ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์อดทนสงบนิ่งดีกว่า

November 26, 2008



พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนกองทัพต่อการสถานการณ์การเมืองว่า แนวทางออกที่ ผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกัน ไม่ใช่ว่าเราไม่ห่วงสถานการณ์ หรือชาติบ้านเมือง แต่เราต้องอดทน และยอมเจ็บพอสมควรในเรื่องนี้ เขาพยายามจะดึงเราไปร่วม ทำอะไรก็แล้วแต่ เท่าที่พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ คือ เราได้กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า เมื่อเราทำแล้วประเทศชาติดีขึ้น หรือมีความเจริญหน้ายิ่งขึ้นก็โอเค แต่ถ้าทำอย่างที่เขาต้องการ ผบ.เหล่าทัพ มองแล้วว่า มันไม่ใช่เป้าหมายที่จะทำให้ประเทศชาติมีโอกาสเจริญก้าวหน้า ซึ่งจะหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง ยิ่งทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองวุ่นวายไปอีก คิดว่าต้องใช้ระยะเวลา ถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“ผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกันมองไปข้างหน้าว่าผลได้ผลเสียเป็นอย่างไร ผมมองว่าผลกระทบมีมากกว่า หากเราทำ ปัญหาที่จะตามมาคืออะไร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ มากกว่าที่เราจะอดทนอดกลั้นและสงบนิ่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ก่อน หากทำอะไรไป ไม่มีประโยชน์ ทำให้บ้านเมืองถอยหลังกลับไปอีก สิ่งที่ ผบ.เหล่าทัพ คิด คือพยายามอดทน อดกลั้น อยากเห็นความก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง ถ้าทำตามกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการให้ทหารออกไปทำอะไร ยิ่งทำให้ชาติบ้านเมืองถอยหลังลงคลองและเลวร้ายไปอีก ผบ.เหล่าทัพ คุยกันว่าอยากเห็นบ้านเมืองก้าวหน้ามากกว่า และประเทศที่ติดต่อกับเราพร้อมจะบอยคอต ยิ่งกลายเป็นปัญหา แต่กองทัพไม่เคยละเลยติดตามสถานการณ์ตลอดเพื่อแก้ปัญหาและประคองให้ สถานการณ์เดินต่อไปได้” พล.อ.อภิชาต กล่าว

พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า กองทัพเรายังยึดมั่นใจสถาบันอยู่ตลอด พร้อมปกป้องสถาบันของชาติตลอด เราคงไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่เราจะทำคือต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันชาติที่เป็นความรับผิดชอบของเราอยู่แล้ว ตนไม่อยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ บีบ ผบ.ทบ.ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ชาติบ้านเมืองยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีก อยากขอร้องอย่าไปกดดัน ผบ.ทบ. เพราะไม่มีประโยชน์และไม่มีอะไรดีขึ้น

เมื่อถามว่า พันธมิตรฯ ขีดเส้นตาย 3 วันให้นายกฯ ลาออก พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องติดตามสถานการณ์ ผบ.เหล่าทัพ ยืนยันว่าไม่ว่าเป็นฝ่ายอดีตนายกทักษิณ หรือพันธมิตรฯ ทุกคนมีปัญหามีชนักติดตัวกันพอสมควร และมีคดีติดตัวกันทั้งนั้น ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่าที่สุดแล้วเป็นอย่างไร เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งได้ ทั้งนี้ ทหารคงต้องติดตามเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปและไม่ให้เกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องมือที่ 3 มาก่อความวุ่นวาย

“สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวหาว่า ทหารไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ทหารทำอยู่ ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าที่เขาเรียกร้อง เพราะความอดทนไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เราทำในสิ่งที่เรียกร้องอยากถามว่าที่สุดแล้วได้อะไรขึ้นมา ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรจะลุกลามเกิดการนองเลือดนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ พยายามที่จะให้เกิดตรงนี้ขึ้นมา อยากให้มีปัญหาเพื่อให้ทหารออกมาให้ได้ ดังนั้น อยากให้มองไปข้างหน้า” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรฯต้องการเอาระบบการเมืองใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา เป้าหมายคือต้องการความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ไม่อยากเห็นการคอร์รัปชั่นการทุจริต สิ่งที่เขาต้องการ ทุกฝ่ายคิดเหมือนกัน แต่วิธีดำเนินการไม่เหมือนกัน อย่าบีบให้เราต้องมาทำในสิ่งที่เราคิดว่าไม่ใช่เป้าหมายของประเทศชาติ ทั้งนี้ เชื่อว่ายังสามารถคุยกันได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย ถอยกันคนละก้าวมาพูดคุยหาทางออกให้บ้านเมือง หรือหาคนกลางช่วยกันพิจารณาทางออก ขณะนี้ดูอยู่ว่าจะหาใครมาเป็นคนกลาง

เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพมีความเป็นห่วงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าจะทรงไม่สบาย พระทัยที่ประชาชนทะเลาะกัน พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า สถาบันสูงสุดที่เราให้ความเคารพ เราไม่อยากให้อะไรไประคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และใกล้ถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา อยากขอร้องให้ช่วยกันรักษาน้ำพระทัยของพระองค์ ท่านอย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพ มีโอกาสที่จะจับมือกันเดินไปหานายกฯ ให้พิจารณาตัวเองแก้วิกฤติชาติหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ต้องพูดคุยกับ ผบ. เหล่าทัพอีกครั้ง สำหรับการหาทางออก แต่หากบ้านเมืองเกิดวิกฤติมากคงต้องมีการพูดคุยกัน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


พันธมิตรฯ ยื่นคำขาด สมชายออกทันทีโดยไร้เงื่อนไข

November 25, 2008

แถลงการณ์ ฉบับที่ 26/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง
ยื่นคำขาดให้นายกรัฐมนตรีลาออกโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ

1. คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ยับยั้งมิให้สภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณแก้ไข เพื่อฟอกความผิดให้ตัวเองและพวกพ้องทั้งการทุจริตคอร์รัปชั่น และการทุจริตการเลือกตั้ง ยับยั้งมิให้แก้ไขเพื่อทำลายกระบวนการยุติธรรม และยับยั้งมิให้แก้ไขเพื่อล้มล้างสถาบันองคมนตรีซึ่งเป็นการลดพระราชอำนาจ ของพระมหากษัตริย์โดยตรง

สภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณนั้นมีที่มาจากการทุจริตและกระทำผิดกฎหมาย เลือกตั้ง เป็นสภาที่อ้างว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยแต่จริงกระทำตนเป็นทาสรับใช้นายทุน นักการเมือง และที่สำคัญเวลานี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ระหว่างพิจารณายุบพรรคการ เมืองฝ่ายรัฐบาลจำนวนหลายพรรค สะท้อนให้เห็นว่าสภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณนั้นมิได้เข้าสู่อำนาจในการ ปกครองประเทศโดยวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

2. ขับไล่รัฐบาลทรราชฆาตกร ที่ทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้กับนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและวงศาคณาญาติ สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังการเข่นฆ่าประชาชน ใช้สื่อมวลชนของรัฐโกหกหลอกประชาชน สนับสนุนการทำลายกระบวนการยุติธรรม ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่โปร่งใสจนประเทศชาติใกล้จะล่มจม สนับสนุนและอุ้มชูบริวารและพวกพ้องที่ดูหมิ่นและอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์ กระทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง และกระทำความผิดต่อจริยธรรม จึงย่อมหมดความชอบธรรมและหมดเวลาที่จะบริหารประเทศต่อไป

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงใช้สิทธิในการชุมนุม อย่างสงบ และปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 63 เพื่อทำหน้าที่ของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 70 เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐ ธรรมนูญนี้

อย่างไรก็ตามภายใต้ “สิทธิในการชุมนุม” และ “การทำหน้าที่ของชนชาวไทย” ตามรัฐธรรมนูญนั้น หาได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่น เชิดนี้ไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่ามีการจัดตั้งอันธพาลของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อ ใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อีกทั้งยังมีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิด รู้เห็นเป็นใจ ให้มีการใช้อาวุธสงครามประเภทระเบิดยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมใจกลางพระนคร จำนวนกว่า 10 ครั้ง เป็นผลให้ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาได้มีประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ได้เสียชีวิตแล้วรวมทั้งสิ้น 4 คน บาดเจ็บอีกจำนวนหลายร้อยคนและพิการอีกจำนวนมาก ตลอดจนใช้อาวุธสงครามประเภทปืนและระเบิดยิงเข้าใส่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาว เทียมเอเอสทีวี หลายครั้งเพื่อหวังทำลายการถ่ายทอดสดการชุมนุม โดยที่รัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด หาได้แสดงความรับผิดชอบแต่ประการใด

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 กรณีการสลายผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา ภายใต้กรรมาธิการวุฒิสภา 3 คณะ ซึ่งมีผลสรุปอย่างชัดเจนตรงกับคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการทำให้เกิดการสังหารและทำร้ายประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์และคณะรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกอย่างไม่มี เงื่อนไข

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศระดมพลใหญ่เพื่อหยุดอำนาจรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด และหยุดสภาทาสระบอบทักษิณ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ของวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 50 ชั่วโมงแล้ว ที่พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวกด ดัน เพื่อหยุดอำนาจรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดอย่าง สงบ สันติ อหิงสาโดยเคร่งครัด การเคลื่อนไหวโดยมวลชนสองมือเปล่าไปตามสถานที่ต่าง ๆ อันได้แก่ บริเวณรอบรัฐสภา กระทรวงการคลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่สนามบินดอนเมือง แต่ทว่ารัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดยังไม่แสดงความสำนึกยอมรับความผิดที่เกิด ขึ้น ดึงดันจะอยู่ในอำนาจบริหารต่อไป และยังดื้อรั้นที่จะหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพรรคพวกของตัวเองต่อไป

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการ ชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อยื่นคำขาดผ่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปยัง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกราบขออภัยมายังพี่น้อง ประชาชนทุกท่านที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการในครั้งนี้ แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อหยุดอำนาจของรัฐบาลทรราช ฆาตกรหุ่นเชิดให้ได้อย่างถึงที่สุด

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนทุก หมู่เหล่า ทุกอาชีพร่วมมือกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ช่วยกันเรียกร้องให้รัฐบาลคณะนี้ลาออกโดยเร็วที่สุด ขจัดเภทภัยของสังคมไทย นำประเทศไทยที่ดีงามด้วยจริยธรรมกลับคืนมาสู่สังคมโดยเร็วที่สุด

ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เฉิน สุยเปี่ยน อดีตผู้นำไต้หวันถูกจับ ฐานฟอกเงิน

November 11, 2008

เอเอฟพี/ซีน่าเน็ต – อดีตประธานาธิบดี เฉิน สุยเปี่ยนของไต้หวัน ถูกจับตัวแล้ววันนี้ (11 พ.ย.) โดยคณะอัยการได้ขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากศาลแขวงกรุงไทเปให้ควบคุม ตัวอดีตผู้นำไต้หวันไว้ ฐานพัวพันคดีคอร์รัปชั่น

โฆษกจากคณะสอบสวนเปิดเผยว่า เฉิน สุยเปี่ยนนั้นถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ยักยอกเงินรัฐบาล รับสินบน และปลอมแปลงเอกสาร พร้อมกล่าวเสริมว่าแต่ละข้อกล่าวหามีโทษจำคุกขั้นต่ำ 5 ปี ซึ่งหลังจากให้ปากคำที่สำนักงานอัยการแล้ว เฉินเดินออกมาและยกมือที่ถูกใส่กุญแจมือขึ้น พร้อมทั้งตะโกนว่า “เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง” ก่อนที่จะเข้าไปในรถยนต์ที่จอดรออยู่ ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารอให้กำลังใจ

“เฉินถูกควบคุมตัวไว้แล้ว แต่เรากำลังพยายามขออนุมัติจากศาลแขวงไทเปเพื่อทำการจับกุมตัวเขา (อย่างเป็นทางการ)” โฆษก คณะสอบสวนกล่าว ซึ่งหากคำขอของคณะอัยการไต้หวันเป็นผล ก็จะทำให้นายเฉิน สุยเปี่ยน เป็นอดีตประธานาธิบดีไต้หวันคนแรกที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทาง การ หลังเขาและครอบครัวเผชิญเรื่องอื้อฉาวในคดีคอร์รัปชันและติดสินบนมานานหลาย เดือน

โดยอดีตผู้นำไต้หวันซึ่งออกจากตำแหน่งไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากอยู่ในอำนาจถึง 8 ปี กำลังอยู่ในระหว่างการถูกสอบสวนกรณียักยอกเงินรัฐจำนวน 14.8 ล้านเหรียญไต้หวัน (480,000 เหรียญสหรัฐ)

และเมื่อเร็วๆ นี้ทางอัยการไต้หวันได้พบหลักฐานว่า ระหว่างวันที่ 5 มกราคม-1 เมษายน 2004 นางอู๋ ซู่เจิน ภรรยาของเฉิน สุยเปี่ยนได้ใช้ให้คนสนิทนำเงินสดกว่า 170 ล้านเหรียญไต้หวัน นั่งรถราชการไปฝาก ณ ธนาคารแห่งหนึ่ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ภายในบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีเฉินอาจมีการซุกซ่อนเงินสดจากการ คอร์รัปชั่นจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สื่อไต้หวันรายงานว่าคราวนี้เฉิน สุยเปี่ยนอาจติดคุกหัวโตแก่ตายในมุ้งสายบัวเลยทีเดียว โดยเฉิน สุยเปี่ยนนั้นถูกกล่าวหาอย่างน้อย 5 กระทง ซึ่งหากตัดสินว่าผิดจริง อดีตผู้นำไต้หวันอาจต้องเข้าไปนอนเล่นในคุกนานถึง 30 ปี

ขณะที่คนใกล้ชิดและสมาชิกในครอบครัวของเฉินต่างถูกจำกัดการเดิน ทางออกนอกประเทศ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันรู้เห็นในการฟอกเงินของเฉิน ซึ่งหากคณะสอบสวนตัดสินความผิดของคนกลุ่มนี้แล้ว คาดว่าจะต้องโทษจำคุกคนละไม่เกิน 7 ปี

ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีเฉิน สุยเปี่ยน เคยออกมากล่าวหาพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งมีสัมพันธ์อันดีกับแผ่นดินใหญ่ว่า ถูกรัฐบาลปักกิ่งกดดันให้กลั่นแกล้งเขา เพราะที่ผ่านมาเขาคือผู้ที่เรียกร้องให้ไต้หวันแยกตัวเป็นอิสระจากจีน ในขณะที่จีนไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น เพราะถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของแผ่นดินใหญ่

“พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่าผมเป็นนักโทษหมายเลข 1 ของพวกเขา เพราะผมเป็นก้อนหินใหญ่ที่สุดที่ขวางทางพวกเขารวมประเทศ” เฉินกล่าว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บีบีซี วิเคราะห์โอกาสน้อยอังกฤษส่งตัวแม้วกลับไทย

October 26, 2008

บีบีซี - บีบีซี สื่อชื่อดังของอังกฤษ เสนอบทวิเคราะห์ถึงกรณีความพยายามของอัยการไทยที่ต้องการนำตัว ‘ทักษิณ’ กลับมาชดใช้ความผิดหลังศาลลงโทษจำคุกข้อหาทุจริตที่ดินรัชดาฯ ชี้โอกาสยากที่อังกฤษจะยอมส่งตัวกลับโดยเฉพาะคำแก้ตัวของอดีตนายกฯที่อ้าง ว่าคดีดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง

สำนักข่าวบีบีซีเสนอรายงานในหัวข้อ “Will Thaksin be extradited?” โดยระบุว่าอัยการของไทยมีความตั้งใจนำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับจากอังกฤษเพื่อรับเผชิญข้อกล่าวหา ต่างๆและรับโทษจำคุก โดย มิชาเอล โอบี ผู้สื่อข่าวของบีบีซีแสดงทัศนะถึงกรณีที่อังกฤษจะยอมส่งตัวเขากลับสู่ประเทศ ไทยหรือไม่

มิชาเอล โอบี ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตรและพจมาน ภรรยาของเขา อาศัยอยู่ในอังกฤษตั้งแต่เดือนสิงหาคมหลังหนีประกันมาจากประเทศไทย โดยทั้งสองคนถูกพิพากษาจำคุกและมีอีกหลายคดีที่ยังไม่ตัดสิน

ชัดเจนว่าเขาไม่เร่งรีบกลับบ้านเพื่อเผชิญคำตัดสิน แต่อัยการไทยคิดอีกอย่างและเวลานี้กำลังรวบรวมหลักฐานเสนอต่อรัฐบาลอังกฤษ เพื่อขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้สองประเทศมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนตั้งแต่ปี 1911 แต่กระบวนการนี้ต้องใช้เวลายาวนานและจุกจิก

กรณีคำขอจะประสบความสำเร็จได้ ศาลอังกฤษต้องเห็นพ้องว่าความผิดทางอาญาของทักษิณ เป็นความผิดที่ขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ตามกฎหมายประเทศอังกฤษ แต่ถ้าคำขอดังกล่าวถูกพิจารณาว่าเป็นความพยายามนำตัวเขาไปลงโทษทางการเมือง การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะมีอุปสรรคทันที

คลิฟ นิโคลล์ส ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระบุว่าไทยสามารถขอความช่วยเหลือจาก สำนักงานอัยการอังกฤษในการร่างคำขอเพื่อพยายามข้ามผ่านอุปสรรคดังกล่าว แต่มีปัจจัยอื่นๆอีกที่ศาลจะพิจารณา ซึ่งรวมไปถึงกรณีที่คดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ตามที่ทักษิณกล่าว อ้าง

“หากมันปรากฎว่าคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อเป็นการส่งโทษเขาทางการเมือง การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะถูกขัดขวาง” นิโคลล์ส กล่าว

ทางการอังกฤษจะพิจารณาด้วยว่า ทักษิณ จะได้รับการพิจารณาคดีที่ยุติธรรมหรือไม่และมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะ พิจารณาคดีใหม่หรือคัดค้านคำตัดสินหากว่าเขากลับไป

ศาสตราจารย์ เจฟฟ์ กิลเบอร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนและสิทธิมนุษยชนจากมหาวิทยาลัยเอส เซก ระบุว่าสิทธิการอุทธรณ์อันจำกัดอาจถูกนำเข้าสู่การตัดสินใจของศาลผู้ร้าย ข้ามแดนเช่นกัน

ทักษิณ มีเวลายื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังคำตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ทั้งนี้ทนายความของไทยกล่าวว่า ทักษิณ ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใต้หลักฐานพยานใหม่หรือข้อเท็จจริงของคดีที่สามารถ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้เท่านั้น

บีบีซีระบุว่าศาลอังกฤษอาจปฏิเสธคำขอส่งตัวทักษิณกลับ หากศาลพิจารณาว่าสิทธิมนุษยชนของเขาอาจถูกละเมิดด้วยการส่งตัวเขาเข้าคุก ซึ่งโดยปกติแล้วสถานคุมขังของไทยมีสภาพที่ย่ำแย่ แออัด ขาดแคลนอาหารและสุขอนามัย แต่หากศาลอังกฤษ ตัดสินใจส่งตัวทักษิณกลับ เขาอาจยื่นเรื่องไปยังศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปต่อไปอีก

กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนยืดเยื้อยาวยาน กิลเบอร์ตกล่าว โดยทั่วไปแล้วต้องใช้เวลากว่า 5 ปี เรื่องถึงจะไปสู่ศาล แต่หากมีการดำเนินการอย่างเร่งรวดก็สามารถร่นเวลาได้

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

อภิสิทธิ์ เอือมทักษิณหวังยกระดับเรื่องส่วนตัวให้เป็นปัญหาระดับชาติ

October 24, 2008

หน.ปชป.เอือมระอาพฤติกรรม “ทักษิณ” หวังยกระดับเรื่องส่วนตัวให้เป็นปัญหาระดับชาติตบตาต่างชาติ ทำลายกระบวนการยุติธรรมสร้างความชอบธรรม ชี้อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง ลั่นหากทำผิดต้องรับโทษ ไม่มีสิทธิ์เหนือคนอื่น

วันนี้ (24 ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ยืนยันไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลฏีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาให้จำคุก 2 ปี ว่ารัฐบาลต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะเป็นการบิดเบือนข้อมูลโดยไม่อธิบายถึงเหตุผลที่ถูกลงโทษ และทำผิดกฎหมาย อีกทั้งเป็นเรื่องข้อผลประโยชน์ขัดกัน แต่กลับอ้างว่าเป็นเรื่องทางการเมือง และยังลากเอากระบวนการยุติธรรมและศาลเข้ามาสู่วังวนทางการเมือง โดยเอาต่างชาติมากดดันประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเอาปัญหาส่วนตัวมาเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องนำตัวอดีตนายกฯ กลับประเทศ เหมือนกับคนไทยคนอื่นๆ และนายสมชายต้องอธิบายให้เข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรมว่ามีมาตรฐาน หากไม่ทำก็เท่ากับว่ารัฐบาลสมรู้ร่วมคิด และพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีสิทธิ์เหนือคนไทยคนอื่น เมื่อทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่กลับมีการป้ายสีกระบวนการยุติธรรม สร้างปัญหาให้กับประเทศ และนำประเทศเข้าสู่ความขัดแย้ง

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจะโฟนอินผ่านรายการความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ อาจจะเพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามตัวนายกฯ ที่เคยบอกกับตนว่าจะไม่สนับสนุนให้มีกิจกรรมที่สร้างความขัดแย้ง และหากตนเป็นนายกฯ ก็จะต้องปกป้องประเทศ ยืนยันกับต่างชาติว่าประเทศไทยมีมาตรฐานจะไม่ยอมให้เศรษฐี หรือคนมีอำนาจอยู่เหนือกฏหมาย การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยเสรี ทำให้ถูกเล่นงาน เพราะเป็นนักการเมือง และเป็นภัยคุกคามของชนชั้นสูงนั้น ตนเชื่อว่าไม่มีนักการเมืองคนใดที่เป็นประชาธิปไตยเสรีแล้วละเมิดสิทธิมนุษย ชน และสื่อมวลชน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ผ่านรายการความจริงวันนี้ และกลุ่มของ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ว่ายิ่งจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ และเสี่ยงต่อระบอบประชาธิปไตย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »