จา พนม ยีรัมย์ รับฉากวิ่งบนหลังช้าง ใช้สลิงเข้าช่วยประคอง
November 12, 2008
“จา” พนม ยีรัมย์ รับฉากวิ่งบนหลังช้าง ใช้สลิงเข้าช่วยประคองเพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย เผยบวชแน่เพราะอยากเบียด แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลา ด้าน “เสี่ยเจียง” รับการทำงาน “องค์บาก 2″ กระชั้น แต่เชื่อต่างชาติยังสนใจ
ฉายตัวอย่างออกมาให้ได้เห็นความอลังการกันแล้ว สำหรับ “จา” พนม แต่ฉากที่ทำให้หลายคนได้อึ้ง ทึ่ง เสียวกันไป คือฉากที่พระเอกนักบู๊ เจ้าของฉายา “ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สแตนด์อิน” วิ่งบนหลังช้าง ซึ่งในวันเปิดตัวหนัง “องค์บาก 2″ จา เผยว่าเป็นฉากที่ประทับใจมาก และเสี่ยงอันตรายที่สุด จนตอนแรกคิดว่าจะลองใช้สลิงเข้าช่วย
![]()
“แต่ พอลองใช้สลิงแล้ว มันไม่เป็นธรรมชาติ มันลอยตัวขึ้น ดูไม่ธรรมชาติ ก็เลยไม่ใช้สลิงในการช่วยยกตัว แต่ใช้สลิงแค่ช่วยประคับประคองไม่ให้หล่น เพราะว่ามันอันตรายมาก ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 1 เดือน เพราะต้องเตรียมตัวอย่างมาก ในการนำช้างร้อยกว่าเชือกมารวมตัวกัน เรื่องซีจีไม่มี คงไม่ผิดคอนเซ็ปต์ เพราะไม่ได้ใช้สลิงช่วยยกกระโดดให้สูงขึ้น เราทำหนังต้องใช้สมอง ใช้ปัญญาทำงานด้วย ทำหนังเรื่องนี้ ผมเรียนรู้ได้หลายอย่าง ผมมองว่าผมไม่เก่ง พอไม่เก่ง ก็ชอบศึกษาค้นคว้า ค้นหา ผมรักหนัง รักงานเป็นชีวิตจิตใจ ผมเอาความอยากของตัวเองเป็นที่ตั้งบางอย่าง ผมก็เลยมีผิดพลาดเรื่องการทำงานบ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกฝ่อในการกำกับหนัง เพราะผมมองตรงนี้เป็นโรงเรียน มีครู ทั้งอาจารย์พันนา ฤทธิไกร เสี่ยเจียง และพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว” จาแจกแจง
ถามต่อ เรื่องที่มีข่าวว่าเสี่ยเจียงได้วางหนังเรื่องใหม่ให้แล้ว ซึ่งได้รับคำตอบ จากพระเอกนักบู๊ ว่าเรื่องต่อไป มีคุยไว้แล้ว แต่ว่าจะเป็นเขาเล่นเอง หรือกำกับ อันนี้ขออุบไว้ก่อน
“ส่วนเรื่องสัญญา ว่าผมยังมีอยู่กับทางสหมงคลฟิล์มอีกกี่ปี คือผมอยากบอก ว่าอะไรที่ผ่านไปแล้ว ก็ขอให้ผ่านไป วันนี้ผมขอตอบเฉพาะเรื่องหนังดีกว่า ส่วนที่เคยบอก ว่าหนังออกฉายแล้วจะบวชนั้น เอ๊ะ…ทำไมอยากเห็นผมบวชจังเลย ผมขอชื่นชมองค์บาก 2 ก่อน ยังไงก็ต้องบวชแน่นอน บวชแล้วเผื่อจะได้แต่งงานสักที ตอนนี้ยังไม่มีแพลน มันก็เป็นก้าวต่อไปของชีวิต แต่ตอนนี้ผมขอทำตรงนี้ก่อน” จากล่าวพร้อมหัวเราะ
ด้าน “เสี่ยเจียง” สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ กล่าวว่าการทำงานของ องค์บาก 2 ค่อนข้างล่าช้า รวมเวลาถ่ายทำนานถึง 3 ปี ทำให้มีปัญหาที่สหรัฐอเมริกา กับญี่ปุ่น ขอยกเลิกสัญญาซื้อขาย จนเสียหายไปถึง 7-8 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ไม่ได้หวั่นเกรง เนื่องจากดูแนวโน้มแล้ว 2 ประเทศดังกล่าว ยังคงมีความต้องการหนังอยู่ แต่ทั้งนี้ต้องขอเห็นตัวหนังที่เสร็จแล้วเสียก่อน
“ผมเองก็ยังไม่ เห็นหนัง แต่ก๊อปปี้หนังคงจะออกมาวันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งมันกระชั้นมาก เพราะเราต้องฉายจริงวันที่ 5 ธันวาคม แต่เราไม่มีทางเลือก เพราะเราประกาศว่าต้องฉายปีนี้ บริษัทไม่มีหนังของจามา 3 ปีแล้ว มีเรื่องหนึ่งก็ต้องปล่อย ถ้าของเราออกมาเยี่ยม เราก็ไม่ต้องกลัวอะไร ผมเองก็คาดหวังมากว่ามันต้องดีแน่ นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่บริษัทต้องฉายเลย ไม่ได้ดู ทำงานหนังจริงๆ ต้องให้เราดูก่อน อย่างน้อย 3-4 เดือน แต่นี่เราไม่ได้ดูก่อนฉาย ส่วนตลาดต่างประเทศ เขาก็ยังเชื่อมั่นตัวจาอยู่นะ ข่าวไม่ได้มีผลกระทบภาพลักษณ์ของเขา อย่างหนังก็มีคนติดต่อขอซื้อแล้ว แต่ส่วนมากก็อยากดูหนังก่อน (เห็นว่าเตรียมให้จาทำหนังเรื่องต่อไปแล้ว) ก็มี คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องคุยกัน เอาเรื่องนี้ให้จบให้สบายๆ ก่อน แล้วค่อยคุยว่าจะยังไงกัน” เสี่ยเจียงกล่าวสรุป
ที่มา คมชัดลึก
แม่ตั๊ก ลั่นไม่เคยพาดพิงสหมงคลฟิล์ม โกงค่าตัวลูกสาวถึง 10 ล้าน
November 3, 2008
หลังจาก “นางธนาภา ชีพนุรัตน์” แม่นางเอกทรงโต “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องสหมงคลเบี้ยวค่าตัวตามที่เคยตกลงไว้ว่า จะให้ “ตั๊ก” หลังเซ็นสัญญา จำนวน 10 ล้านบาท ซ้ำยังแฉอีกว่าทางสหมงคลฯต่างหากที่ไม่ยอมต่อสัญญาให้ลูกสาว ล่าสุด สองแม่ลูกกลับพลิกลิ้นโดยไม่ทราบสาเหตุที่งาน “ยีนส์ เอ็กซ์โป2008” ว่า
“วันนั้นนักข่าวถามแม่ว่า ตั๊กได้เงิน 10 ล้าน มาจากสหมงคลเหรอ ตอนที่ตั๊กเซ็นสัญญา แม่ก็บอกว่าเปล่า ตอนเซ็นได้มา 1 ล้าน แค่นี้เป็นข่าวแล้วเหรอ”
“คือ อย่างนี้ เขาบอกว่าตั๊กกับแม่ไม่พอใจก็เลยไม่ได้เซ็นสัญญาต่อ จริงๆ แล้วเปล่าเลย ทางสหมงคลฯเขาไม่เซ็นเอง เพราะทางแม่กับตั๊กตั้งใจว่าจะเซ็น เพราะเขามีบุญคุณกับเราจะเซ็นเมื่อไหร่ก็ยินดี แต่สหฯบอกว่าไม่เซ็น แม่ก็หน้าจืดไปก่อน (หัวเราะ) ทางเรารักเขาเสมอ อยากไปอยู่กับเขาตลอดอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้บอก ไม่เซ็นเพราะอะไร เราก็ไม่ได้ถาม”

ต่อกรณีข่าวลือ ที่ทางสหมงคลฯไม่ต่อสัญญา เพราะแม่และตั๊ก เรียกค่าตัวสูงเกินไป แม่นางเอกสาวรีบสวนกลับนักข่าว อย่าแตกประเด็นเพราะจะทำให้ตนและลูกเดือดร้อน
“เปล่าๆ อย่าพูดไปเองซิ พูดอย่างนี้แม่กับตั๊กก็เสีย มีคนมาถามแม่ได้ข่าวว่าสหฯ ให้เงิน 10 ล้านจริงรึเปล่า แม่บอกไม่ได้ให้ แต่เขาเคยให้ 1 ล้านบาท ตอนที่น้องเซ็นสัญญาใหม่ๆ แล้วน้องมาเล่นหนังเขาก็หักไปทีละเรื่องแต่ก็ไม่ได้หักทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจนะ อย่าว่าแม่กับน้องเลย เราเหนื่อยแล้ว ทุกวันนี้แม่ทำน้ำพริกกันเหนื่อยมาก ส่วนตั๊กก็เป็นผู้กำกับ เล่นเองด้วยแล้วอย่าให้เหนื่อยกับข่าวอีกเลยนะจ๊ะ (ยิ้มหวาน)”
โต้ถูกกล่าวหา เมินสหมงคลฯ และลั่นไม่ต้องเซ็นสัญญา ทำให้เป็นอิสระ สามารถรับงานเองได้ไม่เป็นความจริง
“ไม่ได้พูดอย่างนั้น แม่บอกว่าไม่เซ็นก็ได้จะได้รับงานข้างนอกได้ทุกเรื่องทุกค่าย เพราะถ้าเราเซ็นกับสหฯ ก็เล่นได้ที่เดียว เพราะเกรงใจเขา แต่ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ค่ายอื่นมาติดต่อ แม่ก็โอเคได้ทุกค่าย”
ด้านลูกสาวทรงโต “ตั๊ก บงกช” เสริมทัพบอกชอบรับงานเอง รับยังปรึกษาผู้ใหญ่ในสหมงคล… “ตั๊กเป็นฟรีแลนซ์ดีกว่า ได้ทำงานที่ตัวเองรัก ออกมารับงานเองแบบนี้ บางครั้งมันก็มีอะไรที่เราคิดไม่ออก ก็มีปรึกษากับทางผู้ใหญ่ในสหฯ ซึ่งเขาก็ยังให้คำปรึกษาเหมือนเดิม”
จากนั้นสอบถามถึงกรณีมีข่าวว่า “แม่ตั๊ก” ออกมาแฉผู้ชายของลูกสาวแบบหมดเปลือก โดยเฉพาะ “เสี่ยโต้ง กมล เอียวศิวิกูล” แม่นางเอกยี้ บอกไม่อยากพูดถึงชื่อนี้ พร้อมปัดไม่เคยแฉใคร
“ไม่เอาไม่พูดถึงเรื่องนี้ (ส่ายหน้า) เอาอย่างนี้แม่การันตีว่าตั๊กโสดไม่มีใครจีบ แล้วแม่ก็ไม่ได้แฉใคร ตอนนี้ใครก็มาจีบได้เพราะตอนนี้ตั๊กเขาอายุเยอะแล้ว (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นอายุ 15 เราก็ต้องดูแล ส่วนตอนนี้ใครจะมาขอก็ยกให้แล้ว ไม่เรียกสินสอดด้วย (หัวเราะ) แม่อยากเป็นส่วนตัวบ้างไม่อยากตามแล้ว เบื่อ”
ส่วนกรณีพระเอกนักบู๊ “จา พนม ยีรัมย์” คือ เพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดในตอนนี้ “ตั๊ก” รับตอนนี้คุยกั “จา” บ่อยที่สุด แต่ไม่ใช่แฟน
“พี่จาเป็นแค่พี่ชายค่ะ รู้จักกันมาตั้งแต่เล่นต้มยำกุ้ง ไม่ได้เป็นแฟนกัน ตั๊กก็ปลื้มพี่เขา เขาเก่ง นิสัยดี ก็โอเค พูดได้แค่นี้ คือใครจะว่ายังไงก็ไม่สนใช้ชีวิตของเขาไป น่ารัก แต่เขาไม่มีทางจีบหนูหรอก (หัวเราะ) คุยเรื่องอื่นเถอะเดี๋ยวโดนแม่ด่า เราก็เหมือนแฟนคลับเขาคนหนึ่งแหละ (ยิ้ม) เอาไว้ให้เขามาจีบก่อนแล้วจะบอก แต่ตอนนี้ตั๊กไม่มีใครนะ ตั๊กอยู่คนเดียว (เน้นเสียง)”
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
องค์บาก2 จา พนม เอาชีวิตเข้าแลก ยึดศรัทธาที่ตั้ง-ทุกอย่างผ่านพ้น
October 10, 2008
เพิ่ง ได้ฤกษ์เปิดกองให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปชมการถ่ายทำหนังเรื่อง “องค์บาก 2″ หลังจากที่เกิดสะดุดหยุดถ่ายทำไปพักหนึ่ง โดยนักบู๊เลือดสยาม “จา”พนม ยีรัมย์ ที่พ่วงทั้งกำกับ และแสดง ได้เผยถึงผลงานที่ถ่ายทำมาว่า
” รู้สึกว่าดีครับ การถ่ายทำก็มีทั้งราบรื่นและไม่ราบรื่นซึ่งเป็นเรื่องปกติ สำหรับการกลับมากำกับ และถ่ายทำต่อครั้งนี้ก็แฮปปี้ดีทุกอย่าง ใน “องค์บาก 2″ จะเห็นการแอ๊กชั่นที่แตกต่างจาก “องค์บาก” ภาคแรกและ “ต้มยำกุ้ง” นั่นคือเราเอาศิลปะการต่อสู้มาบวกกับโขน เป็นการต่อสู้แบบใหม่ที่เรียกว่า “นาฏยุทธ” ซึ่งมีหลากหลายลีลาแอ๊กชั่น เช่น ยักษ์ ครุฑ ลิง นาคราช สิงห์ เป็นต้น”

ต่อข้อถามถึงอุปสรรคการถ่ายทำ ผู้กำกับฯ ป้ายแดงเผยว่า “หลักๆ ที่เจอคือสภาพดินฟ้าอากาศทำให้เราถ่ายทำไม่ได้เท่าที่ควร อีกอย่างคือเป็นหนังพีเรียด แอ๊กชั่นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ ทำให้ต้องหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน”
ถามถึงการกำกับ ครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง? จากล่าวว่า “รู้สึกดีและเป็นเกียรติที่อ.พันนา (ฤทธิไกร) และเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ให้โอกาสผม ผมก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อให้พี่น้องชาวไทยและแฟนๆ ทั่วโลกไม่ผิดหวัง เท่าที่ถ่ายทำมาก็ได้อย่างใจต้องการ สำคัญคือผมได้ประสบการณ์หลายอย่าง มันได้ฝ่าฟันอุปสรรคที่ผมถือว่าเป็นครูที่ดี และในหนังเรื่องนี้เป็นจิตวิญญาณที่หล่อหลอมเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้ก็จะเห็นว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร”
“อย่างผมเอาเรื่องของครูโขนมาใส่ในหนัง ผมก็ต้องไปศึกษา หรือเรื่องของธรรมะผมก็ต้องไปศึกษา ทั้งเรื่องพราหมณ์และพุทธว่าที่มาเป็นอย่างไร การทำหนังเรื่องนี้ผมเอาศรัทธาเป็นที่ตั้ง แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ผมทำหนังเรื่องนี้เรียกว่าเหนื่อยสุดๆ เอาชีวิตเข้าแลกในทุกฉาก แล้วการได้ร่วมงานกับอ.พันนาเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันว่าจะมีหนังที่เราต้องการทำ ด้วยกัน จนวันนี้ได้มีโอกาสแล้ว”
ที่มา ข่าวสด
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง