กลุ่มเสื้อแดงบุกยื่นหนังสือNBT ทวงคืนรายการความจริงวันนี้

December 19, 2008



ม็อบเสื้อแดงบุกเข้ายื่นหนังสือสถานีโทรทัศน์NBT เพื่อทวงคืน”รายการความจริงวันนี้”

(19ธ. ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.กลุ่มเสื้อแดงประมาณ 200 คน และรถแท็กซี่ประมาณ 100 คัน นำโดยนายชินวัตร หาบุญพาด แกนนำกลุ่มนปช.และประธานชมรมวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ได้นำม็อบเสื้อแดงมายื่น หนังสือทวงถาม เพื่อต้องการเอารายการความจริงวันนี้มาออกอากาศอีกครั้ง เนื่องจากมีความเคลือบแคลงสงสัยว่า จู่ ๆมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ รายการนี้หายไป ต้องการรายการกลับคืนมา กลุ่มนปช.ได้นำรถแท็กซี่จอดเป็นทางยาวหน้าจากหน้าตึก NBT ถึงมหาวิทยาลัยหอการค้า ด้านถนนวิภาวดีฝั่งขาเข้า การชุมนุมดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัด ยาวกว่า 5 กิโลเมตร

ต่อมา เวลา 10.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.2 กว่า 150 นาย ได้เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัย ขณเะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ปิดกั้นถนนในช่องคู่ขนาน เพื่อระบายให้รถออกไปใช้ช่องทางด่วนแทนเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่กลุ่มผู้ ชุมนุม และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ถนน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดกลุ่มเสื้อแดงได้หารือกันว่าจะไปเยี่ยมนายโชคชัย คำลือ อายุ 25 ปี อาชีพช่างชุบโลหะโรงงานอุตสาหกรรมย่านเทพารักษ์ หนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ที่ทุ่มอิฐตัวหนอนใส่กระจกรถเบ็นซ์สีดำของส.ส. พรรคประชาธิปัติย์ เกิดความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่สน.ดุสิต เพื่อทวงถามความเป็นธรรม จากที่ผ่านมาไม่เห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมม็อบเสื้อเหลือง แต่เมื่อเป็นกลุ่มนปก.กลับจับกุมได้ทันควัน การกระทำดังกล่าวเป็นความลำเอียงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณถนนวิภาวดีมีหน่วยงานราชการ ทั้งทหารและตำรวจหลายแห่งตั้งอยู่ และเมื่อมีรถของทหารผ่าน กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะใช้ตีนตบและโห่ร้องตลอดเวลา
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


ณัฐวุฒิ ซัดการเมืองบีบถอดความจริงวันนี้ พ้นหน้าจอเอ็นบีที

December 13, 2008

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ธันวาคม ที่สนามศุภชลาศัย ถึงรายการ “ความจริงวันนี้” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 NBT ว่า ได้ตรวจสอบการสกัดกั้นการออกอากาศรายการความจริงวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีแล้ว พบว่า ในช่วง 17.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ของเอ็นบีทีได้โทรศัพท์มาแจ้งทีมงานความจริงวันนี้ว่า รายการไม่สามารถออกอากาศได้ เพราะมีรายการพิเศษ ซึ่งปกติแล้วจะมีการแจ้งล่วงหน้านับสัปดาห์ หรือนับเดือน จึงคิดว่าเป็นสัญญาณไม่ปกติ จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถาม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เพื่อขอเวลาอื่นให้ออกอากาศ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถให้ออกอากาศได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้บอกกับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองอย่าง แน่นอน ซึ่งไม่มีคำตอบจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แต่ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีรำพึงว่า ช่วงหลังรายการถล่มสีเขียวหนักหน่วงไปหน่อย มาวันนี้ ผู้อำนวยการสถานีฯ โดนทหารด่าทั้งวันเลย และบอกว่าไม่ไหวแล้วขอหลบไปข้างสนามก่อน

ท้ารบ”เนวิน”ดาบนั้นคืนสนอง

“ผมมีพี่ชายคนหนึ่ง เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญในกรมประชาสัมพันธ์ และรักใคร่กับผมดี เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นการออกอากาศของรายการความจริงวันนี้ อย่างแน่นอน แม้ที่ผ่านมา พี่จะไม่เคยสวมกอดผมเหมือนน้องชายคนใหม่ แต่ขอให้พี่รู้ไว้ว่า น้องณัฐวุฒิและน้องจตุพรยังรักพี่ไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อพี่ลงมือก่อน น้องๆ ก็คงต้องขอคำชี้แนะบ้างสักคราวหนึ่ง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พี่ชายที่พูดถึงหมายถึงนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ” อย่าไปพูดถึงชื่อเลย แต่อยากให้รู้ว่าเป็นพี่ชายที่ผมเคารพรักมาก แต่ผมอยากบอกพี่ชายคนนี้ว่า ครั้งนี้ เต็มเหนี่ยวไปเลยพี่ เมื่อพี่ลงดาบก่อน ก็จะได้รู้ว่าดาบนั้นคืนสนองเป็นอย่างไร”

“เอ็นบีที”อ้างถ่ายทอดภารกิจสำคัญ

นายสุริยงค์ หุณฑสาร ผู้อำนวยสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที  กล่าวถึงการงดออกอากาศรายการความจริงวันนี้ว่า เป็นเพราะสถานีจำเป็นต้องใช้ช่วงเวลาดังกล่าวถ่ายทอดภารกิจสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพ.ร.บ.ข้าราชการที่กระทบกับข้าราชการทั่วประเทศ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอความร่วมมือมา รวมถึงการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จ.พิษณุโลก โดยได้แจ้งให้ผู้จัดทราบแล้วว่า จะขอคืนจนกว่าจะหมดภารกิจ โดยการถ่ายทอดรายการเหล่านั้นนอกจากจะกระทบรายการความจริงวันนี้แล้วยัง กระทบรายการข่าวของสถานีด้วย แต่ในฐานะสื่อของรัฐเอ็นบีทีจำเป็นต้องทำ และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะกระแสการเมืองหรือได้รับคำสั่งมาจากใครแน่นอน

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า มั่นใจว่าการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และคงไม่ทำให้พรรคการเมืองที่ประกาศว่าจะไปจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิ ปัตย์ เปลี่ยนใจได้แน่นอน เพราะตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

โฟนอินพร้อมเต็มสูบ ทักษิณ แฉเบื้องหลังรัฐประหาร

December 13, 2008

โฟนอินพร้อมเต็มสูบ “ทักษิณ” แฉเบื้องหลังรัฐประหาร-สลับขั้วรัฐบาล สามเกลอจวก “สีเขียว” ทำ “เอ็นบีที” หลุดผังตั้งแต่ 11 ธ.ค. ผอ.เอ็นบีทีพลิกขั้ว ขอเวลาไพรม์ไทม์ทำรายการเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่รู้ความจริงวันนี้จะคืนจอเมื่อใด

ยิ่งใกล้วันโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ธันวาคม มากขึ้นเท่าใด แรงต่อต้านการจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ทวีความเข้มข้นขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะการเคลื่อนมวลชนเพื่อแสดงพลังทางการเมืองก่อนวันโหวตเลือกนายก รัฐมนตรี

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม ที่สนามศุภชลาศัย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สามผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ร่วมแถลงถึงความพร้อมในการจัดรายการความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้

นาย วีระกล่าวว่า รายการมีความพร้อมเต็มที่ เต็มรูปแบบ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นการพูดเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะความจริงจากปาก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะโฟนอินแบบเป็นวีทีอาร์ และพูดสด ซึ่งภายในสนามศุภชลาศัยจะเปิดจอโปรเจกเตอร์หลายจอเพื่อรองรับประชาชนที่มา ร่วม ส่วนอีก 10 จังหวัดทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน เช่น อุดรธานี เชียงใหม่ ฯลฯ จะยิงสัญญาณสดไปยังจังหวัดต่างๆ ด้วย และมั่นใจว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานมากเป็นพิเศษ โดยจะเปิดประตูตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป

นายวีระกล่าวอีกว่า ทราบข้อมูลมาว่า ทาง กอ.รมน.มีการสั่งทหารในสังกัดสกัดกั้นประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด และชานเมือง เข้ามาร่วมรายการในวันที่ 13 ธันวาคม แต่เชื่อว่ายิ่งทหารสกัดกั้นประชาชนเท่าไร ก็จะยิ่งมีประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมมากขึ้นเท่านั้น

นายจตุพรระบุว่า ขณะนี้บรรยากาศดูแล้วคล้ายกับช่วงรัฐประหาร รวมทั้งมีการแทรกแซงสถานีเอ็นบีทีให้งดออกอากาศรายการความจริงวันนี้ ในคืนวันที่ 11 ธันวาคม

นายจตุพรกล่าวว่า เรารู้ดีว่าใครทำ แต่การเอาฝ่ามือไปปิดท้องฟ้าครั้งนี้จะยิ่งทำให้คนมาชุมนุมมากขึ้น โดยเตรียมที่จะถูกบล็อกสัญญาณการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้แล้ว และเชื่อว่าวันที่ 13 ธันวาคม จะเป็นปรากฏการณ์สำคัญของการเมือง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณจะแฉพฤติกรรมทุกด้านตั้งแต่เบื้องหลังการรัฐประหาร และการจับขั้วรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณฝากบอกว่า จะเป็นการพูดครั้งที่ดีที่สุดในชีวิต

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กรณีที่งดรายการความจริงวันนี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ตนทราบเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันจากเจ้าหน้าที่เอ็นบีทีว่าจะของดรายการ กะทันหัน โดยอ้างว่าจะนำรายการของสำนักงาน ก.พ.มาออกอากาศแทน ทำให้ทราบว่ามีสัญญาณความไม่ปกติเกิดขึ้น

“ผมต่อรองกับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ ผอ.เอ็นบีทีว่า ขอไปออกอากาศในรายการกรองสถานการณ์แทน เพื่อให้รายการสำนักงาน ก.พ.มาออกอากาศแทนรายการความจริงวันนี้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ และทราบด้วยว่า ในคืนวันที่ 12 ธันวาคมนี้ รายการความจริงวันนี้ก็จะไม่มีการออกอากาศด้วย ซึ่ง ผอ.เอ็นบีที ก็บอกว่าเนื้อหารายการแรงเกินไป และพูดทำนองว่ามีสีเขียวเข้ามาเกี่ยวข้อง” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันที่ 13 ธันวาคม ที่หน้างานจะมีการเปิดตัวอัลบั้ม “ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย” ซึ่งจะมีตน นายวีระ และนายจตุพร ร้องเพลงด้วย

เมื่อถามถึงข่าวจะไปปิดล้อมรัฐสภาในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวัน ที่ 15 ธันวาคม นายวีระกล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงจะไม่ทำผิดกฎหมาย ถ้าจะมีไปก็คงไปประปราย แต่ไม่มีการนัดหมายกัน และถ้าไปก็คงไปสนับสนุนมากกว่า แต่เท่าที่ดูแล้วไม่มีความจำเป็นต้องไป

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรัฐสภาหวั่นม็อบเสื้อแดง ปิดล้อม

December 12, 2008

บช.น. สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรัฐสภาหวั่นม็อบเสื้อแดง ปิดล้อมขัดขวางการเลือกนายกฯ ตรึงกำลังตำรวจ 1,500 นายดูแล”ชั้นนอกชั้นใน”แน่นหนา พร้อมส่งกำลังดูแลความสงบ”สนามศุภฯ” ทักษิณ โฟนอิน รายการความจริงวันนี้ หวั่นมือที่ 3 แทรกแซงสถานการณ์

(12ธ. ค.) เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาวันที่ 15 ธันวาคม กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)นัดชุมนุมเคลื่อนไหวคัดค้านการเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาเลือก นายกรัฐมนตรีว่า มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้พร้อมดูแลสถานการณ์จำนวน 8 กองร้อย 1,200 นายโดยปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไปดูแลความเรียบร้อยบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน และถนนราชดำเนินนอก และใช้กำลังตำรวจจำนวน 2 กองร้อย 300 นายดูแลอาคารรัฐสภาและพื้นที่ชั้นใน

ผบช.น.กล่าวว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อและมีเหตุการณ์รุนแรงจะประสานขอกำลังสนับสนุนจากกอง บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2 , 7 และกองทัพเข้ามาเสริมการปฏิบัติในทันที พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติว่าต้องใช้ความละมุนละม่อมกับผู้ชุมนุมมาก ที่สุดและเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตำรวจจะใช้วิธีการปฏิบัติกับผู้ชุมนุม มลำดับขั้นตอนเบาไปหาหนักเพื่อมิให้เกิดเหตุความรุนแรงเหมือนเช่นเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

“หาก ผู้ชุมนุมอยู่ข้างนอกปราศจากอาวุธ ไม่ทำลายสิ่งกีดขวางสถานที่ราชการตำรวจก็พอยอมรับได้ แต่หากทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการกันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กะบความถูกต้องเหมาะสม ตรงนี้ไม่ต้องห่วง เพราะตำรวจได้รับบทเรียนจากทฤษฎีที่เป็นจริง คงไม่ใช่เรื่องในตำราอย่างเดียว คงดูแลทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อยได้ไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ แต่ความอดทนก็ขึ้นอยู่ 2 ส่วน คือ เร็วและเรียบร้อย ซึ่งเราต้องเอาความเร็วและเรียบร้อยมาใส่ตาชั่ง ว่ายังไงจะเหมาะจะควร โดยครั้งวันที่ 7 ตุลาคม เราเร็วแต่ไม่เรียบร้อย แต่ครั้งที่ 2 ไม่ถึงกับช้าแต่ก็เรียบร้อย ซึ่งเป็นไปได้จะเลือกวิธีที่ 2 มากกว่า“ผบช.น.

พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 13 ธันวาคม ภายในสนามศุภชลาศัย ซึ่งมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านรายการความจริงวันนี้ว่า จัดกำลังตำรวจจำนวน 23 กองร้อย 3,450 นาย แบ่งเป็นการปฏิบัติ 2 ส่วนดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านในและด้านนอกรวมถึง ประตูทางเข้า-ออกทุกจุด รวมถึงบริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 4 มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย ตรวจค้นการพกพาอาวุธปืนอาวุธสงคราม บุคคลต้องสงสัยป้องกันเหตุความรุนแรงและมือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์ อีกทั้งพื้นที่สนามศุภชลาศัยเป็นพื้นที่กว้างสามารถจุคนได้กว่า 40,000 คนจึงต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ

ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ตำรวจนครบาลเตรียมมาตรการรองรับการปฏิบัติไว้แล้วหากมีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดขึ้นสามารถรองรับการปฏิบัติได้ทันที พร้อมประสานกำลังเสริมจากหน่วยสนับสนุนเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกรอบกติกากฎหมายบ้าน เมืองอย่างเคร่งครัดด้วย หากพบผู้กระทำความผิดตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

” ที่ผมเป็นห่วงคือที่ สนามศุภฯ มากกว่า เพราะหากมีการชุมนุมกันมากๆ และหากมีบุคคลไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ขึ้นมา เช่น เหตุระเบิด จะป้องกันกันอย่างไรแต่ส่วนอื่นๆ ที่คนพวกเดียวกัน ใส่เสื้อสีเดียวกันมารวมกันคงไม่มีปัญหา ห่วงก็เรื่องมือที่ 3 และเกรงการปิดกั้นขัดขวางการชุมนุมของรัฐสภา ซึ่งมาตรการก็คงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเบาขึ้นไป หากพูดไม่รู้เรื่องก็คงต้องใช้น้ำ เรื่องที่จะประชุมเปิดสภาก็มีบทเรียนให้เห็นหลายๆ อย่าง แม้แต่ศาลเองก็เปลี่ยนสถานที่อ่านคำพิพากษา หากการเมืองจะเอาแบบนั้นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสำเร็จก็สามารถทำได้ แต่ผมคงบอกให้ทำคงไม่ได้ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่มีความรู้ ความสามารถมากกว่าผมเยอะแยะ ” พล.ต.ท.สุชาติ กล่าว

ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ผบช.น. ระบุว่า สามารถทำได้ทุกคนมีสิทธิในการสื่อสาร แต่ทำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ในการบันทึกทั้งถ่ายภาพนิ่ง บันทึกเสียง ความเคลื่อนไหวทั้งหมดไม่เกี่ยวกับโฟนอินอย่างเดียว ในเว็บไซต์ไหน เราก็ต้องติดตามและมีคณะกรรมการดูว่ามีอะไรผิด หรือหมิ่นอย่างไร หากผิดตาม ป.วิอาญา มาตรา 112 ก็ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน แต่หากเป็นคนธรรมดามาแจ้งความก็ต้องเอามาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีเช่นกัน

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจจับตา ความจริงวันนี้สัญจร ที่วัดสวนแก้ว

November 13, 2008

วันนี้ (13 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี รายการความจริงวันนี้ จะสัญจรไปจัดที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ในวันที่ 23 พ.ย.ว่า ในส่วนของดูแลความปลอดภัยนั้น ตำรวจภาคภูธรภาค 1 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้เตรียมแผนรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งหากมีกำลังไม่เพียงพอก็สามารถขอกำลังจากคอมมานโด กองปราบปราม หรือแม้กระทั่งกำลังจากฝ่ายทหารเข้าไปเสริมการปฏิบัติได้

ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการโฟนอินเข้ามาในที่ชุมนุมซึ่งอาจจะมีคำพูดไม่ สมควรนั้น พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวว่า ในแนวทางปฏิบัติโดยปกติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีอาญา หรือคดีทั่วไป พนักงานสอบสวนย่อมจะต้องเก็บพยานหลักฐานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งในกรณีนี้ตำรวจสันติบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องมีเจ้า หน้าที่ตำรวจไปบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการโฟนอินสด หรือ บันทึกเสียง และภาพมาเผยแพร่ในงานวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ นายวีระ สมความคิด ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นศาล ในการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้สัญจรที่สนามกีฬาราชมังคลาฯเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกำลังตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้า องค์ประกอบของข้อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งความเห็นทั้งหมดอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ คดี

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (12 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สองพิธีรายการความจริงวันนี้ ได้เดินทางเข้าพบกับพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อดูพื้นที่ภายในวัดที่จะใช้เป็นสถานที่จัดรายการความจริงวันนี้สัญจรใน วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.นี้

ขณะที่ พระพยอม กล่าวว่า ควรจะจัดงานให้เป็นไปด้วยความร่มรื่น สงบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยปัญญา และการที่ได้อนุญาตให้ทางรายการมาจัดงานที่วัดนั้น ก็เป็นเพราะว่า คนที่มาร่วมงานนั้นส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเกือบสองหมื่นคน หากชาวพุทธเหล่านี้ต้องเดินทางมาเข้าวัด ทางวัดจะไปปฏิเสธได้อย่างไร และทางวัดก็ไม่เคยตั้งข้อรังเกียจนักการเมืองกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ด้วย ไม่ว่ากลุ่มผู้ที่จะมาขอจัดนั้นจะเป็นสีอะไร หากติดต่อมาขอใช้สถานที่ ทางวัดก็ไม่ปฏิเสธ เพราะจะถูกกล่าวหาได้ว่าไม่เป็นกลาง

“ใครมาขอก่อนก็ให้ก่อน และหลังจากนี้ไป หากใครจะมาขอจัดงานบ้าง ก็เชิญได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าอาตมาลำเอียง” พระพยอม กล่าว

ส่วนเรื่องที่ถูกทางเจ้าคณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี ติงว่า การจัดรายการในวัดไม่เหมาะสมนั้น พระพยอม กล่าวว่า ทางเจ้าคณะจังหวัดเป็นห่วงว่าจะมีการโฟนอินในลักษณะการปลุกระดม ซึ่งยังไม่ได้เข้าไปชี้แจ้งกับว่า ในงานจะไม่มีการพูดหรือโฟนอินปลุกระดมอะไรทั้งสิ้น แต่มีหัวข้อ มีข้อกำหนดให้ทางผู้ดำเนินรายการนำไปปฎิบัติแล้ว และเชื่อว่า เมื่อได้เข้าไปชี้แจงหรือเจ้าคณะจังหวัดรับทราบข่าวสารที่ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ก็จะเข้าใจดี

ด้าน นายวีระ กล่าวว่า เงื่อนไขที่ทางหลวงพ่อตั้งไว้เป็นเงื่อนไข ที่ตรงกับสเปกของพวกเราอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะพูดในวันงานนั้น เราจะเอาความจริงมาพูดทั้งนั้น แต่ขอฮุบไว้ก่อน อยากให้มาติดตามฟังกันเองในงาน ส่วนเรื่องความเหมาะสมของเนื้อหานั้น ไม่ต้องหวงว่าผู้พูดบนเวทีในวันนั้นจะมีวุฒิภาวะ เพราะทุกคนจะรู้ว่า เมื่อมาพูดในวัด จะพูดกันอย่างไรให้เหมาะสม โดยจะเริ่มขึ้นเวทีกันตั้งแต่เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป จนถึงเวลาสี่โมงเย็นก็เลิกงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเข้ามาในรายการหรือไม่นั้น นายวีระ กล่าวตอบว่า แล้วอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินหรือเปล่า กลุ่มประชาชนแฟนรายการที่เดินทางมาด้วย ได้ตะโกนตอบว่า ให้มี ๆ ๆ นายวีระ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ทำประโยชน์ช่วยเหลือประเทศมาก็มาก ดังนั้นเข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะโฟนอินเข้ามาในงานวันนั้นหรือไม่

นายวีระ กล่าวอีกว่า เท่าที่ได้ดูสถานที่ของวัดแล้วนั้น คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากจนล้นวัด ซึ่งทางตนจะต้องปรับปรุงระบบเครื่องเสียงให้ดี เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับฟังให้ครอบคลุมทั่ววัด และคาดว่า เมื่อกลับไปจัดรายการความจริงวันนี้ ตนจะต้องพูดออกอากาศห้ามประชาชนเดินทางมาเยอะ หรือให้เดินทางมาด้วยรถประจำทาง รถสาธารณะแทน เนื่องจากพื้นที่จอดรถคงมีไม่เพียงพอกับผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานอย่างแน่ นอน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »