พนักงานบริษัท ยานภัณฑ์ปิดถนนหน้าโรงงาน ขอโบนัส 5 เดือน

December 12, 2008



พนักงานบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วน อะไหล่รถยนต์ จำนวน 800 คน ชุมนุมประท้วงปิดถนนกิ่งแก้ว ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ทุกช่องจราจรบริเวณหน้าโรงงาน ยื่นข้อเสนอเรียกร้องขอโบนัสจำนวน 5 เดือน ขอให้พนักงานที่ทำงานครบ 1 เดือน บรรจุเป็นพนักงานประจำ และปรับเงินเดือนคนละ 500 บาท
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรราชาเทวะ ได้เข้าจัดการจราจรถนนกิ่งแก้วขาเข้ากรุงเทพมหานคร ให้เดินรถแบบสวนทาง เพื่อระบายการจราจรและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เส้นทาง โดยเฉพาะผู้ที่จะใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งตัวแทนจำนวน 15 คน เข้าเจรจากับนายจ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


อนุพงษ์ ปัดแทรกการเมือง อ้างแค่ให้คำปรึกษา

December 11, 2008

“อนุพงษ์”ปัดแทรกการเมือง อ้างแค่ให้คำปรึกษา ชี้รบ.ใหม่ต้องพาชาติเดินต่อไปได้ ปัดวิจารณ์ “อภิสิทธิ์”หนีทหาร ด้าน“วินัย” ปัดนั่ง รมว.กห. รัฐบาล ปชป. ลั่นไม่อยากเป็น “บิ๊ก คมช.” ชี้ “จาตุรนต์” แฉแผนบันได 4 ขั้นหวัง “จับแพะชนแกะ” โฆษก ทอ.โต้ สส.เพื่อไทย ยัน “ผบ.ทอ.” ไม่มีเจตนาแทรกแซงการเมือง

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองระบุกองทัพเข้าไปแทรกแซงในการจัดตั้ง รัฐบาลว่า มีบางคนโทรศัพท์มาถาม บางส่วนมีมาขอพบ ตนพูดไปในลักษณะที่ว่า “อยู่ที่ท่านจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประเทศชาติมีความเรียบร้อย การเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้”  ซึ่งตนได้ให้ข้อคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งเราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทุกคนทราบดีว่า เรามีปัญหาเรื่องความมั่นคง และสถาบันทหารถูกคาดหวังจากสังคมว่า น่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม แม้ว่าไม่ใช่เรื่องของทหาร ยังมีการตั้งความหวังไว้กับสถาบันทหาร ตนอยากให้สถาบันบ้านเมือง การเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความเรียบร้อย

เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากรัฐบาลพรรคเดียวที่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซาก ถึงเวลาที่จะสลับขั้วหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัว ไม่ขอพูด แต่โดยส่วนตัวคงจะคิดได้ ทั้งนี้ในฐานะผบ.ทบ.คงจะไม่กล่าวในส่วนนี้ แต่ได้เรียนให้กับผู้ที่เข้ามาปรึกษาหารือให้รับทราบไปตามนั้นแล้ว

เมื่อ ถามว่า กลัวหรือไม่ กองทัพถูกมองว่า เลือกข้าง และหากมีการเปลี่ยนอำนาจจะส่งผลกระทบมายังตัวท่าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนหวังให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้เดินทางไปด้วยความเรียบร้อย ตนยืนยันว่า ตอนนี้กระแสของคนทุกคนอยากให้เกิดความเรียบร้อย โดยเฉพาะภาคธุรกิจหรือภาคเอกชนเพื่อต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นใน อนาคตข้างหน้า

เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะทำให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าการเมืองเดินต่อไปได้ด้วยความเรียบร้อยจะดีต่อทุกคน รวมถึงเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า มีส่วนในการต่อรองจัดโผครม.โดยเฉพาะตำแหน่งรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่เคยมีความคิดในการต่อรอง เพราะไม่ใช่เรื่องของตน

เมื่อถามว่า คนที่จะมานั่งรมว.กลาโหม ควรมีคุณสมบัติอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะต้องให้ฝ่ายนักการเมืองได้พูดคุยกัน ขณะนี้ไม่มีการพูดคุยกับตน

เมื่อถามว่า จับตาการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น

เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ครม.สีเขียว พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ผมเรียนแล้วว่า ตอนนี้กระแสสังคมเหมือนกันหมด ผมยืนยัน ท่านเป็นสื่อมวลชนเห็นแล้วว่า กระแสสังคมต้องการอย่างไร เราเห็นไปตามนั้น”

ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

สุวรรณภูมิคึก นักท่องเที่ยวไทย-เทศแห่ใช้บริการปกติ

December 8, 2008

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.  ถึงบรรยากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างเดินทางมาใช้บริการ เป็นจำนวนมาก  ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยข้อมูลล่าสุดจากฝ่ายบริการการบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ระบุว่า วันนี้ สายการบินต่างชาติที่เคยยกเลิกเที่ยวบินในช่วงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปิด ได้กลับมาเริ่มบินตามปกติแล้ว 100% ในขณะที่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็เป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะในส่วนของจอภาพแสดงตารางการบินของสุวรรณภูมิกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม   ในวันที่ 11 ธันวาคม 2551 นี้ คณะกรรมการ ทอท. จะมีการประชุมเพื่อสรุปตัวเลขความเสียหายที่ตรงตามความเป็นจริง  ทั้งทรัพย์สินและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหยุดให้บริการของท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง และอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะพิจารณาข้อกฎหมายและหลักฐานต่างๆ  ที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการปิดใช้สนามบิน รวมถึงการประเมินภาพรวมหลังจากกลับมาเปิดใช้บริการอีกครั้ง
ที่มา มติชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คุณหญิงพจมานลงเครื่องที่สุวรรณภูมิแล้ว

December 6, 2008

(5ธ.ค.) เวลา 22.30 น. ที่ห้องวีไอพี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว ได้ลงเครื่องจากการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 607 ฮ่องกง-สุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปอำนวยความสะดวกในการตรวจเอกสารให้บนเครื่องบิน จากนั้นก็ขึ้นรถซึ่งรับจากด้านในออกไปทันที

ขณะที่บริเวณด้านนอกมีผู้รอรับ เช่น นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์,นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรมช.พาณิชย์ นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ รวมถึงกองเชียร์จากฝ่ายนปช.ราว 20 คน นอกจากนั้นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 รวมทั้งตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบราว 50 นาย ได้มาให้การรักษาความปลอดภัยด้วย

นาย สงคราม กล่าวว่า คุณหญิงพจมานมากับลูกสาวคือน.ส.พิณทองทา แต่พวกตนไม่ได้เจอเพราะมีรถไปรับที่เครื่องบิน และตรงกลับบ้านเลย ขณะที่ภารกิจของคุณหญิงนั้นตนไม่ทราบ เพราะพวกตนไม่ได้พบ

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวเปิดเผยว่าการเดินทางกลับมาครั้งนี้ของคุณหญิงพจมาน เพื่อเข้ามาเจรจากับนายเนวิน ชิดชอบให้เข้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงบัญชาการเรื่องการสรรหานายกฯคนใหม่
ที่มา คมชัดลึก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เครื่องบินโดยสารลำแรกแตะรันเวย์สุวรรณภูมิแล้ว

December 3, 2008

พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังต้อนรับผู้โดยสารเที่ยวบินทีจี 2109 จากท่าอากาศยานภูเก็ต ว่า เครื่องบินดังกล่าวแตะรันเวย์เวลาประมาณ 14.10 น. มีผู้โดยสารชาวไทยและต่างชาติ 307 คน ซึ่งส่วนใหญ่ดีใจที่สามารถมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยการบินไทยได้มอบของที่ระลึกเป็นกล่องใส่นามบัตรให้แก่ผู้โดยสารเที่ยวบิน ดังกล่าว
พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. อยู่ระหว่างตรวจสอบภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเรียบร้อยภายใน 1-2 วัน และเมื่อ ทอท.สามารถเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการ การบินไทยจะให้บริการผู้โดยสารทั้งไป-กลับภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่า อากาศยานดอนเมืองได้ โดยจะพยายามเน้นความปลอดภัยมากที่สุด
ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่า อากาศยานดอนเมือง ทำให้การบินไทยสูญเสียรายได้ในการดำเนินธุรกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ยังไม่รวมหลังจากนี้ ที่ชาวต่างชาติจะขาดความเชื่อมั่นเข้ามาท่องเที่ยวในไทยหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบินไทยจะต้องประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาท่อง เที่ยวในไทย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »