โรงเรียนพื้นที่นราธิวาส 14 แห่งประกาศปิดเรียน น้ำท่วมหนัก
January 5, 2009
โรงเรียนพื้นที่ อ.ระแงะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส 14 แห่งประกาศงดทำการเรียนการสอน หลังถูกน้ำท่วมหนัก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกอแนะเหนือโอดน้ำท่วมสูง2เมตร เผยจมแล้ว4รอบ อุปกรณ์การเรียนการสอนจมใต้บาดาล มท.ภ.4สั่งระดมทหารช่วยเหยื่อน้ำท่วม3จว.ใต้
นาย สงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสายหลักที่ สำคัญหลายสายเอ่ไหเข้าท่วมพื้นที่ริมตลิ่ง และพื้นที่รบลุ่ม ส่วนพื้นที่ราบเชิงเขาต้องประสบปัญหาภาวะน้ำป่าไหลหลาก ล่าสุดสถานศึกษาจำนวน 14 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอระแงะ ต้องประกาศหยุดเรียน งดทำกาเรียนการสอนชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมโรงเรียนมีความสูงเฉลี่ยน 70-80 เซ็นติเมตร ในขณะที่บางแห่งโรงเรียนถูกนำท่วมสูงถึง2เมตร
“จากการตรวจสอบและให้ความใหช่วยเหลือสถานศึกษาที่ถูกน้ำท่วมพบว่า โรงเรียนบ้านกอและเหนือ ซึ่งอยู่ในอำเภอระแงะ ถูกนำท่วมขังสูง2เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งคาดว่ากว่าจะเปิดเรียนได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย1สัปดาห์”นายสงวน กล่าว
ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส กล่าวอีกว่า หากไม่มีฝนตกลงมาอีกในช่วงนี้ และระดับน้ำในคลองสายหลักลดระดับ คาดว่าโรงเรียนบางส่วนที่ถูกน้ำท่วมจะสามารถกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนได้ ภายในสัปดาห์นี้ ยกเว้นบางแห่งที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่ม จำเป็นต้องใช้เวลาฟื้นฟูจากอุทกภัยไม่นานกว่า1สัปดาห์
นายสงวน กล่าวด้วยว่า อยากเรียกร้องให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ามาให้ความสนับสนุนช่วย เหลือในการปรับปรุงพื้นที่ของโรงเรียนที่ตั้งในเขตพื้นที่ลุ่มของจังหวัด นราธิวาสเป็นการด่วน เนื่องจากที่ผ่านมามีการเรียกร้องไปอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่เกิดภาวะฝนตกหนัก โรงเรียนหลายแห่งต้องถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานานติดต่อนับสัปดาห์ จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกาของนักเรียนในพื้นที่อย่างมาก
ด้านนายประพันธ์ ท้าวพันแดง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกอแนะเหนือ เปิดเผยว่า เหตุการณืนำท่วมครั้งนี้ถือเป็นรอบที่4ของโรงเรียนต่อเนื่องตั้งแต่เข้าสู่ ฤดูฝนของปีที่ผ่านมา โดยทุกครั้งที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูและปรับสภาพภ่ยใน โรงเรียนอย่างน้อย 7-8 วัน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นายประพันธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ มีระดับสูงถึง 2 เมตร ส่งผลให้นักเรียนกว่า 340 คนไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ เช่นเดียวกับครูอีก 19 คน ที่ระดมกำลังช่วยเก็บเอกสารการเรียนการสอนขึ้นไปไว้ในที่สูง เหลือเพียงอุปกรณืประเภทโต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงสื่อการเรียนการสอนบางประเภทที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันต้องจมน้ำ จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
“คงต้องปิดเรียนหลายวันเพื่อรอให้ระดับน้ำลดลงและให้บุคลากรของ โรงเรียนช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียน โต๊ะเก่าอี้ รวมถึงจัดอุปกรณ์การเรียนการสอนให้เข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง”นายประพันธ์ กล่าว
ด้านนายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า โรงเรียนในพื้นที่ปัตตานียังเปิดการเรียน การสอนตามปกติ เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มริมน้ำเท่านั้น จึงไม่เป็นอุปสรรคในการเปิดการเรียน การสอนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งให้ติดตามพยากรณ์อากาศและเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หากพบว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจก็สามารถปิดเรียนได้ทันทีเพื่อป้องกันการ สูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง โจรใต้ลอบวางระเบิดยิงถล่มซ้ำตำรวจเจ็บ 8 นาย
October 26, 2008
นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะออกตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ก่อนปะทะเดือดประมาณ 5 นาที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย
วันนี้(26 ต.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น.ร.ต.ท.ยศ ชาวเรา ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดและยิงถล่มซ้ำรถยนต์สายตรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ที่บริเวณกลางถนนหน้าตลาดนัดบ้านแบรอ ม.2 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุกับ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็ก ทรงกลม หนัก 30 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ด้วยการลากสายไฟยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง 100 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าข้างทาง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์สายตรวจยี่ห้อมิตซูบิซิ ทะเบียนตราโล่ 40036 ซึ่งจอดห่างจากหลุมระเบิด 100 เมตร โดยถูกอนุภาพของระเบิดแสวงเครื่องจนตัวถัง กระจก และห้องเครื่องได้รับความเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะที่บริเวณป่ารกทึบที่คนร้ายจุดชนวนระเบิด เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบถุงปุ๋ย ที่คนร้ายใช้บรรจุระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ใบ ปลอกกระสุนปืนสงคราม อาก้า และเอ็ม 16 ตกอยู่จำนวนกว่า 30 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก จำนวน 8 นาย ได้ทยอยเดินทางไปยังโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการปฐมพยาบาลแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ต.ไมตรี ดำบัว รอง สว.ป.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ได้นำกำลังรวม 8 นาย ขึ้นรถยนต์สายตรวจเพื่อตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์สายตรวจผ่านมาพอดี แรงระเบิดทำให้รถยนต์สายตรวจเสียหลักตกข้างทาง แล้วกลุ่มคนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้าและเอ็ม 16 ยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 5 นาที เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนกลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้พากันล่าถอยไป
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องโจรใต้เย้ยตำรวจบาเจาะจุดชนวนระเบิดฆ่าทหารหลังโรงพัก
October 13, 2008
(13ต.ค.) เวลา 07.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กำลังปฏิบัติหน้าบน สภ.ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณหลัง สภ.บนถนนสายบาเจาะ-บ้านทอน เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับพ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ร.ต.ท.หญิง กาญจนา เสริมแสง รอง สว.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณโคนต้นชมพู่หน้าร้านซ่อมรถ จยย.เลขที่ 10/7 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปวางซุกไว้มีสภาพถูกอนุภาพของระเบิด จนกิ่งต้นชมพู่หัก และสะเก็ดระเบิดได้แพร่กระจายไปสร้างความเสียหายต่อร้านซ่อมรถ จยย. โดยประตูและหลังคาได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน และมีชาวบ้านจำนวน 2 คน ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยยืนอยู่หน้าร้าน คือ 1.นางฟาตีเมาะ ตาและ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.8 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส 2.นางฟารีดา อาลีซู อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 ถ.เพชรเกษม เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะอย่างเร่งด่วน และได้กระจายกำลังกันเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ
ด้าน น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 6 คน พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือ ไปทำการสอบสวนที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 และหากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ท ี่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะทำการปล่อยตัวกลับไป
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ พ.จ.อ.ศราวุธ แดงประดับ อายุ 45 ปี หน.ชุดกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 พร้อมพวกรวม 6 คน กำลังเดินเพื่อไปรับพระวัดอุไรรัตนารามเดินกลับวัดหลังจากที่ได้ออกไป บิณฑบาตที่ตลาดบาเจาะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้โคนต้นชมพู่หน้า ร้านซ่อมรถ จยย. จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่อนุภาพการทำลายล้างของระเบิด ได้แพร่กระจายไปด้านหน้าร้านซ่อมรถ จยย. ส่งผลทำให้ชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่วนทหารปลอดภัย ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี.
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องหนุ่มนราฯ ถ่ายคลิป นร.สาว3คน
July 22, 2008
สาว 20 ปีสุดทนแจ้งตำรวจ ทหารจับหนุ่มขายยาลูกกอนใช้ไฟฟ้าช็อต-มีดจี้คอ บังคับข่มขืนถ่ายคลิป วิดีโอแบล็คเมล์รีดเงินนานเกือบปี ค้นห้องพักพบคลิปวิดีโอนักเรียนสาวอีก 3 คน และวีซีดีลามกอีกนับร้อยแผ่น
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่สภ. เมือง จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ท.จรัญ เอี่ยมฐานนท์ รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว นายโมหำหมัดซอรี สะมะแอ อายุ 39 ปี อาชีพขายยาลูกกอน อยู่บ้านเลขที่ 30 ซอยปอฮงกือปัส 1 ถนนจารุเสถียร ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาข่มขืน บังคับขู่เข็น กรรโชกทรัพย์
พ.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยว่า ก่อนการวางแผนจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสจาก น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ว่าได้ถูกนายโมหำหมัดซอรี บังคับข่มขืนและถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ขณะที่กำลังมีเพศสัมพันธ์เพื่อรีดไถ่ทรัพย์สิน ต่อมานายโมหำหมัดซอรีก็ได้ใช้คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการบังคับขู่เข็นเพื่อจะขอร่วมเพศอีก รวมไปถึงการกรรโชกทรัพย์ เป็นเวลาเกือบ 1 ปี
“นอกจากนี้นายโมหำหมัดซอรียังได้ข่มขู่อีกว่าหากไม่ยินยอมก็จะนำคลิปวิดีโอออกมาเผยแพร่เพื่อประจานให้อับอาย” พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวและว่า
กระทั่งต่อมาทางตำรวจได้ให้ผู้เสียหายนัดแนะกับนายโมหำหมัดซอรี ให้ออกมาพบใน อ.เมือง จ.นราธิวาส จากนั้นเด็กนักเรียนหญิงก็ขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา ระหว่างผ่านจุดตรวจจุดสกัดตำบลมะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทางตำรวจซึ่งได้มีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นจึงได้เรียกให้หยุดรถและได้เข้าจับกุมทันที
พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อตัวค้นตัวผู้ต้องหาพบเครื่องช็อตไฟฟ้า 1 อัน อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ และได้นำตัวนายโมหำหมัดซอรี ไปตรวจค้นที่บ้านพักซึ่งเป็นบ้านเช่าข้างโรงเรียนเทศบาล 6 เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบคลิปวีดีโอ ของ น.ส.ส้ม ผู้เสียหาย และพบคลิปวิดีโอของผู้เสียหายจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนหญิง อายุ 16 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนหนึ่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส นอกจากนี้ยังพบวีซีดีลามก อีก 100 แผ่น และยาปลุกเซ็กส์ จำนวนมาก จึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาว่าข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามหมายจับที่ 588/2551 ลงวันที่ 21 ก.ค.2551 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ต่อมาได้มี น.ส.แดง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และ น.ส.ดำ(นามสมุติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวว่าถูก นายโมหำหมัดซอรีข่มขืน อีกทั้งยังได้ให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะถูกข่มขืนนายโมหำหมัดซอรี จะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ตัว รวมทั้งใช้มีดจี้คอ หากพวกตนขัดขืนไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์แต่โดยดี
ทั้งนี้ผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกกระทำชำเรากรณีดังกล่าวให้มาดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.เมืองนราธิวาส ในที่สุด นายโมหำหมัดซอรีได้รับสารภาพว่าได้ข่มขืนผู้เสียหายจริง
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง