คลิปนักการเมืองเมืองระดับชาติพาสาวเข้าโรงแรม

October 29, 2008



เวลา 21.35 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมแฉคลิปแอบถ่าย โดยบรรยายรายละเอียดระหว่างเปิดคลิปให้ผู้ชุมนุมฟังว่า คลิปดังกล่าวเผยแพร่ทางเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ โดยถ่ายไว้ได้เมื่อปี 2549 มีชายร่างเล็ก สวมแว่นตา เป็นอดีตข้าราชการที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายนักการเมืองระดับชาติในขณะนี้ ขับรถเบนซ์สปอร์ตสีแดง ไปรับผู้หญิงคนหนึ่ง รูปร่างเล็ก อายุประมาณ 20 ปี หน้าตาสะสวย ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรเกษม จากนั้นแวะซื้อผลไม้ข้างทางและมาส่งที่บ้านพัก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นหญิงคนเดียวกับที่มีข่าวว่าผูกคอตายหรือไม่

ขณะเดียวกันยังเปิดเผยอีกหนึ่งคลิป ระบุว่าเป็นฉากที่สอง โดยระบุว่าบันทึกไว้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2549 นักการเมืองคนดังกล่าวนั่งรถบีเอ็มดับเบิลยู น้ำตาล  โดยภาพที่แอบถ่ายพบว่าขับพาหญิงสาวคนหนึ่งเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ค่อนข้างมืด มีม่านรูดปิด จากนั้นขับรถออกมาและลงทางด่วนแจ้งวัฒนะ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปยังกระทรวงยุติธรรม สักครู่หนึ่งได้ขับรถออกมาอีกครั้ง เลี้ยวเข้าเมืองทองธานี พาหญิงคนดังกล่าวไปรับประทานอาหารที่ร้านเก็จแก้ว จากนั้นพาไปที่โฮมโปร แวะดูตู้เย็น ก่อนพากันกลับมายังกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง

ที่มา คมชัดลึก

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

จับ เสี่ย ส่งคลิปฉาว ประจานแฟนนักศึกษา

October 17, 2008

เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 15 ต.ค. พ.ต.ต.นราวุธ การามหิโต สว.กก. ปพ.ศสส.ภ.2 และ พ.ต.ต.สุวัฒน์ บริรักษ์ พงส.(สบ 2) สภ.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ช่วยราชการ ศสส.ภ.2 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลแขวงชลบุรี เลขที่ 427/2551 ลงวันที่ 15 ต.ค. เข้ารวบตัวนายยงยุทธิ์ ไขแสงทอง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/4 หมู่ 1 ต.หนองตำลึง อ.เมืองชลบุรี เจ้าของบริษัทวาย.เอส.พี. จำกัด ดำเนินกิจการ รับเหมาก่อสร้าง ตั้งอยู่ ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี ในข้อหาข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือยอมจำนนต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยภาพยนตร์ ภาพหรืออักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ และเผยแพร่รูปถ่ายภาพยนตร์ แถบบันทึกภาพหรือสิ่งใดอันเป็นลามก โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหารรีแล็กซ์ ผับแอนด์เรสเตอรอง บริเวณทางลงเขาสามมุข ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี

พ. ต.ต.นราวุธ การามหิโต เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุมว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ดวงเดือน (นามสมมติ) อายุ 26 ปี บ้านอยู่ อ.เมืองชลบุรี นักศึกษาระดับปริญญาโท ภาคสมทบ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชัฎ บรรทัดเที่ยง พงส.(สบ 3) สภ.ย่อยตำบลเสม็ด อ.เมืองชลบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายยงยุทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโท ในความผิดข้อหาดังกล่าว หลังจาก น.ส.ดวงเดือนคบหากับนายยงยุทธิ์ถึงขั้นได้เสียกันประมาณ 1 ปี ต่อมา น.ส.ดวงเดือนจับได้ว่านายยงยุทธิ์มีภรรยาและลูกแล้ว จึงขอเลิก แต่นายยงยุทธิ์ไม่ยอม และพยายามข่มขู่ต่างๆ นานาเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 25-27 ก.ย.ที่ผ่านมา นายยงยุทธิ์โทรศัพท์มาข่มขู่ว่าหากไม่กลับไปคบหากันเหมือนเดิม จะนำคลิปวีดิโอที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ขณะทั้งคู่ร่วมหลับนอนกัน ส่งไปให้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงดู

พ.ต.ต.นราวุธกล่าวอีกว่า ตอนแรก น.ส.ดวงเดือนไม่คิดว่านายยงยุทธิ์จะกล้ากระทำเรื่องดังกล่าว กระทั่งมีการส่งแผ่นวีซีดีฉากรักดังกล่าวไปที่บ้านของ น.ส.ดวงเดือนถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกพ่อแม่ของผู้เสียหายไม่ได้รับ เลยจัดส่งไปอีกครั้ง จนพ่อแม่ทราบเรื่อง ทำให้ น.ส.ดวงเดือนตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังสอบปากคำพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะแผ่นวีซีดีเสนอขออนุมัติหมายจับต่อศาลก่อนประสานตำรวจสืบสวนภาค 2 วางแผนให้ น.ส.ดวงเดือนทำทีหลอกให้ นายยงยุทธิ์ไปพบที่ร้านอาหารดังกล่าว และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คุมตัวไว้สอบสวนต่อไป

ที่มา ไทยรัฐ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

สุรชัย สมบัติเจริญ ทำร้ายดีเจ FM 95 วาสุ เลิศจรรยา

July 21, 2008

วาสุ เลิศจรรยา ดีเจ.ลูกทุ่งชื่อดัง FM 95 โร่ขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิด สุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งเลือดร้อน หลังบุกเข้าไปในสถานีวิทยุ อสมท ใช้กำปั้น-เท้าตื้บจนน่วม คาดว่าไม่พอใจเรื่องเปิดสปอตโฆษณา ยันเอาเรื่องถึงที่สุด ตำรวจส่งแพทย์ตรวจร่างกายก่อนเรียกคู่กรณีมารับทราบข้อหา

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 21 กรกฎาคม นายวินัย ปลั่งพินิจกิจการ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 ซอยเปรมสมบัติ แยก 5 แขวง-เขตดินแดง กทม. ดีเจชื่อดังคลื่น เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร หรือในนาม วาสุ เลิศจรรยา และเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุคลื่นดังกล่าว เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วรลภย์ สุวรรณเกษการ รอง ผกก.(สส.) สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง บุตรชายของ นายสุรพล สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งยอมนิยม ในข้อหาทำร้ายร่างกาย

นายวินัย ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันนี้(21ก.ค.) หลังจากที่ตนจัดรายการ ลูกทุ่งมหานคร เสร็จจากบริเวณชั้น 5 อาคารปฏิบัติการวิทยุโทรทัศน์บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถนนพระรามเก้า แขวง-เขตห้วยขวาง ได้ลงมาที่ชั้น 4 ปรากฏว่า พนักงานในบริษัทแจ้งว่านายสุรชัยมาขอพบ เมื่อเห็นหน้าตนจึงได้ยกมือไหว้ แต่นายสุรชัยกลับใช้เท้าถีบบริเวณหน้าอกของตนอย่างแรง จนทำให้ล้มลงกับพื้น จากนั้นนายสุรชัย เข้ามาชกต่อยทำร้ายตนต่อ ซึ่งตนพยายามปัดป้อง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามจะเข้ามาห้าม แต่นายสุรชัย บอกว่า “อย่าเข้ามายุ่ง” กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาแยกสำเร็จ และให้นายสุรชัย นั่งสงบสติอารมณ์เอาไว้ก่อน

“ผมเองก็งงและตกใจว่า พี่แอ๊ด (นายสุรชัย) ทำไมถึงมาชกต่อยผม ปกติผมไม่ได้รู้จักส่วนตัว แต่รู้ว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มีลูกชายชื่อ ร็อคกี้ หรือ นายสุรบดินทร์ สมบัติเจริญ ซึ่งเป็นดีเจอยู่ที่คลื่นเดียวกัน และไม่ได้มีปัญหาในการทำหน้าที่ เหตุการณ์ครั้งนี้ก็รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่านายสุรชัยจะเข้ามาทำร้ายร่างกายกันถึงในสถานี จนทำให้ผมบาดเจ็บที่กกหูด้านซ้าย มีรอยข่วน แขนซ้ายและท้องถูกถีบและเหยียบ ผมก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นายวินัย กล่าวและว่า

ส่วนสาเหตุคาดว่า เกิดจากการที่นายสุรชัยนำ สปอตโฆษณา มาลงที่รายการ ลูกทุ่งเอ็ฟเอ็ม 95 เป็นงาน คอนเสิร์ตสุรชัย สมบัติเจิญ ครอบรอบ 40 ปี ที่จัดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่จัดงานไปแล้ว ในราคา 50,000 บาท แต่เมื่อเปิดสปอตโฆษณาไปแล้ว ปรากฎว่า บริษัทเมโทรแผ่นเสียงเทป ได้โทรมาแจ้งว่า คอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท และยังไม่ได้มีการขออนุญาตแต่อย่างใด

“ผมในฐานะผอ.สถานีจึงต้องงดการออกอากาศ แต่เงินจำนวน 50,000 บาทที่รับมานั้น จะต้องคืนให้ แต่ที่ยังไม่ได้คืนเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของทาง อสมท ในการทำเรื่องคืนให้” นายวินัย กล่าว

พ.ต.ท.วรลภย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำนายวินัยก่อนส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหานครการแพทย์ เพื่อตรวจสอบบาดแผลภายในและภายนอกว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะเรียกนายสุรชัยมารับทราบข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ

“คดีนี้เป็นคดีที่ยอมความกันได้ ถ้าคู่กรณ์ตกลงกันได้ ก็จะทำการปรับในชั้นสอบสวน แต่หากว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมความกัน ก็จะสรุปสำนวนส่งฝ้องศาลดำเนินคดีต่อไป” พ.ต.ท.วรลภย์ กล่าว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คลิปตบ รุ่นพี่ตบรุ่นน้อง

July 18, 2008

คลิปนักเรียนตบกันโผล่อีก คราวนี้เกิดขึ้นที่ขอนแก่น ผู้ปกครองพาเหยื่อ ด.ญ.วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนดังเมืองขอนแก่น เข้าร้องเรียนนักข่าว จี้เอาผิดกลุ่มนักเรียนหญิงชั้น ม.3 รุ่นพี่ ที่รุมตบตีหลานสาวแล้วถ่ายคลิปไว้ สาเหตุเพราะไม่พอใจที่เหยื่อสาวชอบเอาเรื่องไปฟ้องอาจารย์ว่ารุ่นพี่หนีเที่ยว ทั้งๆ ที่เหยื่อสาวไม่ได้เอาไปฟ้องแต่อย่างใด เลยเรียกมาตบสั่งสอนในห้องน้ำโรงเรียน แล้วถ่ายคลิปไว้ประจาน เผยหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนลงโทษมือตบ สั่งไล่ออกทันที แถมยังโดนผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีอีกด้วย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ท.สุพล สุวรรณสาร อายุ 56 ปี ข้าราชการบำนาญ พร้อมด้วยนายสุพจน์ สุวรรณสาร อายุ 54 ปี นักการภารโรง โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น พา ด.ญ.แบม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.2 พร้อมทั้งนำคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือ ระบุเป็นภาพนักเรียนหญิงชั้น ม.3 จำนวน 2 คน และชั้นม.2 อีกคน รุมทำร้ายตบตี ด.ญ.แบม มาร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ด.ญ.แบม กล่าวว่า สาเหตุที่ถูกรุมตบตีทำร้ายร่างกายนั้น เพราะเข้าใจผิดว่าตนไปฟ้องอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนว่า พวกของ ด.ญ.แหม่ม (นามสมมติ) นักเรียนรุ่นพี่ชั้น ม.3 หนีโรงเรียนไปเที่ยวตามแหล่งมั่วสุม และตามห้างสรรพสินค้า แต่ตนไม่ได้ไปฟ้องอาจารย์รู้เอง และทำโทษเพื่อนนักเรียนคนนั้น ด้วยการให้ออกจากโรงเรียน จากนั้นเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ขณะที่นั่งพักอยู่ในห้องเรียน มีโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ เป็นเบอร์ของ ด.ญ.แหม่ม บอกว่า ขอพบมีเรื่องจะถามอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียน

ด.ญ.แบม กล่าวว่า จึงเดินไปในห้องน้ำพบกับ ด.ญ.แหม่ม พร้อมเพื่อนอีกประมาณ 20 คน ยืนอยู่ในห้องน้ำ เมื่อเดินเข้าไปหา ด.ญ.แหม่ม ตบตี ก่อนพวกที่เหลือจะเข้ารุม แล้วขู่ว่าอย่ามาเรียนหนังสือที่นี่อีก ถ้าไม่เชื่อจะใช้น้ำกรดสาดใส่ใบหน้าให้เสียโฉม โดยใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นแก๊งของ ด.ญ.แหม่ม นำมาดูกันจนเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนได้เห็นหลายคน สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก

นายสุพจน์ กล่าวว่า ทำงานเป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงเรียน ด.ญ.แหม่ม เป็นหัวหน้าแก๊ง และมีพรรคพวกอยู่ในแก๊งประมาณ 20 คน ชอบไล่ตบตีนักเรียนตัวเล็กในโรงเรียนเสมอ พร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้แล้วนำมาดูกัน นอกจากนี้ ยังแจกให้นักเรียนหญิงคนอื่นๆ ได้ดูด้วย เพื่อเป็นการข่มขู่และหาพรรคพวกเข้าแก๊ง มีนักเรียนหลายคนในแก๊งถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะมีความประพฤติชอบรังแกผู้อื่น ที่ผ่านมาพบเห็นนักเรียนชกต่อยตีกันเป็นปกติ แต่ไม่มีการรุมอย่างเช่นครั้งที่หลานถูกรุม

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุหลานสาวถูกรุมกระทืบตบตี ตนทำความสะอาดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 เมตร มีนักเรียนตะโกนบอกว่า ไปดูนักเรียนหญิงตีกัน วิ่งไปเพื่อจะไปห้าม เมื่อไปถึงพบว่ามีคนแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกันแล้ว แล้วมีนักเรียนชายบอกว่าไม่มีอะไร เขาเล่นกันเฉยๆ จึงกลับมาทำงานตามปกติ เมื่อ ด.ญ.แบม กลับมาบ้านก็มีอาการเศร้าซึม ใบหน้ามีรอยช้ำแดง ตามตัวมีรอยช้ำหลายแห่ง กระทั่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงถามว่าเป็นอะไร จนกระทั่งยอมบอกความจริง พร้อมทั้งนำเรื่องไปแจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง ทำให้แก๊งคู่อริไม่พอใจ ยังตามมารังควานหลานสาวอีก จึงอยากให้ทางโรงเรียนหาทางป้องกันด้วย

ส่วน พ.ท.สุพล กล่าวว่า นำเรื่องหลานสาวถูกรุมตบตีไปฟ้องกับอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน โดยนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปเป็นหลักฐาน อาจารย์ฝ่ายปกครองบอกว่า รู้แล้วและเห็นคลิปที่แอบถ่ายกันไว้แล้ว จึงลงโทษ ด.ญ.แหม่ม ให้ออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะก่อเรื่องตบตีนักเรียนหญิงทั้งรุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องหลายคน กระทั่งมารุมตบตีหลานสาวของตน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนที่รุมตี ถูกลงโทษด้วยการทำทัณฑ์บนไว้ ถ้าก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาอีกจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ขอนแก่น เพื่อติดตามเด็กนักเรียนที่รุมทำร้าย ด.ญ.แบม มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คลิปสาวกสิกร

July 4, 2008

*คลิปวิดิโอนี้มาจาก sanook.com คลิปจากรายการเรื่องเล่าเช้านี่

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง