ซาฮาร์ ดาฟเทอรี นางแบบดังดิ่งตึกดับอนาถ หลังอกหักช้ำรัก

December 24, 2008



ซาฮาร์ ดาฟเทอรี” นางแบบสาวผู้ได้ชื่อว่าหยุดทั้งโลกได้แทบเท้าเธอถูกพบเป็นศพหลังคาดว่าเจ้าตัวดิ่งตึกที่เคยเป็นรังรักดับอนาถ เนื่องจากช้ำรัก

ซาฮาร์ ดาฟเทอรี นางแบบสาววัย 23 ปีจากลอนดอน ดิ่งตึก NV Buildings สูง 12 ชั้น หรือประมาณ 150 ฟุต ดับอนาถ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ซาฮาร์ ดาฟเทอรี ผู้ชนะการประกวด Face of Asia ได้ดิ่งแฟลตที่เธอต้องการขึ้นไปเก็บข้าวของบางส่วนหลังจากที่ต้องเลิกรากับแฟนหนุ่มของเธอตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ตามรายงานระบุว่าแฟนหนุ่มของเธอถูกควบคุมตัวหลังจากนั้นและประกันตัวออกไปเรียบร้อยแล้ว ตามรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ดาฟเทรี ต้องไปปรากฏตัวบนแคทวอล์คในงานแฟชั่นโชว์ที่แมนเชสเตอร์ รวมถึงที่้ร้านอาหารอินเดียในช่วงเย็นวันเสาร์ แต่แล้วทุกอย่างก็ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้ายโดยให้เหตุผลเพียงว่าเธอไม่สบาย

พอล อัฟรา ซามี กล่าวว่า “พวกเราช็อคและเศร้ามาก ซาฮาร์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอรักชีวิต เธอพบกับเขา( แฟนหนุ่ม )ในแมนเชสเตอร์ และพวกเขาก็มีความสุขมาก”

“จากนั้นเธอก็ชนะการประกวด Face of Asia และเธอเพิ่งเซ็นสัญญาใหญ่ๆมากมาย เธอดูเหมือนคนที่สยบทุกอย่างได้แทบเท้าแล้ว แต่ต่อมาเธอก็พบว่าคนรักของเธอแต่งงานแล้วและเธอก็เศร้ามาก ความทุกข์ครั้งนี้ทำให้เธอเปลี่ยนไปเธอกินไม่ได้นอนไม่หลับ”

“เมื่อตอนที่เธอมาถึงในวันเสาร์เธอดูลุกลี้ลุกลนไม่มีสมาธิและต้องการมาเก็บของของเธอจากอพาร์ตเมนท์ แต่เขาไม่ได้เจอเธอหรอกนะ”

ผู้ที่พักอยู่ในบริเวณอพาร์ตเมนท์ริมน้ำขนาดใหญ่ได้เผยว่า “เราไม่รู้เรื่องรายละเอียดเต็มๆมากนักว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนมันจะเป็นโศกนาฏกรรมที่แย่มาก เราเคยเห็นเธอแค่ครั้งสองครั้งและเธอก็เป็นมิตรพอสมควร เราไม่รู้ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นจนกระทั่งเรามองออกไปและเห็นตำรวจเต็มไปหมด”

ทางด้านผู้พักอาศัยคนอื่นๆกล่าวว่า “เรามองออกไปและเห็นตำรวจยืนอยู่รอบๆอะไรบางอย่างที่อยู่บนพื้น และเราก็รู้ทันทีว่ามีใครตกลงไปหรือว่ากระโดดลงไปจากแฟลต”

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจของ Greater Manchester รายงานว่า ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการสอบสวน และยังต้องมีการติดตามตรวจสอบภาวะแวดล้อมในที่เกิดเหตุต่อไปด้วย ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ฆาตกรรม หรือว่าอุบัติเหตุกันแน่
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


คนร้ายดักยิงผู้สร้างหนัง มนต์รักลูกทุ่ง ดับอนาถ

December 11, 2008

ผู้สร้างหนัง”มนต์รักลูกทุ่ง” ชะตาขาด ถูกคนร้ายดักยิงขณะเปิดประตูเข้าบ้านพักย่านสามเสน ดับอนาถ เมียคาดปมขัดแย้งเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์ เมื่อ 6 ปีก่อน ตร.ตั้ง 2 ประเด็น ขัดแย้งธุรกิจ-ชู้สาว ส่งสายสืบลงพื้นที่หาข้อมูล

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 10 ธันวาคม  พ.ต.ท.สมชาย เอื้อทยา พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.สามเสน รับแจ้งมีเหตุชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 253 ซอยสามเสน 28 ซอยย่อยองครักษ์ 9 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ต.สมพงษ์ วงศ์หอม สว.สส.สน.สามเสน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือด และปลอกกระสุนขนาด 9 มม.จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทราบชื่อต่อมาคือ นายประสิทธิ์ วิจิตรจินดา อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/16 หมู่ 9 แขวงและเขตตลิ่งชัน ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอยทะลุขมับขวา 1 นัด อาการสาหัส ก่อนที่เจ้าตัวจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ต่อ มาเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.  บรรดาญาติผู้ตายได้เดินทางมารอรับศพที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดย น.ส.ชุติมา วิจิตรจินดา อายุ 41 ปี ลูกสาวผู้ตายเปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกสาวคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คนของผู้ตาย โดยก่อนหน้านี้พ่อของตนแต่งงานอยู่กินกับนางเพิ่มพูน พลเพชร แม่ของตน โดยทั้งคู่ทำอาชีพพากษ์หนังในชื่อบริษัทประสาทชัย เพิ่มพูน ก่อนที่ทั้งคู่จะหย่าร้างกันมาได้ 10 กว่าปี ก่อนที่พ่อของตนจะมาอยู่กินกับนางวรรณา พูลสุขโข อายุ 51 ปี และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านในซอยบรมราชชนนี 44 และทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่ที่ห้างฟอร์จูน

น. ส.ชุติมา กล่าวต่อว่า ปกติพ่อของตนจะมาที่บ้านหลังเกิดเหตุอยู่เป็นประจำทุกวันในช่วง 23.00 น.และจะกลับบ้านในช่วง 01.00 น. โดยเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 23.30 น. ขณะที่ตนนั่งทำงานอยู่ชั้นล่างของบ้าน พ่อก็มาที่บ้านตามปกติ ระหว่างที่พ่อกำลังเปิดประตูบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบออกไปดูก็พบว่าพ่อถูกยิงล้มลงแล้ว จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล

ด้าน นางวรรณา พูลสุขโข ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่สามีถูกยิงครั้งนี้ไม่น่าจะมาจากเรื่องชู้สาว แต่อาจจะมาจากที่เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน มีผู้หญิงที่รู้จักกับสามีคนหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้วยกันอยู่ที่ชั้น 3 ของห้างฟอร์จูน มาเสนอเซ้งร้านขายอุปกรณ์ที่ชั้น 4 ของห้างให้ในราคา 3 แสนบาท รวมค่าตกแต่งด้วยเป็นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ทำสัญญาตกลงปากเปล่ากันโดยไม่มีลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด แต่หลังจากที่สามีเซ้งร้านมาเปิดกิจการก็ค้าขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื่องจากอยู่โซนด้านหลัง

นางวรรณากล่าวอีกว่า เมื่อขายไปได้ประมาณ 3 ปี ได้ มีผู้ค้ารายใหญ่คนหนึ่งที่เปิดร้านขายอยู่โซนด้านหน้า ต้องการพื้นที่โซนด้านหลังทั้งหมดติดต่อกัน 6-7 ล็อก จึงติดต่อกับทางบริษัทซีพีเจ้าของห้าง เพื่อขอย้ายสลับโซนกันกับร้านของสามีตนเอง ซึ่งหลังจากนั้นร้านของสามีตนก็เริ่มค้าขายดีขึ้นมา จนทางผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร้านเข้ามาแสดงความต้องการอยากได้ร้านคืน โดยอ้างว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าร้านให้สามีตน ทั้งๆที่สามีเซ้งร้านมาแล้ว จึงทำให้มีเรื่องฟ้องร้องกันเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.สามเสน กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลของคนร้าย แล้ว เนื่องช่วงเกิดเหตุคนร้ายมาดักซุ่มแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตาย ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป ส่วนเรื่องประเด็นการฆ่านั้น ตั้งไว้ที่เรื่องประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจกับเรื่องชู้สาว ส่วนประเด็นอื่นต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

รถตู้สายซีคอนฯ- เทคโนลาดกระบัง พุ่งเสยชาวบ้านที่ยืนรอรถเมล์

November 11, 2008

รถตู้สายซีคอนฯ- เทคโนลาดกระบัง พุ่งเสยชาวบ้านที่ยืนรอรถเมล์ ใต้สะพานลอยกลับรถหน้าห้างซีคอนฯ หัวหน้าแม่บ้านห้างซีคอนฯ ดวงซวยถูกชนกระเด็นมุดใต้ท้องแท็กซี่ดับอนาถ บาดเจ็บอีก 3 คน ส่วนรถตู้พุ่งตกคูน้ำเกาะกลาง โชเฟอร์อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ตร.คาดเข้าเกียร์ออโต้ผิด

เหตุการณ์รถตู้พุ่งเสยแม่บ้านห้างซีคอนฯ เสียชีวิตขณะยืนรอรถเมล์ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ร.ต.อ.สมศักดิ์ ธิจริยา ร้อยเวร สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารพุ่งชนประชาชนที่ยืนรอรถเมล์เสียชีวิตและได้รับบาด เจ็บหลายราย บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางสะพานกลับรถห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่ เกิดเหตุบริเวณคูน้ำร่องกลางถนนหน้าห้างสรรพสินค้า พบรถตู้โดยสารสีขาว วิ่งระหว่างซีคอนฯ-เทคโนลาดกระบัง ทะเบียน อล 9216 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังจมอยู่ในคูน้ำ ส่วนนายวสันตร์ สิงขรอาจ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 15 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม คนขับ ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป และพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทย 9753 กรุงเทพมหานคร มีร่องรอยบุบบริเวณกระโปรงหน้ารถ นายอุทร แต้มชัยภูมิ อายุ 49 ปี คนขับแท็กซี่ ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตกใจ

ห่างออก ไปเล็กน้อยบริเวณป้ายรถเมล์กลางถนนพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวเหลือง ทะเบียน มง 3224 กรุงเทพมหานคร มีนายเล็ก เอี่ยมมหาโสภา เป็นคนขับ จอดทับร่างนางผาสุข จินดามุก อายุ 36 ปี หัวหน้าแม่บ้าน ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ อยู่บ้านเลขที่ 73/4 ซอยอ่อนนุช 49 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ใต้รถ นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน นอนอยู่กลางถนนคือ นางจีรภรณ์ มะลิทอง อายุ 40 ปี น.ส.อาภาพร คีรีแก้ว อายุ 25 ปี และนางมาเรียม ดีเมืองเก่า อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาวดีราม

นายอุทรให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถแท็กซี่มาจอดรอผู้โดยสารบริเวณป้ายรถเมล์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นช่วงห้างสรรพสินค้าปิดให้บริการ ก็จะมีพนักงานของห้างมารอรถเมล์และรถแท็กซี่จำนวนมาก ขณะที่จอดรถรออยู่และมีคนยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์จำนวนมาก จังหวะนั้นเห็นคนวิ่งแตกฮือไปคนละทิศละทางออกจากป้ายรถเมล์ และก็เห็นรถตู้ที่จอดอยู่ที่คิวพุ่งออกมาจากใต้สะพานลอยชนคนที่ยืนรอรถเมล์ กระเด็นออกมานอนบาดเจ็บบนท้องถนนหลายราย

“จากนั้นรถตู้ก็พุ่งมา เฉี่ยวชนรถแท็กซี่ของผมอย่างแรง ก่อนจะพุ่งลงไปตกในคูน้ำเกาะกลางถนน ประกอบกับขณะนั้น นายเล็ก เอี่ยมมหาโสภา คนขับแท็กซี่ ขับรถผ่านมาพอดีจึงทำให้นางผาสุข กระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถแท็กซี่เสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนั้นคนขับรถตู้หนีหายไปทันที” นายอุทรกล่าว

ต่อมามีนายนิมิตร จินดามุก อายุ 40 ปี สามีผู้เสียชีวิต พร้อมกับลูกชายได้เดินทางมาดูศพและร่ำไห้แทบขาดใจ พร้อมทั้งกล่าวว่า ภรรยาเป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ห้างซีคอนฯ จะมาทำงานตั้งแต่เช้ากลับบ้านเวลาประมาณ 22.00 น.ของทุกวัน ก่อนจะกลับบ้านภรรยาโทรศัพท์ไปหาทุกครั้งว่ากำลังรอรถเมล์อยู่ ตนก็รอภรรยากลับแต่นานผิดปกติ จากนั้นมีเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกรถชนเสียชีวิต จึงรีบพาลูกมาดูที่เกิดเหตุ

ด้าน ร.ต.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ติดตามตัวนายวสันตร์ คนขับรถตู้มาสอบสวนพร้อมดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสีย ชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบรถตู้ใช้ระบบเกียร์ออโตเมติก และพบว่าเกียร์รถอยู่ที่เกียร์ 2 คาดว่าคนขับอาจจะประมาทโดยการเข้าเกียร์รถผิดพร้อมทั้งเหยียบคันเร่งรถจึง พุ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชนคนที่ยืนอยู่บริเวณป้ายรถเมล์จนเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ฆ่าโหดสังเวยรักขมยิงสาวในออฟฟิศ

October 17, 2008

หนุ่ม หึงโหดแฟนสาวใช้ปืนจ่อยิงหัวดับอนาถ ก่อนยิงตัวตายตามคาตู้คอนเทน เนอร์ในนิคมฯมาบตาพุด ขณะแฟนสาวซึ่งเป็นพนักงานเซฟตี้ บริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงงานเอทานอล นอนพักเที่ยงในตู้คอนเทนเนอร์ แฟนหนุ่มที่เป็นพนักงานเซฟตี้อีกบริษัทบุกเข้าไปหา ก่อนลงมือยิงโหด เหี้ยมแล้วฆ่าตัวตามต่อหน้าเพื่อนพนักงาน พี่ชายฝ่ายหญิงเผยทั้งสองอยู่กินกันมาปีเศษ ก่อนจะระหองระแหงเพราะฝ่ายชายระแวงว่าน้องสาวปันใจให้ชายอื่น ถึงขั้นเลิกราและกลับมาอยู่ที่บ้าน หนุ่มตามง้อขอคืนดีแถมขู่จะฆ่าให้ตายก่อนเกิดเหตุสยอง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ต.ค. พ.ต.ท.ฉัตร ณรงค์ สารวัตรเวร สภ.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง รับแจ้งว่ามีเหตุใช้อาวุธปืน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่สำนักงานก่อสร้างชั่วคราวของบริษัท วิลลิช กรุ๊ป เอเชีย จำกัด ถนนที 13 นิคมมาบตาพุดตะวันออก ต.มาบตาพุด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง โรงงานผลิตเอทานอล ของบริษัท ไทยเอทานอลเอมีน จำกัด จึงพร้อมกับแพทย์เวร ร.พ.มาบตาพุด และหน่วยกู้ภัยปู่ทิม เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพนักงานกำลังยืนมุงกันอยู่บริเวณตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำเป็นสำนักงานชั่วคราว ห้องหมายเลข WSC-20-12

เมื่อเข้าไปภายในห้องที่เกิดเหตุพบศพน.ส.เพ็ญพร คุ้มญาติ อายุ 22 ปี พนักงานฝ่ายเซฟตี้ ดูแลความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน บริษัท วิลลิชฯ สวมชุดทำงานเป็นชุดยีนส์ทั้งชุด ถูกยิงด้วยปืนเข้าที่ศีรษะ สมองซีกซ้ายหายไปครึ่งหนึ่ง นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนโต๊ะทำงาน ที่พื้นห้องอีกด้านพบศพนายกุณฑล โพธิกุล อายุ 31 ปี พนักงานเซฟตี้ของบริษัท เด็กซ์อินจิเนียริ่ง จำกัด สวมเสื้อยีนส์แขนยาว กางเกงยีนส์ นอนเสียชีวิต สภาพศพศีรษะกระจุยกระจาย มันสมองและเศษกะโหลกเกลื่อนพื้น ใกล้กันพบปืนลูกซองสั้นเบอร์ 20 ตกอยู่ มีปลอกกระสุนคาอยู่ในรังเพลิง และพบปลอกกระสุนอีก 1 ปลอกตกอยู่ที่พื้น จากการตรวจสอบของแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ จ.ระยอง พบว่าศพทั้งสองถูกแรงระเบิดของปืนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เป็นการยิงในระยะเผาขน ทำให้บาดแผลมีขนาดใหญ่

จากการสอบถามนายองอาจ นิ่มนวล อายุ 25 ปี พนักงานเซฟตี้ของบริษัท วิลลิชฯ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ให้การด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุน.ส. เพ็ญพรเข้ามาในห้องดังกล่าวช่วงพักกลางวันเพื่อเปิดแอร์นอนพักผ่อน โดยตนและเพื่อนรวม 4 คนก็เข้ามาหลบอากาศร้อนด้วยเช่นกัน แต่ขณะที่กำลังนั่งหลับอยู่ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เมื่อลืมตาก็แทบช็อกเพราะผู้ตายถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนสมองกระจายเกลื่อน แต่ยังไม่ทันตั้งสติก็พบว่านายกุณฑลถอดเอาปลอกกระสุนออกแล้วใส่กระสุนเข้าไป ใหม่ แล้วนำปืนขึ้นมาจ่อที่หัวแล้วลั่นไกปืนทันที ก่อนจะล้มลงจมกองเลือด และเศษสมองเศษกะโหลกแตกกระจายเต็มพื้นต่อหน้าตนเองและเพื่อน ซึ่งรีบวิ่งออกจากห้องและแจ้งให้ทางหัวหน้างานทราบทันที พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ส่วนนายสุชิน คุ้มญาติ อายุ 31 ปี พี่ชายของน.ส.เพ็ญพรให้การว่า น้องสาวได้อยู่กินกับฝ่ายชายที่ก่อเหตุมาประมาณ 1 ปี อาศัยอยู่ที่คอนโดฯ การเคหะมาบตาพุด ห้อง 204/041 ต.มาบตาพุด แต่ระยะ 1 เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่มีปัญหาระหองระแหงกัน เพราะเหตุจากระแวงว่าน้องสาวไปมีแฟนใหม่ จนน้องสาวกลับมาอยู่ที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ฝ่ายชายก็ไม่ยอมเลิกราด้วย ยังมาตามง้อขอคืนดี แต่น้องสาวไม่ยอม ฝ่ายชายก็มักจะขู่ว่าจะฆ่าให้ตายหากไม่ยอมคืนดี จนทำให้น้องสาวได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่สภ.มาบตาพุด เพราะกลัวจะถูกทำร้าย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

ที่มา ข่าวสด

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง