลิกจ้างที่เตรียมไว้ มาปรับให้เข้มข้นมากขึ้นเพื่อรองรับปัญหา โดยเฉพาะงบประมาณ 1,536 ล้านที่กำลังขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเลิกจ้าง และคาดว่าจะได้รับในเร็วๆนี้จะต้องนำมาใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาค เอกชน เพื่อบรรเทาปัญหาให้ได้มากที่สุด ขณะที่ข้าราชการจะต้องทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เชื่อว่าจะไม่กระทบกับแผนงานที่วางไว้
“ ถึงแม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอีกครั้ง แต่ทุกคนก็เอาใจใจใส่ปัญหาคนตกงาน ว่างงานเป็นพิเศษ เราเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเราขอไปแล้ว 1.5 พันล้านบาทซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าได้หรือไม่ได้ แต่คิดว่าคงได้ในไม่ช้านี้ ซึ่งหากเราได้รับมาแล้วเราจะต้องดูแลให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด ไม่ใช่เอามาถลุงกันเล่นแน่นอน เราต้องฟังเอกชนที่เกี่ยวข้องด้วย ในส่วนของนโยบายนั้น คงไม่ปรับเปลี่ยนแน่นอนแต่คงต้องทำให้เข้มขึ้น เพื่อรองรับซูปเปอร์วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ จะให้ทุกคนทำงานกันแบบไม่กระพริบตา ยอมรับว่าตอนนี้ภาระของกระทรวงแรงงานหนักแต่ทุกคนพร้อมที่จะทำงาน ” นางอุไรวรรณ กล่าวและว่า สำหรับสถานการณ์เลิกจ้างล่าสุด มีสถานประกอบการปิดกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 519 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 44,794 คน และยังมีสถานประกอบการที่มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างอีก 2,000 แห่ง ลูกจ้าง 83,721 คน
ที่มา คมชัดลึก