กลุ่มคนรักอุดร ขู่ พันธมิตร ถ้ามาอีกเจอดี
July 26, 2008
พันธมิตรประกาศฟ้อง กก.สิทธิฯ-ยูเอ็น ประณามรัฐบาลส่งอันธพาลทำร้ายประชาชนที่อุดรฯ รมช.เกษตรฯ ป้องน้องชาย โยน “ขวัญชัย” สั่งม็อบเข้าตี ด้าน “เหลิม” ซัดพันธมิตรต้นเหตุก่อความวุ่นวาย “ขวัญชัย” เย้ยพันธมิตรตั้งเวทีอีกก็จะนำม็อบมาอีก “แม้ว” ยันไม่คิดล้างแค้นใคร บอกเสร็จเรื่องจะไปอยู่ต่างประเทศ
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชมรมคนรักอุดร ที่นำโดย นายอุทัย แสนแก้ว น้องชายนายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายขวัญชัย ไพรพนา ดีเจชื่อดัง ในฐานะประธานชมรมคนรักอุดร ที่นำกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 700 คน บุกสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรจังหวัดอุดรธานี จนเกิดการปะทะกันขึ้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ฉบับที่ 16/2551 เรื่องประณามรัฐบาลหุ่นเชิด ที่ส่งกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม แถลงการณ์ของกลุ่มพันธมิตรได้แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
1.พันธมิตรขอแสดงความเสียใจและให้กำลังใจผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายในการชุมนุมที่ผ่านมา
2.พันธมิตรขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ยืนหยัดอย่างกล้าหาญในการจัดเวที และขอให้ปฏิบัติตามประกาศของพันธมิตรที่ให้พี่น้องประชาชนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งหน้า หรือสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลจนถึงที่สุด และแนะนำให้พี่น้องประชาชนงดจัดเวทีเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่สามารถพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการให้ความปลอดภัยตามกฎหมายได้ และขอให้เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรที่กรุงเทพมหานครแทน
3.พันธมิตรขอประณามรัฐบาลหุ่นเชิด ที่ให้กลุ่มสมุนบริวารส่งอันธพาลของรัฐบาลมาทำร้ายร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้าราชการฝ่ายปกครอง นอกจากไม่คุ้มครองความปลอดภัยแล้ว ยังรู้เห็นเป็นใจที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ว่าเป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ทำผิดกฎหมายอาญาให้เกิดขึ้นไปทั่วสารทิศ จนกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไม่เป็นที่ยอมรับในสากล
4.พันธมิตรขอเรียกร้องต่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้แสดงความรับผิดชอบมากกว่าการวางเฉย เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะเกิดการนองเลือดทั่วประเทศ กระทบต่อความมั่นคงภายใน เพราะฝ่ายที่ถูกกระทำอาจจะต้องลุกขึ้นสู้ในที่สุด และในเวลานั้นก็ใกล้จะมาถึงแล้ว 5.พันธมิตรยืนยันและสนับสนุนในทุกวิถีทางเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีความกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลหุ่นเชิด โดยพันธมิตรจะเป็นตัวแทนประชาชนในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกๆ คน ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในทุกๆ กรณี นอกจากนี้พันธมิตรมีมติให้ยื่นฟ้องร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติต่อไป
ผบ.ทบ.ชี้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่ควรจะมีเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อประเทศในเรื่องการใช้ความรุนแรง ภาพที่ออกไปเสียทั้งภาพลักษณ์ และไม่เป็นสิ่งดีต่อเยาวชนในอนาคต เมื่อถามว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า กองทัพไม่มีอำนาจ
รมช. เกษตรฯ ปัดชักใยกลุ่มคนรักอุดร
ด้านนายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถูกระบุว่านายอุทัย แสนแก้ว น้องชาย เป็นผู้นำในการนำกลุ่มชมรมคนรักอุดรเข้าปะทะกับพันธมิตร กล่าวว่า เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่เคยรู้เรื่อง และไม่ได้อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปหาน้องชาย เพื่อห้ามปรามแล้ว เพราะเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อทางการเมือง แต่ยอมรับว่าการชุมนุมเป็นสิ่งที่ห้ามยาก เพราะเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
“ขณะที่เกิดเหตุผมก็ไม่อยู่ เผอิญเป็นนามสกุลแสนแก้วด้วย ก็เลยเป็นโอกาสดีของสื่อมวลชน แต่คนที่พูดให้ตีและบอกว่าจะให้เงิน คือ ขวัญชัย ไพรพนา ไม่ใช่น้องผม” นายธีระชัยกล่าว
เมื่อถามว่าได้รายงานเรื่องนี้ต่อนายกฯ หรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลให้ถูกปรับพ้นจาก ครม.หรือไม่ นายธีระชัยกล่าวว่า “ปรับอะไร ผมผิดอะไร ผมไม่รู้เรื่องด้วย เป็นเรื่องของชาวบ้านตีกันเอง เราทำงานอย่างเดียว ไม่ได้มีนัยทางการเมืองอะไรเลย”
“ขวัญชัย”ผยองพร้อมนำม็อบมาอีก
นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมกลุ่มคนรักอุดร ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้นำกลุ่มคนรักอุดรเข้าปะทะกับพันธมิตร ให้สัมภาษณ์ในรายการเก็บตกจากเนชั่น ยืนยันว่ากลุ่มคนรักอุดรไม่ได้เป็นผู้เริ่มลงมือ แต่เป็นเพราะถูกพันธมิตรเข้ามารุมทำร้ายก่อน ทั้งที่กลุ่มของตนไม่มีอาวุธ อย่างไรก็ตาม อยากให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากมีการตั้งเวทีและมีการยั่วยุอีกตนก็ต้องทำแบบนี้อีก
ด้านนายเจริญ หมู่ขจรพันธุ์ แกนนำเครือข่ายพันธมิตร จ.อุดรธานี โต้ตอบว่า ข้อกล่าวหาของนายขวัญชัยไม่เป็นความจริง เพราะจริงๆ แล้วนายขวัญชัยใช้สถานีวิทยุปลุกระดมคนอุดร และมีคนเตือนว่า กลุ่มนายขวัญชัยมีอาวุธครบมือ ซึ่งนายขวัญชัยก็มีนิสัยเดิมๆ พยายามบิดเบือนข้อมูล พวกเราไม่มีสถานี ไม่รู้จะไปตอบโต้อย่างไร นายขวัญชัยโกหกผ่านสื่อมาตลอด
รัฐบาลปฏิเสธอยู่เบื้องหลังส่งม็อบปะทะ
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า รัฐบาลและ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวใช้ความรุนแรงที่ จ.อุดรธานี แต่เห็นว่าความรุนแรงดังกล่าวมาจากแผนดาวกระจายของกลุ่มพันธมิตร ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง จึงขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการแผนดังกล่าว เราเป็นห่วงสถานการณ์ที่อาจจะบานปลาย ขยายเป็นวงกว้างลุกลามทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้โทษกันไปมาว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลัง เนื่องจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็มีส่วนร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรเช่นกัน
“ไม่มีรัฐบาลชุดไหนขาดสติ ปลุกปั่นคนให้ออกมาปะทะเพื่อยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร” นายณัฐวุฒิกล่าว
มท.1โบ้ยพันธมิตรต้นเหตุก่อรุนแรง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ จ.เชียงใหม่ ถึงเหตุการณ์ที่ จ.อุดรธานี ว่า พันธมิตรเป็นต้นเหตุที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายในเวลานี้ เพราะมีการไปเคลื่อนไหวชุมนุมตามจังหวัดต่างๆ เพื่อโจมตีรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่พื้นที่ต่างๆ ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนรัฐบาลและ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้คนในพื้นที่ไม่พอใจ จึงเกิดการปะทะกันขึ้นตามมา
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวต่อว่า เหตุปะทะที่ จ.อุดรธานี มีคนบาดเจ็บ 15 คน เป็นพลเรือน 13 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน เป็นจ่าตำรวจ 1 คน และนายดาบ 1 คน ตนอยากเจรจากับพันธมิตรว่า ทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ก็ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างรัฐบาล ไม่ใช่ไปด่าตัวบุคคล ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและถ่ายทอดสด คนของรัฐบาลก็ไม่พอใจ ถ้าไม่ยุติพฤติกรรม ไปจังหวัดไหนที่เป็นฐานเสียงรัฐบาลคนไม่ชอบก็ต้องทะเลาะกันไม่รู้จบ
รมว.มหาดไทยกล่าวด้วยว่า ขอบอกผ่านทางสื่อเลยว่า อยากจะเจรจากับนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตร ให้ยุติการชุมนุม เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
ปลัด มท. ขู่เด้งผู้ว่าฯคุมม็อบไม่อยู่
นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดูแลการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย ควรแยกกลุ่มประชาชนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันชุมนุมคนละที่ เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกันที่อาจเกิดขึ้นได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มคนรักอุดรและกลุ่มพันธมิตรได้รับการชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีแล้วว่า ได้ทำหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่แล้ว
นอกจากนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังระบุว่า หากพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดใดทำงานไม่เต็มที่ก็จำเป็นต้องเรียกตัวมาทำงานที่กระทรวงแทน
กก.สิทธิฯจี้รัฐบาล-รัฐสภารับผิดชอบ
นายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะกันที่ จ.อุดรธานี และ จ.บุรีรัมย์ ว่า หากพิจารณาตามปรากฏการณ์และหลักฐาน ก็พอจะมองได้ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้อาวุธใช้กำลังเข้าไปขัดขวางการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีกระบวนการหาตัวคนผิดมารับโทษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงจะพูดเมื่อไรก็ได้ แต่สิ่งที่ตนมองมากกว่าใครต่อยใครก่อน หรือใครใช้อาวุธอะไรก็คือ ต้องเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดความรุนแรงบนท้องถนนนั้นมาจากความล้มเหลวของระบบการเมือง รัฐบาล และรัฐสภา ที่ไม่สามารถถ่วงดุลอำนาจในการบริหารได้ โดยเฉพาะนักการเมืองที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถือเป็นความเข้าใจในประชาธิปไตยที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง หากนักการเมืองยังประกาศว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตยทั้งหมด การปะทะกันก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ต่อไปไม่สิ้นสุด
“อยากให้สังคมเข้าใจว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประชาชนไม่ว่าฝ่ายใด คือนักการเมืองในรัฐบาล และรัฐสภา ระบบการเมืองทั้งหมดที่ล้มเหลว ที่ไม่อาจสร้างการเมืองที่ดีได้ คนเหล่านี้เข้าใจประชาธิปไตยผิดอย่างร้ายแรง อ้างว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตยทั้งหมด ถ้าคิดเช่นนี้ก็เท่ากับยอมรับว่าฮิตเลอร์ เผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตยด้วย และต้องถามต่อว่า การเลือกตั้งสร้างเผด็จการขึ้นมาได้อย่างไร” ประธานคณะกรรมการสิทธิฯ กล่าว
ปชป.แฉทุ่ม30ล้านจัดม็อบชนม็อบ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชมรมคนรักอุดรและพันธมิตร จ.อุดรธานี ว่า รู้สึกเสียใจและสลดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระจายเงินมากกว่า 30 ล้านบาท ลงไปในพื้นที่บางจังหวัด เพื่อใช้จัดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบ
ส่วนกรณีที่แกนนำชมรมคนรักอุดรอ้างว่า ร.ต.อ.เฉลิมโทรศัพท์ให้กำลังใจนั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า หาก ร.ต.อ.เฉลิมโทรศัพท์ไปจริง ถือว่าเป็นเรื่องเสียสติ และตนจะเล่นงาน ร.ต.อ.เฉลิมทางการเมืองอย่างไม่ยั้งมือ และหากพบว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องก็คงเอารัฐบาลไว้ไม่ได้
กมธ.ยธ.เรียกมท.1-ผู้ว่าฯ-ตร.แจง
ส่วนที่รัฐสภา นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ส.ส.อำนาจเจริญ ยื่นเรื่องให้กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาศึกษาการกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงของกลุ่มบุคคลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐใน จ.อุดรธานี และ จ.บุรีรัมย์ กรณีกลุ่มชมรมคนรักอุดร และกลุ่มต่อต้านพันธมิตรบุกทลายเวทีปราศรัยพันธมิตรที่ จ.อุดรธานี และ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นายสุทัศน์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีการทำผิดกฎหมายอาญาอย่างร้ายแรง โดยที่ จ.อุดรธานี มีการทำร้ายประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจบางคนได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกัน ซึ่งมีเจ้าพนักงานโดนทำร้ายร่างกายไปด้วยและทรัพย์สินของทางราชการถูกทำลาย
“เหตุการณ์นับวันจะรุนแรงขึ้น แต่รัฐบาลไม่สนใจ และยังปล่อยปละละเลย อีกทั้งยังมีบุคคลที่เป็นญาติของรัฐมนตรีในรัฐบาล มีส่วนร่วมในการกระทำผิดด้วย ซึ่งก็มีหลักฐานเป็นคำสัมภาษณ์ รูปถ่ายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ รัฐมนตรีที่ถูกพูดถึงก็ตรวจราชการอยู่แถวอีสานด้วย จึงขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเร่งดังกล่าวในการประชุมวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ เพื่อเร่งรัดเอาคนผิดมาลงโทษ โดยขอให้เชิญ รมว.มหาดไทย ผู้ว่าฯ อุดรธานี ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ผบก.ภ.จว.อุดร และ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รวมถึงเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่าย ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอมาพิจารณาประกอบด้วย” นายสุทัศน์กล่าว
ผบ.ตร.สั่งทำแผนรับมือม็อบ
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงเหตุปะทะที่ จ.อุดรธานี และ จ.บุรีรัมย์ ว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วุฒิ วิทิตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรายงานตรงมายังตนแล้ว รวมทั้งเร่งรัดให้ดำเนินการต่อเนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีการดำเนินการลงโทษผู้บังคับการทั้ง 2 จังหวัดแต่อย่างใด แต่กำลังให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปวางมาตรการในการพิจารณาผู้นำหน่วย กรณีละเลยให้การชุมนุมวุ่นวายที่อาจจะเกิดในอนาคต โดยศึกษาตามตัวบทกฎหมาย
ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมบริหาร ตร.วันนี้ มีการประชุมหารือกันเรื่อง พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ โดยมอบให้ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายกฎหมายและสอบสวน ไปตั้งคณะทำงานและเสนอแก้ไขกฎหมายถ้าทำได้
“นอกจากนี้กำลังให้เขียนแผนการรับสถานการณ์การชุมนุม เพื่อให้ทุกจังหวัดมีแบบแผนเดียวกันสำหรับการรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะรู้ข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่ของตัวเองอยู่แล้ว โดยรายละเอียดมอบให้กองพัฒนาการป้องกันและควบคุมอาชญากรไปดูแลว่าจะออกแผนได้อย่างไร ขณะนี้กำลังดูว่ามีจังหวัดไหนบ้างที่เราต้องจับตาเป็นพิเศษ ที่ดูว่ามีสัญญาณออกมาว่าจะมีการปะทะกัน ก็มีที่รายงานมาบ้างในพื้นที่ บช.ภ.4 ซึ่งมีหลายจังหวัด พื้นที่กองบัญชาการภาคอื่นๆ ก็มี เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีการกระจายไปทั่ว จึงย้ำให้ผู้บังคับการจังหวัดให้ความสนใจ” พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าว
พันธมิตรกว่าหมื่นยกพลบุก ปตท.
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกือบ 1 หมื่นคน ได้เคลื่อนพลจากสะพานมัฆวานรังสรรค์มาชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่บริษัท ปตท. โดยมีแกนนำพันธมิตร อาทิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงชัย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีผู้บริหาร ปตท.ในการดำเนินการของบริษัทที่ไม่มีการช่วยเหลือประชาชน และเรียกร้องให้นำ ปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์
ขณะที่ประชาชนร่วมชุมนุมเต็มถนนวิภาวดีรังสิตขาออกจนต้องปิดการจราจรฝั่งขาออก 4 ช่องทาง อย่างไรก็ตาม แกนนำให้เวลา ปตท. 15 วัน เพื่อชี้แจงประชาชน หากยังไม่คืบหน้าจะมาทวงถามอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรยอมสลายตัวกลับไปที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในเวลา 13.00 น.
“จำลอง”ประกาศแค้นที่อุดรฯต้องชำระ
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 25 ก.ค. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวบนเวทีพันธมิตรฯที่สะพานมัฆวานฯ ว่า จากเหตุการณ์กลุ่มผู้คัดค้านกลุ่มพันธมิตรฯ จ.อุดรธานี ใช้กำลังและอาวุธเข้าทำร้าย ซึ่งตนได้ดูภาพที่ปรากฏในวิดีโอแล้วรู้สึกเศร้าสลดเป็นอย่างมาก แม้ว่าตนเป็นทหารและผ่านการอบรมเกี่ยวกับด้านทหารมา เคยออกรบในสมรภูมิต่างๆ แต่ทหารก็ไม่เคยกระทำการที่ป่าเถื่อนดังที่เกิดขึ้นใน จ.อุดรธานี แม้ว่าทหารจะถูกอบรมให้ทำลายล้างก็ตาม แต่เราไม่เคยกระทำการที่ป่าเถื่อน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.อุดรฯ ขอให้พวกเราทุกคนได้เตรียมตัวกันเอาไว้แค้นนี้ต้องชำระ การที่รัฐบาลใช้กำลังตัดสินปัญหาและพยายามยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังจนตรอกไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯได้ถูกทำร้ายในลักษณะเช่นนี้มาแล้วไม่น้อยกกว่า 11 ครั้ง โดย 3 ครั้งเกิดขึ้นในกทม. อีก 8 ครั้งเกิดในต่างจังหวัด” พล.ตงจำลอง กล่าวและว่า
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย ล่าสุดตนได้ข่าวว่ามีการทุ่มเงินไปยังหมู่บ้านในจังหวัดต่างๆ หมู่บ้านละ 1 แสนบาท ซึ่งไม่มีสาเหตุว่าจะนำเงินดังกล่าวไปใช้อะไร
พล.ต.จำลอง กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นว่าตำรวจและผู้ว่าฯเฉยเมยไม่เข้าไประงับเหตุ หรือห้ามปรามแต่อย่างใด หากเจ้าหน้าที่ของรัฐยังเฉยเมยและไม่ยอมทำอะไร ตนคิดว่าอีกไม่นานเราคงจะใช้วิธีช่วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำร้าย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนไม่สามารถพึ่งพาเจ้าหน้าที่ได้
พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า กรณีการให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ระบุว่าทหารไม่มีอำนาจนั้น ตนขอยืนยันว่าทหาร ตำรวจมีอำนาจและหน้าที่ทั้งทางตรงและทางอ้อมในการแก้ไขปัญหา หากทหารยืนยันว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ ตนก็ขอแนะนำว่า ขอให้ลาออกไป ปล่อยให้คนที่คิดว่ามีอำนาจหน้าที่เข้ามาทำหน้าที่แทนดีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ตนเชื่อว่าหากปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไปจะกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศและนำไปสู่การนองเลือด
นายพิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ยอมฟังเหตุและผล การที่ใช้ความรุนแรงเพื่อต้องการยุติการเคลื่อนไหวการชุมนุมของพันธมิตรฯ ถือว่าไม่ถูกต้อง รัฐบาลกำลังเดินไปสู่ตาจนแล้ว ซึ่งการใช้ความรุนแรงยุติปัญหานั้น นายกฯ คนนี้มีความชอบมาตั้งอดีตสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลา ดังนั้นเราจะปล่อยนายกฯคนนี้ให้บริหารประเทศต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะไม่ใช่จะเกิดแค่วิกฤติสังคมและวิกฤติเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอุดรฯจะนำไปสู่การนองเลือดในสังคมไทยอย่างแน่นอน ดังนั้น นายกฯควรจะออกไปเพื่อยุติปัญหา
“ในวันนี้ยังไม่มีเสียงจากรัฐบาลและคนเป็นนายกฯ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรในอุดร แต่สิ่งที่ผมได้รับทราบ คือ รมว.มหาดไทย ได้โทรศัพท์ไปยังแกนนำของกลุ่มคัดค้านในจ.อุดรฯ โดยพูดชื่นชมการกระทำดังกล่าว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในอุดรฯจะเป็นบรรทัดฐานให้จังหวัดต่างๆ ต่อไป คนเป็นถึง รมต.และมีหน้าที่แก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ต้องสั่งการไปยังผู้ว่าฯให้ดูแลประชาชน ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นภายใต้รธน. กลับไม่ทำ แต่กลับพูดจาส่งเสริม ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง” นายพิภพ กล่าว
หลังจากนั้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำฯ ได้อ่านแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่อุดรธานีให้ผู้ชุมนุมทราบ พร้อมกับฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้ชุมนุมได้ดูประมาณ10 นาที ซึ่งระหว่างที่เผยแพร่ภาพนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแสดงความไม่พอใจที่กลุ่มผู้คัดค้านใช้ความรุนแรงกระทำต่อพันธมิตรอุดรฯ บางคนถึงกลับกั้นน้ำตาไม่อยู่
เมื่อเวลา 22.40 น. นายสนธิ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยต่อผู้ชุมนุมอีกครั้งโดยระบุว่า ในวันที่ตนไปมอบตัวกับตำรวจ มีการวางแผนที่จะเก็บตนและพล.ต.จำลอง ถ้าวันนั้นตนไม่ได้รับการประกันตัวก็จะตายในทันที โดยมีการจัดเตรียมทีมงานเอาไว้แล้ว และเขาก็วางแผนจะก่อความวุ่นวายและร่วมมือกับทหารบางคนเพื่อยึดอำนาจในที่สุด
“แต่ก็ถือว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาคุ้มครองผม เพราะเมื่อเราต่อสู้ด้วยความถูกต้อง ก็จะไม่ทิ้งเรา ดังนั้นที่รอดมาได้” นายสนธิ กล่าวและว่า
มีผู้ปราศรัยบางคนบอกว่าไม่เกิน 7 วัน จะต้องเห็นดีกัน แต่ในใจของตนบอกว่าไม่ต้องถึง 7 วันหรอก ถึงวันนี้เราต้องสู้ เพราะเหตุการณ์ที่จ.อุดรธานี ทำให้เห็นแล้ว ตนไม่สนใจว่าจะจ้างมากี่คน แต่จะขอยืนหยัดสู้ไปเรื่อยๆ เพราะนี่คือสงครามครั้งสุดท้าย วันนี้ใครคนหนึ่งหลังกำลังพิงชนกำแพง ปากบอกว่าไม่ยุ่งการเมือง แต่ก็อยู่ในการเมือง ทุกอย่างในบ้านเมืองเกิดขึ้นเพราะคนๆ นี้ ตนไม่ต้องเอ่ยชื่อก็คงรู้ว่าเป็นใคร และขอให้ทุกคนร่วมกันสาปแช่งขอให้คนๆ นี้พินาศไป
“พลังแม้ว” ทยอยเข้าอวยพรวันเกิด
วันเดียวกันนี้ เวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมายังอาคารชินวัตร 3 เพื่อรับอวยพรวันเกิดอายุครบ 59 ปี ซึ่งจะครบในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ และเป็นการเปิดให้อวยพรล่วงหน้า โดยมีคณะบุคคลต่างๆ เข้าร่วมอวยพรอย่างเนืองแน่น อาทิ กลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชาชน
ส่วนบุคคลในครอบครัวชินวัตรที่มาได้แก่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร พร้อมบุตร คือ นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา และ น.ส.แพทองธาร นางเยาวเรศ ชินวัตร นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากนี้ยังอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 หลายคนตบเท้าเข้าร่วมอวยพรด้วย พร้อมทั้งยังมีกองเชียร์เสื้อแดง “คนรักทักษิณ” กว่า 100 คน เตรียมดอกไม้ ของขวัญ ป้ายผ้าให้กำลังใจ พร้อมร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ธเดย์” และเพลง “โปรดช่วยกันรักษาคนดี” ของ “ตั๊กแตน ชลดา” อวยพร พ.ต.ท.ทักษิณด้วย
“แม้ว”วอนคนไทยรักกัน
เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณได้ลงมาพบกลุ่มแฟนคลับที่มาให้กำลังพร้อมทั้งรับดอกไม้ของขวัญวันเกิด และช่วงหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์วิ่งนำโทรศัพท์มือถือมามอบให้อดีตนายกฯ รับสาย โดยอดีตนายกฯ ปลีกตัวไปรับสายด้วยสีหน้าไม่ดีประมาณ 2 นาที จากนั้นก็ฝืนยิ้ม และออกมาร่วมถ่ายรูปกับแฟนคลับเป็นเวลา 30 นาที
จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุปะทะที่ จ.อุดรธานี ว่า คิดว่าเราคนไทยด้วยกัน หันไปทางไหนก็คนไทยทั้งนั้น สู้เก็บแรงเก็บสมองเก็บปัญญาคนไทยด้วยกันเอาไว้ต่อสู้กับสิ่งที่มากระทบต่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เรายังต้องต่อสู้อีกมาก เราเก็บพลังคนไทยไว้ดีกว่าที่จะห้ำหั่นฆ่าฟันกันเอง อยากเรียกร้องทุกฝ่ายให้ปล่อยวางหันหน้าเข้าหากันจะดีกว่า
ลั่นไม่จองเวรกรวดน้ำอโหสิให้ทุกคน
“ผมอยากฝากว่า ผมเข้าวัดทำบุญนั่งสมาธิ อโหสิกรรมทุกวัน กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ผู้จองเวรทั้งหลายตลอดเวลา ตัวผมนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่คือประเทศ อยากเห็นชีวิตคนไทยดีขึ้น หวังว่าคนไทยทุกคนจะให้อภัยกัน และนำความสันติกลับสู่ประเทศโดยเร็ว พวกเราเป็นผู้รักสันติ และอยู่ในกรอบตลอดเวลา แต่ขณะนี้บ้านเมืองเริ่มไม่มีกรอบกันมากขึ้น จึงอยากให้ทุกคนอดทนกันต่อไป สักวันสิ่งที่ดีย่อมชนะสิ่งที่ไม่ดี วันนี้เขาไม่เข้าใจเรา สักวันเขาจะเข้าใจเรา เมื่อเข้าใจเรา ก็จะรู้ว่ามันเสียหายไปเยอะแล้ว หวังว่าทุกคนจะอดทน และจะอยู่ในกรอบต่อไป” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า อยากเห็นความปรองดองของคนในชาติ ไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่มีอยู่มากมายแบบนี้ ขอเรียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในวันนี้ มันไม่ใช่กระเทือนขวัญคนไทยเท่านั้น แต่คนทั้งโลกที่เขาติดตามประเทศไทย ที่รักประเทศไทย ที่เคยมาเที่ยวมาลงทุนในประเทศไทย ต่างก็บอกว่าอยากเห็นประเทศไทยสันติ และเป็นสยามเมืองยิ้ม เหมือนที่เราเคยได้รับการเรียกขานมานาน อยากให้สิ่งเหล่านั้นกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว
“วันนี้ผมขอให้ทุกฝ่ายได้รู้ว่า ผู้ที่ได้ทำอะไรไม่ดีต่อผม ผมก็ไม่ได้คิดที่จะไปล้างแค้นเจ็บใจอะไร แต่ตรงข้ามก็คิดว่า คนเรามันมีอารมณ์ มีความรู้สึกกันได้ แต่อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อให้ประเทศเข้าสู่ความปรองดองถวายพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึง และถวายสมเด็จฯ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ อยากให้ทุกคนได้ร่วมใจกันว่า ถ้าใครที่ว่ารักเจ้านายก็ต้องมาร่วมใจกันหันหน้าเข้าหากันให้ความปรองดองในชาติเกิดขึ้น” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
เมื่อถามความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนใจเข้ามาทำงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่หรอก ใจจริงๆ แล้วอยากให้เสร็จเรื่องราวของตน แล้วก็อยากจะไปทำมาหากินอยู่ต่างประเทศ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจะตักบาตรร่วมกับครอบครัว และไม่ได้เดินทางไปฉลองที่ จ.เชียงใหม่แต่อย่างใด เพราะคนในครอบครัวต้องการความเป็นส่วนตัว จึงน่าจะเป็นเพียงการจุดเทียนและเป่าเค้กกันภายในครอบครัวมากกว่า
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง