เฉลิมพล มาลาคำ  ลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง เปิดวงงานแรกของปีในงานกฐิน ถูกเบี้ยวค่าตัว รับเช็คเด้ง 2 แสน เผยวางใจเพราะเป็นงานบุญเลยไม่ทวงค่าตัวก่อนแสดง ด้านผู้ใหญ่บ้านระบุ คนกรุงเทพฯมาขอตราวัดอ้างหาเงินกฐินให้ได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท แต่ถึงเวลากลับได้แค่ 3 หมื่น วัดจัดโต๊ะจีน-ของที่ระลึกรับแขกลงทุนไปกว่า 3 แสน เกือบขาดทุน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากนายเฉลิมพล  มาลาคำ นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดังว่า ถูกเจ้าภาพงานกฐินที่ว่าจ้างมาแสดงสมโภชน์งานทอดกฐิน ณ  วัดพุทธวราราม วังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม จ่ายเช็คค่าแสดงให้ 2.2 แสนบาท แต่เมื่อไปติดต่อขึ้นเงินกลับถูกทางธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขณะนี้ลูกวงกว่า 200  คน ยังรอผู้ว่าจ้างอยู่ที่บริเวณถนนทางเข้าวัดพุทธวราราม

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายเฉลิมพล ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ยืนหารืออยู่กับทีมงานที่ด้านข้างรถตู้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น

นายเฉลิมพล เปิดเผยว่า  ทางวงได้รับงานแสดงจากนายธนไวทย์ อยู่เขตบางรัก  กทม. เป็นผู้เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง ให้มาเปิดการแสดงสมโภชน์งานกฐินที่วัดพุทธวราราม วังน้ำเย็น ในคืนวันที่  19 ตุลาคมที่ผ่านมา  ตกลงค่าจ้าง 2.2 แสนบาท  โดยผู้จ้างวางเงินมัดจำไว้ 1 หมื่นบาท  เมื่อถึงวันแสดงตนพร้อมทีมงานกว่า 200  คน  พร้อมขบวนรถกว่าสิบคัน ได้เดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานี  มาเปิดการแสดงที่บริเวณทุ่งนาใกล้ๆกับวัด

นายเฉลิมพล กล่าวต่อว่า ตามปกติก่อนการแสดง ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ทั้งหมดก่อน แต่ตนเห็นว่าเป็นงานบุญกฐิน การกุศลคงไม่มีปัญหาอะไร จึงได้เปิดแสดงไปตามปกติ กระทั่งถึงเที่ยงคืน จึงได้เอ่ยปากทวงถามเงินค่าจ้างจากผู้ว่าจ้าง ทราบชื่อว่า “บรม”  และได้รับเช็คเงินสด  2.1  แสนบาท สั่งจ่ายธนาคารกสิกรไทย ก็รับไว้และแสดงต่อจนเช้า

หลังจากนั้นได้เดินทางไปธนาคารเพื่อเบิกเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อรู้ว่าเช็คเด้งได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อผู้ว่าจ้าง แต่ติดต่อไม่ได้ จึงไปถามทางวัดๆก็บอกไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นเรื่องของเจ้าภาพกฐินเป็นผู้ดำเนินการ

“ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะการเดินทางมาต้องจ่ายเงินให้ทีมงานและค่าใช้จ่ายนับแสนบาท แต่เมื่อถูกเบี้ยวเงินค่าจ้างก็คงต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางตำรวจไว้ เป็นหลักฐานก่อน  สำหรับงานนี้ถือเป็นงานเปิดวงครั้งแรกของปี หลังฤดูกาลออกพรรษา เป็นฤกษ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ ซวยจริงๆ ทำวงมากว่า 20 ปี ไม่เคยโดนแบบนี้ ก็ขอฝากเพื่อนๆศิลปินให้ระวังการรับงานด้วย  ” ลูกทุ่งหมอลำชื่อดังกล่าว

ด้านนายสุทัศน์ ลาจ้อย  ผู้ใหญ่บ้านวังน้ำเย็น  กรรมการวัดกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า  การจัดมหรสพสมโภชน์งานกฐินครั้งนี้เป็นการดำเนินงานของเจ้าภาพกฐินที่มา จากกรุงเทพฯทั้งหมด ทราบชื่อเจ้าภาพคือนายบรม ไม่ทราบนามสกุล ได้มาขอตราวัดโดยอ้างว่าจะจัดกฐินหาเงินให้วัดไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยอ้างชื่อข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ ระดับสูงเป็นเจ้าภาพ และจะมีผู้เดินทางมาร่วมงานกฐินไม่ต่ำกว่า 3 พันคน ให้จัดโต๊ะจีนไว้ 500 โต๊ะ ทางวัดได้ลงทุนเช่าโต๊ะ และจัดหาของฝากไม่ว่าจะเป็นผ้าขาวม้า หมอน และค่าอาหาร เป็นเงินกว่าสามแสนบาท  แต่ปรากฏว่ามีผู้เดินทางมาเพียง 2 คันรถตู้ ได้เงินมา 3 หมื่นกว่าบาท   โชคดีมีชาวบ้านและผู้ใจบุญจากจังหวัดขอนแก่นที่มาร่วมงาน ได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบกว่า 3 แสนบาท  จึงพอเป็นค่าใช้จ่ายการจัดงานต้อนรับมหากฐินครั้งนี้  สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับวัดและชาวบ้านวังน้ำเย็นมาก

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดนายบรมได้โทรติดต่อเข้ามาหานายเฉลิมพล โดยตกลงว่าจะยอมจ่ายเงินที่เหลือให้ ซึ่งนายเฉลิมพลได้แจ้งว่า หากไม่มาก็จะดำเนินคดีตามกฏหมาย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

รองเจ้าอาวาสวัดขามเปี้ย พร้อมชาวบ้านตั้งบ่อนจุดบั้งไฟพลุเล่นการพนันตามงานกฐิน เกิดพลาดระเบิดตูมสนั่นดับ 5 เจ็บอีก 12 คน พบอาการสาหัส 6 คน เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ศูนย์ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด ตรวจสอบพบเงินสดของรองเจ้าอาวาสที่เสียชีวิตถึง 4 แสนบาท ขณะร่างผู้ตายญาติได้ทำพิธีฝัง

เหตุพลุระเบิดในงานกฐินทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดเวลา 21.30 น.วันที่ 17 ต.ค.พ.ต.ท.เนติวัฒน์ จันทรา พนัก งานสอบสวน (สบ.3) สภ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุพลุระเบิดมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ที่กลางทุ่งนาด้านทิศตะวันออก ห่างจากบ้านหนองแวงใหญ่ หมู่ 3 ต.ขามเปี้ย อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ นายอำเภอโพธิ์ชัย พ.ต.อ.ภัทรพล ศรีแก้ว ผกก.สภ.โพธิ์ชัย แพทย์เวรจาก รพ.โพธิ์ชัย และหน่วยกู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรง พยาบาล โดยที่เกิดเหตุเป็นเนินดินกลางทุ่งนาใกล้กอไผ่พบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิด เหตุ 4 คน ทุกคนล้วนมีสภาพแหลกเหลว ใบหน้าเละ ไส้ทะลัก อวัยวะของร่างกายและเลือดกระจายทั่วบริเวณ

ทราบชื่อผู้ตายคือ นายจำนงค์ ชำนาญยงค์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 30 หมู่ 1 ต.ขามเปี้ย อ.โพธ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด,นายพนม กมลขันธ์ อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 1 ต.ขามเปี้ย นายดำรง ขามยิ่ง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 14 หมู่ 6 ต.ขามเปี้ยและนายอนุกูล แสงบุญมี อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 55 หมู่ 1 ต.ขามเปี้ย

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นต้นตาล 2 ต้น พบร่องรอยการฉีกขาดของต้นตาล โดยมีท่อนไม้ไผ่ที่เป็นกระบอกของพลุที่ระเบิดแล้ว มีขนาดยาวประมาณ 1 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ตกอยู่ 1 อัน ฆ้อนตีตะปู 1 อัน ขณะที่ต้นข้าวในไร่นาที่ยู่ใกล้ๆ ต่างล้มระเนระนาดเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้พบเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาทตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้บาดเจ็บที่ถูกนำตัวส่งรพ.โพธิ์ชัยมีทั้งหมด 12 คน แต่เสียชีวิตขณะส่งโรงพยาบาลอีก 1 คน คือพระชาลี สุกวโร อายุ 42 ปี รองเจ้าอาวาสวัดขามเปี้ย อ.โพธิ์ชัย และในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 6 คนที่ต้องส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น และ รพ.ร้อยเอ็ด ประกอบด้วย นายสงวน มะยุโรวาท อายุ 59 ปี,นายธงชัย ชูศรีทอง อายุ 29 ปี,นายวิจักษ์ อรัญมิ่ง อายุ 34 ปี ,นายวิชัย กมลหัตถ์ อายุ 35 ปี,นายนพพร โพธิ์กมล อายุ 14 ปี และนายศรัญย์ แดนนาสาร อายุ 16 ปี

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีงานบุญกฐินที่บ้านนายสุทธี อรุณภาส ชาวบ้านหนองแวงใหญ่ หมู่ 3 ต.ขามเปี้ย พระชาลี สุกวโร ผู้ตาย ซึ่งเป็นรองเจ้าอาวาสฯ พร้อมชาวบ้านจำนวนมากได้นำบั้งพลุ ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่อัดด้วยดินปืนแล้วพันรอบด้วยเชือกหรือเส้นไม้ไผ่ให้แน่น เพื่อให้เกิดเสียง ซึ่งมักนิยมจุดตามความเชื่อชาวอีสานเวลามีงานบุญกฐิน แต่คราวนี้มีการอาศัยจังหวะมีการจัดงานบุญกฐิน ได้ชวนกันนำบั้งพลุออกไปจุดแข่งขันกันที่ทุ่งนาดังกล่าว โดยการใช้ขัน น้ำคว่ำใส่ถาดพื้นเรียบ วางห่างจากฐานจุด หากพลุของใครจุดเสียงดังทำให้ขันน้ำเคลื่อนไปไกลที่สุดแล้วจะเป็นผู้ชนะ และได้เงินเดิมพันไป โดยในฐานจุดมีการใช้กระสอบทรายมาทำเป็นบังเกอร์อย่างดี โดยมีไทยมุงและนักพนันแห่ไปร่วมนับ 100 คน

หลังจากการจุดบั้งไฟพลุผ่านไปได้ 3 บั้ง และกำลังจะจุดบั้งที่ 4 ขณะที่พระชาลี กำลังทำการยัดดินปืนลงในรูเพื่อเป็นเชื้อชนวนอยู่นั้น

พลุได้เกิดระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ชาวบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ถูกแรงระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวกระเด็นเสีย ชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว

ต่อมาช่วงสายวันที่ 18 ต.ค.นายสมบูรณ์ ตุงคุณะ อายุ 62 ปี เจ้าของที่นาได้พบห่อผ้าเหลืองตกอยู่ในน้ำจึงเก็บขึ้นมาแกะดูพบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท ซึ่งทราบว่าเป็นเงินของพระชาลี จึงพร้อมด้วยเพื่อนบ้านนำไปมอบให้พนักงานสอบสวนที่ สภ.โพธิ์ชัย ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดญาติได้ทำการฝังเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่วัดป่า ขามเปี้ย

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการ จ.ร้อยเอ็ด ที่เพิ่งเดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ขณะที่ทางหัวหน้าส่วนราชการได้ทำการเลี้ยงต้อนรับที่จวนผู้ว่าฯ ได้รับรายงานว่า มีเหตุพลุระเบิดเกิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลาย ได้เดินทางไปที่ รพ.ร้อยเอ็ด เพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด 4 ราย พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้และเงินช่วยจำนวนหนึ่งให้กับผู้บาดเจ็บ

ที่มา คมชัดลึก

Tags


Recent Posts


Recent Comments