สรุปผลสอบ กัปตันจักรี ห้าม ส.ส.พลังประชาชนขึ้นเครื่องบินไม่ผิด
November 6, 2008
“การบินไทย” ใส่เกียร์ถอยหลัง หลังสหภาพและพันธมิตรฯ ร่วมกดดัน ชิงสรุปผลสอบ “กัปตันจักรี” ห้าม ส.ส.พปช.ขึ้นเครื่องบินไม่ผิด เทียบเชิญกลับทำหน้าที่ตามปกติ
วันนี้ (6 พ.ย.) กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และพันธมิตรฯ กว่า 100 คน ที่มาชุมนุมบริเวณด้านหน้าอาคาร 5 สำนักงานใหญ่การบินไทย ยอมสลายการชุมนุมแล้ว หลังทางตัวแทนสหภาพฯ เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมและคณะกรรมการบริษัท การบินไทย หลังพบว่าการหารือในครั้งนี้ไม่มีประเด็นที่ทางกลุ่มสหภาพฯ เป็นห่วง เรื่องบทลงโทษ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ที่ไล่ ส.ส.พลังประชาชนไม่ให้ขึ้นเครื่องจึงยอมสลายการชุมนุม
โดย นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานการบินไทย กล่าวว่า ทางกลุ่มสหภาพฯ จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อให้คณะกรรมการยุติบทลงโทษกัปตันจักรี และให้กลับมาสอนการบินได้ตามปกติ

ขณะที่ นายอภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ผลการสอบสวนความผิดของกัปตันจักรีได้สิ้นสุดลงแล้วและไม่พบว่ามีความผิดแต่ อย่างใด โดยให้กลับมาบินได้ตามปกติแล้ว
อนึ่ง เหตุการณ์กัปตันจักรีไม่รับ ส.ส.พปช.3 คนขึ้นเครื่องบินเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังเหตุการณ์ที่รัฐบาลสั่งให้ตำรวจสลายการชุมนุมและทำร้ายประชาชนหน้า รัฐสภาและบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บมากกว่า 400 คน โดยในช่วงเช้าของวันที่ 8 ต.ค. กัปตันจักรีให้เหตุผลของการไม่รับ ส.ส.พปช.ทั้ง 3 คนขึ้นเครื่องว่า เพราะกังวลว่าผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เห็นภาพการล้มตาย-บาดเจ็บของประชาชนในวันที่ 7 อาจบันดาลโทสะเข้ามาทำร้าย ส.ส.พรรคพลังประชาชน และอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างเครื่องบินขึ้นบินได้
“ผมเองจึงตัดสินใจที่จะไม่รับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคพลัง ประชาชน สาเหตุเพราะหนังสือพิมพ์ซึ่งมีภาพผู้คนที่ถูกเข่นฆ่าเหล่านั้น เมื่อผู้โดยสารท่านอื่นที่โดยสารไปในเที่ยวบินนั้นได้เห็นภาพและข่าว อาจเกิดบันดาลโทสะ ขาดการยับยั้ง ยกมารุมทำร้าย ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ขณะที่เตรียมขึ้นบินอยู่ ได้รับบาดเจ็บและล้มตายให้ตกไปตามกันก็ได้ จึงมิต้องการให้เกิดเรื่องไม่ดีเช่นนั้นในเครื่องจึงเป็นเหตุผลให้ผมไม่รับ ส.ส.พรรคพลังประชาชนเข้าเครื่องในวันดังกล่าว” กัปตันจักรีระบุในแถลงการณ์ที่เขียนขึ้นหลังเหตุการณ์
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง สหภาพและพนง.การบินไทยชี้หากไล่กัปตันจักรีออก เจอเคลื่อนไหวใหญ่แน่
November 6, 2008
สหภาพและพนักงานการบินไทย ผนึกกำลังต้านฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซง ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมกรรมาธิการคมนาคมสังเกตการณ์ มติที่ประชุมชี้หากมีคำสั่งไล่กัปตันจักรี ออกจากงานเจอเคลื่อนไหวใหญ่แน่
วันนี้ (6 พ.ย.) สหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย และพนักงานการบินไทยกว่า 300 คน ไปรวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ เพื่อต้อนรับคณะกรรมาธิการการคมนาคมของสภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของการบินไทย พร้อมกับประชุมกับคณะผู้บริหารของการบินไทยในช่วงเช้า โดยทางกลุ่มสหภาพฯ ได้แสดงจุดยืนไม่ให้ทางภาคการเมืองเข้ามาแทรกแซงและยุ่งเกี่ยวกับการดำเนิน งานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อไม่ให้มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ โดยทางสหภาพฯ ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมในการประชุมด้วย และหากการประชุมวันนี้ ทางคณะกรรมาธิการคมนาคม มีคำสั่งให้การบินไทยให้ กัปตันจักรี จงศิริ ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสารที่เป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชนขึ้นเครื่องบินออกจากงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพักงานนั้น ทางกลุ่มสหภาพฯ จะคัดค้านและเคลื่อนไหวต่อไป
โดยก่อนหน้านี้ นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.การบินไทย (THAI) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม เพื่อสั่งการให้คณะกรรมการชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงไว้ก่อน พร้อมเปิดเผยรายละเอียดของหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหา รวมถึงคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก เนื่องจากมีกระบวนการแทรกแซงจากภายนอกทำให้ได้ผู้บริหารที่ไม่มีความเหมาะสม กับสายงาน
“หากปล่อยให้บอร์ดมีการอนุมัติแต่งตั้งไปแล้วเกิดความเสียหายตามมาก็ เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะต้องรับผิดชอบ” นางแจ่มศรี กล่าว
ประธานสหภาพ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งนี้มีความสำคัญต่อสถานภาพของบริษัทที่อยู่ใน ขั้นวิกฤต จึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีศักยภาพ ไม่มีประวัติด่างพร้อย

อนึ่ง วานนี้ (5 พ.ย.) เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย ที่มีนายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2551 ของบริษัทขาดทุน 3,000 ล้านบาท แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,734 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิ 426.2 ล้านาท ซึ่งเพิ่มจากไตรมาส 3 ของปีก่อน แต่ทั้งนี้ ผลประกอบการทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2551 บริษัทยังคงมีผลขาดทุนรวม 6,600 ล้านบาท เนื่องจากช่วง 6 เดือนแรกต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 6,000 ล้านบาท
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง