ผบ.ทบ.สั่งกองทัพคุมเข้ม กลุ่มคนมีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูง

October 27, 2008



” ผบ.ทบ.”สั่งกองทัพคุมเข้ม กลุ่มคนมีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูง หากพบดำเนินเฉียบขาด โฆษก ทบ.ระบุสถาบันไม่เลือกข้าง ทรงเมตตาทุกหมู่เหล่า อย่าดึงเกี่ยวกับการเมือง วอนทุกฝ่ายช่วยปกป้อง กองทัพเกาะติด”แม้ว”โฟนอิน กำชับทุกหน่วยพร้อมป้องกันเหตุ “จตุพร”ยัน”ทักษิณ”ต่อสายคนเสื้อแดง 1 พ.ย.แน่ เล่าชะตากรรมชีวิตต่างแดนหลังคำพิพากษาจำคุก พร้อมปลุกต้านรัฐประหาร

@ สมชายไปเชียงใหม่เจอทั้งต้าน-หนุน

นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปปฏิบัติภารกิจ จ.เชียงใหม่ เจอทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำมือตบกระพือไล่และกลุ่มเสื้อแดงสนับสนุนต้อนรับ ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 26 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชายไปเป็นประธานเปิดเชียงใหม่ ซู อควาเรียม หรือสถานแสดงสัตว์น้ำภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ มีนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพายัพ ชินวัตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายคะแนน สุภา พ่อตานายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และประชาชนในพื้นที่ร่วมต้อนรับ

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นายสมชายเดินเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่เพื่อเป็นประธานเปิดงานนั้น มีกลุ่มชาวบ้าน อ.สันกำแพง กว่า 100 คน พร้อมใจสวมเสื้อแดง ชูป้ายสนับสนุนการบริหารประเทศ บริเวณด้านหน้าทางเข้าและมีตัวแทนจำนวน 15 คน ตั้งแถวต้อนรับซึ่งนายสมชายทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และช่วงเดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายสมชายลงจากรถเข้าไปทักทายเด็กและผู้ปกครองที่มารอต้อนรับด้วยท่าทาง อารมณ์ดี แต่หลังเดินทางออกจากสวนสัตว์เชียงใหม่ มีกลุ่มพันธมิตรนำมือตบมาโบกสะบัดใส่ขบวนรถนายกรัฐมนตรีรวม 2 จุด บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ จุดแรกบริเวณปากซอยฝั่งตรงข้ามร้านโบ๊ท มีกลุ่มพันธมิตรจำนวน 5 คน และบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย มีกลุ่มพันธมิตรจำนวน 8 คน

ต่อมาเวลา 10.50 น. นายสมชายไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ 2008 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมืองเชียงใหม่ มีนายศรีเมืองนำทีมเด็กเยาวชนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 25 ประเทศ จากทั่วโลกกว่า 700 คน ต้อนรับ ส่วนที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมมีกลุ่มเสื้อแดงจากกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 มารอต้อนรับด้วย โดยบางคนทำตัวเป็นการ์ดคอยตรวจสอบบุคคลที่เข้าโรงแรมอย่างละเอียด เกรงว่าจะมีกลุ่มพันธมิตรแฝงตัวเข้าไปก่อนเหตุความวุ่นวาย

@ ผบ.ทบ.สั่งคุมเข้ม”หมิ่นเบื้องสูง”

ส่วน กรณีที่มีกลุ่มบุคคลเผยแพร่ข้อความผ่านทางอินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชนและใบปลิว โดยมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงนั้น วันเดียวกัน พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหน้าที่ของทุกองค์กรทุกสถาบัน และคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันทุกฝ่าย ต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นมา กองทัพก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อยากให้คิดว่าปัจจุบันประเทศไทยมีความขัดแย้งทางความคิดค่อนข้างมาก แต่ละฝ่ายก็สามารถประคับประคองสถานการณ์ต่างๆ ให้สามารถไปได้ โดยไม่ให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทำให้สังคมสามารถไปได้ จึงอยากให้ทุกฝ่าย ช่วยกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

“เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการกำชับให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพทุกหน่วย ไปดูแลพื้นที่ในความรับ ผิดชอบของตัวเองในแต่ละจังหวัด หากพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้ประสาน งานกับตำรวจอย่างใกล้ชิดและดำเนินการอย่างเฉียบขาด ในส่วนของเว็บไซต์ต่างๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกัน โดยเฉพาะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ส่วนหน้าที่จับกุมเป็นของตำรวจ แต่เราก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบไปให้ตำรวจแต่เพียงอย่างเดียว โดยเจ้าหน้าที่ทหารที่มีอยู่ในกองทัพภาค ทุกหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกทั่วประเทศไทย จะต้องช่วยกันสอดส่องดูแลในพื้นที่ รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม วิทยุชุมชน การแจกจ่ายใบปลิว” พ.อ.สรรเสริญกล่าว

@ ชี้ทรงร่วมงาน”โบว์”ถูกโยงการเมือง

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ได้ประเมินถึงจุดประสงค์ของ ผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คงเนื่องมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งพระองค์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งทางด้านความคิดและการเมือง ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุด คืออย่าพยายามแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและทำให้คนในสังคมเข้าใจว่า พระองค์ท่านมีความคิดทางการเมืองอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ ถูกต้อง เพราะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของคนไทยทั้ง 63 ล้านคน เหมือนที่ ผบ.ทบ.ได้เคยพูดเอา ไว้ว่า อย่าพยายามไปแบ่งว่า พระองค์ทรงเป็น พระมหากษัตริย์ของคนส่วนใดส่วนหนึ่ง มันไม่ถูกต้อง และจากส่วนนี้เอง ทำให้บางส่วนออกมา วิพากษ์วิจารณ์ออกมาโจมตีหมิ่นเหม่

“อยากให้ ย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ท่านทรงมีเมตตา กับพสกนิกรคนไทยทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกเพศ ไม่เลือกชนชั้น ไม่เลือกอายุ ไม่เลือกวัย ดูตัวอย่างเช่น คริส เบญจกุล ปู่เย็น คุณครูจูหลิง ผู้กองแขก ผู้หมวดตี้ ที่พระองค์ทรงช่วยเหลือน้องโบว์ (น.ส. อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ กลุ่มพันธมิตร ซึ่งเสีย ชีวิตจากเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา) ก็เป็นหนึ่งในนั้น บังเอิญว่าน้องโบว์มาเกี่ยวข้องในเรื่องทางการเมืองก็เลยโยงใยและสร้างความ เข้าใจที่ไม่ถูกต้อง อยากให้ทุกคนพิจารณาให้รอบคอบว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยให้บ้านเมืองพ้น จากวิกฤตการณ์ต่างๆ” พ.อ. สรรเสริญกล่าว

ที่มา มติชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


เสื้อแดงเตรียมบุกปิดสถานีวิทยุฯเครือข่าย พันธมิตรฯเชียงราย

October 26, 2008

เชียงราย – กระแสข่าวสะพัด “คนเสื้อแดง” เตรียมบุกปิดสถานีวิทยุชุมชนเครือข่าย พธม.เมืองพ่อขุนฯ ด้าน “ผ้าง พลชัย” เจ้าของสถานียันพร้อมรับมือ หากถูกทำลายทรัพย์สินอีก เดินหน้าแจ้งความเอาผิดเด็ดขาดแน่ หลังเคยถูกลิ่วล้อพลังแม้ว ถล่มบ้านพักมาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุดประสานตำรวจดักไว้อีกทาง

นายผ้าง พลชัย แกนนำกลุ่มพันธมิตรแม่สายกู้ชาติ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และผู้อำนวยการสถานีวิทยุชุมชนห้วยไคร้ คลื่น 107.5 เมกะเฮิร์ตซ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับแจ้งจากเตือนจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนกลาง ว่ากลุ่มคนเสื้อแดง ที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่เชียงราย จะยกกำลังเข้ามาทำลายสถานีวิทยุชุมชนของตนที่ถ่ายทอดเสียงการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรส่วนกลาง ให้ประชาชนได้รับทราบเหตุการณ์ข้อเท็จจริงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

นายผ้าง กล่าวว่า ซึ่งจากการเฝ้าระวังตั้งแต่ช่วงหัวค่ำคืนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งคาดว่าจะวางแผนบางอย่างอยู่ โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่ามีการยกพลของคนเสื้อแดง ไปติดป้ายโจมตีที่สำนักงานทีโอที สาขา จ.เชียงราย แต่มีการตรวจสอบข่าวไปแล้วหลายที่ ก็ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าจะเป็นการสร้างกระแสข่าวของฝ่ายตรงข้าม ที่ต้องการเคลื่อนไหวช่วยเหลือฝากรัฐบาล

นายผ้าง กล่าวอีกว่า หากกลุ่มมวลชนฝั่งตรงข้าม มาบุกสถานีวิทยุชุมชนในช่วงกลางคืนตนไม่กลัว เพราะถือเป็นการบุกรุกยามวิกาล มีการเตรียมรับมือไว้แล้ว แต่หากมาช่วงกลางวัน ก็ได้ประสานตำรวจท้องที่ไว้แล้วเช่นเดียวกัน เพราะหากมาในช่วงกลางวัน จะคุมสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากเคยได้รับบทเรียนก่อนหน้านี้ ตอนที่คนเสื้อแดงยกพลมาปิดสถานีและทำลายทรัพย์สินบ้านพักของตนมาแล้วครั้ง หนึ่ง แต่คราวนี้หากใช้กฎหมู่มาทำลายกันอีก จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดทุกราย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง