ลูกตำรวจมอมเหล้า ม.3 ข่มขืนถ่ายคลิปเผยแพร่

July 21, 2008



ลูกชายนายตำรวจ วัย 16 ปี โรงเรียนดัง มอมเหล้าขาวเด็กหญิงวัย 14 นักเรียนชั้น ม.3 ข่มขืนคาหอพัก ท่ามกลางเพื่อนๆ ร่วมถ่ายคลิป พบแพร่ไปทั่วจังหวัด แฉหลังเรื่องแดงพ่อฝ่ายชายโผล่เจรจา เสนอ 2 หมื่นแลกยุติเรื่อง ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ยอม โร่ร้องสื่อพาแจ้งความ

เมื่อวานนี้ (20 กรกฎาคม) นายคำเส็ง ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร นำนางจันทร์ศรี อายุ 40 ปี พร้อมด้วย ด.ญ.เก๋ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 บุตรสาว เข้าร้องทุกข์ต่อผู้สื่อข่าว ที่สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ จังหวัดสกลนคร อ้างว่า บุตรสาวถูก นายโอ๋ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร บุตรชายนายตำรวจยศร้อยตำรวจตรีคนหนึ่ง ล่อลวงไปข่มขืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่คลิปขณะถูกล่วงละเมิดทางเพศกระจายไปทั่วจังหวัด จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือให้พาเข้าแจ้งความ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด.ญ.เก๋ เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนมีกิจกรรมไหว้ครู จึงไม่มีการเรียนการสอน หลังเสร็จพิธีได้ชักชวนเพื่อนนักเรียนหญิงอีก 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวห้างแห่งหนึ่ง  กระทั่งเที่ยงวันจึงขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับ ระหว่างแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลได้พบกับกลุ่มของนายโอ๋และเพื่อน ซึ่งรู้จักกับเพื่อนในกลุ่มของตน จึงชักชวนให้ไปเที่ยวที่หอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงเรียนนายโอ๋

ด.ญ.เก๋ เล่าต่อว่า เมื่อมารวมกลุ่มกันนั่งพูดคุยที่หน้าหอพัก ได้มีเพื่อนของนายโอ๋ถือเหล้าขาว 1 ขวด ตามมาสมทบ และรินให้เพื่อนๆ ในกลุ่มดื่ม ตอนแรกตนไม่ดื่ม แต่ถูกคะยั้นคะยอ ประกอบกับต้องการรีบกลับจึงดื่มไปหนึ่งแก้ว ก่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มแก้วที่สองอีก จนเริ่มเมาจนหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกครั้งเวลาประมาณ 16.00 น. เพื่อนๆ ที่มาด้วยกันได้ชวนกลับ ขณะนั้นรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะที่บริเวณอวัยวะเพศ แต่ไม่ได้บอกใคร หลังจากวันนั้นรู้สึกว่าตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนๆ ในโรงเรียน แต่ไม่ใส่ใจ

กระทั่งเมื่อประมาณต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มารู้ความจริงว่ามีภาพตัวเองถูกล่วงละเมิดทางเพศอยู่ในคลิปวิดีโอ จึงไปสอบถามเพื่อนที่ไปด้วยกันในวันนั้น ก็ยอมรับว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ขณะนั้นรู้สึกตกใจมาก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ กระทั่งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา พ่อแม่ทราบเรื่องโดยมีคนนำคลิปวิดีโอมาให้ดู และมาเค้นความจริง จึงได้เล่าให้ฟังทั้งหมด

แม่ของ ด.ญ.เก๋ ยอมรับว่า รู้สึกตกใจ เมื่อเพื่อนบ้านนำข่าวมาบอกว่ามีภาพของลูกสาวอยู่ในคลิปวิดีโอ ซึ่งกำลังแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นในเขต อ.สว่างแดนดิน และใกล้เคียง ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวตนเอง จึงนำเรื่องปรึกษากับญาติๆ และผู้ใหญ่บ้าน ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บิดาของ ด.ช.โอ๋ ซึ่งเป็นนายตำรวจที่เคยอยู่ในพื้นที่ ปัจจุบันย้ายไปรับราชการที่ จ.สกลนคร ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มาพบที่บ้านพร้อมด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 5-6 คน บอกว่าจะมาขอเจรจาค่าสินไหม ด้วยความไม่ไว้วางใจ จึงให้ไปตกลงกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน โดยฝ่ายพ่อนายโอ๋พยายามไกล่เกลี่ย บอกว่ายินดีจ่ายเงิน 2 หมื่นบาท เพื่อให้เรื่องยุติ อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเด็ก หากเป็นคดีก็ไม่เสียหายอะไร เพราะทั้งคู่ยังเป็นเด็ก แต่ถ้ายืนยันจะแจ้งความก็พร้อมประกันตัวลูกชาย ซึ่งยืนยันว่าจะให้ดำเนินคดีถึงที่สุด กลุ่มคนเหล่านั้นจึงเดินทางกลับ

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะมาเกิดขึ้นในสังคมชนบท ในชุมชนที่ทุกคนต่างรู้จักมักคุ้นกันกันดี โดยเฉพาะตนเองก็รู้จักทั้งสองฝ่าย และอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์และผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกันสอดส่องดูแลลูกหลานตนเอง โดยเฉพาะตามหอพักและแหล่งมั่วสุมต่างๆ

หลังทราบเรื่องราวทั้งหมด ต่อมาเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้พาญาติๆ และ ด.ญ.เก๋ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.สว่างแดนดิน พื้นที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.ท.วีระยุทธ ใบภักดี พงส. (สบ) ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรประจำวันรับเรื่อง และขอผู้สื่อข่าวไม่ให้ถ่ายภาพ จากนั้นพาแม่และ ด.ญ.เก๋ เข้าไปในห้องสอบสวน ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที โดยแม่เด็กบอกว่า พ.ต.ท.วีระยุทธพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้บังคับบัญชาของบิดานายโอ๋ ให้นำนายโอ๋มาที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ จากนั้นได้นำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาโหลดคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์ของ ด.ญ.เก๋ ไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอฉาวดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถือของเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มดังกล่าว โดยในภาพพบว่านายโอ๋สวมเสื้อดำ กางเกงสีดำ พยายามปลุกปล้ำ ด.ญ.เก๋ ที่อยู่ในสภาพเมาไม่ได้สติ แต่พยายามดิ้นรนขัดขืน มีผ้าห่มปิดทับข้างบน ขณะที่เพื่อนชายอีกคนก็ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องถ่ายภาพจากฝั่งตรงข้าม  แต่นายโอ๋บอกว่า “อย่าถ่ายๆ” โดยในตอนท้ายๆ เป็นภาพที่นายโอ๋กำลังล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เก๋ ในลักษณะที่ไม่ถอดเสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่มทับไว้ด้านบน โดยคลิปนี้มีความยาว 4 นาที 49 วินาที ซึ่งตลอดเวลามีการเปิดเพลงดังเพื่อกลบเสียงในห้อง

หลังจากนั้นก็มีการกระจายคลิปวิดีโอจากเพื่อนต่อๆ กันไป เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นในเขต อ.สว่างแดนดิน อ.เจริญศิลป์ และอำเภออื่นๆ ใน จ.สกลนคร กระทั่งพ่อแม่ผู้เสียหายทราบเรื่องและนำเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คลิปตบ รุ่นพี่ตบรุ่นน้อง

July 18, 2008

คลิปนักเรียนตบกันโผล่อีก คราวนี้เกิดขึ้นที่ขอนแก่น ผู้ปกครองพาเหยื่อ ด.ญ.วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนดังเมืองขอนแก่น เข้าร้องเรียนนักข่าว จี้เอาผิดกลุ่มนักเรียนหญิงชั้น ม.3 รุ่นพี่ ที่รุมตบตีหลานสาวแล้วถ่ายคลิปไว้ สาเหตุเพราะไม่พอใจที่เหยื่อสาวชอบเอาเรื่องไปฟ้องอาจารย์ว่ารุ่นพี่หนีเที่ยว ทั้งๆ ที่เหยื่อสาวไม่ได้เอาไปฟ้องแต่อย่างใด เลยเรียกมาตบสั่งสอนในห้องน้ำโรงเรียน แล้วถ่ายคลิปไว้ประจาน เผยหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนลงโทษมือตบ สั่งไล่ออกทันที แถมยังโดนผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีอีกด้วย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ท.สุพล สุวรรณสาร อายุ 56 ปี ข้าราชการบำนาญ พร้อมด้วยนายสุพจน์ สุวรรณสาร อายุ 54 ปี นักการภารโรง โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น พา ด.ญ.แบม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.2 พร้อมทั้งนำคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือ ระบุเป็นภาพนักเรียนหญิงชั้น ม.3 จำนวน 2 คน และชั้นม.2 อีกคน รุมทำร้ายตบตี ด.ญ.แบม มาร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ด.ญ.แบม กล่าวว่า สาเหตุที่ถูกรุมตบตีทำร้ายร่างกายนั้น เพราะเข้าใจผิดว่าตนไปฟ้องอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนว่า พวกของ ด.ญ.แหม่ม (นามสมมติ) นักเรียนรุ่นพี่ชั้น ม.3 หนีโรงเรียนไปเที่ยวตามแหล่งมั่วสุม และตามห้างสรรพสินค้า แต่ตนไม่ได้ไปฟ้องอาจารย์รู้เอง และทำโทษเพื่อนนักเรียนคนนั้น ด้วยการให้ออกจากโรงเรียน จากนั้นเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ขณะที่นั่งพักอยู่ในห้องเรียน มีโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ เป็นเบอร์ของ ด.ญ.แหม่ม บอกว่า ขอพบมีเรื่องจะถามอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียน

ด.ญ.แบม กล่าวว่า จึงเดินไปในห้องน้ำพบกับ ด.ญ.แหม่ม พร้อมเพื่อนอีกประมาณ 20 คน ยืนอยู่ในห้องน้ำ เมื่อเดินเข้าไปหา ด.ญ.แหม่ม ตบตี ก่อนพวกที่เหลือจะเข้ารุม แล้วขู่ว่าอย่ามาเรียนหนังสือที่นี่อีก ถ้าไม่เชื่อจะใช้น้ำกรดสาดใส่ใบหน้าให้เสียโฉม โดยใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นแก๊งของ ด.ญ.แหม่ม นำมาดูกันจนเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนได้เห็นหลายคน สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก

นายสุพจน์ กล่าวว่า ทำงานเป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงเรียน ด.ญ.แหม่ม เป็นหัวหน้าแก๊ง และมีพรรคพวกอยู่ในแก๊งประมาณ 20 คน ชอบไล่ตบตีนักเรียนตัวเล็กในโรงเรียนเสมอ พร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้แล้วนำมาดูกัน นอกจากนี้ ยังแจกให้นักเรียนหญิงคนอื่นๆ ได้ดูด้วย เพื่อเป็นการข่มขู่และหาพรรคพวกเข้าแก๊ง มีนักเรียนหลายคนในแก๊งถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะมีความประพฤติชอบรังแกผู้อื่น ที่ผ่านมาพบเห็นนักเรียนชกต่อยตีกันเป็นปกติ แต่ไม่มีการรุมอย่างเช่นครั้งที่หลานถูกรุม

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุหลานสาวถูกรุมกระทืบตบตี ตนทำความสะอาดอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 เมตร มีนักเรียนตะโกนบอกว่า ไปดูนักเรียนหญิงตีกัน วิ่งไปเพื่อจะไปห้าม เมื่อไปถึงพบว่ามีคนแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกันแล้ว แล้วมีนักเรียนชายบอกว่าไม่มีอะไร เขาเล่นกันเฉยๆ จึงกลับมาทำงานตามปกติ เมื่อ ด.ญ.แบม กลับมาบ้านก็มีอาการเศร้าซึม ใบหน้ามีรอยช้ำแดง ตามตัวมีรอยช้ำหลายแห่ง กระทั่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงถามว่าเป็นอะไร จนกระทั่งยอมบอกความจริง พร้อมทั้งนำเรื่องไปแจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง ทำให้แก๊งคู่อริไม่พอใจ ยังตามมารังควานหลานสาวอีก จึงอยากให้ทางโรงเรียนหาทางป้องกันด้วย

ส่วน พ.ท.สุพล กล่าวว่า นำเรื่องหลานสาวถูกรุมตบตีไปฟ้องกับอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน โดยนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปเป็นหลักฐาน อาจารย์ฝ่ายปกครองบอกว่า รู้แล้วและเห็นคลิปที่แอบถ่ายกันไว้แล้ว จึงลงโทษ ด.ญ.แหม่ม ให้ออกจากโรงเรียนไปแล้ว เพราะก่อเรื่องตบตีนักเรียนหญิงทั้งรุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องหลายคน กระทั่งมารุมตบตีหลานสาวของตน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนที่รุมตี ถูกลงโทษด้วยการทำทัณฑ์บนไว้ ถ้าก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาอีกจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ขอนแก่น เพื่อติดตามเด็กนักเรียนที่รุมทำร้าย ด.ญ.แบม มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง