สื่อต่างประเทศชี้ทหารไทยตกอยู่ใต้ภาวะความกดดัน
November 27, 2008
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลของเขาได้รับเลือกตั้งมาตามระบอบประชาธิปไตยและจะทำงานต่อไป เพื่อ “ประโยชน์ของประเทศชาติ” แม้ว่าจะถูกอ้างจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นหุ่น เชิดของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
นายสมชาย ปฏิเสธยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ปฏิเสธคำแนะนำระหว่างแถลงข่าวก่อนหน้านี้ในวันพุธ(26)ของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ทำให้มีข่าวลืออย่างรุนแรงว่าจวนใกล้เกิดรัฐประหาร แม้ว่าถ้อยแถลงของพลเอกอนุพงษ์ไม่ชอบการดำเนินการเช่นนี้
รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวสายทหารรายหนึ่งบอกว่าบุคคลสำคัญระดับสูงของ ทหารบก ราชนาวีและกองทัพอากาศ ได้หารือกันในช่วงบ่ายจนถึงค่ำโต้แย้งกันว่าจะลงมือก่อรัฐประหารอีกครั้ง หรือไม่ ทั้งที่หนที่แล้วซึ่งขับทักษิณออกจากตำแหน่งเพิ่งผ่านไปเพียง 2 ปี
พลเอกอนุพงษ์ แถลงขอให้พันธมิตรฯ ถอนตัวออกจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินในกรุงเทพฯที่เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกและนักท่องเที่ยวหลายพันคน ต้องตกค้าง แลกกับการยุบสภาฯ
อย่างไรก็ตามนายสุริยะใส กตะศิลา โฆษกของพันธมิตรฯ ปฏิเสธแผนของพลเอกอนุพงษ์เช่นกัน “เราจะไม่ถอน เราจะไม่ออกไปถ้านายสมชายไม่ลาออก” เขาบอกกับผู้สื่อข่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานต่อว่าหลังจากพันธมิตรฯเพิ่มความเข้มข้นบุก เข้าไปในหอควบคุมการบิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ทางกลุ่มคู่อริฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลกล่าวว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวบนท้องถนนเช่น กัน ความเคลื่อนไหวที่เพิ่มโอกาสให้การปะทะกันระหว่างสองฝ่าย
“สิ่งที่พวกเขาทำคือการก่อการร้าย” รอยเตอร์อ้างคำพูดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ นักการเมืองพรรครัฐบาลและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. บอกกับผู้สื่อข่าว
แหล่งข่าวระดับสูงในนปช.กล่าวว่าทางกลุ่มจะปฏิบัติการเชิงรุกบนท้อง ถนนต่อต้านทหารหากเกิดรัฐประหารขึ้น “แน่นอนว่ามันจะเกิดสงคราม” แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Advertisingทักษิณ เดินทางมายังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จริง แต่ไม่มีแผนพักอาศัยถาวร
November 20, 2008
สำนักข่าวกัลฟ์นิวส์รายงานว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหารโค่นล้มในปี 2006 พลัดถิ่นอยู่ในต่างแดนนับตั้งแต่ศาลตัดสินว่าเขามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน
นายปสันน์ เทพรักษ์ กงสุลไทยประจำดูไบให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวกัลฟ์นิวส์ว่าเขาได้ยินข่าว ทักษิณ เดินทางเข้ามายังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ไม่มีแผนอาศัยอยู่เป็นการถาวร

“เราได้ทราบ(จากแหล่งข่าวในไทย)ว่าเขามาที่นี่และกำลังเดินทางไป เรื่อยๆ เราไม่รู้ว่าเขาออกจากประเทศไปหรือยัง เราไม่สามารถยืนยันอย่างเป็นทางการได้” เขากล่าว
“เราจะไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือแก่เขาหากเขาติดต่อเรา แต่เราไม่สามารถบังคับให้เขามาหาเราได้ เขาเป็นพลเมืองคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์ไปที่ไหนก็ได้” นายปสันน์ กล่าว
ทางสำนักข่าวกัลฟ์นิวส์ได้อ้างคำสัมภาษณ์ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่บอกว่า ทักษิณ เดินทางมาถึงดูไบเมื่อวันจันทร์(17) “เขาอยู่ในดูไบ ผมไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน”
กัลฟ์นิวส์ ระบุต่อว่า ทักษิณ มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ จากการขายสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้กับ ชีค มันเซอร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน จากกลุ่มทุนอาบูดาบีกรุ๊ป เมื่อเดือนกันยายน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องแม้ว-อ้อ เตียงหัก สะบั้นรักที่ฮ่องกง
November 16, 2008
แม้ว-อ้อ เตียงหัก สะบั้นรักที่ฮ่องกง ปิดฉากหวาน 32 ปี “ผมหย่ากับคุณหญิงแล้วนะ” จู่ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ทะลุกลางปล้องขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนา คำบอกเล่านั้นสะกดบรรดา สส.พรรคพลังประชาชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินทางไปพบเมื่อวานนี้ ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
พ. ต.ท.ทักษิณ ขยายความว่า เพิ่งไปหย่าขาดกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก อยู่กินกันมานานถึง 32 ปี เมื่อสายวานนี้ ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ใครบางคนที่นั่งอยู่ในวงนั้นบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เล่าเรื่องนี้ด้วยท่าทางสบายๆ ดูเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใจอะไรแม้แต่นิด เมื่อเจ้าตัวไม่ทุกข์ก็ไม่ต้องปลอบใจ ไม่ต้องซัก แต่สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือสัญญาณบอกว่า ทักษิณจะหวนคืนเวทีการเมือง ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศหลายครั้งหลายคราในทำนองทีเล่นทีจริงว่า “ถ้ากลับไปเล่นการเมืองวันไหน เมียบอกว่าจะขอหย่า” แต่ในมุมมองของคนที่ไม่ได้เป็นปลื้มกับทักษิณนัก ก็ตั้งคำถามว่า นี่เป็นการตบตาเพื่อหวังผลในเรื่องการยักย้ายถ่ายเทมหาทรัพย์สมบัติหรือหวัง ผลต่อรูปคดีหรือไม่?
นายสัก กอแสงเรือง อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไขความนี้ว่า ถ้าทั้งสองหย่ากันจริง ก็ต้องมีผลต่อการจัดการทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสินสมรส แต่จะแบ่งกันเท่าใด อย่างไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่จะไม่เป็นผลต่อคดีใดทั้งสิ้น ไม่ว่าคดีที่ดินรัชดาภิเษก หรือแม้แต่คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เพราะคดีที่ดินรัชดาฯ นั้น ศาลได้ตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นโทษอาญาอันเป็นโทษเฉพาะตัว อีกทั้งเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนอีกคดีนั้น คตส.ชี้ว่า เงินที่ได้จากการขายหุ้นและได้จากการใช้อำนาจโดยมิชอบในระหว่างเป็นนายกฯ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานร่ำรวยผิดปกติ ถึงจะหย่าบุคคลทั้งสองก็ยังมีหน้าที่ต้องหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท ได้มาอย่างไรอยู่ดี “อาจจะเป็นเหตุผลภายในครอบครัวมากกว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณหลบหนีโทษจำคุก คุณหญิงพจมานจะทำธุรกิจหรือทำ นิติกรรมอะไรก็ลำบาก เพราะต้องให้คู่สมรสเซ็นยินยอม ถ้าหย่าเสียก็จะทำนิติกรรมตาม ลำพังได้ดีกว่า”
นายสัก กล่าว ว่ากันว่า เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายคนหนึ่งนั้นมักมีสตรีอยู่เบื้องหลังเสมอ หญิงคนนั้นถ้าไม่ใช่แม่ก็เมีย สำหรับกรณี พ.ต.ท.ทักษิณแล้วเขาบอกว่า มันคืออย่างหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวไว้เมื่อหลายปีก่อนในหนังสือประวัติของเขาเล่มแรกว่า ผมยอมรับว่าผมเป็นคนมีข้อบกพร่อง มีจุดอ่อนหลายอย่าง ไม่ใช่คนเก่งสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องการผู้สนับสนุน ซึ่งผมเห็นว่าผู้เหมาะสมที่สุด ก็คือภรรยาของผมเอง “เราเติบโตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนานมาก เธอย่อม ‘สะท้อน’ ข้ออ่อนด้อยในตัวผมได้ดีที่สุด “ภรรยาดีก็คือกระจกที่ดี มีความชัดเจนใสกระจ่าง สะท้อนเงาสามีอย่างที่เห็นและเป็นจริง ไม่ใช่บูดเบี้ยวเอาใจ คนเราเวลาออกนอกบ้านต้องส่องกระจกดูเงาตัวเองทุกวัน ถ้าเราดูกระจกบ่อย หวีผมเผ้าได้เรียบร้อย แต่งตัวดูดีฉันใด ภรรยาก็ช่วยเตือนสามีให้เห็นข้อบกพร่อง เห็นสิ่งควรแก้ไขฉันนั้น “คนทำงานยิ่งใหญ่ยิ่งสูง ยิ่งต้องการกระจกเงาที่ซื่อสัตย์ เพราะบางทีเมื่อโตถึงระดับหนึ่ง ความเชื่อมั่นในตัวเองจะแปรเป็นการตั้งมั่นยึดมั่นหรือ Self ว่าข้าถูกที่สุด เลิศที่สุด เจ้า Self นี่มันน่ากลัว หากเบรกไม่ได้ มันจะแสวงหาความพอใจให้ตัวเองด้วยวิธีแปลกๆ อาจโดยการทำลายผู้อื่น ยกยอตัวเอง ข่มทับคน สารพัด ซึ่งก่อความเสียหายให้ครอบครัว คนรอบข้าง จนถึงประเทศชาติ “คุณอ้อทำหน้าที่กระจกเงาชั้นเยี่ยมให้กับผมมาเกือบ 30 ปีแล้ว โดยรู้จักใช้เงานั้นให้เกิดคุณ เติมความแกร่งถมความพร่องให้ผมได้ และรู้ด้วยว่าควรปฏิบัติเช่นไรจึงจะ ‘พอดี’ ไม่โอเวอร์ ไม่เคยก้าวก่ายจนเลยเขตของความเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ “ผมยอมรับเลยว่า ผมทำอะไรต้องได้รับการสนับสนุนจากภรรยา ทำการค้า ภรรยาก็ช่วยสร้าง ทำการเมือง ภรรยาก็ต้องเสริม “ผมยกย่องภรรยาเสมอว่า ถ้าไม่มีผู้หญิงชื่อพจมานคนนี้มาเคียงข้าง ความเจริญก้าวหน้าใดๆ ในทุกด้านของผม คงมาไม่ถึงครึ่งทางของวันนี้ หรืออาจไม่ถึง 1/4 ด้วยซ้ำไป “ไม่ต้องแปลกใจเลย หากชีวิตผมในช่วงต่อไป จะมีตัวละครชื่อพจมานมีบทบาทสำคัญอยู่เสมอ” 32 ปีผ่านไปวันนี้ ทักษิณไม่ต้องการกระจกบานนี้อีกต่อไปแล้ว?
ที่มาจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ทักษิณยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ
November 10, 2008
เอเจนซี - รอยเตอร์ต่อสายตรงถึง “ทักษิณ” ที่กบดานอยู่ในปักกิ่งวันนี้(10) เจ้าตัวเผยกำลังเดินทางออกจากประเทศจีน แต่ไม่บอกจุดหมายปลายทาง ลั่นขอตอบโต้ศัตรู พร้อมระบุยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็น อิสระ
สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ต่อโทรศัพท์ถึง ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาและภรรยาถูกทางการอังกฤษถอนวีซ่า โดยอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้เปิดเผยว่าเขากำลังเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่ไม่เปิดเผยปลายทางและประกาศเอาคืนศัตรูทางการ เมืองของเขา

“ผมเดินทางของผมไปเรื่อยๆ ขณะนี้ผมกำลังเดินทางออกจากปักกิ่ง” ทักษิณบอกกับรอยเตอร์ผ่านโทรศัพท์จากเมืองหลวงของจีน พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวสื่อมวลชนไทยที่ระบุว่าจุดหมายปลายทางของเขาคือกรุง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
นอกจากนี้เขายังได้ปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อมวลชนไทยที่บอกว่าเขา กำลังกำลังสร้างบ้านมูลค่า 60 ล้านหยวน(ประมาณ 300 ล้านบาท) ท่ามกลางสนามกอล์ฟใกล้กรุงปักกิ่ง
ทักษิณ ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนหลังจากเขาและพจมาน ภรรยา หลบหนีประกันในเดือนสิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน กล่าวว่าเขาได้ยกเลิกคำขอลี้ภัยเพื่อจะได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็น อิสระ
“ผมยกเลิกคำขอลี้ภัยเพราะว่าผมคิดว่ามันไม่จำเป็น ผมไม่ชอบคำว่าลี้ภัย ผมต้องการเสรีภาพเพราะว่าผมเป็นนักประชาธิปไตย ผมไม่ชอบอะไรก็ตามที่จำกัดเสรีภาพ” ทักษิณกล่าว
มหาเศรษฐีโทรคมนาคมยังบอกอีกว่าเขาจะกล่าวปราศรัยกับผู้สนับสนุนอีก ณ การชุมนุมครั้งหน้าที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย พื้นที่ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะเลือกตั้ง 2 สมัยอย่างถล่มทลาย
“ผมจะโทรศัพท์พูดกับประชาชนผู้ที่รักและเชื่อมั่นในตัวผม ผมจะพูดยาวกว่าเดิมและคงต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะพวกเขาต้อนผมเข้ามุม” เขากล่าว
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องอัยการประสานตำรวจให้ค้นหาที่อยู่ทักษิณ นำตัวมาดำเนินคดีในไทย
November 10, 2008
อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ระบุ จะประสานตำรวจให้ค้นหาที่อยู่”ทักษิณ ชินวัตร” ก่อนหาช่องทางนำตัวมาดำเนินคดีในไทย
(10พ.ย.) นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ว่า ยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่ไหน และยังไม่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ หรือจีน หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจใช้ประเทศจีนเป็นที่อยู่ชั่วคราว ก็ต้องดูสนธิสัญญาระหว่างไทยกับจีน ซึ่งอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างจากประเทศอังกฤษ
สำหรับขั้นตอนการจัดทำเอกสาร มี 2 ส่วน คือ เอกสารที่ต้องใช้ ไม่ว่าขอจากประเทศใด และเอกสารที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามประเทศนั้นๆ ในส่วนที่อัยการทำอยู่ คือส่วนที่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น คำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว แต่หากมีการอุทธรณ์ ซึ่งจะครบ 30 วัน ในวันที่ 19 หรือ20 พ.ย.นี้ ก็ต้องรอคำพิพากษาให้ถึงที่สุด แต่หากไม่อุทธรณ์ หรือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่รับอุทธรณ์ ประเด็นคำพิพากษาก็ยุติไป ส่วนเอกสารที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามประเทศ ก็ดูความชัดเจนว่า อยู่ประเทศไหน และมีสนธิสัญญาระหว่างกันหรือไม่ หากเป็นประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างกัน แต่อยากจะพิจารณา ก็เป็นเรื่องต่างตอบแทน แต่ไม่ผูกมัด
อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวอีกว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยื่นอุทธรณ์ ภายในกำหนด 30 วัน ก็ต้องดูว่าอยู่ประเทศไหน แต่ถึงไม่ทราบที่อยู่ กระบวนการก็ไม่หยุด โดยต้องประสานให้ตำรวจ รีบค้นหาข้อมูลและแจ้งให้ทราบ ส่วนการที่อังกฤษถอนวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ทางอธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง