พระราชทานน้ำหลวงอาบศพทหารพรานกล้าสละชีพเพื่อชาติ
October 22, 2008
ศรีสะเกษ -สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พระราชทานพวงมาลา ขณะที่พระองค์โสมฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพทหารพรานกล้าสละชีพเพื่อชาติจากการปะทะกับทหารกัมพูชา ปกป้องแผ่นดินไทยชายแดนเขาพระวิหาร ด้านรองแม่ทัพภาค 2 เผยให้การช่วยเหลือครอบครัวทหารพรานกล้าอย่างเต็มที่ กำหนดพระราชเพลิงศพที่วัดบ้านเกิด อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ 27 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดศรีสะเกษว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (21 ต.ค.) ที่วัดบ้านนาตราว ม.1 ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระกรุณามอบให้คุณสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขาธิการประจำพระองค์เจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีนำพวงมาลาพระราชทานและน้ำหลวงอาบศพพระราช ทานใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ มาพระราชทานแด่ศพ อาสาสมัคทหารพราน (ทพ.) บุญฤทธิ์ ขันตี ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 959 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณภูมะเขือ ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร วันที่ 15 ต.ค. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยมี พล.ต.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.กนก เนตระคะเสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี และ นายไมตรี อินทุสุต รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นำคณะครอบครัวของ ทพ.บุญฤทธิ์ และข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนถวายการต้อนรับ
จากนั้น คุณสมถวิล ยังอยู่ ได้เป็นประธานประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ อส.ทพ.บุญฤทธิ์ และ วางพวงมาลาพระราชทานข้างศพ อส.ทพ.บุญฤทธิ์ ขันตี ก่อนได้พบปะกับภรรยาและลูกสาวของ ทพ.บุญฤทธิ์ คือ นางปริมากร ละครศรี อายุ 26 ปี และ ดญ.จุฬาพร ขันตี อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ( ป.1)โรงเรียนบ้านนาตราว
คุณสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขาธิการประจำพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้กล่าวกับภรรยาและลูกสาวของ อส.ทพ.บุญฤทธิ์ ว่า พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีความรู้สึกเศร้าพระทัยมากที่ ทพ.บุญฤทธิ์ ได้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติในครั้งนี้ และทุกพระองค์ทรงห่วงใยครอบครัวของ ทพ.บุญฤทธิ์ จึงได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพวงมาลาและน้ำหลวงพระราชทานอาบศพพระราชทานแด่ ทพ.บุญฤทธิ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวของ ทพ.บุญฤทธิ และหากว่ามีอะไรที่จะให้ช่วยเหลือ ขอให้แจ้งผ่านทาง พล.ต.ต.วีรวลิต รองแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป
ทางด้าน พล.ต.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า สำหรับ ในการช่วยเหลือแก่ครอบครัวของ ทพ.บุญฤทธิ์นั้น ทางกองทัพบกได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีเงินค่าจัดการศพ เงินค่าทดแทน 25 เท่าของเงินเดือน เงินค่าชดเชย ทพ.พ้นสภาพ เงินสินไหมทดแทน เงินสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เงินสวัสดิการของหน่วย เงินหุ้นกองทุนกรมทหารพรานที่ 23 รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น ประมาณ 800,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ได้มี นายยงยุทธ บาลีนิเวศ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขา กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้นำเอาเงินจำนวน 30,000 บาทมามอบไห้แก่ พล.ต.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของ อส.ทพ.บุญฤทธิ์ ซึ่ง พล.วีร์วลิต ได้รับมอบและส่งมอบให้กับ นางปาริมากร ภรรยาของ ทพ.บุญฤทธิ์ ทั้งนี้มีกำหนดพระราชทานศพทพ.บุญฤทธิ์ ขันตี ในวันที่ 27 ต.ค. นี้ ที่วัดบ้านนาตราว ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง สมชาย เรียกผบ.เหล่าทัพหารือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
October 22, 2008
“สมชาย” เรียกผบ.เหล่าทัพหารือ ปัญหาพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านแม่ทัพภาค 2 นำทีมฝ่ายไทยข้ามฝั่งเข้าเขมร เตรียมร่วมประชุม RBC ช่วง 23-24 ตุลาคมนี้
(22ต.ค.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เชิญ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือ ทั้งประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทั้งสองประเทศยังไม่ได้ข้อยุติที่ชัดเจน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องจะสรุปประเด็นให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของสองประเทศ ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
ผู้สื่ข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ข้าราชการระดับสูงฝ่ายไทย ที่ประกอบไปด้วยผู้แทน 4 จังหวัดที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายเสนาธิการทหาร และยุทธศาสตร์ กองทัพภาคที่ 2 ออกเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 67 จากจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ผ่าน อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย เข้าเมืองเสียมราฐระยะทาง 139 กิโลเมตร เพื่อเตรียมการประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรือ อาร์บีซี
ที่กำหนดจัดการประชุมระหว่างวันที่ 23-24 ตุลาคมนี้ ตามกรอบการเจรจาของ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคทหารที่ 4 ที่ได้ประชุมร่วมกัน หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในพื้นที่พิพาทปราสาทเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจในเนื้อหาของการประชุม และข้อสรุปอย่างสันติวิธี จากเหตุความรุนแรงและความตรึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงเกิด ขึ้น
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องทหารพราน บุญฤทธิ์ เสียชีวิตแล้ว
October 21, 2008
อาสาสมัครทหารพราน บุญฤทธิ์ ขันตี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2302 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชา บริเวณใกล้ผามออีแดง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม เสียชีวิตลง แล้วเมื่อเวลา 06.30น.ที่ผ่านมา หลังเข้ารักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และเมื่อวาน (20 ต.ค.) แพทย์จากโรงพยาบาลเปิดเผยว่าอาการของทหารพรานบุญฤทธิ์ทรุดหนัก ทั้งนี้ญาติได้รับศพทหารพรานบุญฤทธิ์กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษแล้ว
ที่มา ข่าวสด
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องเขมรขนอาวุธหนัก ประชิดตาเมือนธม ห่างแค่ 1.5 กม.
October 20, 2008
สถานการณ์ชายแดน แหล่งข่าวสายทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ขณะนี้ฝั่งกัมพูชายังมีการเสริมกำลังอย่างต่อเนื่อง มีรถถังจำนวน 2 คัน ปืนใหญ่ 2 กระบอก อาวุธปืน ป. 130 มม. และกองกำลังทหาร จากกองลาดตระเวนที่ 3 เข้ามาบริเวณบ้านจำปาเจก ต.โอเสม็ด บ้านคีรีมงคล และบ้านต้นไทร ต.โอเสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา
ซึ่งมี พล.ท.เจียมอน ผบ.ภูมิภาคที่ 4 เป็นผู้สั่งการ และมอบให้ ตชด. 402 และ 702 เป็นผู้ดูแลกองกำลังทหารกองลาดตระเวนที่ 3 จำปาเจก จำนวน 30 นาย และมีการใช้กองกำลังเสริมจากกลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง ชาวบ้าน เป็นกำลังสมทบ
ส่วน พื้นที่บริเวณบ้านอำปึน ต.โคกมอญ อ.ปันเตีย จ.อุดรมีชัย มี พ.อ.เนียะ วง เป็นผู้ควบคุมกองกำลังทหาร และล่าสุดในพื้นที่ทางด้านปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้มีการเจรจาระหว่างทหารทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น
รวมทั้งไม่มีการเพิ่มกำลังทหาร เข้ามาตามแนวชายแดน ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ และในวันจันทร์ ที่ 20 ต.ค. นี้ จะเริ่มออกลาดตระเวนร่วมกันระหว่างทหารไทย และทหารกัมพูชา ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และในพื้นที่ไม่มีความตึงเครียดแต่อย่างใด
แต่จากการติดตามข่าวความ เคลื่อนไหวทางฝั่งกัมพูชา ทราบว่า กองร้อยทหารพรานที่ 2609 มีการนำอาวุธปืน ป.30 จำนวน 2 กระบอก รถถังจำนวน 3 คัน รุ่น ที 54 และ ที 55 พร้อมกองกำลังทหารจากพัน 422 และ หน่วยป้องกันชายแดน 402 (นปชด.402) ร้อยที่ 1 จำนวน 30 นาย ร้อยที่ 2 จำนวน 30 นาย
ทั้งนี้ พ.อ.เนียะ วง รอง ผบ.น้อย 42 ภูมิภาคที่ 4 ยังได้มีการเพิ่มกำลังทหารอีก 200 นาย เข้ามาบริเวณฝั่งตรงข้ามปราสาทตาเมือนธมทางด้านทิศใต้ ห่างจากปราสาท 1.5 กิโลเมตร
นอกจากนี้เมื่อประมาณวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางกัมพูชา ได้มีการนำทหารจากเวียดนาม เข้ามาเป็นกองกำลังในการรบ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เร่งสืบหาข้อมูลว่า ทหารรับจ้างจ้างเวียดนาม มีการแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ใดบ้างของเขมร เพื่อเตรียมแผนป้องกันอีกทาง
หาก มีการปะทะกันเกิดขึ้น แต่ในเบื้องต้นทางด้านปราสาทตาเมือนธม ทาง พ.อ.เนียะ วงได้มีการเจรจากับ ร.อ.สมควร ไชยนิตย์ ผบ.ทหารพรานจู่โจมที่ 960 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดน
ที่มา คมชัดลึก
บึ้มสนั่นพระวิหารที่แท้หมาเขมรเหยียบกับระเบิด
October 20, 2008
เกิดระเบิดในฝั่งกัมพูชาชายแดนพระวิหาร รอง ผอ.กองกิจการพลเรือนเผยเกิดจากสุนัขเหยียบกับระเบิด ไม่ใช่เหตุโจมตี ด้านทหารกองทัพภาคที่ 2 ฝึก ชรบ.บ้านภูมิซรอน เตรียมความพร้อมป้องกันตัว ล่าสุด สถานการณ์ชายแดนยังปกติ
เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 19 ต.ค. ชายแดนด้านทิศเหนือ ของฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชา บ้านซำแต ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโศกขามป้อม ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประมาณ 1 กม.เศษ ได้เกิดมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น 1 ครั้ง ทำให้ทหารไทยที่ประจำการอยู่ที่ใกล้ฐานบ้านซำแต ต่างพากันคว้าอาวุธปืนเข้าที่กำบัง เพื่อเตรียมต่อสู้ โดยเข้าใจว่าทหารกัมพูชา ได้เปิดฉากโจมตี แต่ปรากฏว่าไม่มีความเคลื่อนไหวจากทหารกัมพูชา แต่อย่างใดทั้งสิ้น และไม่มีรายงานความเสียหายของทหารไทย เข้ามาให้หน่วยเหนือทราบแต่อย่างใด
พ. อ.ทวีศักดิ์ บุญรักชาติ รอง ผอ.กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ประจำศูนย์ประชาสัมพันธ์ศูนย์ประสานงานกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ฐานปฏิบัติการกองร้อย ตชด.ที่ 224 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เสียงระเบิดที่ดังขึ้นบริเวณใกล้ฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชา ที่บ้านซำแตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบว่า สาเหตุเกิดจากสุนัขเดินไปเหยียบกับระเบิดที่เชื่อว่าอาจเป็นกองกำลังทหาร กัมพูชาไปวางเอาไว้ ทำให้เกิดระเบิดขึ้น โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
![]()
ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่หมู่บ้านภูมิซรอล ม.13 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี ได้สั่งการให้คณะทหารชุดประชาสัมพันธ์ศูนย์ประสานงาน กองทัพภาคที่ 2 นำกำลังทหารเข้าไปทำการฝึกซ้อมการใช้อาวุธปืน และฝึกซ้อมการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยให้กับชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่ บ้านภูมิซรอล จำนวน 20 คน ซึ่งมีการฝึกซ้อมการใช้อาวุธปืนลูกซอง 5 นัด ที่แจกจ่ายให้กับชุดรักษาความปลอดภัยทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาในเขต ต.เสาธงชัย
พร้อมทั้งได้มีการบรรยายถึงสถานการณ์การ สู้รบกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาให้ประชาชนชาวบ้านภูมิซรอลได้รับทราบ อีกด้วย โดยได้ขอความร่วมมือจากชาวบ้านภูมิซรอล หากมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นให้รายงานทหาร และ ตร.ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ทราบโดยด่วน
ต่อมาเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารคนที่หนึ่ง และประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและติดตามงบประมาณนโยบายและ ประสิทธิภาพของกองทัพ พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและติดตามงบประมาณนโยบายและ ประสิทธิภาพของกองทัพและคณะ ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ที่บริเวณภูมะเขือ โดยนายพีระพันธุ์ ได้มอบข้าวสารหนึ่งคันรถบรรทุกให้ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเขาพระ วิหาร
จากนั้น คณะของนายพีระพันธุ์ ได้เข้าไปในห้องประชุมของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร โดยมี ผบ.กองกำลังสุรนารี นำคณะนายทหารของกองกำลังสุรนารีมาร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ ให้ทราบ
ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ที่มีการตรึงกำลังระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เดินสำรวจบริเวณผามออีแดงและส่องกล้องดูความเคลื่อนไหว ของทหารกัมพูชาบนเขาพระวิหาร พบว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามาตรึงกำลังบนเขาพระวิหารและรอบเขาพระวิหารเป็นจำนวน มาก และมีทหารไทยตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนวรอบเขาพระวิหาร โดยเหตุการณ์ยังอยู่ในภาวะปกติไม่มีความเคลื่อนไหวหรือเหตุการณ์รุนแรงใดๆ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง