คนร้ายดักยิงผู้สร้างหนัง มนต์รักลูกทุ่ง ดับอนาถ

December 11, 2008



ผู้สร้างหนัง”มนต์รักลูกทุ่ง” ชะตาขาด ถูกคนร้ายดักยิงขณะเปิดประตูเข้าบ้านพักย่านสามเสน ดับอนาถ เมียคาดปมขัดแย้งเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์ เมื่อ 6 ปีก่อน ตร.ตั้ง 2 ประเด็น ขัดแย้งธุรกิจ-ชู้สาว ส่งสายสืบลงพื้นที่หาข้อมูล

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 10 ธันวาคม  พ.ต.ท.สมชาย เอื้อทยา พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.สามเสน รับแจ้งมีเหตุชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 253 ซอยสามเสน 28 ซอยย่อยองครักษ์ 9 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ต.สมพงษ์ วงศ์หอม สว.สส.สน.สามเสน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือด และปลอกกระสุนขนาด 9 มม.จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทราบชื่อต่อมาคือ นายประสิทธิ์ วิจิตรจินดา อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/16 หมู่ 9 แขวงและเขตตลิ่งชัน ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอยทะลุขมับขวา 1 นัด อาการสาหัส ก่อนที่เจ้าตัวจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ต่อ มาเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.  บรรดาญาติผู้ตายได้เดินทางมารอรับศพที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดย น.ส.ชุติมา วิจิตรจินดา อายุ 41 ปี ลูกสาวผู้ตายเปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกสาวคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คนของผู้ตาย โดยก่อนหน้านี้พ่อของตนแต่งงานอยู่กินกับนางเพิ่มพูน พลเพชร แม่ของตน โดยทั้งคู่ทำอาชีพพากษ์หนังในชื่อบริษัทประสาทชัย เพิ่มพูน ก่อนที่ทั้งคู่จะหย่าร้างกันมาได้ 10 กว่าปี ก่อนที่พ่อของตนจะมาอยู่กินกับนางวรรณา พูลสุขโข อายุ 51 ปี และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านในซอยบรมราชชนนี 44 และทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่ที่ห้างฟอร์จูน

น. ส.ชุติมา กล่าวต่อว่า ปกติพ่อของตนจะมาที่บ้านหลังเกิดเหตุอยู่เป็นประจำทุกวันในช่วง 23.00 น.และจะกลับบ้านในช่วง 01.00 น. โดยเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 23.30 น. ขณะที่ตนนั่งทำงานอยู่ชั้นล่างของบ้าน พ่อก็มาที่บ้านตามปกติ ระหว่างที่พ่อกำลังเปิดประตูบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบออกไปดูก็พบว่าพ่อถูกยิงล้มลงแล้ว จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล

ด้าน นางวรรณา พูลสุขโข ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่สามีถูกยิงครั้งนี้ไม่น่าจะมาจากเรื่องชู้สาว แต่อาจจะมาจากที่เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน มีผู้หญิงที่รู้จักกับสามีคนหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้วยกันอยู่ที่ชั้น 3 ของห้างฟอร์จูน มาเสนอเซ้งร้านขายอุปกรณ์ที่ชั้น 4 ของห้างให้ในราคา 3 แสนบาท รวมค่าตกแต่งด้วยเป็นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ทำสัญญาตกลงปากเปล่ากันโดยไม่มีลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด แต่หลังจากที่สามีเซ้งร้านมาเปิดกิจการก็ค้าขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื่องจากอยู่โซนด้านหลัง

นางวรรณากล่าวอีกว่า เมื่อขายไปได้ประมาณ 3 ปี ได้ มีผู้ค้ารายใหญ่คนหนึ่งที่เปิดร้านขายอยู่โซนด้านหน้า ต้องการพื้นที่โซนด้านหลังทั้งหมดติดต่อกัน 6-7 ล็อก จึงติดต่อกับทางบริษัทซีพีเจ้าของห้าง เพื่อขอย้ายสลับโซนกันกับร้านของสามีตนเอง ซึ่งหลังจากนั้นร้านของสามีตนก็เริ่มค้าขายดีขึ้นมา จนทางผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร้านเข้ามาแสดงความต้องการอยากได้ร้านคืน โดยอ้างว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าร้านให้สามีตน ทั้งๆที่สามีเซ้งร้านมาแล้ว จึงทำให้มีเรื่องฟ้องร้องกันเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.สามเสน กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลของคนร้าย แล้ว เนื่องช่วงเกิดเหตุคนร้ายมาดักซุ่มแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตาย ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป ส่วนเรื่องประเด็นการฆ่านั้น ตั้งไว้ที่เรื่องประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจกับเรื่องชู้สาว ส่วนประเด็นอื่นต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


จงรัก เตรียมส่งมนุษย์กบงมหาอาวุธสงครามในคลองผดุงกรุงเกษม

December 5, 2008

วันนี้ (5 ธ.ค.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. กล่าวถึงการเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในทำเนียบรัฐบาลว่า แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ต้องรับผิดชอบกรณีสิ่งของภายในทำเนียบรัฐบาลสูญหาย เนื่องจากเป็นความผิดเฉพาะบุคคล แต่หากพิสูจน์ได้ว่า รู้เห็นเป็นใจให้เอาทรัพย์สินไป แกนนำจึงจะมีความผิด แต่ยอมรับว่าคงจะพิสูจน์ได้ยาก ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทรัพย์สินที่สูญหาย มีตั้งแต่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทีวี เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล

“ขอเตือนผู้ที่หยิบไป หรือรับซื้อของโจรให้ระวังความผิดทางอาญา จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี”พล.ตงอ.จงรักกล่าว

รองผบ.ตร.ผู้นี้กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 นำนักประดาน้ำ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบของผิดกฎหมาย หรืออาวุธสงคราม ที่อาจซุกซ่อนอยู่ภายในคลองผดุงกรุงเกษม ในเร็ววันนี้ ขณะที่การตรวจสอบในเบื้องต้น นอกจากพบอาวุธเป็นจำนวนมากแล้ว ยังพบยาเสพติดประเภทใบกระท่อม และยาแก้ไอ 4 x 100 ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้หลังจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งเกิดเหตุการณ์ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของประชาชนบริเวณหน้า รัฐสภา และหน้าบช.น. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมากนั้น พล.ต.อ.จงรัก ไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์หรือแสดงคงวามคิดเห็นต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯ แต่เมื่อภายหลังแกนนำพันธมิตรฯประกาศยุติการชุมนุมแล้ว พล.ต.อ.จงรัก จึงออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยล่าสุด ให้สัมภาษณ์ในเชิง จะเร่งรัดให้พนักงานสอบสวน รีบดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯทั้งหมด ในข้อหา ก่อการร้าย เนื่องจากบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

หมอสาวรพ.เนินสง่า ชัยภูมิ โร่แจ้งความ ถูกผู้บริหารแอบถ่ายโป๊ใต้โต๊ะ

December 4, 2008

ชัยภูมิ - ฉาวโฉ่! “หมอสาว” รพ.เนินสง่า ชัยภูมิ โร่แจ้งความ หลังพบมือมืดตั้งกล้องวิดีโอแอบถ่ายโป๊ใต้โต๊ะทำงานมานานนับเดือน หวั่นถูกแพร่ว่อนเน็ต เผย เจอสายกล้องวิดีโอเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้บริหาร รพ. พร้อมบันทึกภาพโป๊ถ่ายใต้กระโปรงเหยื่อไว้อื้อ ตร.บุกนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบเตรียมเรียกเจ้าตัวมารับทราบข้อหา ส่วน สสจ.ดิ้นตั้ง กก.สอบสวนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ด้านชาวบ้านย้ายหนีไปบริการ รพ.ในตัวจังหวัด ผวาลูกหลานสาวๆ ถูกแอบถ่ายเป็นดาราโป๊ไม่รู้ตัว จี้ทุกฝ่ายเร่งหาผู้กระทำผิด

วันนี้ (3 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สมศักดิ์ ฤกษ์พุฒิ ผกก.สภ.เนินสง่า พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิหาร นวลงาม พนักงานสอบสวน เข้ายึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเนินสง่า อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ เพื่อมาตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังได้รับแจ้งจาก พ.ญ.บี (นามสมมติ) แพทย์ประจำโรงพยาบาลเนินสง่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ถูกผู้บริหารแอบตั้งกล้องวิดีโอขนาดเล็กใต้โต๊ะทำงานเพื่อถ่ายภาพใต้กระโปรง ระหว่างนั่งทำงานมานานนับเดือน

ทั้งนี้ หลังทราบว่า มีคนนำกล้องวิดีโอขนาดเล็กมาติดตั้งไว้ใต้โต๊ะทำงาน และแอบถ่ายภาพใต้กระโปรงระหว่างนั่งทำงาน จึงได้ปรึกษาเพื่อนร่วมงานเพื่อวางแผนร่วมกันหาต้นต่อผู้กระทำ จนทราบว่า มีการต่อสายกล้องวิดีโอดังกล่าวไปเชื่อมเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ บริหารโรงพยาบาลคนหนึ่ง และ มีการบันทึกภาพวิดีโอโป๊ที่ถ่ายใต้กระโปรงไว้ในเครื่องคอมพ์ดังกล่าวด้วย ซึ่งเกรงว่าอาจมีการนำภาพดังกล่าวออกไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ทำให้เสียหาย จึงได้ตัดสินเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินสง่า ดังกล่าว

พ.ต.อ.สมศักดิ์ ฤกษ์พุฒิ ผกก.สภ.เนินสง่า เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความแล้วได้เร่งตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมทันที โดยหลังจากนำเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้บริหารโรงพยาบาลรายนี้มาตรวจสอบ พบว่า มีการแอบตั้งกล้องถ่ายภาพวิดีโอใต้โต๊ะทำงานผู้เสียหายแล้วพ่วงสายเข้ามา บันทึกภาพไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวมานานนับเดือนแล้ว ซึ่งพบมีการถ่ายภาพโป๊ท่อนล่างใต้กระโปรงบันทึกไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ในวันที่ 6 พ.ย., 17 พ.ย.และ 27 พ.ย.โดยผู้เสียหายยืนยันว่า เป็นภาพถ่ายของตัวเองจริง เพราะทราบดีว่าวันไหนใส่กระโปร่ง กางเกงชั้นในสีอะไรบ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และอยู่ระหว่างรอส่งเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจพิสูจน์หาหลักฐานเพิ่มเติมอีก ครั้งว่ามีการนำไปจำหน่ายหรือจ่ายแจก เผยแพร่เพื่ออนาจารผ่านทางอินเตอร์เน็ตด้วยหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกผู้ต้องสงสัยรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้น ในข้อหา “ถ้ำมอง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ” ซึ่งถือเป็นคดีอาญาในเร็วๆ นี้ และส่วนที่จะเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายการกระทำผิดละเมิดสิทธิเด็กและสตรีด้วย หรือไม่นั้น ทางต้นสังกัดหน่วยงานสาธารณสุข จะเป็นฝ่ายตัดสินใจออกมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้รวมทั้งด้านจริยธรรมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน เพิ่มเติมว่า พ.ญ.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายชูรัตน์ คูสกุลรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชัยภูมิ แล้ว ซึ่งหลังมีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินสง่า ได้มีการติดต่อหว่านล้อมและข่มขู่ไม่ให้พาดพิงหรือเอาเรื่องกับผู้ต้องสงสัย รายนี้

นายชูรัตน์ คูสกุลรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวแล้วซึ่งทั้ง 2 คน คือผู้เสียหายและผู้ต้องสงสัยถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาต้องให้ความเป็น ธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาอะไร แต่ถ้ามีการแจ้งข้อหาและถ้าผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม แนวทางที่จะพิจารณาให้ผู้บริหารรายนี้ย้ายออกจากพื้นที่ไว้ก่อนก็จะได้เร่ง พิจารณาโดยด่วนอีกครั้ง เนื่องจากช่วงนี้ตนยังติดราชการอยู่ที่ต่างจังหวัดอีกหลายวัน

ด้าน นายบุญทัน หาญเทน อายุ 43 ปี ชาวบ้านหนองฉิม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ ที่เดินทางมาใช้บริการที่โรงพยาบาลเนินสง่า เปิดเผยว่า จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรู้สึกไม่ค่อยดีต่อการเข้ามาใช้บริการที่โรง พยาบาลแห่งนี้ และลูกหลานสาวๆ ในหมู่บ้านก็กลัวกันว่าหากมาใช้บริการตรวจรักษาสุขภาพจากโรงพยาบาลแล้วอาจ ถูกแอบถ่ายคลิปวิดีโอโป๊ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าวันไหนจะกลายเป็นดาราโป๊โดยไม่รู้ตัว

ขณะนี้ประชาชนชาวอำเภอสง่านี้ส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาวๆ จึงไม่ค่อยกล้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลแห่งนี้ปล้ว โดยจะเข้าไปใช้บริการที่โรงพยาบาลในตัวเมืองชัยภูมิแทน และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้โดยด่วนด้วย เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนเป็นอย่างมาก

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เด็ก ม.6 ราชวินิตบางเขนกระโดดต่อยหน้าอาจารย์ สั่งโกนคิ้ว

November 21, 2008

เด็ก ม.6 ราชวินิตบางเขน เดือด อาจารย์ปกครองให้โกนคิ้วประจานตัดผมผิดระเบียบ หยามซ้ำ “ไอ้ขี้ขโมย” ทนไม่ไหวกระโดดต่อยหน้า จนอาจารย์คนอื่นต้องช่วยแยก ด้านอาจารย์ปกครองพยายามหนีนักข่าว เข้าแจ้งความขอถ่ายรูปก็เข้ามาแย่งกล้องจนตำรวจต้องมาห้าม

วันนี้ (20 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น.ขณะที่ ร.ต.ต.บุณถิ่น ผกาหวน รอง สวป.สน.ทุ่งสองห้อง กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างอาจารย์ กับนักเรียน ภายในโรงเรียนราชวินิตบางเขน ซอยชินเขต 2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงและเขตทุ่งสองห้อง จึงเดินทางรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในห้องฝ่ายปกครองของโรงเรียนดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบ นายดุสิต ขจรไพร รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายปกครองของโรงเรียนราชวินิตบางเขน อยู่ในสภาพมีรอยฟกซ้ำบริเวณคิ้วกับใต้ตาด้านซ้าย กำลังนั่งจับกลุ่มอยู่อาจารย์อยู่ภายในห้องดังกล่าว โดยมีคู่กรณีคือ นายต่าย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6/5 นั่งอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายต่าย มาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้อง ส่วน นายดุสิต ไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลนนทเวช ย่านงามวงศ์วาน ก่อน

จากการสอบสวน นายต่าย ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.ที่ผ่านมา ตนออกจากบ้านมาโรงเรียนตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณประตูทางเข้าก็พบกับ นายดุสิต ยืนอยู่ พร้อมกับถามตนว่า ทำไมไม่โกนคิ้วออก เนื่องจากตนตัดผมผิดระเบียบและถูกทำโทษให้ไปโกนคิ้ว ตนก็ได้พูดขอร้องกลับไปว่าไม่อยากโกน แต่ระหว่างนั้นอาจารย์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เข้าไปกระซิบนายดุสิต ว่า ตนเป็นคนขโมยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของโรงเรียนไป

“แล้วรอง ผอ.ก็ด่าผมไอ้ขี้ขโมยทันที ผมเลยถามกลับไปว่าทำไมพูดจาอย่างนี้ เขาก็ไม่ตอบ แต่กลับเดินมาหาผมแล้วใช้มือบีบที่ท้ายทอย พร้อมทั้งจับหัวผมกดลงไป ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แล้วก็เริ่มโมโหด้วย เลยรีบสะบัดตัวออก ก่อนที่จะต่อยสวนไปที่หน้า 2 ที ระหว่างนั้นอาจารย์ที่อยู่ใกล้เคียงก็ข้ามาห้ามปรามก่อนที่จะพาผมกับเขาไปใน ห้องปกครอง แต่ก็เขาก็ยังลุกขึ้นมาท้าทายผมอีกว่า มึงแน่นักรึไง เจอกับกูอีกรอบไหม ด้วยความโมโห ผมก็เลยลุกขึ้นยืน แต่ก็มีอาจารย์ที่อยู่ภายในห้องมาห้ามไว้ เพื่อไม้ให้เรื่องลุกลามใหญ่โตไปกว่านี้” นายต่าย กล่าว

นายต่าย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ตนถูกกล่าวหาว่าขโมยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปนั้น สาเหตุน่าจะมาจากตนมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อาจารย์ในโรงเรียนจึงเรียกตนให้ไปช่วยซ่อมคอมพิวเตอร์ให้อยู่บ่อยๆ จนช่วง 6 เดือนที่แล้ว ขณะที่ตนกำลังนั่งเรียนคอมพิวเตอร์อยู่นั้น ก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ข้างตน 3 เครื่อง ถูกเปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ เมื่ออาจารย์ที่กำลังสอนอยู่ เดินมาตรวจสอบก็พบว่า มีอะไหล่บางตัวหายไป จึงคิดว่าตนเป็นคนขโมยไป เมื่อตนบอกว่าไม่รู้เรื่อง อาจารย์ก็ไม่เชื่อจึงพากันคิดว่าตนเป็นคนขโมย

ด้าน นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) พ่อของ นายต่าย กล่าวว่า หาก นายดุสิต แจ้งความดำเนินคดีกับลูกชาย ตนก็จะให้ลูกชายแจ้งความกลับ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และหมิ่นประมาท ที่กล่าวหาว่าลูกชายตนขโมยอะไหล่คอมพิวเตอร์ไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายดุสิต ตรวจร่างกายเสร็จแล้ว ก็ได้เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเข้าให้ปากคำ แต่เมื่อพบกับกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ก็พยายามหลบหน้า พร้อมกับพูดว่า ผมไม่ต้องการเป็นข่าว ก่อนจะหลบขึ้นรถแล้วขับออกไป จนกระทั่งเวลา 14.00 น.นายดุสิต ก็ได้กลับเข้ามาแจ้งความกับ พ.ต.ต.สุชัย แสงส่อง พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีกับ นายต่าย ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ระหว่างนั้นก็มีผู้สื่อข่าวเข้าไปทำให้ นายดุสิต เกิดความไม่พอใจ ปรี่เข้ามาแย่งกล้องถ่ายรูปและกล้องโทรทัศน์ จนเหตุการณ์เริ่มบานปลาย เดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ และให้ผู้สื่อข่าวถอยออกไปด้านนอก

ทางด้าน พ.ต.ต.สุชัย กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายแจ้งความแล้ว ก็จะรับเรื่องแล้วดำเนินการตามกระบวนของกฎหมาย ส่วนทางผู้ก่อเหตุจะขอแจ้งความกลับก็จะรับเรื่องไว้เช่นกัน ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008

November 14, 2008

สำหรับงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 ในครั้งนี้พระเอกของงานยังคงเป็นโน้ตบุ๊กเหมือนเช่นเคย แต่ปีนี้กระแสคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก หรือ ‘เน็ตบุ๊ก’กำลังร้อนแรง อันที่จริงจะเรียกว่าร้อนแรงมาตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีก็คงไม่ผิดนัก และในงานนี้มีมาให้เลือกสรรกันเต็มเหนี่ยวถึง 11 แบรนด์ด้วยกัน ที่ถูกที่สุดคือโปรโมชันรับ ‘Acer Aspire one A150′ ฟรี เมื่อสมัครอินเทอร์เน็ตทรูระยะเวลา 18 เดือน

โดยรายละเอียดของโปรโมชันรับฟรี ‘Acer Aspire one A150′ สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้าผู้ใช้งานต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดชั่วโมง แบบรายเดือนอยู่แล้ว เพียงแค่จ่ายค่าบริการรายเดือนเพียง 1,250 บาท ก็จะได้รับ ‘Acer Aspire one A150′ มาใช้งานด้วย

นอกจากนี้ทางอัสซุสก็มีการจับมือกับทาง เอไอเอส จัดโปรโมชัน ซื้อ ‘Eee PC 901′ ในราคา 4,900 บาท เมื่อสมัคร Unlimited GPRS/EDGE เดือนละ 999 บาทนาน 18 เดือน ส่วนโปรโมชันที่น่าสนใจไม่แพ้กันในงานคือที่บูธ เดลล์ มีการจับฉลากลุ้นสิทธิ์ซื้อ ‘Dell Inspiron mini9′ ที่ราคา 6,500 บาททุกๆชั่วโมง ทาง MSI ก็มีจับฉลากซื้อเน็ตบุ๊ก ‘MSI Wind’ ในราคา 7,250 บาท

ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการลุ้นสิทธิ์ในการซื้อสินค้าต่างๆ โปรโมชันลดราคาของแต่ละแบรนด์ก็ถือว่าใช้ได้มาเริ่มไล่กันทีละแบรนด์กันเลย ดีกว่า

***Acer

เน็ตบุ๊กของทางเอเซอร์ที่นำมาวางขายในงานจะมีด้วยกัน 2 รุ่นด้วยกันคือ Aspire one A110 (Intel Atom 1.6, Ram 512MB, SSD 8GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Linux) ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท (จำนวนจำกัด) ส่วน Aspire one A150 (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 120/160GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Linux / Windows XP Home) ราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท โดยรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 3G คือมีช่องใส่ซิมการ์ด เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ

นอกจากเน็ตบุ๊กแล้วทางเอเซอร์ยังนำแบรนด์ลูกอย่าง ‘E Machines’ มาวางขายในงานด้วย โดยที่ถูกที่สุดจะเป็น เดสก์ท็อปที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel Dual Core 2.4GHz ในราคา 6,900 บาท ส่วนโน้ตบุ๊กในแบรดน์เดียวกันใช้ Intel Dual Core 2.0GHz ในราคา 12,900 บาท

***Asus

ทางเน็ตบุ๊กของอัสซุส ที่นำมาวางจำหน่ายปกติ ก็ยังมีตั้งแต่รุ่นแรกๆคือ EeePC 4GB/900 16G/900 30G (Intel 910 900MHz, Ram 512MB/1GB, SSD 4/16/30GB, หน้าจอ 7/8.9 นิ้ว,OS Linux / Windows XP Home) ในราคา 5,990 - 10,900 บาท รุ่นต่อมาคือ EeePC 1000H/1000HD (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 80/160GB, หน้าจอ 10 นิ้ว, OS Linux / Windows XP Home) ในราคา 15,900 - 18,900 บาท

ส่วนรุ่น EeePC 901-3.5G (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, SSD 16GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Linux / Windows XP Home) ที่สามารถใส่ซิมได้ ราคาอยู่ที่ 17,900 บาท และ รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง EeePC S101 (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, SSD 32/64GB, หน้าจอ 10.2 นิ้ว, OS Linux) อยู่ที่ 24,900 - 26,900 บาท

ในส่วนของตลาดโน้ตบุ๊กอัสซุสได้นำ โน้ตบุ๊กรุ่น N10Jc ที่เป็นโน้ตบุ๊กขนาดเล็กพร้อมการ์ดจอ GeForce 9300 มาขายในราคา 23,900 บาท และโน้ตบุ๊กมีกลิ่นมาขายกันในงานด้วย ใครอยากรู้ว่าโน้ตบุ๊กมีกลิ่นเป็นยังไงลองไปดมกันได้

***BenQ

ด้านเบ็นคิว ที่นำ Joybook Lite U101 มาลุยตลาดเน็ตบุ๊ก (Intel Atom 1.6, Ram 1.5GB, HD 160GB, หน้าจอ 10.1 นิ้ว, OS Windows XP Home) ในราคา 16,900 บาท ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้คือ สินค้ามีจำนวนจำกัดเพียง 100 เครื่องเท่านั้น ถ้าหมดแล้วก็จะเป็นการรับจองแทน

นอกจากนี้ที่บูทยังได้นำโน้ตบุ๊กมาลดราคานิดหน่อยแต่แถมอุปกรณ์เสริม อย่าง Ram และ กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก ในทุกๆรุ่น โดยราคาโน้ตบุ๊กที่ถูกที่สุดคือ ‘Joybook A53E’ (Intel Celelon M 2GHz) ในราคา 16,900 บาท) ส่วนจอ LCD ก็มีมาวางจำหน่ายเช่นเดียวกัน

***Dell

นอกจากโปรโมชันจับฉลากลุ้นรับสิทธิ์ซื้อ Inspiron mini 9 ในราคา 6,500 บาท ที่บูทยังมีเครื่อง ‘Inspiron mini 9′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, SSD 8/16GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Windows XP Home) ในราคา 12,590 / 19,690 บาท ส่วน ‘Inspiron mini 12′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, SSD 80GB, หน้าจอ 12 นิ้ว, OS Windows Vista Home)

โดยภายในงานเดลล์ยังได้มีการเปิดตัว ‘Inspiron 13′ โน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core 2 Duo T5800 มาวางขายกันในงานด้วยโดยราคาเริ่มต้นที่ 26,990 บาท จะเห็นได้ว่าขณะนี้เดลล์เริ่มเข้ามาทำตลาดคอนซูเมอร์กันอย่างเต็มตัวแล้ว ใครที่อยากทดลองใช้เดลล์ก็เชิญได้ที่บูททั้ง 2 ฝั่ง

***HP

สำหรับทางเอชพีที่พึ่งมีการเปิดตัว ‘Hp mini 10 นิ้ว’ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 60GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Windows XP Home) มาขายในราคา 16,900 บาท ส่วน ‘Hp 2133 Mini Note’ (C7-M 1GHz, Ram 512MB, HD 120GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว,OS Windows XP Home) ลดราคาลงไปอยู่ที่ 13,900 บาท

ส่วนราคาของโน้ตบุ๊กขนาดปกติของ HP Compaq เริ่มต้นที่ 15,900 บาท (AMD Sempron x2) ทางด้านเดสก์ท็อป (Intel Dual Core 2GHz) ราคาเริ่มต้นที่ 8,500 บาท

***Lenovo

โดยทางเลอโนโวเองก็ได้มีการนำเน็ตบุ๊กเข้ามาขายเหมือนกันโดยจะมี 2 ขนาดคือ ‘IdeaPad S9′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 160GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Dos) ในราคา 14,900 บาท และ ‘IdeaPad S10′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 160GB, หน้าจอ 10.2 นิ้ว, OS Windows XP Home) ในราคา 17,900 บาท

ส่วนโน้ตบุ๊กรุ่นประหยัดของทางเลอโนโว ได้แก่ G430 ( Intel Dual Core 2GHz) ในราคาเริ่มต้นที่ 20,900 บาท

***MSI

ทาง MSI ก็ส่งเน็ตบุ๊กอย่าง ‘MSI Wind U100′ (Intel Atom 1.6, Ram 1/2GB, HD 160GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Linux / Windows XP Home และแบตเตอรี่แบบ 3/6 เซลล์) ในราคา 14,999 - 17,599 บาท นอกจากนี้ก็มีการนำ โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่จาก MSI มาวางขายในงานด้วย ใครติดตามแบรนด์นี้อยู่ลองแวะไปชมกัน

***SVOA

ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเอสวีโอเอ ก็ลงมาเล่นในตลาดเน็ตบุ๊กด้วยเช่นกัน โดยจะเรียกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า ‘Eco Book’ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 30GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Windows XP Home) ในราคา 12,900 บาท ถึงรูปร่างจะไปดูเหมือน

***Kohjinsha

สำหรับแบรนด์โคจินฉะ จะตั้งอยู่กับบูทของทาง Synnex ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยโดยมีจำหน่ายภายในงาน 2 รุ่นด้วยกันคือ ‘SH Series’ (Intel A110 800MHz, Ram 1GB, HD 120GB หน้าจอ 7 นิ้ว, OS Windows Vista Home) ในราคา 26,900 บาท และ ‘SR Series’ (Intel A110 800MHz, Ram 1GB, HD 80GB หน้าจอ 7 นิ้ว,DVD-Drive, OS Windows Vista Home) ในราคา 37,900 บาท ซึ่งภายในงานจะมีโปรโมชันแถม Ram 2GB ด้วย

โดยจะเห็นได้ว่าราคาของโคจินฉะจะแพงกว่าแบรดน์อื่นๆพอสมควรเนื่องมาจาก เครื่องรุ่นนี้ถือเป็น UMPC ที่ใช้ระบบทัชสกรีนได้

***Fujitsu

สำหรับฟูจิตสึ ก็ได้นำ ‘Fujitsy M1010′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 60GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Windows XP Home) ที่แม้จะไม่มีเน็ตบุ๊กวางขายในงาน แต่มีให้ได้ทดลองใช้กัน 1 เครื่อง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้ โดยราคาภายในงาน 19,900 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ส่วนโปรโมชันโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผ่อน 0% 6-10 เดือนมากกว่าลดราคา

***Toshiba

ด้านเน็ตบุ๊กตัวแรกจากโตชิบา ก็มีให้เปิดจองกันภายในงานเช่นกัน โดยจะเป็นรุ่น ‘NB100′ (Intel Atom 1.6, Ram 1GB, HD 120GB, หน้าจอ 8.9 นิ้ว, OS Linux) ในราคา 16,900 บาท ส่วนโปรโมชันสำหรับโน้ตบุ๊กภายในงานจะมีการแถม เมาส์, Ram และประกันอุบัติเหตุ เป็นส่วนใหญ่

จะ เห็นได้ว่า ทุกๆแบรนด์หันมาขายสินค้าประเภทโน้ตบุ๊กขนาดเล็กหรือเน็ตบุ๊กกันหมดแล้ว แม้ว่าราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 14,900 - 16,900 ซึ่งทางผู้จัดงานมองว่าภายในงานนี้ยอดขายของเน็ตบุ๊กรวมทุกแบรดนด์ไม่น่าจะ ต่ำกว่า 25,000 เครื่อง

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »