แมงกะพรุนกล่อง โดนพิษ แสบร้อนถึงขั้นช็อกเสียชีวิต
November 5, 2008
สสจ.กระบี่ เผย ไทยมีผู้ป่วยถูกพิษแมงกะพรุนกล่องมีอาการแสบร้อน จนถึงขั้นช็อกเสียชีวิต เตรียมหาแนวทางป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว
จากกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนภัยแมงกะพรุนกล่อง ซึ่งมีพิษรุนแรงต่อมนุษย์ เนื่องจากช่วงหลายปีหลังที่ผ่านมา มีรายงานว่า มีผู้ได้รับพิษจากแมงกะพรุนประเภทนี้ จนถึงขั้นเสียชีวิตระหว่างลงเล่นน้ำทะเลในประเทศไทยหลายรายนั้น
วานนี้ (4 พ.ย.) นพ.บัญชา ค้าของ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ (สสจ.) กล่าวว่า แมงกะพรุนกล่อง ไม่ได้เป็นสัตว์ทะเลท้องถิ่นของไทย และไม่เคยพบในไทยมาก่อน จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นเด็กชาวสวีเดน อายุ 10 ปี และผู้หญิงอีก 1 คน เล่นน้ำอยู่ชายหาดเกาะลันตา จ.กระบี่ และถูกแมงกะพรุนกล่องที่ลำตัว มีอาการแสบร้อน และช็อกเสียชีวิตในที่สุด ส่วนผู้ใหญ่มีเพียงอาการแพ้พิษแมงกะพรุนกล่องเท่านั้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มแต่อย่างใด
“จาก การสันนิษฐาน คาดว่า เป็นแมงกะพรุนสายพันธุ์จากออสเตรเลีย แต่ถูกกระแสน้ำพัดพามา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนก็ได้ ซึ่งไม่ได้มีประเทศไทยเท่านั้นที่พบว่าแมงกะพรุนชนิดนี้ระบาดพลัดข้ามถิ่น แต่ประเทศอื่นแถบชายฝั่งทะเลอันดามันก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เช่น ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น” นพ.บัญชา กล่าว
นพ.บัญชา กล่าวต่อว่า สำหรับความรุนแรงของพิษแมงกะพรุนกล่องนั้น เบื้องต้นจะรู้สึกแสบ ร้อนบริเวณที่ถูกพิษ คันเป็นผื่นแดงและขยายวงกว้าวงมากขึ้น ความดันตก ทำให้ช็อกหมดสติ ที่สำคัญ พิษจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น หากพบผู้บาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุนไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ให้รีบนำตัวขึ้นจากน้ำทันที และรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน หรืออาจโทร.แจ้ง สายด่วนกู้ชีพ 1669 ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้จะมีศูนย์สั่งการอยู่ที่โรงพยาบาลกระบี่ ซึ่งมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผู้บาดเจ็บจากแมงกะพรุนกล่องโดยเฉพาะ

“สำหรับ ผู้ป่วยที่ได้รับพิษแมงกะพรุงกล่อง ไม่จำเป็นต้องมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพราะจะยิ่งทำให้เสียเวลาผู้บาดเจ็บถึงมือหมอช้าขึ้น โดยเมื่อถึงมือแพทย์จะรักษาตามอาการ หากมีอาการช็อกจะให้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ส่วนบาดแผลตามร่างกายจะให้ยาแก้แพ้และยาแก้อักเสบ รายที่ไม่รุนแรงมาก รักษา 3-5 วันก็จะหายเป็นปกติ ส่วนรายที่รุนแรง มีแผลคล้อยรอยไหม้ ต้องรักษานาน 7-21 วัน” นพ.บัญชา กล่าว
นพ.บัญชา กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีป้องกันการถูกพิษจากแมงกะพรุน คือ ให้สังเกตจุดที่จะลงเล่นน้ำทะเลหากพบว่ามีแมงกะพรุนอยู่ ให้หลีกเลี่ยงและไม่ลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกพิษจากเมืองแมงกะพรุนได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นแมงกะพรุนชนิดใดก็มีพิษเป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ดี
โดย ขณะนี้ มีแนวคิดจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต และกระบี่ เป็นต้น พิจารณาหาแนวทางป้องกันพิษจากแมงกะพรุนกล่อง เพื่อป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว อาจจะใช้ตาข่ายล้อมจุดเล่นน้ำตามชายหาดต่างๆ เป็นต้น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง แฟนหนุ่มวัย28ลงมือบีบคอฆ่าโหดดญ.14
October 15, 2008
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 ต.ค. พ.ต.ท.จตุภัทร แช่มลำเจียก พงส.(สบ3) สน.สายไหม รับแจ้งจากนายวัฒนา คร่ำสุข อายุ 38 ปี ว่าบุตรสาวถูกฆ่าตายที่บ้านเลขที่ 67/51 หมู่บ้านศรีธราวีลย์ ถนนบ้านเกาะ ซอยพหลโยธิน 54/1 แขวงและเขตสายไหม กทม. จึงรายงาน พ.ต.ท.วิรัตน์ สวาทเพชร รอง ผกก.สส.ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้น จุดเกิดเหตุอยู่ในห้องนอนชั้นสอง เจ้าหน้าที่พบศพ ด.ญ.วันวิสา หรือจ๋า คร่ำสุข อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา ย่านสายไหม เสียชีวิตในสภาพนอนหงายสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสีขาว บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ ข้างศพพบเบียร์ลีโอ 1 ขวด เปิดดื่มไปส่วนหนึ่ง แต่นำฝามาปิดไว้ให้อยู่ในสภาพปกติ นอกจากนี้ ยังพบสมุดบันทึกด้านในเขียนด้วยลายมือว่า “พ่อแม่หนูขอโทษ หนูรักเขามาก หนูขอให้เขามาอยู่บ้านด้วย” ลงวันที่ 13 ต.ค.
ที่เหล็กดัดประตูห้องอีกด้านหนึ่ง พบศพชายทราบชื่อนายศักดิ์ชัย หรืออึ๋ง เขียวตั้ง อายุ 28 ปี อาชีพขาย น้ำพริกอ่องและแค็บหมูตามตลาดนัด บ้านเดิมอยู่เลขที่ 156/1 หมู่ 2 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน ปัจจุบันพักอยู่บ้านเลขที่ 67/5 ฝั่งตรงข้ามบ้านเกิดเหตุ สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงสีดำ เสียชีวิตในสภาพย่อตัวงอ โดยมีเนกไทนักเรียนคาดว่าเป็นของฝ่ายหญิงผูกคอตัวเอง แล้วผูกกับเหล็กดัดประตู
สอบสวนนายวัฒนาให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนไม่อยู่บ้าน รวมทั้งภรรยาคือนางเถาวัลย์ด้วย เพราะต้องไปทำงานที่โรงแรมมารวย ย่านเกษตรศาสตร์ โดยตนกลับบ้านตอนเช้า แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะปกติบุตรสาวจะตื่นสายในช่วงปิดภาคเรียน กระทั่ง 5 โมงเย็นภรรยากลับมา เห็นว่าบุตรสาวยังไม่ตื่น ด้วยความสงสัยจึงไปเคาะประตูห้อง เมื่อพบว่าถูกล็อกจากด้านในจึงนำกุญแจสำรองมาไขเปิดเข้าไปก็พบกับภาพสยดสยอง แทบช็อก ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับบุตรสาวได้ เพราะปกติก็ปล่อยให้ทั้งคู่คบหากันอยู่แล้ว แต่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะทำกับลูกตนได้ถึงเพียงนี้ และไม่ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่
ด้าน พ.ต.ท.จตุภัทรกล่าวว่า จากสภาพที่เกิดเหตุฝ่ายชายน่าจะเป็นผู้ลงมือฆ่าฝ่ายหญิง ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม เนื่องจากมีการล็อกประตูจากด้านใน น่าจะมีการพูดคุยตกลงปัญหาระหว่างกันในบางเรื่อง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ขณะนี้ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง โดยเฉพาะเบียร์ ที่เพิ่งเปิดดื่มไปส่วนหนึ่ง อาจจะมีส่วนผสมของยาบางอย่างอยู่ด้วยหรือไม่ จากนั้นจึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติเวชตรวจ พิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ที่มา ไทยรัฐ
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องช็อก ปู่เย็น เสียชีวิตแล้วช็อกหมดสติเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
October 12, 2008
“ปู่เย็น” เสียชีวิตแล้ว ปิดฉาก “เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี” หลังเกิดอาการช็อกหมดสติ เมื่อช่วงเช้า แพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ต.ค.) นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี ได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากที่เกิดอาการช็อกหมดสติเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จึงเสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.
ทั้งนี้ หลังจากที่หน่วยกู้ชีพนเรนทรเดินทางไปทำแผลตามปกติทุกวัน แต่พบว่าปู่เย็นนอนหมดสติภายในเรือ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเร่งปั๊มหัวใจ และให้ยากระตุ้น แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง
ขณะที่ นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย นางจุ๋มจิ๋ม แก้วมณี บุตรสาวของปู่เย็น รีบเดินทางดูอาการปู่เย็นที่โรงพยาบาล ล่าสุดเวลาประมาณ 10.45 น. มีรายงานว่าปู่เย็นเสียชีวิตแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากนี้ไปเตรียมกราบบังคมทูลรายงานการเสียชีวิตของนายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับทราบ เนื่องจากพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับปู่เย็นอย่างมาก และทรงติดตามสอบถามอาการของปู่เย็นเป็นระยะ ส่วนเรื่องศพของปู่เย็นนั้น จะติดต่อกับบุตรหลานและญาติพี่น้องของปู่เย็น ว่าจะดำเนินการเช่นไรต่อไป
ล่าสุด คณะแพทย์โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ได้แถลงข่าวการเสียชีวิตของปู่เย็น ว่าเป็นเพราะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากปู่เย็นเป็นโรคความดัน เบาหวาน ปอดอักเสบ และแผลที่กระดูกข้อมืออักเสบ ขาดสารอาหาร หัวใจโตเล็กน้อย จึงเกิดอาการหัวใจล้มเหลว
ทั้งนี้ ศพของปู่เย็น จะนำไปฝังที่สุสาน ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตามหลักศาสนาอิสลามภายในเย็นวันนี้
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง