อภิสิทธิ์ พร้อมเปิดทำเนียบ ให้เด็กชมห้องทำงาน วันเด็ก
January 9, 2009
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดห้องทำงานที่ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทุกแขนง โดยกล่าวถึงเรื่องการจัดงานวันเด็กว่า ในอดีตทุกครั้งที่จัดงานวันเด็กที่ทำเนียบ จะเปิดโอกาสให้เด็กมาเยี่ยมชมห้องทำงาน และนั่งเก้าอี้นายกฯ ซึ่งปีนี้ก็ตั้งใจจะเปิดโอกาส แต่มีเงื่อนไขว่าก่อนจะมานั่งเก้าอี้ตัวนี้จะขอให้เด็กเขียนแสดงความคิดเห็น ว่าหากได้มานั่งเก้าอี้นายกฯ จะทำอะไรให้กับประเทศ เพราะการจัดงานวันเด็กได้ให้แนวคิดว่าอยากจะให้เด็กคิดถึงการให้ การมาตรงนี้คือการให้กับส่วนรวม ทั้งนี้จะนำความเห็นเหล่านี้มาประมวลว่าเด็กๆ คิดเห็นอย่างไร ซึ่งคงเป็นการสะท้อนทั้งความคิด ความต้องการ สิ่งที่เขาได้สัมผัส ว่าอะไรเป็นปัญหาที่อยากจะเห็นการแก้ไข

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ระเบิดหน้าตึกสันติไมตรี จะกระทบความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่จะนำเด็กมาร่วมงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ซึ่งเมื่อสภาพทำเนียบยังไม่พร้อมสมบูรณ์ ฉะนั้นจะให้อยู่ในพื้นที่ที่สามารถจะรองรับ จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
“ให้ความมั่นใจว่าเราจะมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย และขอความร่วมมือ ถ้าหากการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยอาจจะเข้มงวด ก็ขอให้เข้าใจและช่วยให้ความร่วมมือด้วย” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้เลือกเด็ก 2 คนที่จากเด็กๆ ที่เขียนอวยพรปีใหม่เข้ามา ซึ่งแสดงความคิดอ่านที่เกินวัย ให้ความสนใจใส่ใจอยากให้ตนเองไปดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษา เรื่องบ้านเมือง จึงถือโอกาสเชิญมาพบด้วย ซึ่งตนเองจะมาร่วมงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงสายๆ เพราะช่วงเช้าต้องไปเปิดงานอีกที่หนึ่ง
เมื่อถามว่า นายกฯ ที่ชื่ออภิสิทธิ์แตกต่างกับนายกฯ คนอื่นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บุคคลแต่ละคนที่ดำรงตำแหน่งก็มีวิธีการทำงาน มีผลงาน มีการบริหารงานในสภาวะที่แตกต่างกันไป ประชาชนน่าจะเป็นคนคิดตัดสินใจเองมากกว่า ว่าความแตกต่างอยู่ตรงไหน แต่ส่วนตัวมีความตั้งใจเต็มที่ว่าต้องการเข้ามาบริหารบ้านเมืองอย่างโปร่งใส ด้วยความรู้ความสามารถ ซึ่งรู้ว่าเข้ามาในภาวะไม่ปกติ ต้องการจะนำพาบ้านเมืองให้พ้นภาวะนี้ไปให้ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมทำในสิ่งที่จะไม่สำเร็จในช่วงอายุของรัฐบาล คือ เรื่องนโยบายระยะยาว ซึ่งตั้งใจว่าจะไม่เปรียบเทียบ เพราะการตัดสินเปรียบเทียบเป็นหน้าที่ของคนอื่น
โชว์กลอนครูภาษาไทยเขียนให้ ตอนอยู่ ป.6
เมื่อถามว่าอยากให้เด็กๆ เป็นนายกฯ แบบไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้เป็นตัวของเขาเอง เพราะทุกคนมีความแตกต่างหลากหลาย เด็กที่จะมาเป็นนายกฯ ในวันข้างหน้าอยากให้ดีกว่า เก่งกว่าตนเอง และวันนี้ (8 ม.ค.) มีอาจารย์และเพื่อนนักเรียนที่โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาพบ ซึ่งก็มีคำกลอนที่ครูประจำชั้น ป.6 ได้เขียนถึงตนเองไว้ ซึ่งก็ตกใจอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภิสิทธิ์ ได้ชูแผ่นกระดาษที่แสดงข้อความด้วยลายมือของอาจารย์วิชาภาษาไทย ประจำชั้นของนายอภิสิทธิ์ สมัยประถมศึกษาปีที่ 6 ลงวันที่ 2 มี.ค.2519 เวลา 21.04 น.ซึ่งเขียนกลอนให้ลูกศิษย์ทุกคนในชั้นเรียนก่อนที่จะปิดภาคเรียน และกล่าวว่า หวังว่าจะได้พบอาจารย์ในวันครู
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง นายกฯ พร้อมให้ฝ่ายค้านจัดรายการทางเอ็นบีที
January 9, 2009
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดรายการ “นายกฯ อภิสิทธิ์พบประชาชน” วันอาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ ว่า ตนไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นวันไหนอย่างไรหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบสมัยนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ได้จัดรายการวันอาทิตย์
เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านต้องการจัดรายการบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ยินดี กำลังประสานงานอยู่

เมื่อถามว่าจะให้เวลานานเท่าไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังจะหารือ ส่วนเวลานั้น สมัยตนเป็นฝ่ายค้านได้เคยขอไป ครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้จะดูระยะเวลา เพราะตนยังไม่ทราบว่ากรมประชาสัมพันธ์จะให้เวลาตนเท่าใด ฝ่ายค้านจะให้เวลาเท่าใด โดยหลักการให้เวทีกับฝ่ายค้านแน่นอน
เมื่อถามว่า ไม่ใช้เวลาที่จะใช้เพื่อโต้ตอบทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะพยายามหารือกับฝ่ายค้าน ประสานงาน เพื่อคุยกันในกรอบการทำงาน แต่คนเป็นฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล สามารถบอกได้ว่าไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลเรื่องไหนอย่างไร เชื่อว่าหากทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น ให้การออกรายการของทั้งสองฝ่าย คือ ตน และฝ่ายค้านไม่เป็นการออกมาตอบโต้ทางการเมือง ยกตัวอย่างเช่น เรามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตนจะเล่าให้ฟังว่ากระตุ้นอย่างนี้ หวังว่าฝ่ายค้านจะมาให้แง่มุมกับประชาชนว่าทำได้ดีหรือไม่อย่างไร แสดงความคิดเห็นมา คิดว่าอย่างนี้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และไม่ถือเป็นการตอบโต้ทางการเมือง
เมื่อถามว่า ไม่ใช่เวทีที่จะมาชี้แจงของพรรคการเมือง หรือทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของรัฐบาลและฝ่ายค้าน รัฐบาลบริหาร ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายบริหาร อยากให้เน้นเรื่องนโยบายทั้งสองฝ่าย ส่วนการตรวจสอบเรื่องอื่น ฝ่ายค้านมีเวทีที่ทำได้ คือ สภา ด้วยการตั้งกระทู้ถาม ตั้งญัตติ หรือการเคลื่อนไหวนอกสภา แต่การใช้สื่อของรัฐบอยากให้ใช้เวทีนี้อย่างสร้างสรรค์เพื่อช่วยให้ประชาชน ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยและการเมืองมากขึ้น
เมื่อถามว่า ได้คุยกับผู้นำฝ่ายค้านหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้เกียรติกัน เชื่อว่าถ้าคุยกันจะยอมรับกันได้
เมื่อถามว่า นายกฯให้โอกาสฝ่ายค้านอย่างนี้ก็ไม่จำกัดว่าสื่อของรัฐสามารถนำเสนอข่างฝ่าย ค้านได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนให้โอกาสทุกคน ข่าวต้องเสนอรอบด้าน ส่วนการจัดนายกฯ พบสื่อขณะนี้จัดให้เป็นระเบียบอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดว่ามีความจำเป็นต้องพบอย่างเป็นทางการ นานๆ ครั้งก็ไม่ขัดข้อง ถ้าคิดว่ามีประเด็นเพียงพอที่สื่อคิดว่าต้องให้เวลามากพิเศษ ตนก็ไม่ขัดข้อง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานทำความเข้าใจ อยากให้สื่อมีความเป็นอิสระในการรายงาน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องพ่อ แม่ ผู้ปกครอง เฮลั่น เรียนฟรี 15 ปีเริ่ม17พ.ค.นี้
January 8, 2009
พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เฮลั่น ครม.”มาร์ค 1″ ดันเรียนฟรี 15 ปี ถึง 5 รายการ เริ่มระดับชั้น”อนุบาล-ม.6″ พร้อมกันทั่วประเทศ 17 พ.ค.ปีนี้ แต่สังกัดสถานศึกษาในสังกัด อปท.รอไปก่อน
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 7 มกราคม ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อหามาตรการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ
ภาย หลังการประชุม นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านเศรษฐกิจ แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเวลา 6 เดือน โดยการเสนองบประมาณเพิ่มกลางปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เพื่อจัดทำรายละเอียดของงบประมาณและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ภายในวัน ที่ 28 มกราคมนี้
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า งบประมาณที่จะถึงมือประชาชนอย่างแท้จริงที่จะเริ่มในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ คือ งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เกี่ยวกับโครงการเรียนฟรี ที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองกว่า 12 ล้านคน และอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท เกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมแรงงานที่ว่างงานกว่า 5 แสนคน โดยจะมีการฝึกอบรมหนึ่งเดือน-เดือนครึ่ง และอาจจะมีการจ้างงานต่ออีก 3 เดือน เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน
ด้านการช่วยเหลือเกษตรกร นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตร ที่มีเงินเหลือกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้รายงานให้นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับทราบว่า งบประมาณก้อนนี้เพียงพอกับโครงการแทรกแซงราคา โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ไปดูเรื่องของราคาผลไม้ ปาล์มน้ำมัน และยางพาราเพิ่มเติม ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วัน
ในวันเดียวกันนั้น ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังการประชุมร่วม ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อหารือเรื่องเรียนฟรี 15 ปี ตามนโยบายของรัฐบาลว่า กำหนดให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 ว่า นักเรียนที่เรียนอยู่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) หรือเทียบเท่า ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. สอศ. และ สช. จะมีสิทธิได้รับของฟรี 5 รายการ ได้แก่ ค่าเทอม ตำราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และค่ากิจกรรมพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องมาพิจารณารายได้ของผู้ปกครอง แต่เจ้าตัวสามารถปฏิเสธไม่รับสิทธิดังกล่าวได้
ส่วนรายละเอียดการแจกตำราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และค่ากิจกรรมพิเศษ ในปริมาณเท่าใดและดำเนินการอย่างไรนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องรอประชุมหารืออีกครั้งในวันที่ 12 มกราคมนี้
“เบื้องต้นที่คุยนั้น ตำราเรียนจะแจกทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ชุดนักเรียนแจกรายละ 2 ชุด ส่วนอุปกรณ์การเรียนกำลังให้แต่ละหน่วยงานไปกำหนดมาว่า การศึกษาแต่ละระดับ แต่ละประเภทต้องใช้อุปกรณ์การเรียนใดบ้าง เพราะการศึกษาสายสามัญและสายอาชีพใช้อุปกรณ์การเรียนแตกต่างกัน ส่วนงบประมาณที่จะนำมาดำเนินการมาจาก 2 ส่วน คือ จากงบปกติปี 2552 และขอจากงบกลางที่มีอยู่ 1 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ยังประเมินไม่ได้ว่าต้องใช้เงินจำนวนเท่าใด รอคณะทำงานไปศึกษาก่อน” นายจุรินทร์กล่าว
ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ในส่วนของตำราเรียนฟรีจะแจกทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ทั้งตัวหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด แต่ไม่รวมแบบเรียนสำเร็จรูป ซึ่ง สพฐ.ไม่สนับสนุนให้โรงเรียนใช้อยู่แล้ว
ร.ร.สังกัด อปท.ยังไม่ฟรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรฐานในการจัดเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งประกอบไปด้วยของฟรี 5 รายการนั้น ครอบคลุมเฉพาะโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเท่า นั้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่กระทรวงมหาดไทยดูแล
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงยังไม่ได้หารือกับ อปท. ที่มีโรงเรียนในสังกัดกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ เกี่ยวกับมาตรฐานในการจัดเรียนฟรีต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมทั้งต้องดูการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินการเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน อปท.ที่มีโรงเรียนในสังกัดจัดให้นักเรียนเรียนฟรีตามความพร้อมของ อปท.แต่ละแห่ง นอกเหนือจากค่าเทอมที่ผ่านเงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐสนับสนุน รวมถึงอาหารเสริม(นม) โรงเรียน และอาหารกลางวันที่จัดให้นักเรียนตามมติ ครม. เช่น ตำราเรียน ชุดนักเรียน ซึ่ง อปท.บางแห่งที่มีความพร้อมมาก ก็จะจัดเรียนฟรีให้นักเรียนทั้งตำราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และค่ากิจกรรมพิเศษ และครอบคลุมไปถึงค่าเดินทางไปโรงเรียนด้วย
“คิดว่ามาตรฐานเรียนฟรีของโรงเรียนสังกัด อปท.ขั้นต่ำควรมี 5 รายการ เช่นเดียวกับโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งต้องใช้งบสูงขึ้น โดยมหาดไทยจะต้องของบสนับสนุนจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน” แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่สุด
ที่มา คมชัดลึก
อภิสิทธิ์ มั่นใจไทยจัดประชุมผู้นำอาเซียนได้ แม้เสื้อแดงประกาศขวาง
January 6, 2009
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอา เซียนถอนตัวเพื่อไม่เข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิทที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า ตนยังเชื่อมั่นในมิตรประเทศของเราในกลุ่มอาเซียนยังต้องการให้ไทยทำหน้าที่ เจ้าภาพและประธานในการจัดประชุม ซึ่งรวมถึงฝ่ายเลขาธิการอาเซียนด้วย
และขอย้ำอีกครั้งว่าการจัดการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่งานของรัฐบาลแต่ เป็นงานของคนไทยทั้งประเทศ และการรักษาสถานภาพของความเป็นประธานอาเซียนและการเป็นเจ้าภาพที่ดีน่าจะ เป็นเป้าหมายของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งตนยังนึกถึงช่วงที่ทำหน้าที่ฝ่าย ค้าน และรัฐบาลมาปรึกษาในข้อตกลงอาเซียนตนก็ได้ยืนยันไปในขณะนั้นว่ากรณีที่ เกี่ยวกับการประชุมอาเซียนทั้งหมดถือเป็นเรื่องของประเทศที่ทุกฝ่ายต้องสนับ สนุน และช่วยกันเพื่อให้เกิดความราบรื่น เพราะฉะนั้นก็หวังว่าฝ่ายค้านจะให้การสนับสนุนการจัดการประชุมครั้งนี้ใน ฐานะที่คนไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ทางฝ่ายค้านได้ส่งนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศไปพบกับทูตของประเทศต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยากให้ทุกคนรักษาประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก เรื่องนี้ไม่ควรแบ่งฝ่ายเพราะเป็นเรื่องของประเทศและเป็นเรื่องของอาเซียน ที่ควรจะต้องเดินหน้า เพราะกฎบัตรอาเซียนก็มีการบังคับใช้แล้ว อีกทั้งยังมีงานที่อาเซียนต้องทำร่วมกันจึงไม่ควรหยุดชะงักอีกต่อไป
เมื่อถามว่าคิดว่าการประชุมสภาในวันที่ 21 ม.ค.เพื่ออนุมัติกรอบข้อตกลงอาเซียนคิดว่าฝ่ายค้านจะเข้าร่วมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นการประชุมสภาตามปกติ ก็ยังเชื่อว่าฝ่ายค้านจะมาทำหน้าที่ของตัวเอง
มั่นใจทักษิณเคลื่อนไหวไม่มีผลเลื่อนประชุมอาเซียน
นาย อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์โตมตีรัฐบาลและประเทศว่า อย่างที่เคยพูดไปคือการเคลื่อนไหวใดๆสามารถทำได้ถ้าไม่ขัดกับประโยชน์ของ ชาติ ก็ขอเรียกร้องว่าถ้าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรก็อย่าให้กระทบกับชื่อเสียงของ ประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลชัดเจนขนาดไหนว่า การเคลื่อนไหวและการจ้างบริษัทลอบบี้ยิสต์เป็นการกระทำของอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเรื่องการจ้างบริษัทที่ปรึกษาก็เคยเห็นในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดตนไม่ทราบ และไม่เคยได้ยินข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จ้างบริษัทไปล็อบบี้ประเทศกลุ่มอาเซียนไม่ให้เข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท ตนยังเชื่อว่าการประชุมอาเซียนจะสามารถประชุมได้
ผู้สื่อข่าวถาม ต่อว่าแสดงว่าแต่การที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ออกมากล่าวหาว่าเป็นความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ อาจถูกฟ้องร้องได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.พ.บุรณัชย์ ก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ตนยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน และการที่น.พ.บุรณัชย์ออกมาเปิดเผยข้อมูลก็ไม่ได้หารือกับตนก่อน
ที่มา คมชัดลึก
ลิงค์ที่เกี่ยวข้องอภิสิทธิ์เดินหน้าจัดประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งที่14
January 6, 2009
วันนี้ (6 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือตึกแดง เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำวันอังคาร โดยก่อนออกจากตึกไทยคู่ฟ้า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง เข้าพบที่ห้องทำงานเพื่อหารือด้านเศรษฐกิจ โดยนายกฯ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า มาดูวาระสำหรับการประชุมวันนี้ ไว้คุยหลังจากเสร็จการประชุมครม. และจะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจวันพรุ่งนี้(7 ม.ค.)
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงการประชุมอาเซี่ยนซัมมิท ครั้งที่14 ทางกลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันจะชุมนุมอีกครั้ง รัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมีเวลาอยู่ เมื่อถามอีกว่า ยังมีแนวคิดเจรจาอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะทำทุกทาง ส่วนการที่กลุ่มเสื้อแดงจะร้องเรียนกับทูต 9 ประเทศ นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมกับกล่าวว่า รอหลังการประชุมครม. ดีหรือไม่ เดี๋ยวจะเดินลำบาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ได้นำหลานชายมาดูสถานที่ทำงาน จากการสอบถามชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อายุ 16 ปี ชื่อไอติม เรียนอยู่เมืองอีสตัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งนายพริษฐ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า โรงเรียนปิดช่วงปีใหม่ กลับเมืองไทยได้ 3 สัปดาห์ จึงมาดูที่ทำงานกับน้าชายวันนี้ ก่อนกลับอังกฤษในวันพรุ่งนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อนาคตจะเข้าสู่วงการการเมืองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอดูก่อน ยังตอบไม่ได้ อย่างไรก็ตามตนมีความสนใจการเมือง อยากมาศึกษางานก่อนจะเลือกวิชาเอกในปีการศึกษาหน้า นอกจากนี้ตนยังสนใจทีมฟุตบอลอังกฤษอีกด้วย คือ ทีมลีเวอร์พูล ไม่ได้สนใจทีมนิวคาสเซิล เหมือนน้าชาย เพราะ นัดที่ผ่านมาลีเวอร์พูลชนะนิวคาสเซิลถึง 5-1
จากนั้นเมื่อเวลา 09.00 น.ศิลปินจากบริษัอาร์เอส จำกัด นำโดย แนนนี่ วงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ แบ็งค์ วงวนิลา และตัวแทนเครือข่ายเด็กและเยาวชนไทยกว่า 30 คน ได้เดินทางมาที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้าพบ นายภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบช่อดอกไม้ติดเข็มกลัด และเชิญชวนให้ผู้ใหญ่ ลดละเลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัญหาสังคมสร้างครอบครัวอบอุ่นในโครงการ รักลูกเลิกเหล้า ครอบครัวอบอุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนเครือข่ายเด็กและเยาวชน ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดระเบียบห้ามร้านค้าต่างๆจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณสถานศึกษารอบ รัศมี 500 เมตร โดยให้กรมสรรพสามิต ปฏิบัติตามมติ ครม.ที่เคยมีคำสั่งไว้ และ ให้รัฐบาลสนับสนุนให้ผู้ปกครองเป็นแบบอย่างที่ดี ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายดูแลสังคมให้ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติปี 2552
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง