ครูสาวอารมณ์เดือดใช้ส้นสูงตีตีหัวเลือดอาบจริง โทษถึงไล่ออก
November 12, 2008
ผู้ปกครองเด็กนักเรียนเหยื่อ ครูสาวอารมณ์เดือด ที่ถูกรองเท้าส้นสูงตีหัวเลือดอาบ เข้าพบ ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผอ.ร.ร.รับเรียกครูสาวมาสอบถามเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว เจ้าตัวยอมรับทำร้ายร่างกายเด็กจริง พร้อมส่งเรื่องไป กทม.พิจารณา และตั้งกรรมการสอบทางวินัย โทษถึงไล่ออก ด้านครูสาว หายตัวพา นร.ไปเข้าค่ายลูกเสือ 3 วัน ส่วนเหยื่อนักเรียน เผย นาทีถูกส้นสูงตี แค่ตอบว่า ศูนย์อะไร ก่อนที่จะถูกครูสาวระบายความโกรธใส่สารพัด
จากกรณี นายโสภณ ทองนพรัตน์ อายุ 34 ปี พา ด.ช.สมหมาย หรือ น้องสาม ทองนพรัตน์ นักเรียนชั้น ม.2/5 โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ หลานชายของตัวเอง เข้าแจ้งความว่า ถูกอาจารย์สุคณทิพย์ สอนภาษาอังกฤษใช้รองเท้าส้นสูงตบหัวจนแตก ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (12 พ.ย.) พ.ต.ท.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน ร.ต.ท.หญิงฐานันดร เที่ยงสน พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.คลองตัย และนายโสภณ ทองนพรัตน์ เดินทางเข้าพบ นายประสงค์ เชื้อขำ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย นายประสงค์ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ปกครอง ของ ด.ช.สมหมาย เข้าไปพูดคุยภายในห้องประชุมชั้น 1 ก่อนเรียก ด.ช.สมหมาย เข้ามาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้น นายประสงค์ ได้กล่าวยอมรับว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยอาจารย์ที่ก่อเหตุครั้งนี้ คือ น.ส.สุคณทิพย์ สิงหเดช หรือครูป้อม อายุ 25 ปี ซึ่งหลังเกิดเหตุเกิดงานนี้ ตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องราว และเรียกตัวมาคุยแล้วเมื่อช่วงเช้านี้ โดยเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ได้ทำร้ายร่างกายเด็กจริง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นความผิดที่ชัดเจน และทางโรงเรียนก็ได้ทำเรื่องชี้แจงไปทาง กทม.เพื่อพิจารณาโทษ นอกจากนี้ ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงโทษทางวินัย โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก
นายประสงค์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่อยากให้ไปถึงศาล เนื่องจากต้องใช้เวลาพิจารณาคดีอีกนาน แต่ทางโรงเรียนยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้อง ปล่อยให้เป็นไปตามระเบียบราชการ ส่วนที่ในวันนี้ อาจารยสุคณทิพย์ ไม่ได้มาชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น เพราะเดินทางพานักเรียนไปเข้าค่ายลูกเสือที่ จ.สระบุรี เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งหลังกลับมาก็จะพาไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาต่อไป
“ถ้าถามว่าครูคนนี้เป็นอย่างไร โดยส่วนตัวแล้วตั้งแต่มาสอนที่โรงเรียนได้ประมาณ 1 ปี ก็เป็นคนตั้งใจสอน อยากให้เด็กได้ดี แต่ความตั้งใจนั้น อาจจะทำให้ต้องปะทะหรือตีเด็กบ้าง แต่การลงโทษแบบนี้เป็นการลงโทษผิดวิธี ซึ่งไม่ทราบว่ามีการเถียงกันขนาดไหนถึงได้ฟิวส์ขาดใช้รองเท้าตบจนเป็นแผล ขนาดนั้น” นายประสงค์ กล่าว
ด้าน ด.ช.สมหมาย กล่าวย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น.ได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยมีอาจารย์สุคณทิพย์ เป็นคนสอน โดยหลังจากแจกเอกสารเสร็จ อาจารย์สุคณทิพย์ ก็เข้ามาถามตนว่า เทอมที่แล้วได้ศูนย์กี่ตัว ตนก็ถามกลับว่า ศูนย์อะไร จากนั้น อาจารย์สุคณทิพย์ ก็ตบหัว ตบหน้า พร้อมทั้งกระชากคอเสื้อตนทันที ก่อนที่จะถอดรองเท้าส้นสูงขึ้นมาแต่ถือไว้แต่ยังไม่ตบหัวตน แล้วเพื่อนๆ ก็ถามอาจารย์ว่า ทำตนทำไม อาจารย์สุคณทิพย์ ก็ใช้รองเท้าตบเข้าที่ศีรษะจนแตกเลือดไหล
ด.ช.สมหมาย กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่าหัวแตก ตนก็เดินออกจากห้องทันที โดยอาจารย์สุคณทิพย์ ก็บอกให้ตนไปที่ห้องพยาบาลเพื่อทำแผล จากนั้นตนก็เดินไปห้องพยาบาล ก่อนจะเดินกลับบ้านไปเล่าเรื่องให้อาฟัง ก่อนที่อาจะพามาแจ้งความ
ด้าน นายโสภณ ทองนพรัตน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนพยายามติดต่อทางโรงเรียน เพื่อพูดคุยกับอาจารย์สุคณทิพย์ เพื่อถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทางโรงเรียนไม่กระตือรือร้น สอบถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ตนให้เบอร์โทรศัพท์ของตนไว้กับทางโรงเรียนเพื่อให้ อาจารย์สุคณทิพย์ โทร.มาคุย แต่ก็เงียบหายไป ถ้าได้คุยกันก็ไม่เป็นเรื่องราวถึงขนาดนี้ ที่ตนมาแจ้งความแบบนี้ก็เพราะให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ไปทำกับคนอื่นอีก
“ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ทำไมถึงทำแบบนี้ มีนักเรียนหลายคนเคยถูกครูคนนี้ทำแบบนี้มาแล้ว เช่น ใช้ไม้กวาดตีไหล่จนแตก แต่ไม่เอาเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ตนเข้าใจว่าเป็นที่ตัวบุคคล ไม่โทษทางโรงเรียนเพราะตอนเด็กๆ ตนก็เคยเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ มีครูที่ดีๆ หลายคน” นายโสภณ กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.รัฐศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากพูดคุยกันแล้วก็จะพาผู้ปกครองของ ด.ช.สมหมาย ไปสอบปากคำ ส่วน ด.ช.สมหมาย จะนัดอัยการ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ มาร่วมสอบปากคำอีกครั้ง พร้อมทั้งรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ สำหรับอาจารย์สุคณทิพย์ จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บโดยเจตนา ต่อไป
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง ศรีเมือง อ้างไม่อยากให้ครูบุกกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ กลัวสิ้นเปลือง
October 20, 2008
“ศรีเมือง” อ้างไม่อยากให้ครูบุกกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ กลัวสิ้นเปลือง หลังลือหึ่งคนในรัฐบาลหนุนให้เคลื่อนไหววันเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญา พิพากษาคดี “แม้ว” ด้าน คุณหญิงกษมา เตรียมส่ง “เสน่ห์-พิษณุ” ไปรับฟังความคิดเห็นครู ก่อนนำมาปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะให้เป็นเป็นธรรม
จากที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า ได้มีการเคลื่อนไหวระดมข้าราชการครูในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากกลุ่มองค์กรต่างๆ โดยจะนำข้าราชครูที่ส่งประเมินผลงานและยังไม่ผ่านเขตละ ประมาณ 100 คน มาชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทบทวนวิธีการและผลการประเมินใหม่ โดยมีกระแสข่าวด้วยว่า การชุมนุมครั้งนี้ฝ่ายการเมืองให้การสนับสนุน เนื่องจากมีรายงานชัดเจนว่าเครือข่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลได้เตรียมระดมมวลชน จำนวนมากชุมนุมกันในวันดังกล่าวด้วย เพื่อที่จะเคลื่อนไปกดดันศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง ที่กำหนดพิพากษาคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ครูต้องเดินทางมากรุงเทพ เพราะไม่อยากให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องวิทยฐานะเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้มีการชะลอเกณฑ์ประเมินใหม่แต่เพื่อไม่ให้ครูเสียสิทธิ์ก็ให้ใช้เกณฑ์เดิม ไปก่อน และนำเกณฑ์ใหม่มาทบทวนอีกครั้งโดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ศธ.ไม่ได้ละเลยปัญหา หรือความเดือดร้อนของครูแต่อย่างใด
“ผมมีโอกาสไปพบปะครูในต่างจังหวัด ผมก็ได้ขอร้องครู พยายามจะบอกว่าไม่ต้องลงมาที่กรุงเทพ เพราะว่าสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ครูก็มีปัญหาด้านการเงินอยู่แล้ว ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะมาทำไม ขอยืนยันไม่ว่าจะมาหรือไม่มา ผมก็จะแก้ไขปัญหาให้ครูทุกคนแน่นอน ผมจะรักษาสิทธิ์ของครูเหมือนที่ผมรักษาสิทธิ์ของตัวเอง”
ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวว่าฝ่ายการเมืองไฟเขียวให้ครูมารวมตัวกัน และหากสำเร็จครูกลุ่มนี้จะได้เลื่อนวิทยฐานะ นายศรีเมือง กล่าวว่า คงไม่มีแบบนั้น เพราะ ก.ค.ศ.มีเกณฑ์ในการพิจารณาอยู่แล้ว คงไม่ได้ปรับหรือเลื่อนอะไรง่ายๆ ต้องทำตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า คาดว่าที่ครูมารวมตัวกันคงจะเป็นประเด็นที่เคยเสนอต่อ รมว.ศธ. ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะส่วนใหญ่มีความคิดเห็นสอดคล้องกันอยู่แล้ว เรื่องวิทยฐานะทาง ก.ค.ศ.มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล อย่างไรก็ตาม จะให้นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการ กพฐ. และนายพิษณุ ตุลสุข ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคคลและนิติการ ไปพบเพื่อรับฟังข้อเสนอ มุมมองของครูว่าเขาคิดอย่างเพื่อนำมาปรับให้เกิดความเป็นธรรม
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง