กิจกรรม Meet &Greet กับขนมจีน
October 24, 2008
ดูละครย้อนหลัง ดูทีวีย้อนหลัง รายการทีวีโชว์ ที่นี่ อับเดท ทุกวัน
อย่าลืมตั้ง เว็บนี้เป็นหน้าแรกนะค่ะ จะได้ไม่พลาดทุกตอน
กิจกรรม meet & greet กับขนมจีน

โค๊ด แชร์วิดิโอนี้ลงใน Hi5 ในบล็อก หรือเว็บไซต์ :
รับน้องโหดปี1สมองบวมเลือดคั่งอาการโคม่า
October 22, 2008
นักศึกษาเทคนิคเมืองกรุงกว่า 30คน จัดกิจกรรมรับน้อง เมาได้ที่รุ่นพี่รุ่นพี่รับน้องโหดหามรุ่นน้องเด็กปี1เข้าโรงพยาบาล แพทย์ชี้สมองบอม เลือดคั่ง อาการโคม่า พ่อ-แม่ร้องระงม ก่อนแจ้งความเอาผิดแล้ว
เมื่อเวลา11.30 น.ของวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่ามีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง มาเข้ารับการผ่าตัดที่โรงโรงพยาบาลเมืองเพชร – ธนบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาล พบว่า แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการผ่าตัดสมองช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อทราบชื่อนายนิโรจน์ศักดิ์ (โอ) อินทาโชติ อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 64/2 ต.ตลิ่งชัน – สุพรรณ ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นนักศึกษาโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ แผนกช่างไฟฟ้า ปีที่ 1 ได้รับบาดเจ็บทางสมอง มีลักษณะสมองบวม มีเลือดคลั่งในสมอง
นายปิยะพงษ์ อินทาโชติ อายุ 20 ปี พี่ชายของนักศึกษาชั้น ปวช.ปี 2 แผนกช่างยนต์ เผยว่า สาเหตุที่น้องชายจะได้รับบาดเจ็บทางสมองคาดว่าน่าจะถูกกระแทกอย่างแรงบริเวณ ศีรษะ ช่วงที่รุ่นพี่จัดกิจกรรมรับน้อง ที่บังกะโลวงศ์จันทร์ ม.2 ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
ก่อนเกิดเหตุ นักศึกษารุ่นพี่ของโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งรุ่นพี่ที่จบออกไปแล้ว และรุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ ได้พารุ่นน้องชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 รวมทั้งหมดประมาณ 36 คน มาจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งได้เช่ารถเมล์สองแถว มาจากกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมาถึงสถานที่พักช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
เมื่อมาถึงสถานที่พักทางรุ่นพี่ได้พากันซื้อเหล้าขาวมาผสมน้ำแดง และดื่มกันจนเกิดอาการมึนเมาขึ้น หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 18.00 น.เป็นต้นไป ทางรุ่นพี่มีอาการมึนเมาได้สั่งให้รุ่นน้องประมาณ 10 คน ได้ออกไปทำกิจกรรม โดยให้ทั้งหมดกอดคอกัน และทิ้งตัวลงบนพื้นทรายให้บริเวณใบหน้ากระแทกกับพื้น (ทิ้งดิ่ง) บริเวณชายทะเล และรุ่นพี่ยังได้สั่งให้รุ่นน้องทำติดต่อกันเป็นระยะๆ
นายปิยะพงษ์ กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมดังกล่าวอยู่ ได้มีรุ่นน้องคนหนึ่งเกิดอาการหน้ามืด จึงได้พากันออกมาปฐมพยาบาล จนอาการดีขึ้น จึงให้นั่งพัก ส่วนรุ่นน้องที่เหลือ ทางรุ่นพี่ยังได้สั่งให้ทำกิจกรรมดังกล่าวต่อไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ตนเห็นน้องชายนอนแน่นิ่งจึงวิ่งเข้าไปดู พบว่าน้องชายนอนหมดสติ จึงได้บอกรุ่นพี่ให้ช่วยนำน้องชายส่งโรงพยาบาล แต่ทางรุ่นพี่ไม่สนใจ ตนจึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือเจ้าของรถเมล์คันที่เช่ามา ช่วยนำน้องชายของตนส่งโรงพยาบาล
“เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ตรวจอาการแล้วก็พบว่าที่บริเวณศีรษะของน้องชาย มีเลือดคั่งในสมอง และมีอาการสมองบวม ต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโทรศัพท์บอกพ่อกับแม่ เพื่อขออนุญาตทำการผ่าตัด “นายปิยะพงษ์ กล่าว
ด้านนายประสิทธิ อินทาโชติ อายุ 47 ปี พ่อของนายนิโรจน์ศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากเห็นอาการลูกชาย ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกชายของตน ที่สำคัญทางครอบครัวของตนก็ไม่ค่อยมีเงิน
“เบื้องต้นทราบว่าตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลสูงมาก จึงยังไม่รู้ว่าจะหาเงินตรงไหนมาช่วยลูกและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากจะเปลี่ยนโรงพยาบาล ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากลูกชายของตนมีบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ “นายประสิทธิ กล่าว
นางนันทพร อินทาโชติ อายุ 48 ปี แม่ของนายนิโรจน์ศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตนได้รับการติดต่อจากรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมดังกล่าวว่าจะช่วยกันออกค่ารักษา พยาบาลให้ แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้แจ้งค่ารักษาเบื้องต้นแล้วเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท ซึ่งสูงมาก ตนยังไม่ทราบว่าจะไปนำเงินตรงไหนมาจ่าย
นอกจากนั้นแพทย์ยังบอกให้ตนทำใจ เนื่องจากอาการของลูกสาหัสมากและไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิดซึ่งหลังเกิดเหตุตน และสามีได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุบริเวณบังกะโลพบว่าบริเวณที่พักมีลักษณะ 2 ชั้นติดกับทะเลที่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวเข้าพัก บริเวณชั้นล่างติดกับริมทะเล พบภาชนะใส่อาหาร และเครื่องดื่มวางอยู่กระจัดกระจาย ลักษณะยังไม่ได้เก็บทำความสะอาด
นอกจากนี้ยังพบขวดสุราขาวทั่วบริเวณกว่า 10 ขวด ซึ่งมีทั้งขวดเปล่า และขวดที่มีน้ำสุราเหลืออยู่ อีกทั้งยังมีขวดน้ำพลาสติก ที่ถูกตัดผ่าครึ่งแล้วนำทรายใส่ และนำธูปมาปักเป็นจำนวนมาก ลักษณะเหมือนไหว้เจ้าที่
นางสาวธัชมาภรณ์ รัตนรัตน์ อายุ 30 ปี พนักงานบังกะโลหลังดังกล่าว กล่าวว่า เมื่อบ่ายของวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มหนุ่มสาวกว่า 30 คน มาเข้าพัก หลังจากตนจัดพื้นที่ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากมีผู้มาพักมากตนเห็นกลุ่มดังกล่าวทำกิจกรรมกันอยู่ และสักพักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเตือน และเห็นเลิกรากันไป
แต่ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น.ก็เห็นออกมาทำกิจกรรมกันอีก จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ตนเห็นรถเมล์คันดังกล่าว วิ่งออกจากที่พักอย่างรวดเร็ว ตนก็ไม่ทราบว่าไปไหนโดยคิดว่าอาจจะออกไปหาอะไรรับประทาน มาทราบอีกทีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเชิญตัว และรุ่นพี่อีกหลายคนไปสอบปากคำที่ สภ.หาดเจ้าสำราญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องต้นขณะนี้รุ่นพี่ที่ก่อเหตุ ยังอยู่ในอาการมึนเมา ยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ คงต้องรอให้ทั้งหมดสร่างเมาเสียก่อน จึงจะทำการสอบสวนต่อไป
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องวันภาษาไทย
July 22, 2008
วันภาษาไทยแห่งชาติ ตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปี รัฐบาลได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันสำคัญ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติวันภาษาไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปราย ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ในงานวันกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรสฯทรงเปิด อภิปรายในหัวข้อเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย” และได้ทรงแสดงความห่วงใยการใช้ภาษาไทยดังความตอนหนึ่ง จากกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานในการทรงร่วมอภิปรายเรื่องปัญหาการใช้คำไทย ว่า “ภาษานั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ประเทศไทยนั้นมีภาษาเป็นของเราเอง ซึ่งต้องหวงแหน ประเทศใกล้เคียงของเราหลายประเทศมีภาษาของตนเอง แต่ว่าเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรง เขาต้องพยายามหาทางที่จะสร้างภาษาของตนเองไว้ให้มั่นคง เราโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาลจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้…”
นอกจากนี้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต ซึ่งแสดงความห่วงใยถึงการใช้ภาษาไทย ดังความตอนหนึ่งว่า “ในปัจจุบันนี้ ปรากฏว่า ได้มีการใช้ถ้อยคำออกจะฟุ่มเฟือยและไม่ตรงกับความหมายจริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกัน เพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ”
และในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายฯ ชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังความตอนหนึ่งว่า “นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของวรรณยุกต์ เสียงจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เสียงโทกลายเป็นเสียงตรี เสียงตรีกลายเป็นเสียงจัตวา เลยทำให้ฟังดูแปลก เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร…”
ดังนั้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย จึงเห็นชอบและมีมติให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ตามการเสนอของทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ด้านภาษาไทย และเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการศึกษา องค์กรหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนให้ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย และร่วมใจกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง