พันธมิตรฯแฉแผน ทักษิณ ตีล้อมเมืองยึดประเทศ

November 4, 2008



พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมแถลงข่าว โดยพล.ต.จำลอง กล่าวความคืบการเจรจากับรัฐบาล ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานมาจากรัฐบาล โดยคิดว่ารัฐบาลน่าจะยุ่งอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 วันนี้ ซึ่งหากรัฐบาลสะดวกจะเข้ามาเจรจาเมื่อไรเราก็พร้อม ส่วนการเจรจาที่เกิดขึ้นจะสามารถหาทางออกได้หรือไม่นั้น คิดว่าต้องมีการเจรจาที่แน่นอนก่อน อีกทั้งตอนนี้เกิดการแบ่งฝ่ายกันมาก ซึ่งผลที่ตามมาอาจสร้างผลกระทบกับความมั่นคงของประเทศได้

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคพลังประชาชนกำลังเดินเรื่องขออภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน พล.ต.จำลอง กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯยังไม่มีการประชุมในเรื่องนี้ คงต้องให้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนก่อน แต่ตนคิดว่า ผู้ที่กระทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ซึ่งผู้ที่กระทำผิดมักจะชอบอ้างตัวว่าไม่ผิด ทั้งนี้หากให้ผู้กระทำผิดเรียกร้องอาจจะเกิดความวุ่นวายตามมา รวมทั้งอาจทำให้กระบวนการยุติธรรมดูไม่มีความหมาย ซึ่งขณะนี้กำลังมีความพยายามที่จะแก้ไขความผิดให้เป็นถูกอยู่ เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนกำลังพยายามเดินหน้าในเรื่องขออภัยโทษ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ต้องรอให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้ก่อน ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่พรรคพลังประชาชนบอกว่าจะทำและไม่มีการดำเนินการ อะไร

เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดเหตุยิงกันที่สะพานมัฆวานฯและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในเรื่องนี้พันธมิตรฯกำลังตรวจสอบอยู่ว่า กลุ่มใดเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงก่อน โดยวันเกิดเหตุมีผู้บุกเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม เพื่อต้องการสร้างความปั่นป่วน ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯจึงต้องทำตามหน้าที่ ซึ่งเราไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ด้านนายพิภพ กล่าวเสริมว่า ตามหลักพันธมิตรฯไม่มีนโยบายที่จะให้มีการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่ชุมนุม

นาย พิภพ กล่าวถึงการที่สถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที จะนำภาพโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาออกอากาศซ้ำนั้น กลุ่มพันธมิตรฯไม่เห็นด้วย เนื่องจากถือเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มาจากภาษีของประชาชน จึงไม่ควรที่จะให้บุคคลที่อยู่ในฐานะนักโทษออกมาชี้แจงความผิด ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลยอมให้มีการออกอากาศการโฟนอินซ้ำ จะถือเป็นการโต้คำพิพากษาของศาล ซึ่งจะเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมและสร้างความร้าวฉาน อย่างไรก็ตามถ้ารัฐบาลยังพยายามดื้อดึงให้มีการออกอากาศซ้ำ จะถือเป็นการกำลังผิดกฎหมาย ตั้งแต่ผู้ดำเนินรายการ สถานีโทรทัศน์และรัฐบาลเอง

ส่วนกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนจะขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายพิภพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดหลักการและขั้นตอนการขอพระทานอภัยโทษ เพราะการอภัยโทษนั้นจะทำให้วันสำคัญต่างๆเช่นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ และผู้ที่จะขอพระราชทานอภัยโทษนั้นต้องสำนึกผิดและยอมที่จะรับโทษ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากจะไม่ยอมรับผิด แล้วยังหลบหนีไปนอกประเทศไม่ยอมต่อสู้คดี และยังกล่าวหาว่ากระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งไม่ให้ความเป็นธรรม สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำนั้นลึกๆอาจจะไม่ต้องการได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากใจจริง แต่ทำอย่างนี้เพื่อเป็นการผลักภาระให้สถาบันอย่างเห็นแก่ตัว สร้างความแตกแยกให้สังคม เพื่อหวังจะกลับมาครอบครองประเทศใหม่อีกรอบ

“ทักษิณ ใช้ยุทธวิธีแบบ “ตีล้อมเมือง” โดยวางตัวแทนไว้ทุกกลไกทั้งในรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญนิรโทษกรรม โจมตีศาล ขณะเดียวกันก็ปลุกระดมมวลชนตรึงทหารให้ไม่กล้าทำการรัฐประหาร เพื่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์คือการกลบมายึดประเทศอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้ทหารต้องใช้เครื่องมือเพื่อสร้างความถูกต้องในบ้านเมือง โดยเฉพาะใช้สื่อในมือเผยแพร่ความร้ายกาจของ พ.ต.ท.ทักษิณให้ประชาชนได้รับทราบ” นายพิภพ กล่าว

นอกจากนี้ นายพิภพ ยังกล่าวว่า สำหรับจะหาทางออกด้วยกระบวนการราชประชาสมาศัยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องรับผิดก่อน เพราะแนวทางราชประชาสมาศัย เกิดขึ้นครั้งแรกหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.เป็นการระดมราษฎรมาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีการอภัยโทษให้ใคร จอมพลถนอม กิตตขจร ก็ยังถูกยึดทรัพย์ จนบัดนี้ยังไม่ได้รับคืน ดังนั้นแม้จะใช้หนทางราชประชาสมาศัย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องมารับโทษก่อนไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

นายพิภพ กล่าวถึงกระบวนการสานเสวนาที่เริ่มต้นที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า การสานเสวนาแบบนี้สุดท้ายจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เพราะรัฐเป็นฝ่ายเริ่มต้นความรุนแรงจะยุติความรุนแรงได้อย่างไร การสานเสวนาโดยไม่พูดความจริงที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ต.ค.ไม่มีทางแก้ปัญหา ผู้นำแนวคิดนี้ทั้งนายโคทม อารียา และน.พ.วันชัย วัฒนศัพท์ ก็เป็นคนที่ไม่พูดความจริง มีแต่แสดงภาพว่าเป็นคนมีศีลธรรม แต่กลับทอดทิ้งต้นเหตุที่เป็นปัญหา ทำให้การสานเสวนาไม่สำเร็จ การสร้างสมานฉันท์นั้นต้องทำความจริงให้ปรากฏ หากมีการทำผิดกฎหมายต้องให้ศาลตัดสิน ไม่ใช่ให้ลืมอดีตทั้งหมด กระบวนการแบบนี้ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก โพสต์ทูเดย์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง