ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี ว่า ในช่วงเช้า นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทักทายสื่อมวลชน โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเสนาะ จะเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ยอมรับว่า ในช่วงเย็น นายเสนาะได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหารือ เพื่อพูดคุยเรื่องการเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมภายในบ้านพักของนายเสนาะ เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขก ส่วนนายเสนาะนั้น ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ออกจากบ้าน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณสถานที่จัดเลี้ยงในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม และทักทายกับสื่อมวลชน
จากนั้น นายเสนาะได้โทรศัพท์หา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน และขอให้พานายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามีมาด้วย
นายเสนาะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์แล้ว และไม่ขอบอกว่า การเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ จะมีแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคนใดมาร่วมในงานบ้าง
นาย ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่า ส.ส.ของพรรคฯทั้ง 9 คน รวมทั้งตัวนายประดิษฐ์ จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อทำให้พรรค พท.ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิด ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งพรรค รช.เป็นเพียงพรรคเล็ก การจะไปจับขั้วกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว โดยมั่นใจว่า จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก่อนปีใหม่ รวมทั้งเสถียรภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน จะพลิกฟื้นคืนมาอย่างแน่นอน
ที่พรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็น ที่บ้าน ย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเสนาะ แต่ถ้านายเสนาะติดต่อมาจริง ก็ คงไม่ไปแน่นอนและจะไม่ส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างแล้ว เราได้หารือและประกาศจุดยืนไปแล้ว พรรคไม่น่าจะคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนมากกว่านี้
ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย กล่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไปพบนายเสนาะที่บ้านไม่ได้ ถ้าเราไปมัน ก็จะผิดหลักการ คิดว่าแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ ก็คงไม่ไปเช่นกัน ส่วนแนวคิดของนายเสนาะที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นทางออกนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเชิญ ส่วนกระแสข่าวนายเสนาะอาจเดินทางมาพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์นั้น คงไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้นายบรรหารอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารเย็น ที่บ้านพัก ย่านเมืองทองธานีว่า ในเวลา 17.00 น. ตามที่นัดไว้ ปรากฏว่า ยังไม่มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เดินทางมาแต่อย่างใด นายเสนาะ ถึงกับโทรศัพท์ ไปหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ด้วยตัวเอง แต่นางอนงค์วรรณ อ้างต้องไปพบแพทย์ แม้นายเสนาะต่อรองเป็นเวลา 19.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. มีแกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคประชาราชทยอยเดินทางมาที่บ้านพักนายเสนาะ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง แต่ทั้งสองคนก็เดินทางกลับในเวลา 16.30 น. โดยอ้างว่าติดธุระ
ที่มา มติชน
(2ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานขณะนี้นายบรรหาร ศิลปอาชา หน.พรรคชาติไทย ได้แถลงปิดคดียุบพรคด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว ด้านนายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงปิดคดีด้วยวาจาแล้ว ก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาและขอให้คู่ความรับฟังคำวิจนิจฉัยใน วันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณศาลปกครองสูงสุดชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพิจารณาคดี 1 ได้มีกำลังทหารประมาณ 10 นาย พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 มาประจำการเพื่อรักษาความปลอดภัยในระหว่างการพิจารณาคดีด้วย
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเวลา 06.20 น.วันเดียวกัน แนวร่วมประชาธิไปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช.นำโดยนายชินวัตฒ์ หาบุญพาด นายวรัญชัย โชคชนะ ได้เดินทางจากลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกทม.ประมาณกว่า 500 คนเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรับฟังการนัดแถลงปิดคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และมัฌิมาธิปไตย
โดยหลังจากมาถึงหน้าศาลจากนั้นได้กระจายตัวกันไปปิดทางเข้าออก ของอาคารศาลรัฐธรรมนูญทุกด้าน รวมถึงซอยต่างๆ ด้านหลังศาลรัฐธรรมนูญ ฝั่งติดตลาดพาหุรัดเพื่อป้องกันไม่ให้ 9 ตุลาการได้เข้ามาภายในอาคารได้ ขณะเดียวกันจนท.ตำรวจได้มีการระดมกำลังดูแลพื้นที่โดยปิดประตูทางเข้าออก ของสำนักงานทุกด้าน และไม่ให้กลุ่มผุ้ชุมนุมเข้าไปในตัวอาคาร หลังปิดประตูเข้าออกทุกด้านผู้ชุมนุมได้มายืนรวมกันที่ประตูใญ่ด้านหน้า สำนักงาน
จากนั้นเวลา 07.45 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง เป็นหนังสือราชการติดตราครุฑ ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างอัยการสูงสุดผู้ร้องตุลาการศาลรับธรรนูญและจำเลย พรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน พรรคมัฌิมาธิปไตย นำมาปิดที่หน้าศาลโดยระบุว่าเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ในการนัดปิดแถลงคดี ในเวลา 09.30 น. ศาลรับธรรมนูญได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ การปิดแถลงคดีไปที่ศาลปกครองสูงสุดในเวลา 10.00น. ที่ถนนแจ้งวัฒนะพร้อมลงชื่อตุลาการ 9 คน เพื่อยืนยันอีกครั้ง
จากนั้น 08.000 น.แกนนำนปช. โดยนายชินวัฒน์ ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงโดยระบุว่าจะนำมวลชนบางส่วนไปชุมนุมที่ศาล ปกครองสูงสุดถ.แจ้งวัฒนะและเดินทางออกไปทันที่ขณะที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญขะนี้ เหลือนปช. ประมาณ 100 คน มีนายวรัญชัย เป็นแกนนำ โดยยันว่าจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่าจะมั่นใจว่าจะไม่ใช้สำนักงานศาลรัฐ ธรรมนูญในการแถลงปิดคดี
สำหรับการจราจรถนนจักรเพชรด้านหน้าศาลรัฐรรมนูญได้ปิดถนนไปชั่ว คราว หลังนปช.ได้เคลื่อนตัวมาถึงล่าสุด เวลา 08.00 น.ถนนเส้นดังกล่าวเปิดการรจราจรตามปกติแต่ไม่สามารถเคลื่อนได้อย่างคล่องตัว เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินข้ามไปมาตามถนน
อย่างไรก็ตามปกติรอบศาลรัฐธรรมนูญจะมีรั้วเหล็กมาปิดกั้น แต่ปรากฏว่าวันนี้ตำรวจไม่นำรั้วกั้นตลอดแนวทำให้ผู้ชุมนุมสามารถบุกไปที่ หน้าสำนักงานได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามจนท.ตำรวจได้มีการป้องกันแนวรั้วเพื่อไม่ให้ผุ้ชุมปีนข้ามไปได้ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาความปลอดภัยประจำอาคารศาลทุกชั้น
ที่มา คมชัดลึก
วันนี้(2 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงด้วยวาจาต่อหน้าองค์คณะตะลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ดีเนื้อหาใจความหลักๆ ที่นายบรรหารแถลงปิดคดี ได้ปฏิเสธว่า นายมณเฑียร สงฆ์ประชา กรรมการบริหารพรรคที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ตัดสินให้ใบแดงและตัด สิทธิ์ การเลือกตั้งก่อนหน้านี้ โดย นายบรรหารยังยืนยันว่า นายมณเฑียรไม่ได้ทำความผิดเรื่องการซื้อเสียง นอกจากนี้ยืนยันในเรื่องเดิมว่า พรรคชาติไทยได้ตักเตือนและห้ามผู้สมัครทุกคนไม่ให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องของการซื้อเสียงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงปฐมนิเทศพรรคหรือเวลาประชุมหารือของพรรค ได้ห้ามเรื่องนี้มาตลอด
นอกจากนี้ นายบรรหาร ยังอ้างอิงถึงผลงานของพรรคชาติไทยที่สร้างผลงานมาตลอด 34 ปี โดยเฉพาะการรับสนองพระบรมราชโองการ และขอความเมตตากับศาล ก่อนจะเสร็จสิ้นการแถลงปิดคดีของหัวหน้าพรรคชาติไทย นายบรรหาร ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าต้องขอความเมตตาจากศาลรัฐธรรมนูญให้ความเป็นธรรมกับพรรคด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายบรรหารแถลงปิดคดีเสร็จ นายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การแถลงปิดคดีด้วยวาจาของหัวหน้าพรรคชาติไทยถือว่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ในเรื่องของขั้นตอนการสู้คดีจะตัดสินในส่วนของพรรคชาติไทยในวันนี้ ให้นายบรรหารรอฟังคำตัดสินคดีในวันนี้
หลังจากนั้น นายบรรหารออกมาให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวว่า ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พร้อมจะยอมรับคำตัดสินของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคพลังประชาชน ได้เข้าแถลงปิดคดีต่อเนื่องกันทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแถลงปิดคดีของพรรคมัชฌิมาฯ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
วันนี้ (4 พ.ย.) ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลจะยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่า ยังไม่เห็น แต่จะสอบถาม นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะวิปรัฐบาลที่ไปร่วมประชุม แต่คิดว่าหากจะแก้ก็แก้เพียงบางมาตรา อย่าไปเอามากมาย เดี๋ยวจะเป็นปัญหา คนจะระแวงกัน เอาที่สำคัญๆ เช่น มาตรา 190 ที่เวลาจะไปเจรจา จะเข้านำเข้ารัฐสภา มาตรา 237 ไม่จำเป็นต้องแก้ก็ได้ ไม่เป็นปัญหา ในฐานะเป็นพรรคร่วมยังสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยังมีบางอย่างที่เป็นปัญหา หากยุบสภาแล้วก็จะมีปัญหาในเลือกตั้ง เช่น วิธีการเลือกตั้งก็ใช้ไม่ได้ แบบสัดส่วนก็ใช้ไม่ได้ ใช้ระบบปาร์ตี้ลิสต์อย่างเดิมจะดีกว่า เมื่อถามว่าพันธมิตรฯ ระบุว่า หากมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมาล้อมสภาเหมือนวันที่ 7 ต.ค.นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตอนนี้มันมีเสื้อแดงมาแล้วนี้ มันก็ตอบไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ของตน ก็ไปเจรจากันเองก็แล้วกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ควรจะชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน รอให้มีการสานเสวนาหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกันเลย เป็นข้ออ้างกันมากกว่า ตนคิดว่าแก้เพื่อให้งานเดินหน้าแล้วมันจะมีปัญหาอะไร ตนไม่เข้าใจ เขากลัวว่า แก้แล้วจะไปเลยเถิดไปแก้อย่างอื่นเข้า ตรงนี้จะต้องรับรองให้เขาด้วย อย่าไปแก้ให้มาก เอาเท่าที่ต้องการ เช่น ไปแก้ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างนี้ทำไม่ได้ หรือจะแก้ให้กับ 111 คนมันก็ไม่ได้ ตนคิดอย่างนี้ แต่คนอื่นคิดอย่างไรเราทายใจไม่ได้ เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง ส.ส.ร.จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ อย่าไปคิดให้มากเลยว่า ส.ส.ร.จะเป็นต้นเหตุให้บ้านเมืองวุ่นวาย แก้ไปก็ไม่น่าจะมีปัญหา ก็ตั้ง ส.ส.ร.เหมือนสมัยที่ตนตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีม็อบเสื้อแดงเริ่มจะมาชุมนุมด้วย นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ห่วงอะไรจะเกิดก็ให้ไปเกิดไปเถอะ ทำอะไรไม่ได้ บางคนพูดก็ไม่ฟัง เมื่อถามว่า บ้านเมืองเลยจุดปรองดองแล้ว ต้องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า มันจะเป็นทำนองนั้นหรือไม่ก็ตอบไม่ได้ เพราะต่างคนต่างไม่ยอม บางคนบอกเจรจาแต่ก็มีเงื่อนไข มันก็จบ แต่ถ้าละเงื่อนไขแล้วตั้งหน้าเจรจากันเสีย อะไรยอมได้ก็ยอม มันก็สามารถคุยกันได้ บ้านเมืองก็เป็นอย่างนี้ แต่ละคนก็ล้วนไม่ได้จบ ป.4 แต่ระดับมหาวิทยาลัย ปริญญาทั้งนั้น ที่ทะเลาะกัน ไม่ใช่ชาวบ้านทะเลาะกัน เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่หากยื่นญัตติเข้าสภาแล้วพันธมิตรฯจะมาปิดล้อม นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่หนักใจ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เมื่อถามว่า มีการมองว่าหากยื่นญัตติในสัปดาห์หน้าจะทำให้พันธมิตรปิดล้อมได้ยาก นายบรรหาร กล่าวว่า อย่าคิดให้มันลึกไปเลย ตอนนี้การเมืองมันอยู่ในทะเลแล้ว อยู่ใต้ทะเลลึกอยู่ใต้ ทะเลลึกต้องหานักประดาน้ำไปงม แต่จะไม่เป็นกัปตัน แต่จะหนีไปบวชแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ดู พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟัง เพราะมาไม่ทัน เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศได้ต่อเมื่อขอพระราชทานอภัยโทษเท่านั้น นายบรรหาร กล่าวว่า มันก็เป็นกฎธรรมดา ใครก็ตามที่กระทำความผิดทุกคนก็ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่มันอยู่ที่ช่วงจังหวะที่เหมาะสมมากน้อยเพียงใด เมื่อถามว่าเข้าข่ายหมิ่นสถาบันหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนตอบไม่ได้ ต่างคนก็นานาจิตตัง บางคนก็บอกว่าหมิ่น บางคนก็บอกว่าไม่หมิ่น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
เติ้ง” ท้าทาย ลั่น! ไม่กลัวมือตบพันธมิตรฯ โวยรับไม่ได้พฤติกรรมน่าเกลียดใช้มือตบโห่ไล่นายกฯ รวมถึงยึดทำเนียบปิดล้อมรัฐสภา แต่กลับกลัวพรรคชาติไทยถูกยุบจนขี้ขึ้นสมอง ถึงกับให้ชาวสุพรรณฯ ช่วยกันจุดรูปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้พรรคถูกยุบ

วันนี้ (23 ต.ค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย เดินทางมาร่วมงานวันครบรอบคล้ายวันเกิดอายุครบ 66 ปี ของนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ที่สำนักงานบ้านกล้วย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
นายบรรหาร กล่าวกับชาวสุพรรณบุรีที่มาร่วมงานว่า ให้ช่วยกันจุดธูปบนบานให้พรรคชาติไทยไม่ถูกยุบพรรคด้วย พร้อมตำหนิพันธมิตรฯ ที่ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายปิดล้อมรัฐสภา และยึดทำเนียบ อีกทั้งยังรับไม่ได้กับพันธมิตรฯ ที่โห่ไล่นายกรัฐมนตรีวานนี้ระหว่างตรวจเยี่ยมกระทรวงไอซีที เพราะเป็นพฤติกรรมที่น่าเกลียด และไม่รู้สึกกลัวคนกลุ่มนี้ด้วย
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์