วันนี้ ( 21 พ.ย.) เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.น.7 พ.ต.อ สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.ชวลิต ประสพศิลป์ รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.7 พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน ศูนย์สืบสวน บช.น. แถลงข่าวจับกุม พลทหารเสรี หรือบอล พัฒนวงศ์สิน อายุ 21 ปี และ พลทหารศิริชัย หรือเบียร์ แย้มสุทธิ์ อายุ 19 ปี โดยทั้งสองคนรับราชการอยู่ที่กองพันทหารราบ ศูนย์การกำลังสำรอง หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (ร.ด.) พร้อมของกลาง ทรัพย์สินของมีค่า เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ กล้องวิดีโอ และรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู 730 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ณธ-1134 กทม.รวมทั้งสิ้น 24 รายการ

พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันฆ่าชิงทรัพย์ นายสมิทธิ ศิริภัทร์ อายุ 59 ปี อาจารย์ระดับ 7 ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้มีดกระหน่ำแทง จนเสียชีวิตเหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 1687/437 ถนนบรมราชชนนี ซอย 5 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ก่อนที่จะขโมยทรัพย์สิน รวมทั้งรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 มูลค่ากว่า 7,000,000 บาท หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของ สน.บางยี่ขัน พร้อมทั้งฝ่ายสืบสวน ของ บก.น.7 และ ศูนย์สืบสวน บช.น.ได้ร่วมกันสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยเบื้องต้นพบว่าคนร้ายได้ขโมยรถเก๋งของผู้ตายไป อีกทั้งยังนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปใช้ต่อ จึงตามแกะรอยจนรู้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้คือพลทหารทั้งสองคน จึงประสานหน่วยบัญชาการกำลังสำรองขอเข้าจับกุมตัว โดยสามารถจับกุมพลทหารเสรี ได้วานนี้ (20 พ.ย.) ที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง ส่วนพลทหารศิริชัยสามารถจับกุมได้วันนี้ ที่บ้านเลขที่ 8 ม.2 ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ก่อนควบคุมตัวทั้งคู่มาสอบปากคำ

จากการสอบสวน พลทหารเสรีให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้รู้จักกับผู้ตายได้เกือบ 2 เดือน โดยผู้ตายเคยให้ตนไปรับใช้ที่บ้าน ให้ช่วยยกของ และให้ความเอ็นดูเมตตามาตลอด ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจทำลงไปนั้น ตนไม่ได้วางแผนอะไรมาก่อน แต่เป็นเพราะตนมีหนี้สินจำนวนมากสะสมมาเรื่อยๆ ประมาณแสนกว่าบาท แต่ไม่ได้เป็นหนี้จากการพนันแต่อย่างใด ขณะเดียวกันตนก็ต้องดูแลครอบครัวด้วย จึงชวนพลทหารศิริชัยเข้าไปขโมยของในบ้านผู้ตาย แต่ระหว่างค้นทรัพย์สินอยู่นั้น ผู้ตายก็กลับมาเจอเลยเกิดทะเลาะวิวาทโต้เถียงกัน ผู้ตายได้พยายามต่อสู้ขัดขืน ตนจึงเข้าไปล็อกคอ ส่วนพลทหารศิริชัยก็ใช้มีดพกติดตัวมาด้วยเข้าไปกระหน่ำแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ดังกล่าว

“ผมยอมรับว่าทุกอย่างเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ บันดาลโทสะ แล้วผมก็รู้สึกผิดอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาผู้ตายก็ดีกับผม แต่ที่ต้องฆ่าเพราะกลัวเขาไปแจ้งความเอาเรื่องพวกผมที่เข้ามาขโมยของ โดยหลังจากเขาตายก็รีบกวาดเอาของมีค่าออกมาจากบ้าน แล้วเอาทรัพย์สินที่ได้มาไปไว้ที่บ้านเลขที่ 53/638 ม.5 หมู่บ้านกฤษดานคร ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วก็กลับไปเข้าเวรต่อโดยไม่ได้หนีไปไหน จนเมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) ผู้บังคับบัญชาของผมเข้ามาเรียกตัวพร้อมกับถามว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตาม ผมจึงรู้ตัวว่าต้องถูกจับแน่” พลทหารเสรี กล่าว

ด้าน พลทหารศิริชัย ให้การว่า วันเกิดเหตุพลทหารเสรีมาชวนเข้าไปขโมยในบ้านผู้ตายเพื่อนำของไปขายเอาเงินมา ใช้ ซึ่งตนก็กำลังขัดสนเรื่องเงินพอดี จึงตกลงไปด้วย แต่ระหว่างนั้นผู้ตายเข้ามาในบ้านได้เอะอะโวยวายพร้อมกับต่อสู้ พอพลทหารเสรีล็อกคอผู้ตายเอาไว้ก็เลยใช้มีดจ้วงแทงเพราะกลัวว่าผู้ตายจะไป แจ้งความเอาเรื่อง จากนั้นตนก็หลบหนีไปอยู่บ้านที่ จ.มหาสารคาม กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธเป็น เหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือรับของโจร โดยในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) พนักงานสอบสวนจะนำตัวพลทหารทั้งสองไปฝากขังที่ศาลทหารต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

  • Comments Off
  • ข่มขืนฆ่าโหด”สาวประกันชีวิต”หมกศพในป่า หลังเหยื่อขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพัก มาต่อรถที่สถานีขนส่งจังหวัดสุพรรณฯ ไปทำงานที่อ่างทอง แต่เช้ามืดพนักงาน หมวดการทางกลับไปพบเป็นศพถูกพันธนาการ ทุบหน้าเละ รัดคอฆ่าด้วยผ้าขนหนู แจ้งตำรวจเช็ก พุ่งเป้าโชเฟอร์รถกับกระเป๋าหื่น 3 คน เห็นรูปร่างหน้าตาสะสวยมาขึ้นรถคนเดียว พาไปรุมข่มขืนบนรถแล้วฆ่าปิดปากเอาศพไปทิ้ง ตำรวจเร่งตามลากคอ เผยเหยื่อเรียนจบปริญญาโท เพิ่งย้ายมาจากสำนักงานใหญ่

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ร.ต.ท.ประพันธ์ จำปานวน ร้อยเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาต กรรมหมกป่า ริมถนนสายเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี หมู่ 3 ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์  พ.ต.อ. พีรชาติ รื่นเริง รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผกก. แพทย์ รพ.เจ้าพระยายมราช และหน่วยกู้ภัยเณรแก้ว ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้าริมถนน ลึกเข้าไปประมาณ 20 เมตร บริเวณใต้ต้นจามจุรี พบศพหญิงสาว อายุ 25-35 ปี ผิวขาว ผมยาวประบ่า สูงประมาณ 160 ซม. นอนคว่ำหน้าอยู่ โดยกระโปรงสั้นสีเทาที่สวมอยู่ถูกถลกขึ้นไปจนเห็นบั้นท้าย ไม่ได้ สวมกางเกงใน ส่วนเสื้อแขนยาวสีฟ้ามีลายถูกถลกขึ้นไปเผยให้เห็นหน้าอก ใบหน้าถูกทุบด้วยของแข็งจนกระดูกแตก ลำคอถูกรัดด้วยผ้าขนหนูสีขาวจนแน่น ที่ข้อมือถูกมัดด้วยผ้าขาวม้าสีแดง-ขาว และที่ข้อเท้าถูกรัดด้วยเสื้อยกทรงสีน้ำตาลคาดว่าเป็นของเหยื่อ

    แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นพบร่องรอยถูกข่มขืนกระทำชำเรา เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุพบรอยลากศพเป็นทางยาว จากริมถนนเข้าไปยังจุดทิ้งศพ และพบเศษกระดาษ หนังสือสตาร์ซอคเกอร์ ฉบับวันที่ 28 ต.ค. เปื้อนเลือดตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นตำรวจดูจากการแต่งกาย คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นพนักงานบริษัท รูปร่างหน้าตาสะสวย ถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน รุมข่มขืนและฆ่าทิ้งจากที่อื่น ก่อนนำศพมาทิ้งอำพราง กระทั่งมีพนักงานหมวดการทางสุพรรณบุรีมาตกแต่งสวนบริเวณเกาะกลางถนน ขณะเข้าไปทำธุระส่วนตัวในป่า พบศพเข้าโดยบังเอิญ จึงแจ้งตำรวจ

    ต่อมา พ.ต.อ.วีระ สั่งการให้ทีมสืบสวนตรวจสอบไปยังบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะธนาคารและบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เพราะดูจากการแต่งกายของผู้ตายแล้ว เชื่อว่าน่าจะทำงานในบริษัทประเภทดังกล่าว กระทั่งได้ข้อมูลว่าชุดดังกล่าวเป็นเครื่องแต่งกายของพนักงานบริษัทประกัน ชีวิตชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ผู้ตายไม่ใช่พนักงานของบริษัทสาขาสุพรรณบุรี จึงตรวจสอบต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง กระทั่งทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เรียนจบระดับปริญญาโท สถาบันแห่งหนึ่ง ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายบัญชี บริษัทประกันชีวิตใน จ.อ่างทอง โดยผู้ตายยังครองตัวเป็นโสด และเพิ่งย้ายมาจากสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าไม่ได้มาทำงานโดยไม่แจ้งให้ทราบ ผู้บริหารบริษัทจึงเดินทางไปดูศพที่ รพ.เจ้าพระยายมราช และชี้ยืนยันว่าเป็น น.ส. แอน จริง โดยมีการแจ้งให้บิดามารดาของเหยื่อซึ่งพักอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ทราบแล้ว

    ล่าสุดตำรวจพอได้เบาะแสตัวแก๊งฆาตกรหื่นกามแล้ว คาดว่าคนขับรถบัสโดยสารกับกระเป๋า รถ รวม 3 คน โดยประมวลเหตุการณ์ว่า หลังผู้ตายขี่รถ จยย.มาต่อรถบัสโดยสารที่สถานีขนส่งจังหวัด เมื่อช่วงเช้ามืดตามปกติ เพื่อเดินทางไปทำงานที่ จ.อ่างทอง ปรากฏว่าเป็นช่วงปลอดคน มีผู้ตายเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวบนรถ คนขับจึงขับรถออกจากสถานีฯ มาในที่เปลี่ยว และช่วยกัน ลงมือข่มขืน เพราะเห็นว่าผู้ตายเป็นผู้หญิงรูปร่าง หน้าตาสะสวย แม้ผู้ตายจะพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สู้แรงไม่ได้ หลังถูกข่มขืนเสร็จ แก๊งคนร้ายจึงฆ่าปิดปากด้วยการรัดคอสังหาร ก่อนนำศพมาทิ้งในป่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างออกติดตามจับกุมตัวแล้ว คาดว่าหากยังไม่ไหวตัวหลบหนี น่าจะจับกุมได้ในที่สุด.

    ที่มา เดลินิวส์

    หนุ่ม ใหญ่ชาวอุดรฯ ไม่พอใจช่างก่อสร้างที่จ้างให้มาเทปูน แต่ดันมาจีบเมียสาวตัวเองต่อหน้าต่อตา แถมยังหลอกเอาเนื้อวัวแก่มาขาย เลยยิ่งแค้นเป็นสองเท่า ขับจยย.ไปตามเพื่อนมาพร้อมปืน มาถึงเพื่อนใช้มีดพร้าจามหัวจนล้มฟุบ แล้วยิงซ้ำจนแน่นิ่ง ก่อนสองคนช่วยกันลากศพ ไปขุดหลุมฝังไว้หลังบ้าน ขณะเกิดเหตุมีพยานเห็นเหตุการณ์พอดี หวิดโดนฆ่าปิดปากแต่วิ่งหนีเอาตัวรอดมาได้ เข้าแจ้งตำรวจตามจับกุมไว้ได้ทั้งคู่

    เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ท.ณัฐนนท์ ประชุม รองผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.สันธาน อินทจักร รองผกก.ป.สภ.เมืองอุดรฯ พ.ต.ท.คณิน พงศ์ธำรง สว.ภ.อุดรธานี พ.ต.ต.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ ร.ต.อ.ประเสริฐ ธรรมชัย ร.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล ร.ต.ท.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รองสว. พร้อมฝ่ายสืบสวนสุริยา เข้าจับกุมนายคำผอง เมาะระษี อายุ 50 ปี และนายคำปน ราชนะ อายุ 47 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและเคลื่อนย้ายซ่อนเร้นศพ พร้อมปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก ถุงย่ามบรรจุดินปืน 1 ถุง มีดพร้าปลายตัด 1 เล่ม จอบ 1 อัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

    สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 00.20 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ สารวัตรเวรสภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากนายสุรพงษ์ แสนวงษ์ อายุ 19 ปี ว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่บ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สันธาน พ.ต.ท.ณัฐนนท์ แพทย์เวรร.พ.ศูนย์อุดรฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.เมือง

    เมื่อไปถึง ที่เกิดเหตุนายสุรพงษ์ นำไปยังบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 269 หมู่ 2 บ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น ของนายคำปน พบรอยเลือดและรอยลากศพไปฝังไว้หลังบ้าน ขุดศพขึ้นมาพบว่าคือ นายอมรรัตน์ โสธรรมมงคล อายุ 48 ปี เป็นชาว จ.เลย สภาพศพถูกฟันด้วยมีดที่ศีรษะ 1 แผล และโดนยิง 1 นัดที่ชายโครงขวา

    นาย สุรพงษ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายอมรรัตน์ ผู้ตายมายืมรถจักรยานยนต์ของตนที่บ้าน บอกจะไปซื้อเนื้อวัวที่บ้านศรีบุญเรือง ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรฯ มาทำอาหารกินที่บ้านนายคำปน ต่อมาตนจึงไปตามทวงรถจักรยานยนต์คืน แต่เมื่อไปถึงก็เห็นนายคำผอง กำลังใช้มีดจามศีรษะนายอมรรัตน์จนล้มลง แล้วใช้เท้าเหยียบ จากนั้นนายคำปนเป็นคนยื่นปืนให้นายคำผองยิงที่ท้องนายอมรรัตน์ จากนั้นก็จะหันมายิงตน ตนจึงวิ่งหนีออกมาแจ้งตำรวจดังกล่าว

    สอบสวน นายคำปน รับสารภาพว่า มีเรื่องโกรธเคืองกับนายอมรรัตน์ ซึ่งตนว่าจ้างให้มาเทปูนพื้นหน้าบ้าน ขณะทำงานนายอมรรัตน์ ได้พยายามพูดจีบภรรยาของตน หลังงานเสร็จตอนเย็นจึงนั่งกินเหล้ากัน นายอมรรัตน์บอกจะไปนำเนื้อวัวมาขายให้ หลังวงเหล้าเลิก นายอมรรัตน์ไปนำเนื้อวัวที่รวมๆ กันมา 1 ถัง ขาย 500 บาท แต่ตนไม่เอาเพราะเห็นเป็นเนื้อวัวแก่ นายอมรรัตน์ไม่พอใจ ประกอบกับตนเองก็ไม่พอใจที่นายอมรรัตน์มาจีบเมียตน จึงทะเลาะกัน นายอมรรัตน์เข้ามาทำร้าย ตนจึงป้องกันตัว

    นายคำปนให้การว่า จากนั้นตนขับรถไปบอกนายคำผอง และรับตัวมาพร้อมปืนยาว 1 กระบอก มาถึงนายอมรรัตน์ซึ่งอยู่ในอาการเมา จะเข้ามาทำร้ายตนอีก นายคำผองจึงคว้ามีดพร้าฟันเข้าที่ศีรษะนายอมรรัตน์จนล้มลงแล้วใช้เท้าเหยียบ ตนส่งปืนให้นายคำผองยิงซ้ำจนเสียชีวิต แล้วช่วยกันลากศพไปฝังในหลุมที่ขุดไว้หลังบ้าน จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

    หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่นำผู้ ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลาง มอบให้พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ สว.เวร สภ.เมืองอุดรฯ เจ้าของคดีดำเนินคดีต่อไป
    ที่มา ข่าวสด

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (21 ต.ค.) พ.ต.อ.วสุพล บาลี ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกองวิทยาการจังหวัดปัตตานี เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายฆ่าโหดจำนวน 3 ศพภายในบ้านพักเลขที่ 83 หมู่1 ตำบลน้ำดำและบ้านเลขที่ 83/1 ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง

    หลังจากที่ได้มีคนร้ายจำนวน 7 คนแต่งชุดสีเขียวลายพราง ใช้รถจักรยานยนต์ยีห้อฮอนด้าดรีมเป็นพาหนะ เข้ามาจอดหน้าบ้านดังกล่าวแล้วคนร้ายจำนวน 5 คนได้เข้าไปในบ้านเลขที่ 83 ซึ่งมีนายซุลกิบพลี ลาเต๊ะ อายุ 37 ปี และนางรอบีอ๊ะ แมก๊อง อายุ 38 ปี กำลังนั่งดูทีวีอยู่ภายในบ้านจากนั้นหนึ่งในคนร้ายทำทีขอตรวจสอบบัตรประชาชน ของทั้งสองจากนั้นได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิตคาที่ พร้อมกันนั้นคนร้ายอีก 2 คนได้เข้าไปในบ้านเลขที่ 83/1 ซึ่งมีนางรอกีเย๊าะ อูมา อายุ 36 ปี และทำทีขอตรวจสอบบัตรประชาชนจากนั้นจึงใช้อาวุธปืนยิง ก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล เป็นเหตุให้นางรอกีเย๊าะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนบ้านจึงได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลอำเภอทุ่งยางแดงและเสียชีวิตในเวลา ต่อมา

    ด้านพ.ต.อ.วสุพล บาลี ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง ได้กล่าวว่านายซุลกิบพลี นั้นมีคดียาเสพติดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดงสั่งฟ้อง หลังจากที่ผู้ตายได้ให้การรับสารภาพและซัดทอดผู้ที่อยู่เบื้องหลังซึ่งมี ประโยชน์ต่อราชการ และขณะนี้ผู้ตายอยู่ระหว่างประกันตัวชั้นศาล จนกระทั้งเกิดเหตุฆ่าหมู่ในครั้งนี้ คาดว่าเป็นการฆ่าตัดตอนของกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน จำนวน 7 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย ชุลกิบพลี ลาเต๊ะ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 พร้อมด้วยใบกระท่อมสดบรรจุถุงพลาสติก จำนวน 3 ถุงมีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม น้ำกระท่อมที่บรรจุขวดถังขนาด 6 ลิตร จำนวน 1 ขวดยาแก้ไอจำนวน 160 ขวดและบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 768 หีบที่ซุกไว้ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนด์แดง ขณะนี้คดีพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง ศาลต่อไป

    ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

    บุกกะซวกครูสอนลีลาศชื่อดังตายอืดคาห้องพักรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ต.ค. พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ สารวัตรเวร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งมีคนถูกฆ่าตายในห้องพักเลขที่ 401 บูรพาอพาร์ตเมนต์ถนนปากนคร ใกล้ตลาดสดคูขวาง ต.ท่าวัง จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก. สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท. ธวัชชัย ดุกสุขแก้ว รอง ผกก.ป. แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่วิทยาการ กก.วท.เขต 43 นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจ รุดไปตรวจสอบ

    เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นศพโชยออกมาจากห้องพักดังกล่าวอย่างรุนแรง ตรวจสอบภายในห้องพบศพนายอุทัย เกตุพิชัย อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 ซอยสุนทรธรรมทาน แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. อาชีพเป็นครูสอนลีลาศและเต้นรำ สภาพศพขึ้นอืดอยู่บนเตียงเหล็กและมีผ้านวมสีแดงคลุมร่างไว้ มีแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่หน้าอกซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ ผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวเนื้อผ้าบางๆ นุ่งกางเกงขาสั้นลายสกอตสีเทา คาดเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 วัน ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ โดยมีโพยแทงพนันฟุตบอลต่างประเทศประจำวันที่ 12 ต.ค. 2551 วางอยู่บนโต๊ะ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

    จากการสอบสวนทราบว่านายอุทัย ผู้ตาย เป็นอาจารย์สอนลีลาศชื่อดัง มีชื่อเสียงติดระดับประเทศ เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ จ.นครศรีธรรมราช และย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯหลายปี กระทั่งประมาณ 10 ปีก่อนได้ย้ายกลับมาอยู่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพฯกับ จ.นครศรีธรรมราช โดยพักอยู่ห้องดังกล่าวมานับ 10 ปีแล้ว และยังคงยึดอาชีพสอนลีลาศอยู่ที่ดังอาภัตตาคาร หน้าสนามกีฬากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช และยังรับสอนลีลาศตามสถานบันการศึกษาหลายแห่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชด้วย รวมทั้งเดินทางไปสอนเต้นรำและลีลาศในกรุงเทพฯอยู่เป็นประจำ

    ก่อนเกิดเหตุเพื่อนของผู้ตายพบสิ่งผิดปกติ เนื่องจากนายอุทัยหายหน้าหายตาไปหลายวันพยายามโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้งแต่ ติดต่อไม่ได้ เลยขึ้นไปดูที่ห้องพักพบว่าประตูล็อกกุญแจ ตอนแรกเข้าใจว่านายอุทัยคงเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากห้องอย่างรุนแรง สงสัยว่าอาจเกิดเหตุร้าย เลยขอให้ทางเจ้าของอพาร์ตเมนต์ มาช่วยงัดประตูห้องเข้าไปกระทั่งพบร่างนายอุทัยถูกฆ่าหมกศพขึ้นอืดอยู่ใน ห้องดังกล่าว

    ด้าน พ.ต.อ.ภูดิศ นรสิงห์ ผกก.สภ.เมืองนครศรี� ธรรมราช กล่าวว่า เบื้องต้นตั้งประเด็นการสังหารไว้ 2 เรื่อง คือเรื่องชู้สาว เนื่องจากแนวทางสอบสวนพบว่าแม้ผู้ตายอายุมาก แต่ยังคบหากับหญิงสาว 2-3 คน อาจมีปัญหาทะเลาะกันและถูกฝ่ายหญิงทำร้ายและประเด็นที่สองคือฆ่าชิงทรัพย์ ปกติผู้ตายเป็นคนที่เก็บเงินสด ไว้ใช้จ่ายครั้งละมากๆและยังชอบสะสมเครื่องประดับ แต่ทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งเงินสดของผู้ตายไม่หลงเหลือเลย ทั้งนี้ได้ขอให้เจ้าของอพาร์ตเมนต์ช่วยตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อดูร่องรอยของคนร้ายต่อไป

    ที่มา ไทยรัฐ

    Tags


    Recent Posts


    Recent Comments