ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์อดทนสงบนิ่งดีกว่า
November 26, 2008
พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนกองทัพต่อการสถานการณ์การเมืองว่า แนวทางออกที่ ผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกัน ไม่ใช่ว่าเราไม่ห่วงสถานการณ์ หรือชาติบ้านเมือง แต่เราต้องอดทน และยอมเจ็บพอสมควรในเรื่องนี้ เขาพยายามจะดึงเราไปร่วม ทำอะไรก็แล้วแต่ เท่าที่พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ คือ เราได้กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า เมื่อเราทำแล้วประเทศชาติดีขึ้น หรือมีความเจริญหน้ายิ่งขึ้นก็โอเค แต่ถ้าทำอย่างที่เขาต้องการ ผบ.เหล่าทัพ มองแล้วว่า มันไม่ใช่เป้าหมายที่จะทำให้ประเทศชาติมีโอกาสเจริญก้าวหน้า ซึ่งจะหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง ยิ่งทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองวุ่นวายไปอีก คิดว่าต้องใช้ระยะเวลา ถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“ผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกันมองไปข้างหน้าว่าผลได้ผลเสียเป็นอย่างไร ผมมองว่าผลกระทบมีมากกว่า หากเราทำ ปัญหาที่จะตามมาคืออะไร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ มากกว่าที่เราจะอดทนอดกลั้นและสงบนิ่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ก่อน หากทำอะไรไป ไม่มีประโยชน์ ทำให้บ้านเมืองถอยหลังกลับไปอีก สิ่งที่ ผบ.เหล่าทัพ คิด คือพยายามอดทน อดกลั้น อยากเห็นความก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง ถ้าทำตามกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการให้ทหารออกไปทำอะไร ยิ่งทำให้ชาติบ้านเมืองถอยหลังลงคลองและเลวร้ายไปอีก ผบ.เหล่าทัพ คุยกันว่าอยากเห็นบ้านเมืองก้าวหน้ามากกว่า และประเทศที่ติดต่อกับเราพร้อมจะบอยคอต ยิ่งกลายเป็นปัญหา แต่กองทัพไม่เคยละเลยติดตามสถานการณ์ตลอดเพื่อแก้ปัญหาและประคองให้ สถานการณ์เดินต่อไปได้” พล.อ.อภิชาต กล่าว
พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า กองทัพเรายังยึดมั่นใจสถาบันอยู่ตลอด พร้อมปกป้องสถาบันของชาติตลอด เราคงไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่เราจะทำคือต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันชาติที่เป็นความรับผิดชอบของเราอยู่แล้ว ตนไม่อยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ บีบ ผบ.ทบ.ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ชาติบ้านเมืองยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีก อยากขอร้องอย่าไปกดดัน ผบ.ทบ. เพราะไม่มีประโยชน์และไม่มีอะไรดีขึ้น
เมื่อถามว่า พันธมิตรฯ ขีดเส้นตาย 3 วันให้นายกฯ ลาออก พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องติดตามสถานการณ์ ผบ.เหล่าทัพ ยืนยันว่าไม่ว่าเป็นฝ่ายอดีตนายกทักษิณ หรือพันธมิตรฯ ทุกคนมีปัญหามีชนักติดตัวกันพอสมควร และมีคดีติดตัวกันทั้งนั้น ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่าที่สุดแล้วเป็นอย่างไร เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งได้ ทั้งนี้ ทหารคงต้องติดตามเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปและไม่ให้เกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องมือที่ 3 มาก่อความวุ่นวาย
“สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวหาว่า ทหารไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ทหารทำอยู่ ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าที่เขาเรียกร้อง เพราะความอดทนไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เราทำในสิ่งที่เรียกร้องอยากถามว่าที่สุดแล้วได้อะไรขึ้นมา ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรจะลุกลามเกิดการนองเลือดนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ พยายามที่จะให้เกิดตรงนี้ขึ้นมา อยากให้มีปัญหาเพื่อให้ทหารออกมาให้ได้ ดังนั้น อยากให้มองไปข้างหน้า” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว
พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรฯต้องการเอาระบบการเมืองใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา เป้าหมายคือต้องการความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ไม่อยากเห็นการคอร์รัปชั่นการทุจริต สิ่งที่เขาต้องการ ทุกฝ่ายคิดเหมือนกัน แต่วิธีดำเนินการไม่เหมือนกัน อย่าบีบให้เราต้องมาทำในสิ่งที่เราคิดว่าไม่ใช่เป้าหมายของประเทศชาติ ทั้งนี้ เชื่อว่ายังสามารถคุยกันได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย ถอยกันคนละก้าวมาพูดคุยหาทางออกให้บ้านเมือง หรือหาคนกลางช่วยกันพิจารณาทางออก ขณะนี้ดูอยู่ว่าจะหาใครมาเป็นคนกลาง
เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพมีความเป็นห่วงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าจะทรงไม่สบาย พระทัยที่ประชาชนทะเลาะกัน พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า สถาบันสูงสุดที่เราให้ความเคารพ เราไม่อยากให้อะไรไประคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และใกล้ถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา อยากขอร้องให้ช่วยกันรักษาน้ำพระทัยของพระองค์ ท่านอย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพ มีโอกาสที่จะจับมือกันเดินไปหานายกฯ ให้พิจารณาตัวเองแก้วิกฤติชาติหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ต้องพูดคุยกับ ผบ. เหล่าทัพอีกครั้ง สำหรับการหาทางออก แต่หากบ้านเมืองเกิดวิกฤติมากคงต้องมีการพูดคุยกัน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
นายกฯเบอร์มิวดา ปฏิเสธลั่นไม่เคยเสนอให้ ทักษิณ ลี้ภัย
November 14, 2008
นายเอวาร์ต บราวน์ นายกรัฐมนตรีเบอร์มิวดา ปฏิเสธข่าวเสนอให้ “ทักษิณ” ลี้ภัยในประเทศ หลังสำนักข่าวของไทยบางแห่งเสนอข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่า เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด ขณะที่ “โบลิเวีย” สั่งทหารอารักขา “แม้ว” เข้ารับเครื่องราชฯ 17 ธ.ค.นี้ “สมชาย”เชื่อ”พี่เมีย”ไม่น่าตั้งรัฐบาลผลัดถิ่น
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ถึงกรณีรัฐบาลบาฮามาสจะเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลผลัดถิ่น ว่า ก็เห็นข่าว แต่จะเป็นความจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ เราฟังแล้วก็มาวิเคราะห์
เมื่อถามว่า ตามกฎหมายจะสามารถตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นได้หรือไม่ เพราะเรามีรัฐบาลอยู่แล้ว นายสมชาย กล่าวว่า “ผมคิดว่าคงไม่ใช่ ในความรู้สึกผมก็คงไม่มีใครตั้งหรอก” ทั้งนี้ คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าจะตั้งรัฐบาลผลัดถิ่น เพราะไม่มีเหตุผล ขณะนี้เราก็มีรัฐบาลแล้ว แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เดินทางไปเยือนหลายประเทศ ไม่เคยมีใครถามถึงสถานการณ์การเมืองและคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด
ต่อข้อซักถามว่า การที่ต่างชาติมาพูดเรื่องการเมืองของไทยถือเป็นการแทรกแซงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าเพิ่งวิจารณ์ตรงนี้เลย เดี๋ยวจะเกิดผลกระทบ
เว็บไซต์สำนักข่าวเดอะ รอยัล กาเซตเต ของหมู่เกาะเบอร์มิวดา (http://www.royalgazette.com/siftology.royalgazette/Article/article.jsp?sectionId=60&articleId=7d8b6b730030021) รายงานเมื่อวันที่ 13 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายเอวาร์ต บราวน์ นายกรัฐมนตรีเบอร์มิวดา ให้ความเห็นถึงกรณีที่สำนักข่าวของประเทศไทยแห่งหนึ่ง รายงานข่าวว่า เบอร์มิวดาเสนอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ลี้ภัยในประเทศว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ภายหลังที่สื่อมวลแขนงต่างๆ ในไทย คาดหมายและรายงานไปต่างๆ นานาว่า บ้านหลังต่อไปของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา จะเป็นที่ใดภายหลังที่รัฐบาลอังกฤษยกเลิกวีซ่าของทั้งคู่
สำนักข่าวบางแห่งอ้างว่า เบอร์มิวดาเสนอให้พ.ต.ท.ทักษิณลี้ภัย เช่น สำนักข่าวเอเชียวันนิวส์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เกาะเบอร์มิวดา ซึ่งตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นดินแดนแห่งแรกซึ่งเสนอที่ลี้ภัยให้พ.ต.ท ทักษิณ” ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สื่อไทยคาดเดาว่า พ.ต.ท.ทักษิณอาจตัดสินใจปักหลักในเบอร์มิวดาหรือไม่ก็ประเทศบาฮามัส
เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีบราวน์ของเบอร์มิวดา ได้ออกมายืนยันกับสำนักข่าวเดอะ รอยัล กาเซตเตว่า รายงานเหล่านั้น ถูกกุขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง
นายกรัฐมนตรีเบอร์มิวดา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผมไม่รู้อะไรด้วยเลย รายงานเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงเลย”
ด้าน หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ของอังกฤษ กล่าวโดยอ้างอิงรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า บาฮามาสได้มอบสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน แล้ว
วันเดียวกัน สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นรายงานว่า หนังสือพิมพ์ ลา เอสเตรญา เด โอเรียนเต หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ซึ่งมีฐานอยู่ที่เมือง ซานตา กรูซ เด ลา เซียร์รา เมืองใหญ่ทางภาคตะวันออกของโบลิเวีย รายงานว่าประธานาธิบดี เอโบ โมราเลส อัยมา วัย 49 ปี ได้เรียกนายวอล์คเกอร์ ซาน มิเกล รัฐมนตรีกลาโหมและพล.อ.วิลเฟรโด บาร์กัส ผู้บัญชาการกองทัพโบลิเวีย เข้าพบที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงลา ปาซ เพื่อหารือการอารักขาพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ระหว่างเดินทางมาร่วมพิธีรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ออร์เดอร์ ออฟ ซิมอน โบลีบาร์” (Order of Simon Bolivar) ในเดือนธันวาคม
รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลโบลิเวียเตรียมจัดพิธีมอบเครื่องราชฯ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปลาซา มูริโญ (Plaza Murillo) จัตุรัสใหญ่ กลางกรุงลา ปาซ ในวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันที่ นายซิมอน โบลีบาร์ วีรบุรุษของประเทศ ได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1830 ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับเครื่องราชฯ ระดับสูงของโบลิเวีย เนื่องจากมีผลงานแก้ไขปัญหาความยากจนให้ประชาชนรากหญ้าของไทย จนเป็นที่ประจักษ์ชัดไปทั่วโลก
พล.อ.บาร์กัส แถลงข่าวว่า กองทัพโบลิเวียได้รับคำสั่งเตรียมการอารักขาพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กำหนดการต่างๆ รวมทั้งสถานที่ มอบเครื่องราชฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อเหตุผลด้านการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ปะธานาธิบดีโมราเลสเตรียมทาบทามพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานข่าวโดยอ้างสำนักข่าวต่างประเทศว่า นายเอวาร์ท เฟรเดอริค บราวน์ จูเนียร์ นายกรัฐมนตรีของเบอร์มิวดา ประเทศหมู่เกาะ ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 53.3 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 66,163 คน แถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ กล่าวว่า ตนมีความยินดี หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะมาขอลี้ภัยที่เบอร์มิวดา
นายบราวน์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวรู้สึกชื่นชมอดีตนายกฯ ของไทยอย่างมาก จากผลงานในการบริหารประเทศที่ผ่านมา ทั้งนี้ รู้สึกเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องถูกโค่นอำนาจ และต้องคดีความต่างๆ มากมาย ซึ่งเข้าใจดีว่าความรู้สึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเวลานี้เป็นเช่นไร เพราะครอบครัวของตนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียว กัน เนื่องจากนายเควิน บราวน์ ลูกชาย ซึ่งเป็นหมอ ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงและล่วงละเมิดทางเพศต่อคนไข้สตรี ขณะที่นายมัวริซ ลูกชายอีกคนต้องโทษจำคุก 10 ปี หลังถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมในข้อหาปล้นธนาคาร
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นอ้างสำนักข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมว่า เบอร์มิวดาเป็นดินแดนที่เป็นศูนย์กลางด้านการเงิน และธุรกิจโทรคมนาคมอีกแห่งหนึ่งในแถบแอตแลนติกตอนเหนือ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของบรรดามหาเศรษฐีจากสหรัฐฯ แคนาดา และอังกฤษ ด้วย
ที่มา มติชน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องพระพยอมเปิดวัดรับเวทีให้ ทักษิณ โฟนอิน
November 11, 2008
ณัฐวุฒิ อ้างเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว พร้อมเปิดวัดรับเวที”ความจริงวันนี้ ให้ ทักษิณ โฟนอินได้
นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมจัดรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ครั้งต่อไปว่า ได้หารือกับพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ไว้แล้วว่าจะขอใช้สถานที่ในการจัดรายการครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ส่วนรูปแบบของรายการคงไม่เอิกเริกเช่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เนื่องจากเป็นพื้นที่วัด คงจัดแบบเรียบง่ายมากกว่า
ทางด้านนายจตุพร พรมพันธุ์ กล่าวผ่านรายการความจริงวันนี้ คืนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กำลังประสานกับทางสนามกีฬาศุภชลาศัยอยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้จัดรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” อีกครั้งหนึ่งด้วย ก่อนที่จะมีการพิจารณาจัดรายการในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป และยังยืนยันอีกด้วยว่า พร้อมที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับประชาชนในรายการทุกครั้งที่จัดขึ้นแน่นอน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องทักษิณ ส่อปักหลักจีน เล็งคฤหาสน์หรู 300 ล้าน
November 10, 2008
ทักษิณ ส่อปักหลักจีน หลังอังกฤษห้ามเข้าประเทศ เผยเล็งคฤหาสน์หรู 300 ล้าน ที่ปักกิ่งเป็นฐานบัญชาการ อีกกระแสบอกไป บาฮามาส
ความ คืบหน้ากรณีทางการอังกฤษเพิกถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิง พจมาน ชินวัตร และสั่งห้ามเข้าประเทศ ชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการแสดงเอกสารการเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษของทั้ง คู่ รวมทั้งมีข่าวการเดินทางไปดูบ้านที่ประเทศจีนของ พ.ต.ท.ทักษิณ
นาย ธานีทองภักดี รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวการเพิกถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานว่า ข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับผ่านทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย แจ้งให้ทราบว่ามีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจริง ซึ่งสอดคล้องตามรายงานข่าวที่ออกมา อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องสอบถามไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพราะเรื่องนี้ผู้ชี้แจงคือทางการอังกฤษ ส่วนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รับทราบเรื่องนี้แล้ว
ผู้สื่อ ข่าวถามว่าหากมีการเพิกถอนวีซ่าจำเป็นหรือไม่ที่อังกฤษต้องแจ้งให้กระทรวง การต่างประเทศทราบ นายธานีกล่าวว่า เป็นอำนาจของประเทศผู้ให้วีซ่า ทั้งนี้กระทรวงได้รับข้อมูลอีกว่า อังกฤษได้แจ้งเวียนให้สายการบินต่างๆ รับทราบเรื่องการยกเลิกวีซ่าแล้ว แต่กระทรวงไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่ที่อังกฤษหรือไม่ โดยหลักการหากยกเลิกวีซ่าก็ไม่สามารถอยู่ในประเทศดังกล่าวได้
ส่วน การส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ขึ้นอยู่กับอัยการจะพิจารณา หากอัยการส่งเรื่องมา กระทรวงการต่างประเทศก็จะดำเนินการ ซึ่งท่าทีต่างๆ อยู่ที่ทางการอังกฤษ ไม่เกี่ยวกับไทย
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชนแจ้งว่าหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมายังเกาะฮ่องกงเพื่อโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้ สัญจร ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ก็เดินทางไปยังประเทศจีน คาดว่าเป็นการเดินทางไปตรวจดูความคืบหน้าในการสร้างบ้านที่ประเทศจีน ที่มอบหมายให้นายเหยียน ปิน เป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง บริเวณสนามกอล์ฟไพน์ วัลเลย์ ในกรุงปักกิ่ง และคาดว่าหากอังกฤษเพิกถอนวีซ่าจริง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะย้ายมาพักอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าเดิม พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดจะเดินทางไปพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในที่ 10-11 พฤศจิกายนนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกกำหนดการดังกล่าว เนื่องจากมีปัญหากรณีข่าวอังกฤษถอนวีซ่า ซึ่งหากมีเพิกถอนวีซ่าจริงก็จะมีการแถลงการณ์อีกครั้ง พร้อมให้นายเหยียน ปิน เป็นผู้ประสานในการอยู่ประเทศจีน
อย่างไรก็ตามสำนักข่าวเอเฟพี รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ของสายการบินแห่งหนึ่งในเย็นวันเดียวกัน ว่า สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษได้แจ้งเรื่องนี้แก่สายการบินทุกแห่งทางอีเมลเมื่อ วันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อกำชับไม่ให้สายการบินในเครือเอโอซีรับบุคคลทั้งสองเข้ามายังสหราช อาณาจักร
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่ใด แต่เอเอฟพีรายงานโดยอ้างอิงรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเดินทางจากจีนไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน
สำนักข่าวบีบีซีเสนอบทวิเคราะห์เพิ่มเติมในกรณีที่ทาง การอังกฤษเพิกถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานว่า การเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานจะต้องหาที่อยู่ใหม่นอกสหราชอาณาจักร
รายงาน ข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่าพ.ต.ท.ทักษิณอาจจะลี้ภัยไปยังประเทศบาฮามาสโดยมีการ เตรียมเอกสารต่างๆ ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวตลอดว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับความเชื่อถือจากผู้นำบาฮามาสและมีการเชิญไปเป็นที่ปรึกษา ด้วย
ทั้งนี้ยังมีข่าวว่านายกรัฐมนตรีบาฮามาสสั่งการให้นางลอเร็ท ตา บัทเลอร์ เทอร์เนอร์ รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมของบาฮามาส หารือกับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นการด่วน เกี่ยวกับแนวทางในการออกลอตเตอรี่แห่งชาติของบาฮามาสอีกด้วย
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องส.ส.พลังประชาชน เตรียมนำเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
November 4, 2008
ส.ส.พลังประชาชน (พปช.) เตรียมนำเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าหารือในการประชุมพรรควันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ หลังพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกับประชาชนกลุ่มเสื้อแดงผ่านรายการ “ความจริงวันนี้” ไม่มีใครช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศไทยได้ นอกจากพระบารมีที่จะทรงมีพระเมตตา หรือพลังประชาชน ขณะที่นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า ตามกฎหมายแล้วพ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเป็นคนยื่นเอง
ทั้งนี้ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พปช. ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พปช.ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ว่ เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ เอ่ยปากมาเช่นนี้ ฝ่ายกฎหมายและส.ส.ของพรรคก็จะมีการหารือกับนักการเมืองอาวุโสในการประชุม พรรควันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ว่ามีความเป็นไปได้และมีความเหมาะสมที่จะดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษหรือ ไม่ อย่างไรก็ตามเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย และนำพาชาติรุ่งเรือง มีคุณงามความดีเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้คนประเทศอื่นก็รู้กันเป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าใคร จะเป็นผู้นำการใช้วิธีการราชประชาสมาศัย ช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ นายสุรชัย กล่าวว่า ต้องเริ่มจากประชาชนและส.ส.อยู่แล้ว เพราะประชาชนเลือกส.ส.เข้ามาทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายคน เช่น พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันก่อกบฏภายในราชอาณาจักร ก็ยังได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งถือเป็นข้อหาที่ร้ายแรงกว่าข้อหาของพ.ต.ท.ทักษิณมาก
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง