หนุ่มใหญ่มอมยาชิงทรัพย์เฒ่าวัย70 เผยถูกจับคดีเดียวกัน 11 ครั้ง

December 26, 2008



เผยถูกจับคดีเดียวกัน 11 ครั้ง แต่ไม่สำนึก แฉเล็งชายสูงอายุ เข้าตีสนิทหลอกกินยานอนหลับ อ้างช่วยปลุกเซ็กส์ เหยื่อหลงกลเจอรูดทรัพย์

เมื่อ เวลา 19.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่ สน.พลับพลาไชย 2 พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) พ.ต.อ.ธีระพงษ์ คล้ายแก้ว (ผกก.) สน.พลับพลาไชย 2 พ.ต.ท.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สุรวิทย์ โยนจอหอ สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2 ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายมนัส พงษ์ไพบูลย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 2 ต.เขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่บริเวณทางเท้าหน้าร้านพลับพลาไชยโฟโต้ ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา เวลา 23.40 น.

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ขณะที่ พ.ต.ท.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ สวป.สน.พลับพลาไชย 2 ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านข้าวต้มเจ๊สวย ซึ่งอยู่บริเวณหน้าร้านพลับพลาไชยโฟโต้ ให้เข้าตรวจสอบผู้ต้องสงสัย ซึ่งทำทีเข้ามาตีสนิทขอนั่งกินข้าวต้มร่วมกับนายอุทัย นันทนาสฤษณ์ อายุ 70 ปี ลูกค้าภายในร้าน ภายหลังจากนั่งกินสักพัก นายอุทัยก็มีอาการมึนศีรษะใกล้หมดสติคล้ายคนถูกมอมยา โดยสังเกตเห็นผู้ต้องสงสัยปลดเอาทรัพย์สินของนายอุทัย แล้วพยายามจะนำนายอุทัยขึ้นรถสามล้อรับจ้าง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

พล. ต.ต.วิทยา กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นตัวนายมนัส พบของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย คือ แหวนทองคำฝังหัวหยก 1 วง ราคาประมาณ 1.5 หมื่นบาท ซุกซ่อนอยู่ในกางเกง และพบยาเม็ดสีชมพูบรรจุอยู่ในกล่องยาอมระงับกลิ่นปาก 16 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้าย จากการตรวจสอบโดยเภสัชกรทราบว่ายาดังกล่าวเป็นยานอนหลับชนิดแรงที่ออกฤทธิ์ รวดเร็ว ซึ่งหากกินมากเกินไป อาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.ธีระพงษ์ กล่าวว่า นายมนัสมีพฤติการณ์ทำทีเข้าไปตีสนิทเหยื่อ โดยเลือกเหยื่อเป็นผู้ชายวัยสูงอายุและมาคนเดียว เพราะยาที่นำไปใช้ในการมอมเหยื่อนั้น จะหลอกเหยื่อว่าเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะนำยาดังกล่าวผสมกับเครื่องดื่มอัดลมกับเบียร์ที่นำ มาเองให้เหยื่อดื่ม หลังจากนั้นเหยื่อก็จะมีอาการสะลึมสะลือ โดยบอกให้ทำอะไรก็จะทำตามหมดทุกอย่าง ขณะนี้ผู้เสียหายยังให้การไม่ได้ เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว จากการที่ญาติของนายอุทัยมาตรวจสอบทรัพย์สินที่ยึดคืนมาได้จากตัวผู้ต้องหา ก็ยืนยันว่าเป็นของนายอุทัย

พ.ต.อ.ธีระพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมนัสยังให้การปฏิเสธ ตอนแรกอ้างว่าตัวเองชื่อ นิตย์ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 52 ปี จากการตรวจสอบพบว่าชื่อดังกล่าวเป็นชื่อของพี่ชายนายมนัส นอกจากนี้ยังพบว่านายมนัสเคยต้องคดีลักทรัพย์และชิงทรัพย์ลักษณะมอมยา และถูกดำเนินคดีในท้องที่ต่างๆ มาแล้ว 11 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521-2542 พอออกมาก็ยังไม่เลิกพฤติการณ์ และตระเวนก่อเหตุลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก่อนที่จะถูกจับกุม ในวันเดียวกันได้ก่อเหตุในเขตท้องที่ สน.บางยี่ขัน โดยมอมยาชิงทรัพย์นายอริณรัฐ ม่วงปะไพ อายุ 48 ปี ในลักษณะดียวกัน ที่ร้าน 13 เหรียญ พาต้าปิ่นเกล้า ขณะนี้นายอริณรัฐรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

เบื้องต้นตำรวจ แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ลักษณะมอมยากับนายมนัส พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกนายมนัสชิงทรัพย์ในลักษณะ ดังกล่าว สามารถเดินทางมาดูตัวหรือดูรูปถ่ายนายมนัสได้ที่ สน.พลับพลาไชย 2 ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


2คนร้ายมีดแทงชิงทรัพย์น้องสาวกกต.สาหัส

October 27, 2008

สองคนร้ายซิ่ง จยย.ชิงทรัพย์น้องสาว “ประพันธ์ นัยโกวิท” กกต. เจ้าตัวฮึดสู้ถูกแทงสาหัส ก่อนคนร้ายเผ่นหนีโดยไม่ได้ทรัพย์สิน แพทย์เร่งช่วยรักษาจนพ้นขีดอันตราย ตำรวจเชื่อเป็นเหตุชิงทรัพย์ไม่เกี่ยวการเมือง

เหตุการณ์คน ร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายน้องสาวของกรรมการการเลือกตั้งเพื่อชิงทรัพย์ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ร.ต.ท.เสกสรรค์ คงคืน ร้อยเวร สน.โชคชัย รับแจ้งมีเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายเจ้าทรัพย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่หน้าบ้านเลขที่ 8/58 หมู่บ้านเพิ่มพูน ซอยนาคนิวาส 57 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย

ที่ เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4 ทราบชื่อต่อมาคือ นางอริสรา ชุณหชา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/819 หมู่ 10 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งเป็นน้องสาวของนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่บริเวณด้านหลังทะลุปอด แขนด้านซ้ายและขวามีรอยมีดบาดเป็นทางยาว แพทย์นำตัวเข้าห้องไอซียู เพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

ต่อมานาย ประพันธ์ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องสาวที่โรงพยาบาล และสอบถามอาการจากแพทย์ผู้รักษาโดยมีสีหน้าเคร่งเครียด นายประพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุไปร่วมทำบุญทอดกฐิน ที่วัดบรมนิวาส และทราบว่าน้องสาวถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล

ด้าน นพ.สมพงษ์ นาวารวงศ์ นายแพทย์ศัลยกรรม รพ.เปาโล เมโมเรียล กล่าวว่า จากการตรวจสอบผู้บาดเจ็บถูกมีดแทงเข้าบริเวณด้านหลังจนทะลุปอด และมีแผลที่แขนสองข้าง เบื้องต้นเอกซเรย์ดูและรักษาจนพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนชีพจรกับความดันปกติ ซึ่งแพทย์ใส่ท่อระบายเลือดดูดเลือดออกจากปอดที่ทะลุ แผลค่อนข้างลึกและมีลมอยู่ที่ปอดด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องดูเรื่องของลมที่ปอดและเลือดที่ออกจากปอด ต้องพักฟื้นโรงพยาบาลสักระยะ

ขณะที่ พ.ต.ท.พิเชษฐ์กล่าวว่า หลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และได้สอบปากคำนางอริสรา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้เดินออกมาจากบ้านในหมู่บ้าน ต.ร่วมโชค เพื่อออกไปทำธุระที่สำนักงานเขต เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก็ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คน กระชากกระเป๋าสะพาย มีการยื้อยุดฉุดกระชากอยู่นาน ระหว่างที่คนร้ายกระชากกระเป๋าได้ใช้มีดปอกผลไม้แทงด้านหลังของตน ถูกบริเวณแขนและด้านหลัง ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยคนร้ายก็ไม่ได้กระเป๋าไป จากนั้นมีพลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาล

จาก การตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ใกล้เคียง พบว่าคนร้ายขี่จักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมา 2 คน ใช้ผ้าหรือหมวกปิดบังหน้า คนซ้อยท้ายพยายามกระชากกระเป๋าผู้บาดเจ็บ และแทงเข้าที่กลางหลัง ก่อนขึ้นรถหนีไป เบื้องต้นคาดว่าเป็นการชิงทรัพย์ ไม่น่าจะเกิดจากเรื่องการเมือง ต้องขอเวลาตรวจสอบให้สายสืบติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง