หลุด เดียร์ AF5 เซ็กซี่ ว่อนเน็ต

August 11, 2008



น้องเดียร์ หนึ่งในผู้เข้าประกวดเรียลลิตี้ อะเคเดมี่แฟนเทเซีย รอบ 16 คนสุดท้าย เจอภาพเซ็กซี่กับสาวทอม ว่อน Hi5

         กุลกนิษฐ์ สุภเพชร หรือ น้องเดียร์ หนึ่งในผู้เข้าประกวดเรียลลิตี้ อะเคเดมี่แฟนเทเซีย ที่ทะลุมาถึงรอบ 16 คนสุดท้าย ก่อนจะตกรอบบนเวทีการแข่งขันในสัปดาห์แรก สร้างกระแสให้กับนักท่องอินเทอร์เน็ตกันอีกครั้ง เมื่อมีภาพสาวเจ้าโชว์เนื้อหนังมังสา และแนบชิดแบบเนื้อแนบเนื้อกับสาวหล่อนางหนึ่ง ใน Hi5 ที่อ้างว่าเป็นของน้องเดียร์เอง งานนี้สร้างกระแสไม่พอใจให้กับแฟนคลับเอเอฟส่วนหนึ่ง บางส่วนก็รู้สึกสงสารที่ไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น นอกจากนี้แฟนคลับบางคนยังสงสัยว่า ภาพดังกล่าวน้องเดียร์เป็นผู้ปล่อยเอง หรือ มีมือมืดตั้งใจ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


ศาลพิพากษาจำคุก พจมาน 3 ปี

July 31, 2008

ศาลอาญา รัชดาฯ พิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 3 ปี และจำเลยที่ 3 คือนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี

วันนี้(31 ก.ค.)ที่ศาลอาญา องค์คณะผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมานเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 546 ล้านบาทจากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้นซึ่งมีหุ้นมูลค่า 738 ล้านบาท โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย อันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) (2) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91

โดยองค์คณะผู้พิพากษาเริ่มอ่านคำพิพากษาเวลา 09.10 น.โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบุตรชาย บุตรสาว ร่วมให้กำลังใจ ภริยาและแม่ ท่ามกลางการร่วมลุ้นของกลุ่มผู้สนับสนุน ที่อยู่ภายในห้องพิจารณาคดีจนเต็มห้อง

ต่อมาเวลา 10.40 น.ศาลพิพากษาว่า จากการพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว พยานโจทก์มั่นคง จำเลยไม่สามารถนำสืบหักล้างได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันกระทำความผิดโดยฉ้อโกง หรีออุบาย เพื่อหลีกเลี่ยง ภาษีอากร ตามฟ้อง นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 และ 2 ยังร่วมกันแจ้งความเท็จ และแสดงหลักฐานเท็จต่อเจ้าพนักงาน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีชื่อเสียงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งจำเลยที่ 2 ยังเป็นถึงภรรยาของผู้นำประเทศ ควรทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี แต่จำเลยกลับหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่เป็นธรรมต่อสังคม

การกระทำของจำเลยทั้ง 3 จึงเป็นการกระทำความผิดสถานหนัก ร้ายแรง พิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีอากร คนละ 2 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 ฐานร่วมกันจงใจแจ้งความเท็จ และแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ อีกคนละ 1 คน รวมจำคุก จำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

จับมือตีพันธมิตร ที่อุดร

July 31, 2008

 ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (30 กรกฎาคม) ว่า  พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมนายประดิษฐ์ รามระเริง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 435 หมู่ 1 บ้านหนองนาคำ ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี ขณะกำลังทำงานที่อู่ซ่อมรถไม่มีชื่อ ภายในหมู่บ้านหนองนาคำ ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี เลขที่ 357/2551 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม โดยกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย

         จากการสอบสวนเบื้องต้นนายประดิษฐ์ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับชมรมคนรักอุดรฯ ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคมจริง โดยมีผู้มาชักชวนเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนวัยรุ่นในหมู่บ้าน 10 คน หลังก่อเหตุได้กลับมาตั้งวงเหล้าภายในหมู่บ้านฉลองกันและต่างคุยว่าได้ตีคนไหนบ้าง โดยในวันก่อเหตุตนได้สวมเสื้อสีขาวตามภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาแสดง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวไปยึดเสื้อของกลางที่บ้าน นำตัวมาสอบเคร่งเครียด

         ขณะที่นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการ จ. อุดรธานี กล่าวยืนยันว่า ใช้ความพยายามเต็มความสามารถ โดยประชุมแบ่งงานให้ทุกหน่วยงานมอบภารกิจติดตามผลการปฏิบัติงาน ทั้งก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุได้ดำเนินการอะไรอย่างไรบ้าง ในการสั่งการมีหลักฐานพยานทั้งหมด มีเอกสารสามารถตรวจสอบได้ ไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ สั่งให้ ผบก.ภ. จ.อุดรธานี จับทุกคนมาดำเนินคดี พร้อมทั้งสอบถามไปยังนายอำเภอทุกอำเภอว่า มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม เหตุการณ์หรือไม่ เพราะทำให้เสียภาพพจน์ของบ้านเมืองและจังหวัด

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ศาลฏีกาฯ รับฟ้องคดี ทักษิณ สั่งเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้พม่า

July 30, 2008

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดี ทักษิณ ชินวัตร สั่งเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่า 4,000 ล้านบาท

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร(30ก.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เวลา 10.00 น. นายปัญญา สุทธิบดินทร์ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเอ็กซิมแบงก์ พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีที่คตส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลยความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทุจริต การปล่อยกู้เงิน 4 พันล้านของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ของประเทศไทย ให้กับรัฐบาลพม่า

โดยศาลพิเคราะห์คำฟ้องของคตส.แล้วเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ม.9 (1) และคำฟ้องถูกต้องตามข้อกำ หนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 25432 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให้ประทับรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป โดยนัดพิจาณาคดีครั้งแรก วันที่ 16 ก.ย. เวลา 10.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ มีเพียงทนายฝ่ายโจทก์เท่านั้นที่เดินทางมาฟังคำสั่ง นำทีมโดย นายสิทธิโชค ศรีเจริญ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

พิพากษาคดี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร

July 30, 2008

ลุ้นระทึก วันชี้ชะตา “หญิงอ้อ” กับพวกเลี่ยงภาษีหุ้นชินฯ คอม 546 ล้านบาท อธิบดีศาลอาญาออกกฎเหล็กห้ามม็อบเชียร์-ม็อบต้านป่วน ระดมตำรวจ-คอมมานโด-รปภ.ศาล กว่า 300 นายคุมเข้ม รปภ.ศาล พร้อมจัดโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดหน้าศาล ขณะที่ตำรวจพร้อมดูแลความเรียบร้อย
      
       วันนี้ (30 ก.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายณรัช อิ่มสุขศรี เลขานุการศาลอาญา เปิดเผยถึงความพร้อม และมาตรการของศาลที่นัดฟังคำพิพากษาคดี “เลี่ยงภาษีหุ้นชินวัตรคอมพิวเตอร์” ที่มีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก เป็นจำเลย ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ว่า ขณะนี้ทางศาลได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผกก.สน.พหลโยธิน เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ มาควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณห้องพิจารณาคดี และโดยรอบบริเวณศาล ทั้งยังได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลรวมกว่า 300 นาย


       
       “เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงขึ้น แต่ต้องเตรียมการไว้ เพราะคาดว่าทั้งพวกสนับสนุน และพวกต่อต้านจะเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา อาจกระทบกระทั่งกันจนเกิดความไม่เรียบร้อยขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดตรวจหาอาวุธ และวัตถุระเบิดที่อาจถูกซุกซ่อนเข้ามาในบริเวณศาล ส่วนลานจอดรถหน้าศาลก็จะนำรั้วกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกนำรถยนต์เข้ามาจอดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน” เลขานุการศาลอาญากล่าว และว่า นายวิธูร คลองมีคุณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ออกข้อกำหนดศาลอาญา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปโดยเที่ยงธรรม และรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 30 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 25 ศาลอาญาจำเป็นต้องออกข้อกำหนดเพื่อใช้บังคับในวันที่ 31 ก.ค.ดังนี้ Read more

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »