ทักษิณ กล่าวผ่านวีทีอาร์ รายการความจริงวันนี้

December 14, 2008



ห่วงลูกหลานที่จะจบการศึกษาปีนี้จะไม่มีงานทำ ระบุวันนี้ระบบกำลังบิดเบี้ยว เพราะการรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 โอดครวญการเมืองไล่ล่ายิ่งกว่าหมาจนตรอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะยกเลิกการโฟนอินพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ที่สนามศุภชลาศัย แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 21.20 น.ที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) ทีมงานรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ได้นำวีทีอาร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเปิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนับหมื่นฟัง

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเริ่มต้นจากเรื่องการเข้ายึดสนามบิน ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องการท่องเที่ยว และการลงทุน เศรษฐกิจของเรามีปัญหา ทั้งที่มีปัญหาอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นห่วงว่าลูกหลานที่จบการศึกษาปีนี้ จะไม่มีงานทำ ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้น ก็คงพอแก้ไหว แต่พอมีปัญหาการเมือง แก้ยากมาก

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ระบบกำลังบิดเบี้ยว อยู่ในภาวะปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อทำลายล้าง หรือทำลายระบอบประชาธิปไตย การใช้ระบบศาล ใช้พจนานุกรมตีความกัน ซึ่งไม่มีใครเขาทำกันในโลกนี้ นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเผยว่า ถูกลอบฆ่ามาแล้ว 2 ครั้งๆ แรกที่ จ.ลำปาง และอีกครั้งที่สนามหลวง แต่การเตรียมการไม่สำเร็จ ก็มาโดนวางระเบิด จากนั้นก็ถูกกระทำอย่างต่อเนื่องยิ่งกว่า “หมาจนตรอก” ไล่จนไม่มีตรอกอยู่

“จะให้ผมไม่มีตรอกจะอยู่จะเอาอย่างนั้นเลยหรือ ผมไม่เคยทำคุณงามความดีให้บ้านเมืองเลยหรือ ทั้งหมดมีการกล่าวว่าไม่จงรักภักดี ผมถูกทำลาย กล่าวโน่นกล่าวนี้ ไม่เท่าประเทศชาติวันนี้ อยากให้นักการเมืองต่อสู้กันด้วยความดี แข่งกันทำให้ประชาชน หันหน้าเข้าหากัน วันนี้พันธมิตรฯกลับไปแล้ว พี่น้องเสื้อแดง ก็แสดงพลังให้เห็นว่า ไม่ชอบใจในความยุติธรรม ไม่ขอบใช้การแทรกแซงของทหาร ไม่ชอบใจการปฏิวัติในรูปแบบต่างๆ ใครอยู่เบื้องหลังทำอะไร ใครเรียก ใครสั่ง ใครกดดัน เมื่อไม่ปล่อยให้กลไกทำงานมันอยู่ไม่ได้ เมื่อปล่อยให้ระบบไม่ยุติธรรม ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ปิดประตูตีแมวว่าโลกไม่เห็น ทำอะไรก็ได้ เป็นสิ่งที่สะสมในใจยาวนาน ไม่ดี แล้วในที่สุด ก็ต้องเชิญพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวมาให้ฟัง ผลสุดท้ายคนที่แพ้คือชาติ”

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


เสื้อแดง ทยอยร่วมงานความจริงวันนี้สัญจร

December 13, 2008

คนเสื้อแดง ทยอยร่วมงานความจริงวันนี้สัญจรที่สนามศุภฯ แล้ว เกิดเหตุป่วนเล็กน้อย! เมื่อมีเสียงปืน-บึ้ม!ดังขึ้นในเทคโนปทุมวัน ก่อนที่เด็กปทุมวันจะยกพวกออกมาตะลุมบอนเสื้อแดงกลางถนนพระราม1 ด้านณัฐวุฒิ เผยไม่เกี่ยวมือที่สาม งานยังจัดเหมือนเดิม
บรรยากาศที่สนามศุภชลาศัย ที่จะมีการจัดงาน “ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 “ตำรวจได้เริ่มเข้าวางกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบแล้ว ซึ่งผู้ดำเนินรายการยืนยันว่า จะมีการโทรศัพท์สายตรง (โฟนอิน) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาในงาน

สำหรับบรรยากาศโดยรอบสถานที่จัดงานดังกล่าวว่า ล่าสุด เริ่มมีประชาชนที่สวมใส่เสื้อแดงทยอยเดินทางมาถึงสนามศุภชลาศัย นอกจากนั้น ยังมีบรรดาทีมงานของผู้ดำเนินรายการและแนวร่วมต่างๆ นำสินค้าและของที่ระลึกมาวางขาย

เด็กปทุมวัน ฉุนยกพวก

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่บริเวณถนนพระราม1 ด้านหน้าสนามศุภชลาศัย เมื่อ มีเสียงปืนดังขึ้น และมีเสียงระเบิดดังออกมา จากด้านในสถาบันเทคโนโลยี วิทยาเขตปทุมวัน ทำให้กลุ่มเสื้อแดงตื่นตกใจ และกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ตะโกนออกมาจากด้านในสถาบัน พร้อมกับออกมากลางถนนตะลุมบอนกับกลุ่มเสื้อแดง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดูแลความปลอดภัยที่บริเวณด้านหน้า ต้องเข้าห้ามปรามกันชุลมุน ส่งผลให้การจราจรบนถนน พระราม 1 ทั้งขาเข้าและออก ต้องติดขัด อย่างหนัก

และภายหลังเกิดเหตุตะลุมบอน กลุ่มชายฉกรรจ์ยังคงตะโกนด่ากลุ่มเสื้อแดง พร้อมกับมีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเกิดเหตุวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปด้านในได้แล้ว

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงดังกล่าวไม่เกี่ยวกับมือที่สามที่ต้องการจะมาป่าวการชุมนุมของกลุ่ม รายการความจริงวันนี้ โดยได้ตรวจสอบไปยัง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่าวันนี้เป็นวันสถาปนาของช่างกลปทุมวัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติที่จะมีสถาบันคู่อริมายิงข่มขู่ ขณะที่การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันนี้จะไม่มีการเลื่อนอย่างแน่นอน ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการพยายามจัดตั้งรัฐบาลของบางพรรคที่กำลังวิ่งเต้นในขณะนี้

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีจุดประสงค์เพื่อให้สังคมเข้าใจถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีการให้ร้ายกับบุคคลใด หรือแม้แต่สถาบันและในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งจะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ทางกลุ่ม นปช.จะไม่มีการยกพลไปปิดล้อมรัฐสภาอย่างแน่นอน เพราะจะไม่ทำเหมือนกับกลุ่มพันธมิตร

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

นครบาล เตรียมพร้อมอัดเทปแม้วโฟนอิน ความจริงวันนี้สัญจร

December 12, 2008

นครบาล เตรียมพร้อมกำลังดูแลความปลอดภัย”แก๊งหัวขวด”จัดความจริงวันนี้สัญจร พร้อมอัดเทปแม้วโฟนอิน ชี้ หากละเมิดอำนาจศาล หรือ ทำผิดกฎหมาย ดำเนินคดีทันที

วันนี้(12 ธ.ค.)พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.)ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.จะมีการจัดรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามศุภชลาศัย วันที่ 13 ธันวาคมนี้ ว่า พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 จัดทำแผนดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งจะใช้แผนปฏิบัติเดิม ที่เคยใช้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยใช้กำลังตำรวจ 3 กองร้อย หรือ 450 นาย

นอกจากนั้น กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอิน ทางตำรวจได้ทำการบันทึกเทปเนื้อหารายการ และ การโฟนอิน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะอาจจะมีการละเมิดอำนาจศาลกรณีการตัดสินคดียุบพรรคได้สั่งการให้เจ้า หน้าที่ชุดสืบสวนบันทึกการสนทนาทั้งหมด หากพบว่าเข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาลก็จะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.สุพร กล่าวต่อว่า ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม นปช.นั้น เจ้าหน้าที่จะมีการจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม มีการตรวจค้นอาวุธเพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์

ด้าน นายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ เปิดเผยว่า ทางผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้สัญจร ได้ติดต่อเพื่อขอใช้สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ในการเปิดเวทีปราศรัย จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมนี้ แล้ว ซึ่งได้กำชับให้ผู้จัดงาน ดำเนินการตามระเบียบและ ข้อตกลงขอใช้สถานที่อย่างเคร่งครัด พร้อมเชื่อว่า ในวันดังกล่าวจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เห็นได้จาก ก่อนหน้านี้ ที่มีการใช้สนามราชมังคลากีฬาจัดรายการ มีประชาชน เข้าร่วมจำนวนมาก ก็ไม่พบว่า เกิดเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ในการจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เสื้อแดงคึกแห่ร่วมความจริงวันนี้สัญจร ภาคพิเศษ วัดสวนแก้ว

November 23, 2008

วันนี้(23 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ภาคพิเศษ วัดสวนแก้ว บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า มีประชาชนสวมเสื้อแดงและขาวทยอยเดินทางมาร่วมงานคับคั่งโดยได้เริ่มเปิด ประตูให้ผู้ร่วมงานเข้ามาจับจองที่นั่งภายในวัดตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดมาติดตั้งพร้อมตรวจค้น กระเป๋าผู้เข้าร่วมงานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันหตุไม่คาดฝัน

ต่อมาเวลา 12.00 น.คณะผู้จัดรายการความจริงวันนี้นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจุตพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมประชาชนได้ร่วมถวายผ้าป่าเงินบริจาคมอบให้กับวัดสวนแก้ว ก่อนจะเริ่มรายการอย่างเป็นทางการ ในเวลา 13 .00 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยประชาชนต่างแยกย้ายจับจองที่นั่งตามใต้ต้นไม้เป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้ยังมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยมาร่วมปราศรัยด้วย

สำหรับบรรยากาศช่วงแรกบนเวทีเป็นการตั้งโต๊ะเสวนาระหว่างพระพิศาล ธรรมพาที หรือพระยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว และนายวีระ นายก่อแก้วและนายจตุพร ซึ่งการเสวนาเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยพระพยอมขอผู้ชุมนุมอย่านำเท้าตบเข้ามาใช้ และได้เทศนาขอให้ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมรับฟังอย่างเป็นกลาง ไม่มีอคติในการฟัง ส่วนที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่ายอมให้โจรเข้าวัด เป็นเครื่องมือของนักการเมืองนั้นไม่ใช่ แต่ความจริงคือการเอาแกนนำความจริงวันนี้และผู้ชุมนุมว่าเป็นเครื่องมือของ ธรรมมะ คนไม่ฟังพระคือโจร แต่วันนี้นักการเมืองไม่กี่คนแต่เอาชาวพุทธมาเข้าวัดได้ 3-4 หมื่นคนจะให้อาตมาไม่รับไว้แสดงว่าปัญญาอ่อน ตอนนี้สังคมไทยแสลงสี แต่อยากให้คนสวมเสื้อสีแดงระวังเพราะวัวควายที่อยู่ในคอกภายในวัดแสลงสีแดง ขอให้เดินห่างคอกหน่อย เพราะอาตมาเคยมีบทเรียนมาแล้ว

พระพยอมแทศน์ว่า อยากให้คนที่อยู่กลางๆ ไม่ไปข้างไหน ควรทำตัวขึ้นภูแล้วดูเขาสู้กัน เพราะขึ้นที่สูงจะเป็นเหมือนปราสาทสู่ปัญญา รู้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราลงไปอยู่กับเขาก็จะเข้าไปอยู่ในสงครามเสียเอง เราก็จะไม่ได้อะไร คนที่ฟังด้านเดียวก็คิดแต่ว่าตัวเองถูก จึงขอให้ดูเหตุดูผลด้วยใจเป็นกลาง เพราะถ้ามีแค่2 ฝ่ายรบกัน เราก็จะช่วยอะไรเขาไม่ได้ นอกจากนี้การจัดงานที่วัดจะช่วยลดความรุนแรงไปได้ครึ่งหนึ่ง ไม่มีทางที่เขาจะยึดวัดเหมือนทำเนียบ และหลังจากงานนี้พันธมิตรฯ สีเหลืองจะมาจัดก็ได้ แต่ใครไวใครได้รายการความจริงวันนี้มาก่อนจะมาว่าพระพยอมเอียงไม่ได้ ในเมื่อเขามาอย่างปราศจากอาวุธอาตมาก็ต้องให้เขาใช้สถานที่

ด้านายวีระ กล่าวเรียกร้องให้คนเสื้อแดงติดตามสถานการณ์อยู่ที่บ้าน อย่าเฉียดไปใกล้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในวันที่ 24 พ.ย.ขอให้เราอยู่ในเหตุและผล จากนั้นอะไรเกิดขึ้นค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง สำหรับกองทัพไทยทหารไทยน่ารักที่สุดในโลก หาที่ไหนไม่ได้ หลังประชุมเสร็จก็ส่งโฆษกองทัพออกมาแถลงว่าวิตกพันธมิตรฯชุมนุมขัดขวางการ ประชุมสภา แล้วเสนอให้รัฐบาลย้ายสถานที่ประชุมไปที่ไหนก็ได้ ตนจึงเสนอว่าหากไม่มีที่ประชุมรัฐสภาจริงๆ ก็ให้มาประชุมที่วัดสวนแก้วจะได้จารึกเป็นประวัติศาสตร์ว่ารัฐสภาไทยประชุม กรอบเจรจาระหว่างประเทศที่วัดสวนแก้ว

นายวีระ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันพรุ่งนี้ กลุ่ม นปช. จะไม่บุกไปที่หน้าอาคารรัฐสภาอย่างแน่นอน พร้อมกับมีการเสนอแนวคิดอยากให้คนไทยช่วยกันเขียนไปรษณียบัตรให้ได้ 5 ล้านฉบับ เพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่ดินรัชดาฯ ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไรนั้นก็สุดแล้วแต่พระองค์ท่าน

อย่างไรก็ตาม นายวีระ ได้นัดแนะกลุ่มคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมกันอีกครั้งในการจัดรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้

นายจตุพร กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันที่ 24 พ.ย.นี้ มีวาระพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรอบความร่วมมืออาเซียน ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพประชุมที่จ.เชียงใหมในปลายปีนี้ ซึ่งตามม.190 กำหนดว่าก่อนเจรจากับต่างประเทศจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา ดังนั้นหากพันธมิตรฯชุมนุมปิดล้อมจนไม่สามารถประชุมได้ ประเทศชาติก็จะเจ๊ง เพราะไทยจะเจรจาอะไรไม่ได้นอกจากทำตัวเป็นแค่ผู้สังเกตุการณ์ประชุมเท่านั้น ซึ่งมันขายขี้หน้าเพราะประเทศไทยเป็นถึงประธานอาเซียน ดังนั้นการชุมนุมวันที่24 พ.ย.จึงเป็นการทำร้ายประเทศและทำร้ายตัวเอง

นายจตุพร ยังกล่าวว่า การประชุมร่วมสองสภาวันที่ 24 พ.ย.ต้องประชุมที่สภาเท่านั้น ไม่ต้องย้ายไม่ต้องหนี เสียเกียรติยศของฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าประชุมไม่ได้ก็ไม่ต้องประชุม ทั้งนี้ในทางการข่าวทราบมาว่าคนพวกนี้จะออกจากทำเนียบไม่ได้ถ้าไม่ทำลายหลัก ฐานเพราะได้เข้าปล้นทั้งตึกสินติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจเอจทรัพย์สินเสียหายก็ต้องดำเนินคดีข้อหาปล้น ทรัพย์อีกหนึ่งคดี ซึ่งการข่าวที่ได้รับตรงกับกรองข่าวของทหารและตำรวจว่าวันนี้หรือวันที่ 24 พ.ย.จะมีไฟไหม้ตึกไทยคู่ฟ้า

ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แฉถึงเหตุการณ์เบื้องหลังที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ถูกเพิกถอนวีซ่าจากประเทศอังกฤษ ว่า การถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นับเป็นอำนาจของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเป็นการแหวกประเพณีนับ 100 ปีของอังกฤษ เบื้องลึกเกิดจากการเจรจาระหว่างไทยกับอังกฤษ โดยมีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยคนหนึ่ง รับปากจะดูแลผลประโยชน์ที่ดินในจังหวัดภูเก็ต แลกเปลี่ยนกับการสร้างความอัปยศให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีวีซ่าเราจะร่วมกันแก้ปัญหาได้ และขอให้มั่นใจว่า จะไม่ลามไปสู่การเพิกถอนวีซ่าในประเทศอื่น

พร้อมกันนี้ นายจักรภพ ยังอ้างว่า ยังมีอีกหลายประเทศที่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ เพื่อประกาศยุติความยากจนให้กับประเทศนั้นๆ พร้อมกับจะจัดบ้านพักและรถประจำตำแหน่งให้อย่างสมเกียรติอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศหลังการปิดเวที กลุ่มคนเสื้อแดงต่างทยอยเดินทางกลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน ส่งผลให้การจราจรบริเวณถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นอัมพาต ตำรวจจราจรต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่ออำนวยการจราจรและจัดสรรเส้นทางในการเดินรถ

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจจับตา ความจริงวันนี้สัญจร ที่วัดสวนแก้ว

November 13, 2008

วันนี้ (13 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี รายการความจริงวันนี้ จะสัญจรไปจัดที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ในวันที่ 23 พ.ย.ว่า ในส่วนของดูแลความปลอดภัยนั้น ตำรวจภาคภูธรภาค 1 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้เตรียมแผนรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งหากมีกำลังไม่เพียงพอก็สามารถขอกำลังจากคอมมานโด กองปราบปราม หรือแม้กระทั่งกำลังจากฝ่ายทหารเข้าไปเสริมการปฏิบัติได้

ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการโฟนอินเข้ามาในที่ชุมนุมซึ่งอาจจะมีคำพูดไม่ สมควรนั้น พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวว่า ในแนวทางปฏิบัติโดยปกติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีอาญา หรือคดีทั่วไป พนักงานสอบสวนย่อมจะต้องเก็บพยานหลักฐานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งในกรณีนี้ตำรวจสันติบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องมีเจ้า หน้าที่ตำรวจไปบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการโฟนอินสด หรือ บันทึกเสียง และภาพมาเผยแพร่ในงานวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ นายวีระ สมความคิด ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นศาล ในการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้สัญจรที่สนามกีฬาราชมังคลาฯเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกำลังตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้า องค์ประกอบของข้อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งความเห็นทั้งหมดอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ คดี

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (12 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สองพิธีรายการความจริงวันนี้ ได้เดินทางเข้าพบกับพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อดูพื้นที่ภายในวัดที่จะใช้เป็นสถานที่จัดรายการความจริงวันนี้สัญจรใน วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.นี้

ขณะที่ พระพยอม กล่าวว่า ควรจะจัดงานให้เป็นไปด้วยความร่มรื่น สงบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยปัญญา และการที่ได้อนุญาตให้ทางรายการมาจัดงานที่วัดนั้น ก็เป็นเพราะว่า คนที่มาร่วมงานนั้นส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเกือบสองหมื่นคน หากชาวพุทธเหล่านี้ต้องเดินทางมาเข้าวัด ทางวัดจะไปปฏิเสธได้อย่างไร และทางวัดก็ไม่เคยตั้งข้อรังเกียจนักการเมืองกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ด้วย ไม่ว่ากลุ่มผู้ที่จะมาขอจัดนั้นจะเป็นสีอะไร หากติดต่อมาขอใช้สถานที่ ทางวัดก็ไม่ปฏิเสธ เพราะจะถูกกล่าวหาได้ว่าไม่เป็นกลาง

“ใครมาขอก่อนก็ให้ก่อน และหลังจากนี้ไป หากใครจะมาขอจัดงานบ้าง ก็เชิญได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าอาตมาลำเอียง” พระพยอม กล่าว

ส่วนเรื่องที่ถูกทางเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี ติงว่า การจัดรายการในวัดไม่เหมาะสมนั้น พระพยอม กล่าวว่า ทางเจ้าคณะจังหวัดเป็นห่วงว่าจะมีการโฟนอินในลักษณะการปลุกระดม ซึ่งยังไม่ได้เข้าไปชี้แจ้งกับว่า ในงานจะไม่มีการพูดหรือโฟนอินปลุกระดมอะไรทั้งสิ้น แต่มีหัวข้อ มีข้อกำหนดให้ทางผู้ดำเนินรายการนำไปปฎิบัติแล้ว และเชื่อว่า เมื่อได้เข้าไปชี้แจงหรือเจ้าคณะจังหวัดรับทราบข่าวสารที่ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ก็จะเข้าใจดี

ด้าน นายวีระ กล่าวว่า เงื่อนไขที่ทางหลวงพ่อตั้งไว้เป็นเงื่อนไข ที่ตรงกับสเปกของพวกเราอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะพูดในวันงานนั้น เราจะเอาความจริงมาพูดทั้งนั้น แต่ขอฮุบไว้ก่อน อยากให้มาติดตามฟังกันเองในงาน ส่วนเรื่องความเหมาะสมของเนื้อหานั้น ไม่ต้องหวงว่าผู้พูดบนเวทีในวันนั้นจะมีวุฒิภาวะ เพราะทุกคนจะรู้ว่า เมื่อมาพูดในวัด จะพูดกันอย่างไรให้เหมาะสม โดยจะเริ่มขึ้นเวทีกันตั้งแต่เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป จนถึงเวลาสี่โมงเย็นก็เลิกงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเข้ามาในรายการหรือไม่นั้น นายวีระ กล่าวตอบว่า แล้วอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินหรือเปล่า กลุ่มประชาชนแฟนรายการที่เดินทางมาด้วย ได้ตะโกนตอบว่า ให้มี ๆ ๆ นายวีระ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ทำประโยชน์ช่วยเหลือประเทศมาก็มาก ดังนั้นเข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะโฟนอินเข้ามาในงานวันนั้นหรือไม่

นายวีระ กล่าวอีกว่า เท่าที่ได้ดูสถานที่ของวัดแล้วนั้น คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากจนล้นวัด ซึ่งทางตนจะต้องปรับปรุงระบบเครื่องเสียงให้ดี เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับฟังให้ครอบคลุมทั่ววัด และคาดว่า เมื่อกลับไปจัดรายการความจริงวันนี้ ตนจะต้องพูดออกอากาศห้ามประชาชนเดินทางมาเยอะ หรือให้เดินทางมาด้วยรถประจำทาง รถสาธารณะแทน เนื่องจากพื้นที่จอดรถคงมีไม่เพียงพอกับผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานอย่างแน่ นอน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »